ความคิดเห็นล่าสุด
จากหมวดหมู่:
page 1123...next »

อ่านสนุกดี

แก้แล้วเรียบร้อยจ้า

ไซต์ -> ศูนย์
Cerere ให้ทับศัพท์
หากแก้แล้วผ่านครับ

ไม่ผ่านครับ
ผมคิดว่ามันไม่มีความผิดปกติมากพอจะมาเป็น scp

Re: SCP-520-TH (ใหม่) โดย Guy777Guy777, 14 Oct 2026 14:10

ต้นฉบับ: Expert In A Dying Field


ยุคสมัยแห่งมนตราได้จบสิ้นลงไปเมื่อ 15 ปีก่อน กระนั้นสถาบันและบางองค์กรก็ยังคงอยู่

องค์กรอย่างกลุ่มพันธมิตรสิ่งลี้ลับโลกเลือกที่จะคอยเฝ้าระวังต่อไป เผื่อในโอกาสที่สิ่งผิดปกติจะกลับคืนมา UIU ก็ยังเชื่อว่าบิ๊กฟุต ภูตผี UFO มีอยู่จริงเหมือนเดิม นอกเหนือจากนั้นหลายองค์กรก็ได้ยุบเลิกหายไปแล้ว ส่วนทางสถาบันก็ยังรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตกับองค์กรที่ยังเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง และนั่นเองที่เป็นหน้าที่ของเจย์ เอเวอร์วูดในการคอยติดต่อกับกลุ่มพวกนั้น

ภาระงานตอนนี้ง่ายขึ้นกว่าเก่ามาก ด้วยที่ว่าโลกได้หดเล็กลง แต่เจย์ก็ยังคิดอยากได้รับความท้าทาย คิดถึงการได้รู้จักวิธีแปลก ๆ ที่คนใช้สิ่งผิดปกติ และวัฒนธรรมที่ก่อตัวขึ้นโดยมีพวกมันเป็นศูนย์กลาง คิดถึงสมัยที่มีผู้ช่วยให้ชวนคุยอยู่เต็มห้องแล็บ คิดถึงการที่ผู้แทนสถาบันอย่างตนได้เจรจาต่อรองเรื่องสิ่งผิดปกติกับผู้แทนจาก GoI ต่าง ๆ

เจ้าหน้าที่ตัวแทนมุฮัมมัด จัมชิดีจาก ORIA ได้สอบถามเรื่องความเป็นไปได้ที่สถาบันจะช่วยส่งลูกปัดษิกร์คู่หนึ่งให้กับฝ่ายองค์กรของตัวเอง ด้วยเหตุผลที่ว่ามันได้หมดความผิดปกติไปแล้ว แต่การทำอย่างนั้นคงทำให้อิหม่ามรูฮานีจากฮอริซันอินิทิเอทีฟหัวเสียไม่น้อย เพราะเขาเพิ่งได้ถามคำถามเดียวกันนี้ไปเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่แล้ว ที่เจย์เกิดและเติบโตมาให้เป็นชาวคาทอลิก แม้จะไม่นับถือในพระเจ้า แต่ก็ยังเกิดความเห็นใจต่อทั้งจัมชิดิกับรูฮานิ ทั้งสองต่างก็ยึดติดกับวัตถุจากยุคสมัยที่ได้ล่วงเลยไปแล้ว ไม่ต่างกับสถาบัน

ส่วนเจ้าหน้าที่แม็ก ผู้แทน UIU นั้นต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการพบเห็นผีที่บ้านร้างในแถบพลิมัท เธอมั่นใจเต็มร้อยว่าผีตัวนี้มีอยู่จริง ทว่าทางเจย์รู้ดีกว่านั้น และได้บอกกับเจ้าหน้าที่แม็กไปว่าอาจเป็นแค่เรื่องที่วัยรุ่นแต่งขึ้นมา แล้วส่งเธอกลับไป แม็กชวนให้เจย์นึกถึงเมื่อสมัยที่ตัวเองยังเด็กแล้วเพิ่งได้ก้าวเท้าเข้ามาในโลกเหนือธรรมชาติใบนี้ พลางปวดใจที่แม็กและพวกพ้องไม่อาจได้รู้ความจริงทั้งหมด

แฟโอวินน์ วิลสันรับหน้าที่ตัวแทนของ WWS และติดต่อมาหาเจย์เพียงเพื่อจะรำลึกความหลังเท่านั้น ศูนย์พักพิงได้ถูกเปิดให้สาธารณชนเข้าชม และปัจจุบันกลายเป็นสวนสัตว์ยอดนิยมประจำเมืองเล็ก ๆ อย่างบอริง มีแขกมากหน้าหลายตาจากทั้งพอร์ตแลนด์ (ที่ไม่ใช่ทรีพอร์ตแลนดส์) และนครใหญ่ต่าง ๆ มาเยี่ยมชม สัตว์หลายตัวที่ดำรงชีวิตอยู่รอดได้โดยพึ่งพิงความผิดปกติได้ถูกการุณยฆาตไป แต่ถึงอย่างนั้นก็มีอยู่จำนวนไม่น้อยที่ยังอยู่ดี ส่วนแฟโอวินน์ก็สุขสบายดีกับชีวิตแต่งงานและรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมอยู่หลายคน ทางเจย์ก็เกิดรู้สึกอิจฉาเธอขึ้นมา

