อ่านสนุกดี
ในกระดานสนทนา บอร์ดร่าง / ร่างแปล Eng-Thai » SCP-018-IT - Il Barbagianni a EMP (นกแสก EMP)
แก้แล้วเรียบร้อยจ้า
ในกระดานสนทนา บอร์ดร่าง / ร่างแปล Eng-Thai » SCP-018-IT - Il Barbagianni a EMP (นกแสก EMP)
ไซต์ -> ศูนย์
Cerere ให้ทับศัพท์
หากแก้แล้วผ่านครับ
ในกระดานสนทนา บอร์ดร่าง / ร่างแปล Eng-Thai » SCP-9113 - สิ่งเทพสรรค์มามิอาจล่วงเกินไปแตะต้อง
ผ่านครับ
ไม่ผ่านครับ
ผมคิดว่ามันไม่มีความผิดปกติมากพอจะมาเป็น scp
ในกระดานสนทนา บอร์ดร่าง / ร่างแปล Eng-Thai » Canon โลกยังผันจรเรื่อยไป (+นิยายหนึ่งเรื่อง)
ผ่านทั้งสองครับ
ในกระดานสนทนา บอร์ดร่าง / ร่างแปล Eng-Thai » Canon โลกยังผันจรเรื่อยไป (+นิยายหนึ่งเรื่อง)
ต้นฉบับ: Expert In A Dying Field
ยุคสมัยแห่งมนตราได้จบสิ้นลงไปเมื่อ 15 ปีก่อน กระนั้นสถาบันและบางองค์กรก็ยังคงอยู่
องค์กรอย่างกลุ่มพันธมิตรสิ่งลี้ลับโลกเลือกที่จะคอยเฝ้าระวังต่อไป เผื่อในโอกาสที่สิ่งผิดปกติจะกลับคืนมา UIU ก็ยังเชื่อว่าบิ๊กฟุต ภูตผี UFO มีอยู่จริงเหมือนเดิม นอกเหนือจากนั้นหลายองค์กรก็ได้ยุบเลิกหายไปแล้ว ส่วนทางสถาบันก็ยังรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตกับองค์กรที่ยังเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง และนั่นเองที่เป็นหน้าที่ของเจย์ เอเวอร์วูดในการคอยติดต่อกับกลุ่มพวกนั้น
ภาระงานตอนนี้ง่ายขึ้นกว่าเก่ามาก ด้วยที่ว่าโลกได้หดเล็กลง แต่เจย์ก็ยังคิดอยากได้รับความท้าทาย คิดถึงการได้รู้จักวิธีแปลก ๆ ที่คนใช้สิ่งผิดปกติ และวัฒนธรรมที่ก่อตัวขึ้นโดยมีพวกมันเป็นศูนย์กลาง คิดถึงสมัยที่มีผู้ช่วยให้ชวนคุยอยู่เต็มห้องแล็บ คิดถึงการที่ผู้แทนสถาบันอย่างตนได้เจรจาต่อรองเรื่องสิ่งผิดปกติกับผู้แทนจาก GoI ต่าง ๆ
เจ้าหน้าที่ตัวแทนมุฮัมมัด จัมชิดีจาก ORIA ได้สอบถามเรื่องความเป็นไปได้ที่สถาบันจะช่วยส่งลูกปัดษิกร์คู่หนึ่งให้กับฝ่ายองค์กรของตัวเอง ด้วยเหตุผลที่ว่ามันได้หมดความผิดปกติไปแล้ว แต่การทำอย่างนั้นคงทำให้อิหม่ามรูฮานีจากฮอริซันอินิทิเอทีฟหัวเสียไม่น้อย เพราะเขาเพิ่งได้ถามคำถามเดียวกันนี้ไปเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่แล้ว ที่เจย์เกิดและเติบโตมาให้เป็นชาวคาทอลิก แม้จะไม่นับถือในพระเจ้า แต่ก็ยังเกิดความเห็นใจต่อทั้งจัมชิดิกับรูฮานิ ทั้งสองต่างก็ยึดติดกับวัตถุจากยุคสมัยที่ได้ล่วงเลยไปแล้ว ไม่ต่างกับสถาบัน
ส่วนเจ้าหน้าที่แม็ก ผู้แทน UIU นั้นต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการพบเห็นผีที่บ้านร้างในแถบพลิมัท เธอมั่นใจเต็มร้อยว่าผีตัวนี้มีอยู่จริง ทว่าทางเจย์รู้ดีกว่านั้น และได้บอกกับเจ้าหน้าที่แม็กไปว่าอาจเป็นแค่เรื่องที่วัยรุ่นแต่งขึ้นมา แล้วส่งเธอกลับไป แม็กชวนให้เจย์นึกถึงเมื่อสมัยที่ตัวเองยังเด็กแล้วเพิ่งได้ก้าวเท้าเข้ามาในโลกเหนือธรรมชาติใบนี้ พลางปวดใจที่แม็กและพวกพ้องไม่อาจได้รู้ความจริงทั้งหมด
แฟโอวินน์ วิลสันรับหน้าที่ตัวแทนของ WWS และติดต่อมาหาเจย์เพียงเพื่อจะรำลึกความหลังเท่านั้น ศูนย์พักพิงได้ถูกเปิดให้สาธารณชนเข้าชม และปัจจุบันกลายเป็นสวนสัตว์ยอดนิยมประจำเมืองเล็ก ๆ อย่างบอริง มีแขกมากหน้าหลายตาจากทั้งพอร์ตแลนด์ (ที่ไม่ใช่ทรีพอร์ตแลนดส์) และนครใหญ่ต่าง ๆ มาเยี่ยมชม สัตว์หลายตัวที่ดำรงชีวิตอยู่รอดได้โดยพึ่งพิงความผิดปกติได้ถูกการุณยฆาตไป แต่ถึงอย่างนั้นก็มีอยู่จำนวนไม่น้อยที่ยังอยู่ดี ส่วนแฟโอวินน์ก็สุขสบายดีกับชีวิตแต่งงานและรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมอยู่หลายคน ทางเจย์ก็เกิดรู้สึกอิจฉาเธอขึ้นมา
ด้านมูลนิธิแมนนาก็ค่อย ๆ กลายเป็นองค์กรการกุศลที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรนักดังเช่นองค์การแพทย์ไร้พรมแดน โดยยังดำเนินงานอยู่ในพื้นที่ไกลปืนเที่ยง และคอยให้ความช่วยเหลือแก่ผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากการหายไปของสิ่งผิดปกติ ตอนนี้หลายคนที่เคยได้รับความช่วยเหลือต่างก็เข้ามาปรึกษาปัญหาความเศร้าเสียใจกับพวกเขา เพราะแมนนานั้นเข้าใจถึงการสูญเสียมนตราที่เป็นประโยชน์ไปเป็นที่สุด ทางเจย์เองก็เคยเข้าร่วมงานให้คำปรึกษาในการจัดการความเศร้าครั้งหนึ่ง จากที่ตนเองเพิ่งจะสูญเสียอิลเซ่ผู้เป็นดังคู่ชีวิตไป
MC&D พยายามดำเนินกิจการต่อ แต่สุดท้ายก็ต้องจำใจส่งมอบวัตถุเคยผิดปกติจำนวนมหาศาลให้กับทางสถาบัน เพราะพวกเขาทำกำไรจากมันไม่ได้อีกแล้ว ในปีต่อมาก็กลายเป็นสโมสรสุภาพบุรุษแสนน่าเบื่อหน่าย โรเบิร์ต คาร์เตอร์และสกิตเตอร์ มาร์แชลล์ต่างผันตัวไปเป็นนายธนาคารเพื่อการลงทุน และหาเงินในโลกปกติด้วยทรัพย์สินที่ได้มาอย่างฉ้อฉล บางครั้งทั้งสองก็จะโทรหาเจย์เพื่อพูดคุยชีวิตในช่วงนี้ และบางคราวก็จะพยายามขอเงินจากสถาบัน ไม่มีใครรู้ความเป็นไปว่าไอริส ดาร์กเป็นอย่างไร กระทั่งโรเบิร์ตกับสกิตเตอร์เองก็เช่นกัน
นาธาน ฟิลล์มอร์ นักบวชมากชื่อเสียงจากลัทธิเมคานยังเอ่ยโอวาทเทศนาต่อไป แต่สาวกก็ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ จนท้ายที่สุดก็ต้องเปิดการติดต่อกับทางสถาบันเพื่อที่จะเอ่ยคำสอนเกี่ยวกับคัมภีร์ของเมคานให้ได้ฟัง โดยเฉพาะกับตัวของเจย์ และแสดงความกังวลว่าวัฒนธรรมของตนเองอาจจะเสื่อมหายไป ฟิลล์มอร์เกษียณหลังจากที่ได้ถ่ายทอดกิตติคุณแห่งบูมาโร กิตติคุณแห่งเฮดวิก และกิตติคุณแห่งทรันนิออนให้เจย์ได้ฟังจนหมดสิ้น แล้วจึงมาอาศัยอยู่ที่ศูนย์-55 เขามักจะพูดกับเจย์เรื่องศาสนาเดิมของตัวเอง ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนคนสนิทกัน ทั้งคู่สานสัมพันธ์ผ่านประสบการณ์กับสิ่งเหนือธรรมชาติ จนกระทั่งฟิลล์มอร์เสียชีวิตลงในท้ายที่สุด
ส่วนฝ่าย SAPPHIRE นั้นก็ยิ้มเยาะสะใจกันยกใหญ่ได้หลายปี แต่สุดท้ายก็แตกแยกกันไปด้วยปัญหาว่า ในเมื่อได้พิสูจน์ไปแล้วว่าพวกตนคิดถูก ทางกลุ่มจะยึดหลักการทางปัญญาของฝรั่งเศสใดกันแน่ เจย์เองก็รู้สึกสนุกไปด้วยจนทำเมินไม่ได้
เวลาล่วงเลย จากวันสู่สัปดาห์ จากสัปดาห์สู่เดือน จากเดือนสู่ปี สุดท้ายก็มีเพียงสถาบันที่ยังเหลือรอด ยิ่งเวลาล่วงเลยไปอีก ตำแหน่งของเจย์ก็หมดความจำเป็น สุดท้ายก็เหลือแต่เพียงเกษียณอายุจากไป และไม่นานนักสถาบัน หรือรูปแบบองค์กรเดิม ก็ต้องพบกับจุดจบไม่ต่างกัน
และในวันข้างหน้าก็จะไม่เหลือใครคอยเล่าเรื่องราวในความเป็นมาเมื่อครั้งก่อนอีก

« ด้วยว่าฉันไม่อาจหยุดหาความตาย | โลกนั้นผันจรเรื่อยไป |
ในกระดานสนทนา บอร์ดร่าง / ร่างแปล Eng-Thai » Canon โลกยังผันจรเรื่อยไป (+นิยายหนึ่งเรื่อง)
ต้นฉบับ: The World Kept Turning Hub

มนตราจากไปแล้ว
ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรหรือเพราะว่าอะไร แต่ที่สำคัญนั่นก็คือ ความผิดปกตินั้นได้สิ้นสูญลงแล้ว สำหรับบางคง มันได้หายพร้อมเสียงอึกทึกใหญ่โต แต่สำหรับคนหมู่มาก มันได้ดับวูบไปด้วยเพียงเสียงกระซาบแผ่วเบา แล้วทุกคนจะทำอะไรได้นอกเสียจากเก็บเศษซากที่หลงเหลือล่ะ?
สุดท้ายแล้ว โลกก็ยังผันจรเรื่อยไป
จำเป็นต้องอ่านเบื้องต้น
เรื่องราวจากโลกหลังสิ้นมนตร์
ร่วงหล่นไปด้วยกัน
โดยUncle Nicolini และ
Queerious
SCP-CN-1543 - 可接受的风险
โดยblackinblack
(จากเว็บไซต์ภาษาจีนตัวย่อ)
SCP-173-ARC
โดยHarmacy
"ถ้าหากว่า…"
ขอทักทายและต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ผลงานชุด/เส้นเรื่องเล็กจ้อยที่ฉันตั้งชื่อว่า "โลกยังผันจรเรื่อยไป"
ในเส้นเรื่องนี้ เรามีกฎหลัก ๆ อยู่แค่สองข้อเท่านั้น:
- วันเวลาที่เงียบสงบเกิดขึ้นในช่วงปี 2024 และถือเป็นส่วนหนึ่งของเส้นเรื่อง1
- โลกยังคงดำเนินต่อไป

โลโก้โดย DirEthan
ในกระดานสนทนา ทั่วไป / พูดคุยเรื่องทั่วไป » ยืนยันตัวเอง ว่าได้สมัครเว็บนี้แล้ว
42_eettee_24_19077
ในกระดานสนทนา ทั่วไป / พูดคุยเรื่องทั่วไป » ยืนยันตัวเอง ว่าได้สมัครเว็บนี้แล้ว
bigboat_quietlantern
วัตถุ# SCP-520-TH
ระดับ: Neutralized (เดิมคือ Euclid)
มาตรการกักกันพิเศษ: เนื่องจากสถานะปัจจุบันของวัตถุถูกจัดเป็น Neutralized มาตรการกักกันในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นไปที่การเฝ้าระวังพื้นที่ซากปรักหักพังของไซต์-██ และการเก็บกวาดตัวอย่างทางชีวภาพตกค้าง
(บันทึกมาตรการเดิมก่อนการสูญเสียการกักกัน) SCP-520-TH เคยถูกกักเก็บไว้ภายในห้องกักกันขนาด 9×9×9 เมตร ณ ไซต์-██ โดยต้องควบคุมอุณหภูมิภายในห้องให้อยู่ระหว่าง 1 ถึง -2 องศาเซลเซียสอยู่ตลอดเวลา การเข้าถึงพื้นที่จำกัดเฉพาะบุคลากรที่มีระดับการรักษาความปลอดภัยตั้งแต่ระดับ 4 ขึ้นไปเท่านั้น การฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติและลักลอบเข้าสู่พื้นที่กักกันจะส่งผลให้ถูกปลดจากการปฏิบัติหน้าที่และดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวสิ้นสุดลงหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในปี พ.ศ. 2547 ซึ่งส่งผลให้ไซต์-██ และระบบควบคุมอุณหภูมิเสียหายอย่างถาวร ส่งผลให้โครงสร้างทางชีวภาพของวัตถุเสื่อมสลายและแห้งตายไปในที่สุด
รายละเอียด: SCP-520-TH เป็นเชื้อไวรัสที่มีความเกี่ยวข้องทางสายพันธุ์กับ ████ ทว่ามีอัตราการแพร่ระบาดและความรุนแรงต่ำกว่า โดยมีสถิติการแพร่กระจายทั่วโลกประมาณ 9.27% ก่อนที่จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการกักกัน เชื้อจะเข้าโจมตีเนื้อเยื่อปอดและระบบประสาทส่วนกลางโดยตรง แต่มีระยะฟักตัวและแสดงอาการช้ากว่าเชื้อตระกูลเดียวกัน
จากการสืบสวนภาคสนามในปี พ.ศ. 2539 สถาบันพบว่าต้นกำเนิดของการแพร่ระบาดครั้งแรกมีความเกี่ยวข้องกับตัวอย่างแร่ไม่ทราบชนิดภายในถ้ำแห่งหนึ่ง ต่อมาในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2547 เหตุการณ์คลื่นสึนามิได้สร้างความเสียหายแก่โครงสร้างของไซต์-██ จนระบบปรับอากาศขัดข้องทำให้อุณหภูมิภายในห้องกักกันพุ่งสูงถึง 39 องศาเซลเซียส ซึ่งสภาพแวดล้อมดังกล่าวทำให้ตัวเชื้อไม่สามารถดำรงอยู่ได้และสลายตัวไปในที่สุด
บันทึกเพิ่มเติมจาก ดร.สุทธิวรรณ:
การแพร่ระบาดของเชื้อนี้ถูกตรวจพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2537 และได้รับการยืนยันระดับความรุนแรงในปี พ.ศ. 2539 ผลการสังเกตการณ์ผู้ติดเชื้อระบุว่า อาการเริ่มต้นของผู้ที่ได้รับเชื้อจากการสัมผัสหรือการหายใจคือ มีไข้สูง ไออย่างรุนแรง และมีอาการอาเจียนเป็นเลือดในระยะท้ายก่อนเสียชีวิต
[[module Rate]]
ทางสถาบันไม่มีอุดมการณ์อื่นใดนอกเหนือการกักกัน แต่ในทางกลับกัน โลกส่วนที่เหลือนั้น…

เรื่องเล่า
- เหตุการณ์วู้ดเวล — "ทุ่งกัมมันตรังสีที่พวกเขากลัวกันนักหนาจะกลายเป็นทุ่งลาเวนเดอร์ไปเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่สหรัฐจะกระทำ"
- เสียงที่ไม่อาจตอบโต้ — "นี่คือสิ่งที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจเกี่ยวกับสงครามเย็น"
- มาตรอชกา — "ชายคนหนึ่ง ยิ้มปริด้วยความชั่วช้า เอื้อมมือเพื่อจะพรากชีวิตไปจากเธอ แต่ละชีวิตของเธอกำลับมุ่งมายังเป้าหมายเดียวกัน แต่ความตายก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาแสวงหา"
- คลีออน — "ถ้านั่นคือศิลปะ งั้นผมก็คงเป็นคนเถื่อน!"