ด้านมูลนิธิแมนนาก็ค่อย ๆ กลายเป็นองค์กรการกุศลที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรนักดังเช่นองค์การแพทย์ไร้พรมแดน โดยยังดำเนินงานอยู่ในพื้นที่ไกลปืนเที่ยง และคอยให้ความช่วยเหลือแก่ผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากการหายไปของสิ่งผิดปกติ ตอนนี้หลายคนที่เคยได้รับความช่วยเหลือต่างก็เข้ามาปรึกษาปัญหาความเศร้าเสียใจกับพวกเขา เพราะแมนนานั้นเข้าใจถึงการสูญเสียมนตราที่เป็นประโยชน์ไปเป็นที่สุด ทางเจย์เองก็เคยเข้าร่วมงานให้คำปรึกษาในการจัดการความเศร้าครั้งหนึ่ง จากที่ตนเองเพิ่งจะสูญเสียอิลเซ่ผู้เป็นดังคู่ชีวิตไป

MC&D พยายามดำเนินกิจการต่อ แต่สุดท้ายก็ต้องจำใจส่งมอบวัตถุเคยผิดปกติจำนวนมหาศาลให้กับทางสถาบัน เพราะพวกเขาทำกำไรจากมันไม่ได้อีกแล้ว ในปีต่อมาก็กลายเป็นสโมสรสุภาพบุรุษแสนน่าเบื่อหน่าย โรเบิร์ต คาร์เตอร์และสกิตเตอร์ มาร์แชลล์ต่างผันตัวไปเป็นนายธนาคารเพื่อการลงทุน และหาเงินในโลกปกติด้วยทรัพย์สินที่ได้มาอย่างฉ้อฉล บางครั้งทั้งสองก็จะโทรหาเจย์เพื่อพูดคุยชีวิตในช่วงนี้ และบางคราวก็จะพยายามขอเงินจากสถาบัน ไม่มีใครรู้ความเป็นไปว่าไอริส ดาร์กเป็นอย่างไร กระทั่งโรเบิร์ตกับสกิตเตอร์เองก็เช่นกัน

นาธาน ฟิลล์มอร์ นักบวชมากชื่อเสียงจากลัทธิเมคานยังเอ่ยโอวาทเทศนาต่อไป แต่สาวกก็ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ จนท้ายที่สุดก็ต้องเปิดการติดต่อกับทางสถาบันเพื่อที่จะเอ่ยคำสอนเกี่ยวกับคัมภีร์ของเมคานให้ได้ฟัง โดยเฉพาะกับตัวของเจย์ และแสดงความกังวลว่าวัฒนธรรมของตนเองอาจจะเสื่อมหายไป ฟิลล์มอร์เกษียณหลังจากที่ได้ถ่ายทอดกิตติคุณแห่งบูมาโร กิตติคุณแห่งเฮดวิก และกิตติคุณแห่งทรันนิออนให้เจย์ได้ฟังจนหมดสิ้น แล้วจึงมาอาศัยอยู่ที่ศูนย์-55 เขามักจะพูดกับเจย์เรื่องศาสนาเดิมของตัวเอง ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนคนสนิทกัน ทั้งคู่สานสัมพันธ์ผ่านประสบการณ์กับสิ่งเหนือธรรมชาติ จนกระทั่งฟิลล์มอร์เสียชีวิตลงในท้ายที่สุด

ส่วนฝ่าย SAPPHIRE นั้นก็ยิ้มเยาะสะใจกันยกใหญ่ได้หลายปี แต่สุดท้ายก็แตกแยกกันไปด้วยปัญหาว่า ในเมื่อได้พิสูจน์ไปแล้วว่าพวกตนคิดถูก ทางกลุ่มจะยึดหลักการทางปัญญาของฝรั่งเศสใดกันแน่ เจย์เองก็รู้สึกสนุกไปด้วยจนทำเมินไม่ได้

เวลาล่วงเลย จากวันสู่สัปดาห์ จากสัปดาห์สู่เดือน จากเดือนสู่ปี สุดท้ายก็มีเพียงสถาบันที่ยังเหลือรอด ยิ่งเวลาล่วงเลยไปอีก ตำแหน่งของเจย์ก็หมดความจำเป็น สุดท้ายก็เหลือแต่เพียงเกษียณอายุจากไป และไม่นานนักสถาบัน หรือรูปแบบองค์กรเดิม ก็ต้องพบกับจุดจบไม่ต่างกัน

และในวันข้างหน้าก็จะไม่เหลือใครคอยเล่าเรื่องราวในความเป็นมาเมื่อครั้งก่อนอีก





deadtree.jpg












« ด้วยว่าฉันไม่อาจหยุดหาความตาย | โลกนั้นผันจรเรื่อยไป |

ต้นฉบับ: The World Kept Turning Hub


worldkeptturning.jpg


มนตราจากไปแล้ว

ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรหรือเพราะว่าอะไร แต่ที่สำคัญนั่นก็คือ ความผิดปกตินั้นได้สิ้นสูญลงแล้ว สำหรับบางคง มันได้หายพร้อมเสียงอึกทึกใหญ่โต แต่สำหรับคนหมู่มาก มันได้ดับวูบไปด้วยเพียงเสียงกระซาบแผ่วเบา แล้วทุกคนจะทำอะไรได้นอกเสียจากเก็บเศษซากที่หลงเหลือล่ะ?