- เมาเออร์ไซท์ I — "สิ่งที่ประหลาดที่สุดที่เคยเกิดขึ้น"
- ใต้ร่มเงากำแพงสูง — "ยี่สิบ-สามสิบรู้ว่าเราไม่อาจข้ามกำแพงตามมันไปได้ เราต้องพยายามจับมันในตอนที่ทำได้"
- เสียงบรรเลงแห่งสงคราม — "…อาจจะต้องจุดชนวนหัวอาวุธก่อนการอพยพ"
- สิ่งที่นกสอดแนมเห็น — "คุณไม่สามารถจะนำพลเรือนเข้ามาในภารกิจที่ไม่มีอยู่อย่างเป็นทางการได้"
- พวกเขาจะทิ้งโลกที่สั่นไหวไว้ให้เรา — "โดโรธีที่รักของผม มันมีสงครามแบบใหม่อยู่ที่นี่ ประเภทที่ต่างไปโดยสิ้นเชิง…"
- มโนคติ - อุดมคติ - อุดมการณ์ — "ตอนนี้ ไอ้เผด็จการนั่นมักใช้มันกับพลเรือน ศิลปิน ศาสตราจารย์ บางครั้งก็โบสถ์ เป้าหมายต่อไปคืออากุสติน วาเรลา คนงานก่อสร้าง ผู้นำสหภาพ ผมไม่รู้ว่าตอนไหน แต่ก็คงจะในไม่นานนี้"
- นีโครโพเทน — "ระหว่างฉันกับคุณนะ พ่อเฒ่า ฉันคิดว่าเรากำลังอยู่ฝั่งนกอีแร้ง"
- จุดสิ้นสุดของประวัติศาสตร์ — 9/11/1989
- กองร้อยสุดเลว — เรื่องราวของกองที่ 388 — "แล้ว นายฝังเขาไว้ไหนละ? " ครอสส์ถาม
- หัวใจแห่งความมืด — หลายๆคน รวมถึงสมิธ พร้อมใจจะสู้จนถึงช่วงสุดท้ายที่ขมขื่น…
- คุณอยากจะไปไหนล่ะ? — ผมเริ่มหวาดเกรงการเปิดประตูเมื่อคืนหนึ่งในปี 89…
- ออกซิโทซิน นิวโรท็อกซิน — สัตว์ประหลาดสองตัวหาความหมายของการเป็นสิ่งสำคัญต่อผู้อื่น
- เย็บฉันให้แม็คหลุด — เอเจนต์อีเก็ตของ MTF อัลฟ่า-1 พบเจอกับวิกฤตชีวิต
วัตถุ SCP
- SCP-2350 — เป็นตัวกระตุ้นทางมีมที่แพร่ผ่านเสียง ซึ่งจะปรากฏเป็นแนวคิดของฝูงยุง
- SCP-2498 — "ฟังผมให้ดี อย่างดีที่สุด ผมก็ต้องตายสองรอบ"
- SCP-2664 — "เมื่อเราเริ่มมีความมั่นใจในระเบียบวิธีของเราแล้ว เราก็เริ่มมองหาเด็ก เพราะฝึกและกล่อมได้ง่าย"
- SCP-6672 — "มากับฉันสู่ดวงดารานอกเหนือเข็มทิศ และช่วยฉันเปลี่ยนสิ่งต่างๆ มาเป็นหนึ่งเดียวกับเรา และละทิ้งมนุษยชาติไป"
- SCP-7242 — เรือดำน้ำชั้นโนเวมเบอร์ซึ่งมีชื่อเสียงว่า "ต้องสาป"
- SCP-7542 — เป็นทหารแต่งเติมระยะทดสอบที่ออกแบบโดยบริษัทวัลราฟน์ ซึ่งถูกว่าจ้างโดยสหรัฐเพื่อใช้งานในการรุกตรุษญวน
- SCP-7741 — สัตว์กึ่งบกกึ่งน้ำขนาดใหญ่ที่ถูกเก็บไว้ภายในโดมอาร์ยูนิตโดยสหรัฐ เนื่องจากแนวโน้มในการสูญเสียทรัพยากรและบุคลากรเป็นจำนวนมาก ความพยายามในการวิจัยและกักกันโดยตรงจึงถูกหยุดไว้ ณ วันที่ 16 สิงหาคม ค.ศ. 1964
- SCP-8512 — "พวกเขานำเอเจนต์ที่มีความสามารถและภักดีมากที่สุดมาอยู่ในสภาพที่ทุกข์ทรมานจนถึงที่สุด การฝังพฤติกรรมกายสิทธิ์ ผ่าตัดเสริมศักยภาพ ปลูกฝังโฆษณาชวนเชื่อและทรมานทางจิตหลายสิบชั่วโมง เห็นหรือเปล่า พวกเขาไม่อยากเสี่ยงให้วิญญาณเหล่านี้อยู่ไม่สุข หรือ 'หมดกิจ' ได้"
- SCP-9660 — ภายในห้องขังนี้ อมิตาใช้เวลายี่สิบสามชั่วโมงไปกับการปิดแผลการแปรพักตร์ของผู้ดูแลสองไปยังแพนตาแกรม ซึ่งเป็นการระดมยิงครั้งล่าสุดในสงครามเย็นสุดขั้วระหว่างอเมริกาและสถาบัน
- SCP-ES-357 — ทำไมกรมเหนือปรกติของคิวบาเก็บความลับจากสถาบันได้ดีขนาดนี้
- SCP-CN-3252 — ในช่วงสุดท้ายของชีวิตเหงวียน เซียว เวินได้โอบกอดแผ่นดินแม่ไว้อย่างเคียงชิด
เอกสารกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
- เอกสาร No.HKC454/1 — "ด้วยการเพิ่มขึ้นของนักเดินเรือชาวเวียดนาม สถานการณ์มั้งสามด้านบนจึงได้ส่งผลโดยตรงต่อกรมราชทัณฑ์ฮ่องกง จึงจำเป็นต้องมีการรับมือความมั่นคงสาธารณะและหลักการม่านบังในทันที"
จักรวาล
อารัมภบทสู่เส้นเรื่อง
สวัสดี! ขอต้อนรับสู่สงครามเย็นสุดขั้ว ภูมิทัศน์แห่งความรุนแรงและกลอุบายอันแสนโกลาหล ภายหน้าอุดมการณ์ที่กำลังเข้าปะทะกัน และประกายสุดท้ายของจินตนิยม ทอดผ่านเวลาสี่สิบปีและพื้นที่เจ็ดทวีป สถาบันดิ้นรนเพื่อไม่ให้สิ่งผิดปรกตินำพามนุษยชาติไปสู่ความวิบัติจากความคลั่งไคล้อุดมคติ
ก่อนคุณจะโดดเข้ามาร่วม ก็ให้อ่านสิ่งที่ถูกเขียนไว้ก่อนเพื่อทำความเข้าใจกับจักรวาลนี้ และหาทางให้ชิ้นงานเข้ากันได้กับส่วนที่เหลือ มีพื้นที่เหลือมากมาย สงครามเย็นนั้นดำเนินอยู่สี่สิบปีและเกี่ยวพันกับแทบทุกประเทศในระดับที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลถึงการกล่าวถึงตัวละครหรือเหตุการณ์ที่มีอยู่แล้วเพื่อความสอดคล้องกันมากนัก
เรื่องราวของเส้นเรื่องนี้ครอบคลุมตลอดช่วง ค.ศ. 1945 จนถึง ค.ศ. 1989 และส่วนใหญ่ก็จะยืดหยุ่นได้ตามดุลยพินิจของคุณ แต่เราก็ขอให้เขียนเหตุการณ์ในเส้นเวลาไว้ด้วยดินสอ เพราะจำไว้ว่านักเขียนคนอื่นก็อาจต้องการใช้ประเทศหรือบุคคลนั้นๆในเรื่องราวของตนเอง
ในยุคสมัยที่มีการจารกรรมมากมาย รัฐบาลที่เกี่ยวข้องก็ได้พัฒนาวัฒนธรรมที่ลึกล้ำของการรักษาความลับและปิดบังความจริง แขนขวาจะไม่ได้ทราบว่าแขนซ้ายทำอะไรอยู่เสมอไป ดังนั้นการซ้ำซ้อนกันของบทบาทระหว่าง สมมติ สาขาแอฟริกาและสาขาเอเชียของสถาบัน หรืออื่นใดจึงไม่ใช้สิ่งที่ควรกังวล ถึงอย่างนั้น สงครามเย็นสุดขั้วก็เป็นโลกที่เชื่อมถึงกัน การเชื่อมเรื่องจึงเป็นสิ่งสมควร!
เส้นเรื่องของเรามีศักยภาพสำหรับการเติบโตและปรากฏซ้ำมหาศาล — SCP ที่ถูกจับไปโดยฝั่งรัสเชียใน ค.ศ. 1962 อาจจะถูกปล่อยกลับมาเป็นอาวุธทรงพลังใน ค.ศ. 1986 ในระหว่างที่เขียนก็ขอให้คำนึงที่รากฐานที่คุณกำลังสร้างให้ตนเองและผู้อื่น เส้นเรื่องนี้เกี่ยวกับการผ่อนปรนในหลักการ ช่องว่างระหว่างการเมืองและความเป็นจริง และพลังอำนาจของเทคโนโลยีในการกลืนกินจุดประสงค์ของผู้ถือครอง อเมริกาจะทำเช่นไรกับทรัพยากรของสถาบัน หากเดิมพันคือการหยุดยั้งลัทธิคอมมิวนิสต์ในเอเชีย สถาบันจะตัดสินใจอย่างไรว่าอะไรควรรักษาไว้ และอะไรควรปล่อยผ่านไปในมือของมหาอำนาจ สิ่งเหล่านี้จะวินาศกันไปได้แค่ไหน
ขอให้คุณมีโชคชัยภายในสงครามเย็นสุดขั้ว!
การเขียนให้สงครามเย็นสุดขั้ว
ฉากหลัง
เถ้าธุลีของเบอร์ลินได้เริ่มเย็นลงเมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรเริ่มปลีกออกจากกัน หลังการผลักไสสตาลินด้วยถ้อยคำข่มขู่ในการประชุมพ็อทซ์ดัม ประธานาธิบดีทรูแมนผู้ด้อยประสบการณ์ก็ทำได้เพียงมองดูการต่อสู้ที่เริ่มปรากฏขึ้นในทุกระดับและมิติภพ ซึ่งแพร่กระจายไปตั้งแต่เทือกเขาของอัฟกานิสถานจนถึงป่าดิบของเปรู ความทะเยอทะยานในอดีต ความเคียดแค้นที่เก็บรักษาไว้ อีกทั้งการลองเชิงกันของลัทธิทุนนิยมและคอมมิวนิสต์ ก็ได้ปะทุขึ้นภายใต้ผืนดินของแอฟริกา เอเชีย และบอลข่าน ผู้คนนับล้านอยู่ท่ามกลางรัศมีลูกหลงของอุดมการณ์ที่กำลังเข้าปะทะกัน หรือก็กำลังชักนำขั้วอำนาจในสงครามให้ได้แด่ประโยชน์ส่วนตน
สงครามโลกครั้งที่สองได้ลากโลกที่ลังเลใจผ่านจุดที่ไม่อาจหวนกลับ วิทยาศาสตร์นาซีอาจจะเป็นหัวหอกในการเปลี่ยนสิ่งเหนือธรรมชาติมาเป็นอาวุธ แต่ตัวอย่างจากพวกเขาก็ได้ถูกลอกเลียนโดยหลายฝั่งด้วยเช่นกัน ผู้นำของสหรัฐและโซเวียตได้รับรู้ถึงบทบาทสำคัญของสิ่งที่สถาบันเรียกว่าสิ่งผิดปรกติ และสิ่งที่โลกรู้จักกันว่าเป็นวิทยาศาสตร์เหนือปรกติ แม้ไหเก็บผีจะเพียงแค่ร้าว แต่หนทางในการหวนกลับก็ได้มลายหายไปแล้ว
เพื่อที่จะรอให้วิกฤติได้ผ่านพ้นไป และเลี่ยงการปล้นจี้สถาบันเพื่ออาวุธอันยิ่งใหญ่ชิ้นถัดไป ทางสถาบันจึงได้ย้ายทรัพย์สินที่ละเอียดอ่อนและรุนแรงที่สุดไปยังประเทศที่ไม่แสวงฝักฝ่ายใด เช่น อียิปต์ อินเดีย และอินโดนีเซีย แต่สิ่งที่หลงเหลือก็มากพอจะนำพามหาอำนาจไปสู่เส้นทางมรณะได้
ผู้เล่น
สถาบัน
มาตรการม่านอำพรางยังไม่ล้มเหลว แต่ "วิทยาศาสตร์เหนือปรกติ" ก็ได้กลายมาเป็นสิ่งแพร่หลาย บุคคลทั่วไปเชื่อว่านวัตกรรมเหล่านี้เป็นเพียงแค่วิทยาศาสตร์ที่เหนือชั้นเป็นพิเศษ ซึ่งมีรายละเอียดมากมายที่ถูกปกปิดไว้ ตัวสถาบันยังไม่เป็นที่ทราบแก่ใครอื่นนอกจากผู้นำระดับสูงสุดของเหล่ามหาอำนาจ แต่มันก็ยังทำงานร่วมกับรัฐบาลหลายแห่งผ่านบริษัทเปลือกและเจ้าหน้าที่แทรกซึม ด้วยเหตุนี้ ภารกิจของสถาบันจึงยังคงไม่แปรเปลี่ยน แต่ความต้องการจะปล่อยใช้สิ่งผิดปรกติของรัสเซียและอเมริกาก็ได้มอบความเร่งเร้าแก่สถาบันพอควร พวกเขาจะต้องรักษา กักกัน และปกป้องวัตถุจากโลกของตน และโลกของตนจากวัตถุนั้นๆ
แม้จะถูกริดรอนทรัพยากรฟุ่มเฟือยไปมากมาย สถาบันก็ยังรักษาไว้ซึ่งเครือข่ายของเอเจนต์และนักวิทยาศาสตร์ที่ไม่เป็นรองฝ่ายใด พวกเขามุ่งเป้าไปในการหลอกล่อกลุ่มอิทธิพลทั้งเล็กและใหญ่ของสงครามเย็นให้ตีกันเองผ่านกำลังและกลลวงเมื่อจำเป็น และอะไรก็ตามที่จะป้องกันไม่ให้วัตถุ SCP ที่รั่วไหลทวีคูณสถานการณ์วันใกล้สิ้นโลกไปให้มากกว่านี้
ฝั่งตะวันออก
ความหวาดระแวงของสตาลินได้ทำให้เขาหวาดกลัวผู้อยู่ภายนอก และความคลั่งไคล้ในอำนาจของเขาก็ได้เกลี้ยกล่อมให้เขาสร้างจักรวรรดิแห่งรัฐหุ่นเชิดรอบล้อมรัสเซียไว้ ด้วยความเคียดแค้นที่มีให้แก่ศัตรูไม่ซ้ำหน้า ค.ศ. 1945 จนถึง ค.ศ. 1953 เขาจึงค่อยๆกระเถิบชายแดนของสหภาพโซเวียตผ่านกลุ่มตัวแทนต่างๆนานา
หลังสตาลิน ก็มีครุชชอฟ และเหล่าผู้นำพรรควัยชราที่สืบต่อมาจากเขา ทั้งหมดล้วนมองวิทยาศาสตร์เหนือปรกติเป็นหนทางในการเอาชนะศัตรูคู่ฉกาจในฝั่งตะวันออก และรักษาแผลลึกจากสงครามกลางเมืองและสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งก็ไม่เคยได้หายสนิทมาตั้งแต่แรก
สหภาพโซเวียตกำลังวิ่งไล่จับอยู่กับศัตรูที่ร่ำรวยและอาวุธหนักกว่าอย่างไม่มีวันจบสิ้น แต่ฝั่งตะวันตกเองก็ไม่เคยทราบถึงความเปราะบางใดๆในฉากหน้าโซเวียต บางทีทรัพย์สมบัติที่สถาบันทิ้งไว้ หากอยู่ในมือของอุตสาหกรรมคอมมิวนิสต์ ก็อาจจะพลิกกระดานและเปลี่ยนโฆษณาชวนเชื่อให้เป็นความจริงได้ การจัดการดูแลความพยายามทางด้านวิทยาศาสตร์เหนือปรกติส่วนใหญ่จะเป็นเอเจนต์ผู้ไร้ปรานีของ GRU แผนก "P"
รัฐคอมมิวนิสต์อื่นๆ เช่น จีนและเวียดนามได้มองเหล่า SCP เป็นข้อต่อรองและไพ่ตายสำหรับโครงการต่างๆ ความช่วยเหลือจากวิทยาศาสตร์เหนือปรกติจะส่งผลต่อการรุกตรุษญวนอย่างไร มอสโกและปักกิ่งจะแยกทางกันหรือไม่ หากมีทรัพยากรเหนือปรกติที่จะสามารถ "โน้มน้าว" ผู้นำโซเวียตให้ยอมรับมุมมองของจีนได้
ฝั่งตะวันตก
เอกสารฉบับหนึ่ง รายงานโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติที่เผยแพร่ใน ค.ศ. 1949 จะชี้นำกลยุทธ์สงครามเย็นของพันธมิตรสหรัฐ-ยุโรปต่อไปอีกยี่สิบปี NSC-68 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าฝั่งโซเวียตกำลังพยายามยึดครองโลก จะไม่หยุดพยายามยึดครองโลก และจะไม่แบ่งปันอิสระในรูปแบบใดๆแก่โลก วิทยาศาสตร์เหนือปรกติสำหรับนักรบสงครามเย็นยุคบุกเบิก ก็คือระเบิดไฮโดรเจนลูกถัดไป อีกหนทางในการนำหน้าพวกภัยแดงไปอีกก้าว
เริ่มจัดตั้งใน ค.ศ. 1930 นักวิทยาศาสตร์เหนือปรกติของอเมริกาและตัวตนผิดปรกติ ("ผู้มีความสามารถ") ภายใต้การดูแลของพวกเขาก็ได้ถูกเกณฑ์ไปยังกองร้อยอิสระพิเศษที่ 388 หน่วยรบขนาดไม่แน่ชัดที่แบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยๆ ซึ่งจะถูกส่งไปเพื่อทำปฏิบัติการทั่วโลกตามภารกิจลับต่างๆ เปิดประเดิมด้วยการทำเข้าใจสถาบันอันลึกลับและคลังวัสดุวิทยาศาสตร์เหนือปรกติของมัน
ในยุโรป เหล่าชาติจักรวรรดิก็กำแผ่นดินในการครอบครองไว้อย่างหนาแน่น บางทีสิ่งผิดปรกตินั้นอาจจะกุมกุญแจสำหรับการรักษาไว้ซึ่งจักรวรรดิที่กำลังเหี่ยวเฉาของอังกฤษ ฝรั่งเศษ และเบลเยียม ผู้นำชาติที่จนมุมซึ่งไม่ยอมปล่อยวางเกียรติยศในอดีตอาจจะแผลงฤทธิ์ได้มากกว่าที่ตนคาดไว้…
ผู้ไร้ฝักฝ่าย
ประกอบด้วยประเทศจำนวนหนึ่ง แต่หลักๆก็คืออียิปต์และอินเดีย ขบวนการไร้ฝักฝ่ายมองไปยังสงครามเย็นที่กำลังคุกรุ่นและไม่ต้องการมีส่วนร่วมใดๆกับมัน ผู้นำมากเสน่ห์เช่น ชวาหะร์ลาล เนห์รู และญะมาล อับดุนนาศิรระดมผู้ติดตามผ่านแนวคิดทางที่สาม ซึ่งเป็นอิสระจากเหล่ามหาอำนาจบ้าสงคราม
การจะพัฒนาประเทศโดยไม่หันไปหาสหรัฐอเมริกาหรือสหภาพโซเวียตเป็นเรื่องยาก แต่เมื่อองค์กรอย่าง ซูพีเรีย คอนสตรัคชั่น แพลนนิ่ง และ ซันนิ คอตตอน โปรดักชั่น เสนอเข้ามาอุดหนุนแลกกับพื้นที่กว้างใหญ่ในเขตทุรกันดาร ก็ไม่มีใครมีอารมณ์จะมาถามคำถามมากมายนัก