สุดท้ายแล้ว โลกก็ยังผันจรเรื่อยไป



จำเป็นต้องอ่านเบื้องต้น

วันเวลาที่เงียบสงบ
โดย DmatixDmatix




เรื่องราวจากโลกหลังสิ้นมนตร์

อย่างที่ว่าเอาไว้ว่าฉันกลัวแค่ไหน
โดย Uncle NicoliniUncle Nicolini

สายฝนพรำผ่าน
โดย Uncle NicoliniUncle Nicolini

เดดดรอว์
โดย PrismalPrismal

รูรั่วทั่วฟ้า
โดย QueeriousQueerious

โดมิโน
โดย WynthsWynths

หน้าที่ที่ต้องทำ
โดย arthcymroarthcymro

ยามมนตราจากไป นกกระจอกใหญ่ก็คอยเฝ้ามอง
โดย xexnoncoresxexnoncores

สูญสิ้น ดร.ไดโน
โดย Dino talesDino tales

ร่วงหล่นไปด้วยกัน
โดย Uncle NicoliniUncle Nicolini และ QueeriousQueerious

ด้วยว่าฉันไม่อาจหยุดหาความตาย
โดย Uncle NicoliniUncle Nicolini

ฉันอยากเชื่อมั่น
โดย JNColossusJNColossus

ผู้เชี่ยวชาญในสาขาจวนมลาน
โดย Uncle NicoliniUncle Nicolini

ขอให้เราได้ร่วมเคียงกัน
โดย WatcherKatrielleWatcherKatrielle

SCP-8062 - ฉันยังเชื่อมั่น
โดย UlyssesBarkUlyssesBark

นิทรารมณ์
โดย MerehrabMerehrab

กงล้อ (กำลังหมุนเวียน)
โดย TealQuacksTealQuacks

SCP-9771 - เพลงสวอน
โดย KaiChainsawsKaiChainsaws

อังคอร์
โดย PlonePlone
(จากเว็บไซต์ภาษาเกาหลี)

SCP-CN-1543 - 可接受的风险
โดย blackinblackblackinblack
(จากเว็บไซต์ภาษาจีนตัวย่อ)

SCP-173-ARC
โดย HarmacyHarmacy




"ถ้าหากว่า…"


อากาศเปลี่ยนแปลง
โดย Uncle NicoliniUncle Nicolini






ขอทักทายและต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ผลงานชุด/เส้นเรื่องเล็กจ้อยที่ฉันตั้งชื่อว่า "โลกยังผันจรเรื่อยไป"

ในเส้นเรื่องนี้ เรามีกฎหลัก ๆ อยู่แค่สองข้อเท่านั้น:

  1. วันเวลาที่เงียบสงบเกิดขึ้นในช่วงปี 2024 และถือเป็นส่วนหนึ่งของเส้นเรื่อง1
  2. โลกยังคงดำเนินต่อไป





Logo.png

โลโก้โดย DirEthanDirEthan

Re: ยืนยันตัวเอง โดย DRKOMDRKOM, 13 Oct 2026 10:46

วัตถุ# SCP-520-TH

ระดับ: Neutralized (เดิมคือ Euclid)

มาตรการกักกันพิเศษ: เนื่องจากสถานะปัจจุบันของวัตถุถูกจัดเป็น Neutralized มาตรการกักกันในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นไปที่การเฝ้าระวังพื้นที่ซากปรักหักพังของไซต์-██ และการเก็บกวาดตัวอย่างทางชีวภาพตกค้าง
(บันทึกมาตรการเดิมก่อนการสูญเสียการกักกัน) SCP-520-TH เคยถูกกักเก็บไว้ภายในห้องกักกันขนาด 9×9×9 เมตร ณ ไซต์-██ โดยต้องควบคุมอุณหภูมิภายในห้องให้อยู่ระหว่าง 1 ถึง -2 องศาเซลเซียสอยู่ตลอดเวลา การเข้าถึงพื้นที่จำกัดเฉพาะบุคลากรที่มีระดับการรักษาความปลอดภัยตั้งแต่ระดับ 4 ขึ้นไปเท่านั้น การฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติและลักลอบเข้าสู่พื้นที่กักกันจะส่งผลให้ถูกปลดจากการปฏิบัติหน้าที่และดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวสิ้นสุดลงหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในปี พ.ศ. 2547 ซึ่งส่งผลให้ไซต์-██ และระบบควบคุมอุณหภูมิเสียหายอย่างถาวร ส่งผลให้โครงสร้างทางชีวภาพของวัตถุเสื่อมสลายและแห้งตายไปในที่สุด