กลุ่มที่เกี่ยวข้อง
นักเดินทางของเราบางคนก็ได้รับผลจากสงครามเย็นมากกว่าคนอื่นๆ ทางหอสมุดไม่ได้ใส่ใจกับผลลัพธ์ของการทดลองลัทธิคอมมิวนิสต์เป็นพิเศษ ในขณะที่พวกเราเจ๋งอ๊ะยังได้พบเรเนซองส์ใหม่ในดินแดนแทรกชื่อเบอร์ลินตะวันตก นอกจากนี้ ผลตามหลังก็ยังต้องใช้เวลาแพร่กระจาย ศาสนจักรแห่งเทพผู้แตกหักในแคนนาดาอาจจะไม่ได้รับผลใดๆเลยจากการที่แขนงในไนจีเรียถูกทำลายลง มันขึ้นอยู่กับคุณในการจะทราบได้ว่ากลุ่มไหนจะรอดพ้นไปได้สู่ยุคถัดไป
ในกระดานสนทนา บอร์ดร่าง / ร่างแปล Eng-Thai » SCP-9113 - สิ่งเทพสรรค์มามิอาจล่วงเกินไปแตะต้อง
ต้นฉบับ: SCP-9113 - It Is Untouchable What God Created
วัตถุ #: SCP-9113
ระดับ: Safe
มาตรการกักกันพิเศษ: ตัวอย่าง SCP-9113 ทุกชิ้นซึ่งถูกทำขึ้นโดยศิลปินที่หายสาบสูญจะต้องถูกทำรายการและจัดเก็บเอาไว้ในโฟลเดอร์เก็บถาวรที่ศูนย์-83 ตามความเหมาะสม เนื่องจากลักษณะของ SCP-9113 ไม่ได้ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อปกติภาวะอย่างชัดเจน จึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีการกักกันเพิ่มเติม
รายละเอียด: SCP-9113 คือ ปรากฏการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อผลงานทัศนศิลป์เมื่อผู้สร้างสรรค์ชิ้นงานรับรู้ว่างานนั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งจะส่งผลให้ประสบแก่ความล้มเหลวในการพยายามแก้ไขชิ้นงานอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะยังคงสามารถเติมหรือลบองค์ประกอบได้ แต่จะไม่สามารถแสดงองค์ประกอบที่ขัดแย้งกับเจตนาดั้งเดิมออกมาในเชิงศิลป์ได้
เมื่อ SCP-9113 ได้เคยปรากฏขึ้นกับผลงานชิ้นหนึ่งของผู้สร้างสรรค์คนใดแล้ว ผลงานสร้างสรรค์ที่ถูกสร้างขึ้นภายหลังจากนั้นก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยจะแสดงออกมาในลักษณะของความรู้สึกว่า ผลงานนั้น ๆ ขาดแง่มุมบางอย่างไปหรือผลงานมีข้อผิดพลาดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ตลอดกระบวนการสร้างสรรค์ โดยรูปแบบผลกระทบนี้ทำให้ผู้ได้รับผลกระทบประสบกับภาวะความทุกข์ทางอารมณ์อย่างต่อเนื่อง
[[include component:image-block
|name=https://scp-wiki.wdfiles.com/local--files/scp-9113/Jan_Cossiers_-_Portrait_drawing_of_a_young_man.jpg
|caption="ภาพเหมือนตนเองของชายหนุ่ม" ค.ศ. 1995 ไม่สามารถแก้ไขบริเวณใบหน้าของบุคคลในภาพได้ ผู้สร้าง: โคลเอ เบอร์นาร์ด
|width=50%
|align=right]]
การตอบสนองต่อ SCP-9113 จะแตกต่างกันออกไปตามแต่ลักษณะเฉพาะตัวของผู้สร้างสรรค์ พบว่าศิลปินในจำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของกรณีที่บันทึกเอาไว้ได้ละทิ้งอาชีพของตนเอง และไม่นานหลังจากนั้นก็หายตัวไป ในกรณีที่เหลือ ผลลัพธ์ที่พบได้บ่อยที่สุด คือ การพยายามปรับตัวเข้ากับผลกระทบของ SCP-9113 โดยมักจะนำความเครียดที่เกิดขึ้นจากผลกระทบดังกล่าวมาใช้ในผลงานของตน เพื่อเป็นกลไกการรับมือทางอารมณ์ที่จะหล่อหลอมให้เกิดรูปแบบงานศิลป์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
แม้จะพบว่าวิธีการตอบสนองข้างต้นสามารถช่วยยืดอายุการทำกิจกรรมด้านศิลปะของแต่ละบุคคลได้ แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก SCP-9113 ก็มักที่จะเปรียบเทียบตนเองกับศิลปินที่ไม่ได้รับผลกระทบ และแสดงความรู้สึกด้อยค่าตนเองอย่างต่อเนื่อง มีรายงานบ่งชี้ว่า SCP-9113 จะหายไปเมื่อผู้สร้างสรรค์ยอมรับผลงานศิลปะของตนตามความเป็นจริง แต่กรณีเหล่านี้ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจน และเมื่อมีการเสนอทางวิธีการนี้ต่อศิลปินก็มักถูกตอบกลับอย่างสิ้นหวัง
ในกระดานสนทนา ทั่วไป / พูดคุยเรื่องทั่วไป » ยืนยันตัวเอง ว่าได้สมัครเว็บนี้แล้ว
10o_cock
ในกระดานสนทนา บอร์ดร่าง / ร่างแปล Eng-Thai » SCP-018-IT - Il Barbagianni a EMP (นกแสก EMP)

SCP-018-IT
วัตถุ: SCP-018-IT
ระดับ: Euclid
มาตรการจัดเก็บพิเศษ: SCP-018-IT จะถูกเก็บไว้ในกรงนกหมายเลข 3 ของศูนย์ เซเรเร่(Cerere) เนื่องจากแรงกระตุ้นที่เกิดจาก SCP-018-IT ทำให้ไม่สามารถใช้กล้องวิดีโอหรือเซ็นเซอร์ในการตรวจสอบได้ ด้วยเหตุนี้ บุคลากรจึงต้องตรวจสอบกรงนกอย่างน้อยวันละสี่ครั้ง
SCP-018-IT สามารถสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าได้ ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้นำอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดเข้ามาในระยะ 15 เมตรจากกรงนกหมายเลข 3
คำอธิบาย: SCP-018-IT คือนกฮูกยุ้งฉางตะวันตก(Tyto alba)1 ที่มีลักษณะพิเศษคือสามารถสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความเข้มแปรผันได้จากอวัยวะที่อยู่ระหว่างสมองและกระดูกหน้าผากของกะโหลกศีรษะ2 ปัจจุบันยังไม่ทราบกลไกการทำงานของอวัยวะนี้มากนัก เชื่อกันว่ามันทำหน้าที่เหมือนตัวเก็บประจุ โดยสะสมพลังงานบนแผ่นขนานสองแผ่นที่ไม่สัมผัสกันภายใต้สภาวะปกติ ในสภาวะปกติสนามแม่เหล็กที่เกิดจาก SCP-018-IT จะรบกวนเครื่องใช้ไฟฟ้าชั่วคราวภายในรัศมี 7 เมตร และมีความเข้มประมาณ 0.015 เทสลา
เมื่อถูกรบกวน SCP-018-IT จะสามารถสร้างคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูง (มากกว่า 2500 เทสลา) โดยใช้แผ่นอวัยวะบนใบหน้าเป็นเสาอากาศเพื่อส่งคลื่นไปยังทิศทางที่กำหนด อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในระยะ 20 เมตรจะใช้งานไม่ได้อย่างถาวร ในขณะที่สิ่งมีชีวิตจะได้รับความเสียหายต่อหัวใจและระบบประสาท ผลกระทบของคลื่นจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาดของเป้าหมายและระยะห่างจาก SCP-018-IT สำหรับมนุษย์และสัตว์ที่มีน้ำหนักมากกว่าหนึ่งกิโลกรัม ผลกระทบจะรวมถึงอาการปวดหัว กล้ามเนื้อกระตุก และในระยะห่างน้อยกว่าหนึ่งเมตร อาจทำให้หมดสติ เห็นภาพหลอน และหัวใจเต้นผิดจังหวะ ในสัตว์ขนาดเล็ก (น้อยกว่าประมาณหนึ่งกิโลกรัม) การปล่อยคลื่นในระยะใกล้สามารถทำให้เซลล์ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจเสียหาย หัวใจหยุดเต้นโดยสมบูรณ์ และเกิดภาวะช็อกทางสมองพร้อมความเสียหายถาวรต่อการทำงานของระบบประสาทสั่งการและระบบประสาทรับความรู้สึก
บันทึกการค้นพบ SCP-018-IT: SCP-018-IT ถูกค้นพบเมื่อเจ้าหน้าที่ถูกส่งไปตรวจสอบปัญหาไฟฟ้าที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในเมือง █████ และพื้นที่โดยรอบ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าไฟถนนจะดับลงเมื่อมีนกขนาดใหญ่บินผ่าน และจะกลับมาติดอีกครั้งทันทีที่นกบินจากไป การสังเกตการณ์ในภายหลังเผยให้เห็นว่า SCP-018-IT ใช้ไฟถนนเพื่อค้นหาเหยื่อจากระยะไกล และใช้คลื่นพัลส์ของมันในการปิดไฟและเข้าใกล้เหยื่อโดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น พฤติกรรมนี้ถูกจำลองขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันตัวระหว่างปฏิบัติการจับกุม
ข้อเสนอของกัปตัน ███████: ผมเชื่อว่า SCP-018-IT อาจเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับสถาบันฯ หากได้รับการฝึกฝนอย่างเหมาะสม เราสามารถใช้มันเพื่อปิดระบบเตือนภัยหรือกล้องวงจรปิดก่อนปฏิบัติการแทรกซึม หรือเพื่อสกัดกั้นยานพาหนะที่กำลังหลบหนี และเพื่อทำให้ภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นหมดสติจากระยะที่ปลอดภัย ดังนั้น ผมจึงขอให้ฝึกฝน SCP-018-IT เพื่อใช้ในภารกิจ
คำตอบจาก ดร. พาสสินี ผู้อำนวยการไซต์ Cerere:ไม่อนุญาตให้ดำเนินการ พวกเราไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ SCP-018-IT ที่มากพอที่จะเสี่ยงต่อการสูญเสียมันระหว่างภารกิจ อย่างไรก็ตาม โครงการเพาะพันธุ์ SCP-018-IT จะเริ่มขึ้นในเร็วๆ นี้ หากรุ่นลูกหลานแสดงความผิดปกติเช่นเดียวกับรุ่นพ่อแม่ ข้อเสนอนี้จะได้รับการพิจารณาใหม่
ในกระดานสนทนา บอร์ดร่าง / ร่างแปล Eng-Thai » SCP-4010 - พยายามหวนย้อนมองดูความสำเร็จของเรา
ผ่าน
ในกระดานสนทนา บอร์ดร่าง / ร่างแปล Eng-Thai » SCP-4010 - พยายามหวนย้อนมองดูความสำเร็จของเรา
ต้นฉบับ: SCP-4010 - Attempt to look at what we accomplished
ขอต้อนรับสู่ SCiPNET โปรดป้อนข้อมูลการเข้าสู่ระบบของท่าน
18/3/2023
| ชื่อผู้ใช้ | madysailer |
| รหัสผ่าน | * * * * * |
สวัสดี มาเดลีน เซลเลอร์ ขอให้เป็นวันที่ดี
ข้อมูลส่วนตัว: นักวิจัยมาเดลีน เซลเลอร์ ประจำศูนย์-91
ระดับการรักษาความปลอดภัย: ระดับ 3
สถานะ: ออนไลน์ (ขณะนี้)
แจ้งเตือน
คุณมีข้อความใหม่
จาก: [บัญชี O5 ที่ได้รับการรับรอง]
ถึง: นักวิจัยมาเดลีน เซลเลอร์
อรุณสวัสดิ์นักวิจัยเซลเลอร์
ผมมีเรื่องจะเสนอให้ คุณได้รับเลือกให้เป็นบุคคลเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับหน้าที่ในโครงการโครนอส อันเป็นโครงการเพื่อสร้างไทม์ไลน์ (ลำดับเวลา) ที่สมบูรณ์ คุณสามารถเลือกที่จะปฏิเสธไม่รับได้ แต่หากตกลงรับแล้ว คุณจะต้องยินยอมที่จะปิดบังให้โครงการเป็นความลับอย่างสมบูรณ์ และจะต้องแยกตนเองออกจากระบบการสื่อสารภายในสถาบันอย่างสิ้นเชิงเพื่อเป็นการป้องกันล่วงหน้า เว้นก็แต่กับเพียงบัญชีนี้และผู้อำนวยการศูนย์-91 โดยคาดว่าโครงการนี้จะใช้เวลาจัดทำอยู่หนึ่งปี จะมีการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมให้ทราบหลังจากตกลงรับปฏิบัติหน้าที่
โปรดติดต่อกลับมาโดยเร็วที่สุด
| ตอบกลับ |
|---|
จาก: นักวิจัยมาเดลีน เซลเลอร์
ถึง: [บัญชี O5 ที่ได้รับการยืนยัน]
ขอให้ท่านระบุด้วยค่ะ ที่ว่าเร่งด่วนนี่มากเท่าไหนคะ?
แจ้งเตือน
คุณมีข้อความใหม่
จาก: [บัญชี O5 ที่ได้รับการยืนยัน]
ถึง: นักวิจัยมาเดลีน เซลเลอร์
มาก
| ตอบกลับ |
|---|
จาก: นักวิจัยมาเดลีน เซลเลอร์
ถึง: [บัญชี O5 ที่ได้รับการยืนยัน]
หรือคะ งั้นฉันตกลงค่ะ
ข้อมูลของงานที่มอบหมาย
คุณได้รับหน้าที่ให้ดำเนินการวิจัยโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการจัดทำลำดับเวลาของประวัติศาสตร์ซึ่งรวมไปถึงเหตุการณ์ผิดปกติให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ โดยเพื่อการทำเช่นนี้แล้ว ฐานข้อมูลทั้งหมดของสถาบันจึงได้ถูกปลดล็อกให้คุณสามารถเข้าถึงได้ ยกเว้นก็แต่เพียงไฟล์ข้อมูลที่คัดทิ้งเนื่องจากไม่มีความเกี่ยวข้องหรือมีเนื้อหาเป็นอันตรายต่อการรับรู้ ฐานข้อมูลช่อง 001 จะถูกปิดกั้นเอาไว้ดังเดิมเว้นแต่ว่าคุณจะร้องขอคำอนุญาต ผมขอแนะนำให้คุณมีความรู้โดยพื้นฐานมาก่อน เพราะไม่อย่างนั้นก็อาจทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้นอยู่บ้างเล็กน้อย
โปรดทราบว่าข้อมูลบางส่วนที่คุณอาจพบได้นั้นก็จะต้องถูกปิดบังให้เป็นความลับอย่างเด็ดขาด แม้ว่าโครงการจะสิ้นสุดแล้วก็ตาม คุณได้รับเลือกมาด้วยความสามารถ ไม่ใช่ความแตกต่าง
หมายเหตุส่วนตัว: เนื้อหาบางส่วนที่เราปิดเป็นความลับเอาไว้อาจจะดูเหลือเชื่อไปบ้างหรือไม่ก็ดูจะเป็นไปไม่ได้ ก็ขอให้พึงระลึกว่าโลกของเรามันแปลกประหลาดกว่าที่เราคิดกันอยู่เสมอ เพราะงั้นก็อย่าได้ตกใจไป
ขออำนวยพรให้โชคดี
ผ่าน
ในกระดานสนทนา บอร์ดร่าง / ร่างแปล Eng-Thai » SCP-ES-002 ปรสิตทางเสียง

สเปกตรัมเสียงที่บันทึกไว้ในตัวของ D-78816 หลังจากเริ่มระยะที่สองของการติดเชื้อ SCP-ES-002 ไป 61 ชั่วโมง
วัตถุ: SCP-ES-002
ระดับ: Keter
มาตรการจัดเก็บพิเศษ: SCP-ES-002 ทุกตัวจะต้องถูกเก็บไว้ในห้องขนาด 5 เมตร x 5 เมตร x 5 เมตร ซึ่งล้อมรอบด้วยห้องนิรภัยที่ปิดผนึกด้วยสุญญากาศ การเข้าสู่ห้อง SCP-ES-002 ถูกควบคุมโดยประตูห้องปรับความดันอากาศที่บุด้วยตะกั่ว เพื่อให้มั่นใจได้ถึงการป้องกันเสียงรบกวนอย่างสมบูรณ์ ตามด้วยฉนวนกันเสียงแบบพิเศษสองชั้นที่ออกแบบมาสำหรับช่วงความถี่ของ SCP-ES-002
เพื่อรักษา SCP-ES-002 ให้มีความเสถียรจะมีการเล่นเพลงที่คัดสรรมาแล้วอย่างดีเป็นเวลา 20 นาที โดยมีจังหวะไม่เกิน อันดันเต้1 (จำกัดสูงสุดที่ไม่เกิน 108 ครั้งต่อนาที) และระดับเสียงไม่เกิน 60 dB ทุกๆ 6 ชั่วโมง ผ่านระบบอุปกรณ์ต่อพ่วงแบบแยกส่วนเฉพาะ นอกจากนี้ กิจกรรมของระบบจะถูกตรวจสอบโดยระบบระบุตำแหน่งเสียงสะท้อน 2 ระบบ ที่เชื่อมต่อแบบไร้สายกับห้องปฏิบัติการภาพเสียงที่ไซต์ 127 ซึ่งทั้งสองระบบใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ไตรเทียมเบตาโวลต์ที่มีอายุการใช้งานประมาณ 20 ปี ในกรณีที่ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ของห้องเกิดความล้มเหลว ช่างซ่อมบำรุงจะต้องเข้าไปทางช่องอากาศ โดยสวมหมวกกันเสียง และต้องไม่อยู่ในห้องนานเกิน 1 ชั่วโมง