รายละเอียด: SCP-520-TH เป็นเชื้อไวรัสที่มีความเกี่ยวข้องทางสายพันธุ์กับ ████ ทว่ามีอัตราการแพร่ระบาดและความรุนแรงต่ำกว่า โดยมีสถิติการแพร่กระจายทั่วโลกประมาณ 9.27% ก่อนที่จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการกักกัน เชื้อจะเข้าโจมตีเนื้อเยื่อปอดและระบบประสาทส่วนกลางโดยตรง แต่มีระยะฟักตัวและแสดงอาการช้ากว่าเชื้อตระกูลเดียวกัน
จากการสืบสวนภาคสนามในปี พ.ศ. 2539 สถาบันพบว่าต้นกำเนิดของการแพร่ระบาดครั้งแรกมีความเกี่ยวข้องกับตัวอย่างแร่ไม่ทราบชนิดภายในถ้ำแห่งหนึ่ง ต่อมาในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2547 เหตุการณ์คลื่นสึนามิได้สร้างความเสียหายแก่โครงสร้างของไซต์-██ จนระบบปรับอากาศขัดข้องทำให้อุณหภูมิภายในห้องกักกันพุ่งสูงถึง 39 องศาเซลเซียส ซึ่งสภาพแวดล้อมดังกล่าวทำให้ตัวเชื้อไม่สามารถดำรงอยู่ได้และสลายตัวไปในที่สุด

บันทึกเพิ่มเติมจาก ดร.สุทธิวรรณ:
การแพร่ระบาดของเชื้อนี้ถูกตรวจพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2537 และได้รับการยืนยันระดับความรุนแรงในปี พ.ศ. 2539 ผลการสังเกตการณ์ผู้ติดเชื้อระบุว่า อาการเริ่มต้นของผู้ที่ได้รับเชื้อจากการสัมผัสหรือการหายใจคือ มีไข้สูง ไออย่างรุนแรง และมีอาการอาเจียนเป็นเลือดในระยะท้ายก่อนเสียชีวิต

SCP-520-TH (ใหม่) โดย DRKOMDRKOM, 11 Oct 2026 07:28

[[module Rate]]

ทางสถาบันไม่มีอุดมการณ์อื่นใดนอกเหนือการกักกัน แต่ในทางกลับกัน โลกส่วนที่เหลือนั้น…

Parallel%20image%20SCP.jpg

เรื่องเล่า

  • เหตุการณ์วู้ดเวล — "ทุ่งกัมมันตรังสีที่พวกเขากลัวกันนักหนาจะกลายเป็นทุ่งลาเวนเดอร์ไปเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่สหรัฐจะกระทำ"
  • มาตรอชกา — "ชายคนหนึ่ง ยิ้มปริด้วยความชั่วช้า เอื้อมมือเพื่อจะพรากชีวิตไปจากเธอ แต่ละชีวิตของเธอกำลับมุ่งมายังเป้าหมายเดียวกัน แต่ความตายก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาแสวงหา"
  • คลีออน — "ถ้านั่นคือศิลปะ งั้นผมก็คงเป็นคนเถื่อน!"
  • ใต้ร่มเงากำแพงสูง — "ยี่สิบ-สามสิบรู้ว่าเราไม่อาจข้ามกำแพงตามมันไปได้ เราต้องพยายามจับมันในตอนที่ทำได้"

วัตถุ SCP

  • SCP-2350 — เป็นตัวกระตุ้นทางมีมที่แพร่ผ่านเสียง ซึ่งจะปรากฏเป็นแนวคิดของฝูงยุง
  • SCP-2498 — "ฟังผมให้ดี อย่างดีที่สุด ผมก็ต้องตายสองรอบ"
  • SCP-2664 — "เมื่อเราเริ่มมีความมั่นใจในระเบียบวิธีของเราแล้ว เราก็เริ่มมองหาเด็ก เพราะฝึกและกล่อมได้ง่าย"
  • SCP-6672 — "มากับฉันสู่ดวงดารานอกเหนือเข็มทิศ และช่วยฉันเปลี่ยนสิ่งต่างๆ มาเป็นหนึ่งเดียวกับเรา และละทิ้งมนุษยชาติไป"
  • SCP-7242 — เรือดำน้ำชั้นโนเวมเบอร์ซึ่งมีชื่อเสียงว่า "ต้องสาป"
  • SCP-7542 — เป็นทหารแต่งเติมระยะทดสอบที่ออกแบบโดยบริษัทวัลราฟน์ ซึ่งถูกว่าจ้างโดยสหรัฐเพื่อใช้งานในการรุกตรุษญวน
  • SCP-7741 — สัตว์กึ่งบกกึ่งน้ำขนาดใหญ่ที่ถูกเก็บไว้ภายในโดมอาร์ยูนิตโดยสหรัฐ เนื่องจากแนวโน้มในการสูญเสียทรัพยากรและบุคลากรเป็นจำนวนมาก ความพยายามในการวิจัยและกักกันโดยตรงจึงถูกหยุดไว้ ณ วันที่ 16 สิงหาคม ค.ศ. 1964
  • SCP-8512 — "พวกเขานำเอเจนต์ที่มีความสามารถและภักดีมากที่สุดมาอยู่ในสภาพที่ทุกข์ทรมานจนถึงที่สุด การฝังพฤติกรรมกายสิทธิ์ ผ่าตัดเสริมศักยภาพ ปลูกฝังโฆษณาชวนเชื่อและทรมานทางจิตหลายสิบชั่วโมง เห็นหรือเปล่า พวกเขาไม่อยากเสี่ยงให้วิญญาณเหล่านี้อยู่ไม่สุข หรือ 'หมดกิจ' ได้"
  • SCP-9660 — ภายในห้องขังนี้ อมิตาใช้เวลายี่สิบสามชั่วโมงไปกับการปิดแผลการแปรพักตร์ของผู้ดูแลสองไปยังแพนตาแกรม ซึ่งเป็นการระดมยิงครั้งล่าสุดในสงครามเย็นสุดขั้วระหว่างอเมริกาและสถาบัน
  • SCP-ES-357 — ทำไมกรมเหนือปรกติของคิวบาเก็บความลับจากสถาบันได้ดีขนาดนี้
  • SCP-CN-3252 — ในช่วงสุดท้ายของชีวิตเหงวียน เซียว เวินได้โอบกอดแผ่นดินแม่ไว้อย่างเคียงชิด

เอกสารกลุ่มที่เกี่ยวข้อง

  • เอกสาร No.HKC454/1 — "ด้วยการเพิ่มขึ้นของนักเดินเรือชาวเวียดนาม สถานการณ์มั้งสามด้านบนจึงได้ส่งผลโดยตรงต่อกรมราชทัณฑ์ฮ่องกง จึงจำเป็นต้องมีการรับมือความมั่นคงสาธารณะและหลักการม่านบังในทันที"

จักรวาล

อารัมภบทสู่เส้นเรื่อง

สวัสดี! ขอต้อนรับสู่สงครามเย็นสุดขั้ว ภูมิทัศน์แห่งความรุนแรงและกลอุบายอันแสนโกลาหล ภายหน้าอุดมการณ์ที่กำลังเข้าปะทะกัน และประกายสุดท้ายของจินตนิยม ทอดผ่านเวลาสี่สิบปีและพื้นที่เจ็ดทวีป สถาบันดิ้นรนเพื่อไม่ให้สิ่งผิดปรกตินำพามนุษยชาติไปสู่ความวิบัติจากความคลั่งไคล้อุดมคติ

ก่อนคุณจะโดดเข้ามาร่วม ก็ให้อ่านสิ่งที่ถูกเขียนไว้ก่อนเพื่อทำความเข้าใจกับจักรวาลนี้ และหาทางให้ชิ้นงานเข้ากันได้กับส่วนที่เหลือ มีพื้นที่เหลือมากมาย สงครามเย็นนั้นดำเนินอยู่สี่สิบปีและเกี่ยวพันกับแทบทุกประเทศในระดับที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลถึงการกล่าวถึงตัวละครหรือเหตุการณ์ที่มีอยู่แล้วเพื่อความสอดคล้องกันมากนัก

เรื่องราวของเส้นเรื่องนี้ครอบคลุมตลอดช่วง ค.ศ. 1945 จนถึง ค.ศ. 1989 และส่วนใหญ่ก็จะยืดหยุ่นได้ตามดุลยพินิจของคุณ แต่เราก็ขอให้เขียนเหตุการณ์ในเส้นเวลาไว้ด้วยดินสอ เพราะจำไว้ว่านักเขียนคนอื่นก็อาจต้องการใช้ประเทศหรือบุคคลนั้นๆในเรื่องราวของตนเอง

ในยุคสมัยที่มีการจารกรรมมากมาย รัฐบาลที่เกี่ยวข้องก็ได้พัฒนาวัฒนธรรมที่ลึกล้ำของการรักษาความลับและปิดบังความจริง แขนขวาจะไม่ได้ทราบว่าแขนซ้ายทำอะไรอยู่เสมอไป ดังนั้นการซ้ำซ้อนกันของบทบาทระหว่าง สมมติ สาขาแอฟริกาและสาขาเอเชียของสถาบัน หรืออื่นใดจึงไม่ใช้สิ่งที่ควรกังวล ถึงอย่างนั้น สงครามเย็นสุดขั้วก็เป็นโลกที่เชื่อมถึงกัน การเชื่อมเรื่องจึงเป็นสิ่งสมควร!

เส้นเรื่องของเรามีศักยภาพสำหรับการเติบโตและปรากฏซ้ำมหาศาล — SCP ที่ถูกจับไปโดยฝั่งรัสเชียใน ค.ศ. 1962 อาจจะถูกปล่อยกลับมาเป็นอาวุธทรงพลังใน ค.ศ. 1986 ในระหว่างที่เขียนก็ขอให้คำนึงที่รากฐานที่คุณกำลังสร้างให้ตนเองและผู้อื่น เส้นเรื่องนี้เกี่ยวกับการผ่อนปรนในหลักการ ช่องว่างระหว่างการเมืองและความเป็นจริง และพลังอำนาจของเทคโนโลยีในการกลืนกินจุดประสงค์ของผู้ถือครอง อเมริกาจะทำเช่นไรกับทรัพยากรของสถาบัน หากเดิมพันคือการหยุดยั้งลัทธิคอมมิวนิสต์ในเอเชีย สถาบันจะตัดสินใจอย่างไรว่าอะไรควรรักษาไว้ และอะไรควรปล่อยผ่านไปในมือของมหาอำนาจ สิ่งเหล่านี้จะวินาศกันไปได้แค่ไหน

ขอให้คุณมีโชคชัยภายในสงครามเย็นสุดขั้ว!