ในกรณีที่เกิดการกักกันรั่วไหลของ SCP-ES-002 จะมีการแจ้งเตือนไปยังทุกพื้นที่ในไซต์ 127 และทีมตอบโต้รวดเร็ว 002-D ("Silence Grants") จะถูกส่งไปดำเนินการตามโปรโตคอล Stille-K8 โปรโตคอลนี้จะเกี่ยวข้องกับการทำลาย SCP-ES-002 ทั้งหมดโดยใช้อาวุธเสียงที่ปรับความถี่ให้ตรงกับความถี่ที่ตรวจพบในแต่ละตัว บุคลากรทุกคนที่ได้รับผลกระทบจาก SCP-ES-002 จะต้องถูกนำตัวไปยังห้องเก็บเสียงป้องกัน 002 เพื่อป้องกันการแพร่กระจาย
ต้องทำการค้นหาอย่างละเอียดถี่ถ้วนในทุกพื้นที่ที่แสดงผลกระทบของ [ข้อมูลปกปิด] กลางแจ้ง (ดูภาคผนวก 002-4) เพื่อกำจัด SCP-ES-002 ทั้งหมด พลเรือนทุกคนที่ได้รับผลกระทบจาก SCP-ES-002 ต้องเข้ารับกระบวนการ Strepitus-Umbra โดยเร็วที่สุด
คำอธิบาย: SCP-ES-002 เป็นสิ่งมีชีวิตที่สังเกตได้ว่าประกอบด้วยคลื่นเสียงล้วนๆ มันมีระดับความรู้สึกตัวปานกลางและได้รับการจัดประเภทเบื้องต้นเป็นประเภท Rivulis tremulae SCP-ES-002 ประกอบด้วยคลื่นที่สั่นด้วยความถี่ระหว่าง 14 ถึง 18 kHz2 เป็นหลัก ซึ่งสามารถตรวจจับได้โดยสิ่งมีชีวิตใดๆ ที่มีหูที่สามารถได้ยินในช่วงความถี่นี้ หรือโดยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การกระทำใดๆ ของ SCP-ES-002 จะก่อให้เกิดเสียงหวีดแหลมสูงคล้ายฟันเลื่อย โดยปกติจะเกิดขึ้นขณะเคลื่อนไหว SCP-ES-002 ดูเหมือนจะดำรงอยู่เป็นคลื่นเสียงเดี่ยวๆ โดยแสดงลักษณะทางกายภาพหลายประการของคลื่นเสียงทั่วไป
SCP-ES-002 สามารถ "กินอาหาร" ได้โดยเมื่อมันสัมผัสกับคลื่นเสียงความถี่ต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลื่นเสียงแบบโพลีโฟนิก (คลื่นเสียงที่มีหลายแนวทำนอง) SCP-ES-002 จะกลืนกินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อสัมผัสกับดนตรีที่มีจังหวะช้าหรือดนตรีบรรเลงบรรยากาศ (หรือที่เรียกว่า แนวแอมเบียนต์) และไม่แนะนำให้มันสัมผัสกับดนตรีเสียงดัง (ดูภาคผนวก 002-2) ในบางครั้งอาจได้ยินเสียง "ขับถ่าย" ของ SCP-ES-002 ซึ่งรับรู้ได้ว่าเป็น "ชิ้นส่วน" ของเสียงที่ไม่เป็นไปตามทำนองโดยสิ้นเชิง เมื่อมันทำการกินอาหาร เสียงจะเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน
ในขณะที่มันเคลื่อนไหว SCP-ES-002 จะปล่อยคลื่นเสียงเป็นชุดๆ ความถี่ระหว่าง 14 ถึง 18 kHz ซึ่งความดังของคลื่นขึ้นอยู่กับปริมาณเสียงที่มัน "กิน" มาก่อนหน้านี้ เครื่องสแกนระบุตำแหน่งด้วยเสียงสะท้อนแสดงให้เห็นว่า SCP-ES-002 สามารถเคลื่อนที่ไปในทิศทางใดก็ได้ในพื้นที่สามมิติ ด้วยความเร็วคงที่เสมอ โดยวัดได้ที่ 1.2 เมตร/วินาที ในตัวกลางอากาศที่เป็นเนื้อเดียวกัน (โดยประกอบด้วย ไนโตรเจน 78.7%, ออกซิเจน 20.2%, และไฮโดรเจน 1.1%) คุณลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของ SCP-ES-002 คือความสามารถในการใช้ประโยชน์จากองค์ประกอบใดๆ ที่ยอมให้คลื่นแพร่กระจายได้ ทำให้มันสามารถทะลุผ่านวัสดุที่เป็นของแข็งด้วยความเร็วสูงขึ้น เคลื่อนย้ายโดยใช้อุปกรณ์ต่อพ่วงอินพุต/เอาต์พุต และแม้กระทั่งใช้อุปกรณ์ขยายเสียงเพื่อเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ เอฟเฟกต์เสียงสะท้อนยังพิสูจน์แล้วว่าจะทำให้ SCP-ES-002 มีประสิทธิภาพสูงในการขยายระยะการเคลื่อนที่ให้มากขึ้น
ภาคผนวก 002-1: SCP-ES-002 แสดงพฤติกรรมที่ผิดปกติอย่างมากเมื่อถูกได้ยินโดยสิ่งมีชีวิตที่มีระบบการได้ยินที่ใช้งานได้และสามารถตรวจจับความถี่ได้ถึง 18 kHz และในมนุษย์ที่มีอายุระหว่าง 0 ถึง 15 ปี จะสามารถระบุตัวตนมันได้ง่ายขึ้น เมื่อได้ยินคลื่นเสียงของมัน SCP-ES-002 จะเคลื่อนที่ไปยังหูของสิ่งมีชีวิต (เรียกว่า "พาหะ") ทันที เพื่อเริ่มต้นขั้นตอนแรกของการแพร่ระบาด กลไกที่ SCP-ES-002 สามารถระบุได้ว่ามีมนุษย์ได้ยินเสียงของมันนั้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ในขั้นต้น SCP-ES-002 จะเริ่มเคลื่อนที่ภายในร่างกายของพาหะ โดยเริ่มจากเนื้อเยื่อหูชั้นใน จากนั้นจะเคลื่อนที่ผ่านอวัยวะและระบบต่างๆ ของร่างกาย โดยไม่หลุดออกจากชั้นใต้ผิวหนังหรือเข้าไปทางช่องเปิดตามธรรมชาติหรือช่องเปิดที่มนุษย์สร้างขึ้น ผู้ที่ได้รับผลกระทบจะรายงานว่าได้ยินเสียงกริ่งแหลมสูงและดังจนหูหนวกในช่วงระยะนี้ของการติดเชื้อ ซึ่งมักจะรบกวนเสียงอื่นๆ ที่ได้ยิน หลังจากนั้นประมาณยี่สิบสี่ (24) ชั่วโมง เสียงนี้จะหยุดลง และ SCP-ES-002 จะเริ่มระยะที่สองของการติดเชื้อ เกณฑ์ในการเลือกพาหะของ SCP-ES-002 นั้นไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดและไม่เกี่ยวข้องกับระยะทางหรือความสามารถในการได้ยินของผู้รับผลกระทบ แม้ว่าโดยปกติแล้วโฮสต์จะแตกต่างกันในแต่ละครั้งที่ได้รับ แต่ก็มีบางกรณีที่ผู้รับผลกระทบหลายคนได้รับผลกระทบจาก SCP-ES-002 ตัวเดียวกันด้วยความน่าจะเป็นปานกลาง ดูภาคผนวก 002-3 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
เมื่อเข้าไปอยู่ภายในร่างกายแล้ว SCP-ES-002 จะยังคงเคลื่อนที่อยู่ภายในร่างกาย แต่ความถี่ของมันจะค่อยๆ ลดลง การลดลงนี้ได้รับการกำหนดโดยการทดลองด้วยความสัมพันธ์เชิงฟังก์ชันแบบลอการิทึมตามอุปกรณ์ทางการแพทย์เฉพาะทาง ต่อไปนี้คืออาการของการติดเชื้อ SCP-ES-002 ในมนุษย์ (ความถี่ในตารางนี้คือความถี่ที่ได้รับจากอุปกรณ์เสียงเฉพาะทาง ความถี่ที่แท้จริงที่ SCP-ES-002 ปล่อยออกมานั้นยังไม่สามารถระบุได้ในขณะนี้):
| ชั่วโมงที่ | ความถี่ที่บันทึกไว้ได้ | อาการที่พบ |
|---|---|---|
| 1-5 | ~7200 เฮิรตซ์ | เสียงหึ่งๆ ที่ได้ยินในช่วงแรกของการติดเชื้อ SCP-ES-002 จะค่อยๆ ลดลงจนหยุดไปในที่สุด ผู้ที่ได้รับผลกระทบจะเริ่มมีอาการมึนงงและเวียนศีรษะเล็กน้อย ในบางครั้งอาจมีอาการเสียสมาธิและชักเกร็งเกิดขึ้นได้ |