การเขียนให้สงครามเย็นสุดขั้ว

ฉากหลัง

เถ้าธุลีของเบอร์ลินได้เริ่มเย็นลงเมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรเริ่มปลีกออกจากกัน หลังการผลักไสสตาลินด้วยถ้อยคำข่มขู่ในการประชุมพ็อทซ์ดัม ประธานาธิบดีทรูแมนผู้ด้อยประสบการณ์ก็ทำได้เพียงมองดูการต่อสู้ที่เริ่มปรากฏขึ้นในทุกระดับและมิติภพ ซึ่งแพร่กระจายไปตั้งแต่เทือกเขาของอัฟกานิสถานจนถึงป่าดิบของเปรู ความทะเยอทะยานในอดีต ความเคียดแค้นที่เก็บรักษาไว้ อีกทั้งการลองเชิงกันของลัทธิทุนนิยมและคอมมิวนิสต์ ก็ได้ปะทุขึ้นภายใต้ผืนดินของแอฟริกา เอเชีย และบอลข่าน ผู้คนนับล้านอยู่ท่ามกลางรัศมีลูกหลงของอุดมการณ์ที่กำลังเข้าปะทะกัน หรือก็กำลังชักนำขั้วอำนาจในสงครามให้ได้แด่ประโยชน์ส่วนตน

สงครามโลกครั้งที่สองได้ลากโลกที่ลังเลใจผ่านจุดที่ไม่อาจหวนกลับ วิทยาศาสตร์นาซีอาจจะเป็นหัวหอกในการเปลี่ยนสิ่งเหนือธรรมชาติมาเป็นอาวุธ แต่ตัวอย่างจากพวกเขาก็ได้ถูกลอกเลียนโดยหลายฝั่งด้วยเช่นกัน ผู้นำของสหรัฐและโซเวียตได้รับรู้ถึงบทบาทสำคัญของสิ่งที่สถาบันเรียกว่าสิ่งผิดปรกติ และสิ่งที่โลกรู้จักกันว่าเป็นวิทยาศาสตร์เหนือปรกติ แม้ไหเก็บผีจะเพียงแค่ร้าว แต่หนทางในการหวนกลับก็ได้มลายหายไปแล้ว

เพื่อที่จะรอให้วิกฤติได้ผ่านพ้นไป และเลี่ยงการปล้นจี้สถาบันเพื่ออาวุธอันยิ่งใหญ่ชิ้นถัดไป ทางสถาบันจึงได้ย้ายทรัพย์สินที่ละเอียดอ่อนและรุนแรงที่สุดไปยังประเทศที่ไม่แสวงฝักฝ่ายใด เช่น อียิปต์ อินเดีย และอินโดนีเซีย แต่สิ่งที่หลงเหลือก็มากพอจะนำพามหาอำนาจไปสู่เส้นทางมรณะได้

ผู้เล่น

สถาบัน

มาตรการม่านอำพรางยังไม่ล้มเหลว แต่ "วิทยาศาสตร์เหนือปรกติ" ก็ได้กลายมาเป็นสิ่งแพร่หลาย บุคคลทั่วไปเชื่อว่านวัตกรรมเหล่านี้เป็นเพียงแค่วิทยาศาสตร์ที่เหนือชั้นเป็นพิเศษ ซึ่งมีรายละเอียดมากมายที่ถูกปกปิดไว้ ตัวสถาบันยังไม่เป็นที่ทราบแก่ใครอื่นนอกจากผู้นำระดับสูงสุดของเหล่ามหาอำนาจ แต่มันก็ยังทำงานร่วมกับรัฐบาลหลายแห่งผ่านบริษัทเปลือกและเจ้าหน้าที่แทรกซึม ด้วยเหตุนี้ ภารกิจของสถาบันจึงยังคงไม่แปรเปลี่ยน แต่ความต้องการจะปล่อยใช้สิ่งผิดปรกติของรัสเซียและอเมริกาก็ได้มอบความเร่งเร้าแก่สถาบันพอควร พวกเขาจะต้องรักษา กักกัน และปกป้องวัตถุจากโลกของตน และโลกของตนจากวัตถุนั้นๆ

แม้จะถูกริดรอนทรัพยากรฟุ่มเฟือยไปมากมาย สถาบันก็ยังรักษาไว้ซึ่งเครือข่ายของเอเจนต์และนักวิทยาศาสตร์ที่ไม่เป็นรองฝ่ายใด พวกเขามุ่งเป้าไปในการหลอกล่อกลุ่มอิทธิพลทั้งเล็กและใหญ่ของสงครามเย็นให้ตีกันเองผ่านกำลังและกลลวงเมื่อจำเป็น และอะไรก็ตามที่จะป้องกันไม่ให้วัตถุ SCP ที่รั่วไหลทวีคูณสถานการณ์วันใกล้สิ้นโลกไปให้มากกว่านี้

ฝั่งตะวันออก

ความหวาดระแวงของสตาลินได้ทำให้เขาหวาดกลัวผู้อยู่ภายนอก และความคลั่งไคล้ในอำนาจของเขาก็ได้เกลี้ยกล่อมให้เขาสร้างจักรวรรดิแห่งรัฐหุ่นเชิดรอบล้อมรัสเซียไว้ ด้วยความเคียดแค้นที่มีให้แก่ศัตรูไม่ซ้ำหน้า ค.ศ. 1945 จนถึง ค.ศ. 1953 เขาจึงค่อยๆกระเถิบชายแดนของสหภาพโซเวียตผ่านกลุ่มตัวแทนต่างๆนานา

หลังสตาลิน ก็มีครุชชอฟ และเหล่าผู้นำพรรควัยชราที่สืบต่อมาจากเขา ทั้งหมดล้วนมองวิทยาศาสตร์เหนือปรกติเป็นหนทางในการเอาชนะศัตรูคู่ฉกาจในฝั่งตะวันออก และรักษาแผลลึกจากสงครามกลางเมืองและสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งก็ไม่เคยได้หายสนิทมาตั้งแต่แรก

สหภาพโซเวียตกำลังวิ่งไล่จับอยู่กับศัตรูที่ร่ำรวยและอาวุธหนักกว่าอย่างไม่มีวันจบสิ้น แต่ฝั่งตะวันตกเองก็ไม่เคยทราบถึงความเปราะบางใดๆในฉากหน้าโซเวียต บางทีทรัพย์สมบัติที่สถาบันทิ้งไว้ หากอยู่ในมือของอุตสาหกรรมคอมมิวนิสต์ ก็อาจจะพลิกกระดานและเปลี่ยนโฆษณาชวนเชื่อให้เป็นความจริงได้ การจัดการดูแลความพยายามทางด้านวิทยาศาสตร์เหนือปรกติส่วนใหญ่จะเป็นเอเจนต์ผู้ไร้ปรานีของ GRU แผนก "P"

รัฐคอมมิวนิสต์อื่นๆ เช่น จีนและเวียดนามได้มองเหล่า SCP เป็นข้อต่อรองและไพ่ตายสำหรับโครงการต่างๆ ความช่วยเหลือจากวิทยาศาสตร์เหนือปรกติจะส่งผลต่อการรุกตรุษญวนอย่างไร มอสโกและปักกิ่งจะแยกทางกันหรือไม่ หากมีทรัพยากรเหนือปรกติที่จะสามารถ "โน้มน้าว" ผู้นำโซเวียตให้ยอมรับมุมมองของจีนได้

ฝั่งตะวันตก

เอกสารฉบับหนึ่ง รายงานโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติที่เผยแพร่ใน ค.ศ. 1949 จะชี้นำกลยุทธ์สงครามเย็นของพันธมิตรสหรัฐ-ยุโรปต่อไปอีกยี่สิบปี NSC-68 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าฝั่งโซเวียตกำลังพยายามยึดครองโลก จะไม่หยุดพยายามยึดครองโลก และจะไม่แบ่งปันอิสระในรูปแบบใดๆแก่โลก วิทยาศาสตร์เหนือปรกติสำหรับนักรบสงครามเย็นยุคบุกเบิก ก็คือระเบิดไฮโดรเจนลูกถัดไป อีกหนทางในการนำหน้าพวกภัยแดงไปอีกก้าว

เริ่มจัดตั้งใน ค.ศ. 1930 นักวิทยาศาสตร์เหนือปรกติของอเมริกาและตัวตนผิดปรกติ ("ผู้มีความสามารถ") ภายใต้การดูแลของพวกเขาก็ได้ถูกเกณฑ์ไปยังกองร้อยอิสระพิเศษที่ 388 หน่วยรบขนาดไม่แน่ชัดที่แบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยๆ ซึ่งจะถูกส่งไปเพื่อทำปฏิบัติการทั่วโลกตามภารกิจลับต่างๆ เปิดประเดิมด้วยการทำเข้าใจสถาบันอันลึกลับและคลังวัสดุวิทยาศาสตร์เหนือปรกติของมัน

ในยุโรป เหล่าชาติจักรวรรดิก็กำแผ่นดินในการครอบครองไว้อย่างหนาแน่น บางทีสิ่งผิดปรกตินั้นอาจจะกุมกุญแจสำหรับการรักษาไว้ซึ่งจักรวรรดิที่กำลังเหี่ยวเฉาของอังกฤษ ฝรั่งเศษ และเบลเยียม ผู้นำชาติที่จนมุมซึ่งไม่ยอมปล่อยวางเกียรติยศในอดีตอาจจะแผลงฤทธิ์ได้มากกว่าที่ตนคาดไว้…

ผู้ไร้ฝักฝ่าย

ประกอบด้วยประเทศจำนวนหนึ่ง แต่หลักๆก็คืออียิปต์และอินเดีย ขบวนการไร้ฝักฝ่ายมองไปยังสงครามเย็นที่กำลังคุกรุ่นและไม่ต้องการมีส่วนร่วมใดๆกับมัน ผู้นำมากเสน่ห์เช่น ชวาหะร์ลาล เนห์รู และญะมาล อับดุนนาศิรระดมผู้ติดตามผ่านแนวคิดทางที่สาม ซึ่งเป็นอิสระจากเหล่ามหาอำนาจบ้าสงคราม