| 6-11 | ~2800 เฮิรตซ์ | ความดันโลหิตสูงขึ้นเล็กน้อย ร่วมกับอาการปวดศีรษะเรื้อรัง สูญเสียการทรงตัว และควบคุมแขนขาได้น้อยลง มีรายงานว่ามีอาการอาเจียนในระยะนี้ด้วย |
| 12-18 | ~840 เฮิรตซ์ | อาการอาเจียนอย่างรุนแรงและความดันโลหิตสูงขึ้น ผู้ป่วยไม่สามารถเดินระยะสั้นๆ ได้โดยไม่สะดุดหรือล้ม และยังประสบปัญหาการได้ยินผิดปกติด้วย มีรายงานว่าผู้ป่วย 1 ใน 5 รายมีอาการมองเห็นไม่ชัดในระดับหนึ่ง |
| 19-36 | ~210 เฮิรตซ์ | อาการเกร็งทั่วร่างกาย หายใจลำบาก และมีเลือดออกเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติ ในระยะนี้ จะพบอาการหลากหลาย เช่น เหงื่อออกมาก ตัวสั่น ประสาทหลอน มีเสมหะ กระดูกหัก และในบางกรณีที่พบได้ยาก อาจสูญเสียการควบคุมการขับถ่ายอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้รูปแบบการขับถ่ายผิดปกติไปอย่างสิ้นเชิง |
| 37-108 | ~40 เฮิรตซ์ | มีเลือดออกทั่วร่างกายจากทุกช่องเปิดของร่างกาย มักมีเสมหะปนเลือด ชักเกร็งอย่างรุนแรง และก้าวร้าวมากขึ้น ในผู้ป่วย 86% พบว่ามีภาวะพูดภาษาต่างประเทศโดยไม่รู้ตัว โดยส่วนใหญ่มักเป็นภาษาบันตู และในสองกรณีเป็นภาษาที่มีระบบวรรณยุกต์ นี่คือระยะที่อันตรายที่สุดของการติดเชื้อ SCP-ES-002 |
| 109+ | ~6 เฮิรตซ์ | จากระยะนี้เป็นต้นไป หากไม่สามารถรักษาพาหะตามอาการได้ อาการพูดภาษาต่างประเทศจะหยุดลง และกระบวนการหดตัวของกล้ามเนื้อจะเริ่มต้นขึ้น โดยความถี่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การเสียชีวิตมักเกี่ยวข้องกับการแตกของเส้นเลือดฝอยจำนวนมาก การไหลเวียนของเลือดบกพร่อง และกล้ามเนื้อหัวใจทำงานหนักเกินไป ซึ่งบางครั้งหลอดเลือดอาจจะแตกอย่างรุนแรงภายในสาม (3) ชั่วโมงหลังจากระยะนี้ การชันสูตรศพพบว่าอย่างน้อย 90% ของหลอดเลือดถูกฉีกขาดหรือแตกอันเป็นผลมาจากผลกระทบของ SCP-ES-002 |
ในระหว่างภาวะพูดภาษาต่างประเทศ (ชั่วโมง 37-108) โฮสต์ของ SCP-ES-002 จะพูดอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปจะพูดคำที่ค่อนข้างเข้าใจได้ด้วยการออกเสียงที่เกือบสมบูรณ์แบบ เส้นเสียงของพวกมันดูเหมือนจะขยายและหดตัวอย่างผิดปกติ และพวกมันอาจส่งเสียงแหลมในช่วงความถี่ 14 ถึง 18 kHz ในเวลาสุ่ม เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น SCP-ES-002 ตัวใหม่จะผุดขึ้นมาจากร่างกายของโฮสต์และสามารถแพร่เชื้อไปยังสิ่งมีชีวิตใด ๆ ก็ตามที่สามารถรับรู้พวกมันได้ วิธีการสืบพันธุ์ของ SCP-ES-002 ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด เนื่องจากการวิเคราะห์ยังให้ผลลัพธ์ที่ไม่ชัดเจน
ภาคผนวก 002-2: ระหว่างการหลุดจากการกักกันเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 200█ SCP-ES-002 หลายตัวได้กระจายไปทั่วไซต์ 127 ผ่านทางท่อทองแดง ทำให้เกิดเสียงสะท้อนโลหะที่ได้ยินได้ไกลหลายเมตร เมื่อออกจากไซต์ นักวิจัย T██████ ได้ยินเสียงสะท้อนนั้นในขณะที่เขากำลังฟังเพลงด้วยความเร็ว 210 BPM จากเครื่องเล่นเพลงพกพา SCP-ES-002 ตอบสนองต่อแรงกระตุ้นทางเสียงนี้อย่างผิดปกติ และเมื่อเข้าไปในหูของ T██████ มันได้กระตุ้น [ข้อมูลปกปิด] ซึ่งทำให้เกิดระยะการพูดภาษาต่างประเทศขึ้นทันที
เป็นเวลาสิบ (10) นาทีถัดมา T██████ กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดในภาษาที่คล้ายกับภาษา Xhosa พร้อมกับปล่อยคลื่นความถี่ 15.4 kHz จำนวนสาม (3) ครั้งต่อวินาที หลังจากสี่ (4) นาที เส้นเลือดใหญ่ของเขาหลายเส้นแตกและฉีกขาด ทำให้เลือดออกอย่างรุนแรง และต่อมา [ข้อมูลปกปิด] หลายนาทีหลังจากเสียชีวิต ในบริเวณดังกล่าว พบ SCP-ES-002 จำนวนสามร้อยหกสิบสอง (362) ตัว ก่อนที่ทีมตอบสนองฉุกเฉิน 002-D จะเริ่มใช้โปรโตคอล Stille-K8 ซึ่งสามารถทำให้ SCP-ES-002 สงบลงได้สำเร็จ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหก (6) ราย
ภาคผนวก 002-3: ในการทดลองที่กำหนดไว้สำหรับวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 201█ เพื่อศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพของ SCP-ES-002 ตัวอย่างหนึ่งถูกวางไว้ในห้องเก็บเสียงที่มีระบบระบุตำแหน่งด้วยเสียงสะท้อนในตัว และผู้ทดสอบสามคนถูกแยกออกจากกันด้วยผนังที่แยกเสียง SCP-ES-002 ถูกนำทางผ่านระบบขยายเสียงที่เชื่อมต่อกับระบบโฮมเธียเตอร์ 5.1 แชนแนล คลื่นเสียงที่ปล่อยออกมาจาก SCP-ES-002 มีความดังถึง 104 เดซิเบล ทำให้ผู้ทดสอบสองคนติดเชื้อพร้อมกัน ผู้ทดสอบคนที่สามได้รับผลกระทบหลังจากสิบห้า (15) นาที แม้ว่าจะไม่ตรวจพบคลื่นเสียงระหว่าง 14 ถึง 18 kHz โดยอุปกรณ์ระบุตำแหน่งด้วยเสียงสะท้อนก็ตาม
โปรโตคอล Stille-K8 พิสูจน์แล้วว่าไม่เพียงพอที่จะป้องกันการแพร่กระจายของ SCP-ES-002 ซึ่งในที่สุดก็หลุดออกจากการกักกัน ผู้ทดลองที่ได้รับผลกระทบถูกส่งไปยังห้องเก็บเสียงต่อต้าน 002 เพื่อลดภัยคุกคาม โดยพวกเขาแสดงอาการทางจิตของการเก็บและจำแยกเสียงหลังจากการทดลองเป็นเวลาสี่สิบ (40) นาที มีเพียงผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากกระบวนการนี้ และขณะนี้อยู่ภายใต้การดูแลทางการแพทย์เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้น
ภาคผนวก 002-4: ทีม 002-D ได้ออกตามหาตัวอย่าง SCP-ES-002 ที่ยังคงอยู่ในธรรมชาติอย่างไม่ลดละ คาดว่าน่าจะยังมีเหลืออยู่ประมาณห้าสิบ (50) ตัว โดยมีการทำลายล้างสำเร็จไปแล้วหก (6) ครั้งจนถึงปัจจุบัน การศึกษาชี้ให้เห็นว่าสามารถระบุตำแหน่งของ SCP-ES-002 ในพื้นที่ที่กำหนดได้ เมื่อ SCP-ES-002 เคลื่อนที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3000 เมตร มันสามารถ [ข้อมูลปกปิด] เพื่อเพิ่มความเร็วและความสามารถในการแพร่เชื้อได้อย่างมาก ในขณะบนพื้นดิน ผลกระทบทางเสียงของมันจะถูกรับรู้ว่าเป็นเสียงดังความถี่ต่ำ คล้ายกับเสียงที่เปล่งออกมาจากทรัมเป็ตหรือเครื่องดนตรีเป่าลมที่คล้ายกัน
ในกระดานสนทนา ทั่วไป / พูดคุยเรื่องทั่วไป » ยืนยันตัวเอง ว่าได้สมัครเว็บนี้แล้ว
Dr.John Gregory( Dr. J. Gregory )