การจะพัฒนาประเทศโดยไม่หันไปหาสหรัฐอเมริกาหรือสหภาพโซเวียตเป็นเรื่องยาก แต่เมื่อองค์กรอย่าง ซูพีเรีย คอนสตรัคชั่น แพลนนิ่ง และ ซันนิ คอตตอน โปรดักชั่น เสนอเข้ามาอุดหนุนแลกกับพื้นที่กว้างใหญ่ในเขตทุรกันดาร ก็ไม่มีใครมีอารมณ์จะมาถามคำถามมากมายนัก

กลุ่มที่เกี่ยวข้อง

นักเดินทางของเราบางคนก็ได้รับผลจากสงครามเย็นมากกว่าคนอื่นๆ ทางหอสมุดไม่ได้ใส่ใจกับผลลัพธ์ของการทดลองลัทธิคอมมิวนิสต์เป็นพิเศษ ในขณะที่พวกเราเจ๋งอ๊ะยังได้พบเรเนซองส์ใหม่ในดินแดนแทรกชื่อเบอร์ลินตะวันตก นอกจากนี้ ผลตามหลังก็ยังต้องใช้เวลาแพร่กระจาย ศาสนจักรแห่งเทพผู้แตกหักในแคนนาดาอาจจะไม่ได้รับผลใดๆเลยจากการที่แขนงในไนจีเรียถูกทำลายลง มันขึ้นอยู่กับคุณในการจะทราบได้ว่ากลุ่มไหนจะรอดพ้นไปได้สู่ยุคถัดไป

ต้นฉบับ: SCP-9113 - It Is Untouchable What God Created


วัตถุ #: SCP-9113

ระดับ: Safe

มาตรการกักกันพิเศษ: ตัวอย่าง SCP-9113 ทุกชิ้นซึ่งถูกทำขึ้นโดยศิลปินที่หายสาบสูญจะต้องถูกทำรายการและจัดเก็บเอาไว้ในโฟลเดอร์เก็บถาวรที่ศูนย์-83 ตามความเหมาะสม เนื่องจากลักษณะของ SCP-9113 ไม่ได้ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อปกติภาวะอย่างชัดเจน จึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีการกักกันเพิ่มเติม

รายละเอียด: SCP-9113 คือ ปรากฏการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อผลงานทัศนศิลป์เมื่อผู้สร้างสรรค์ชิ้นงานรับรู้ว่างานนั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งจะส่งผลให้ประสบแก่ความล้มเหลวในการพยายามแก้ไขชิ้นงานอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะยังคงสามารถเติมหรือลบองค์ประกอบได้ แต่จะไม่สามารถแสดงองค์ประกอบที่ขัดแย้งกับเจตนาดั้งเดิมออกมาในเชิงศิลป์ได้

เมื่อ SCP-9113 ได้เคยปรากฏขึ้นกับผลงานชิ้นหนึ่งของผู้สร้างสรรค์คนใดแล้ว ผลงานสร้างสรรค์ที่ถูกสร้างขึ้นภายหลังจากนั้นก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยจะแสดงออกมาในลักษณะของความรู้สึกว่า ผลงานนั้น ๆ ขาดแง่มุมบางอย่างไปหรือผลงานมีข้อผิดพลาดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ตลอดกระบวนการสร้างสรรค์ โดยรูปแบบผลกระทบนี้ทำให้ผู้ได้รับผลกระทบประสบกับภาวะความทุกข์ทางอารมณ์อย่างต่อเนื่อง

[[include component:image-block
|name=https://scp-wiki.wdfiles.com/local--files/scp-9113/Jan_Cossiers_-_Portrait_drawing_of_a_young_man.jpg
|caption="ภาพเหมือนตนเองของชายหนุ่ม" ค.ศ. 1995 ไม่สามารถแก้ไขบริเวณใบหน้าของบุคคลในภาพได้ ผู้สร้าง: โคลเอ เบอร์นาร์ด
|width=50%
|align=right]]

การตอบสนองต่อ SCP-9113 จะแตกต่างกันออกไปตามแต่ลักษณะเฉพาะตัวของผู้สร้างสรรค์ พบว่าศิลปินในจำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของกรณีที่บันทึกเอาไว้ได้ละทิ้งอาชีพของตนเอง และไม่นานหลังจากนั้นก็หายตัวไป ในกรณีที่เหลือ ผลลัพธ์ที่พบได้บ่อยที่สุด คือ การพยายามปรับตัวเข้ากับผลกระทบของ SCP-9113 โดยมักจะนำความเครียดที่เกิดขึ้นจากผลกระทบดังกล่าวมาใช้ในผลงานของตน เพื่อเป็นกลไกการรับมือทางอารมณ์ที่จะหล่อหลอมให้เกิดรูปแบบงานศิลป์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

แม้จะพบว่าวิธีการตอบสนองข้างต้นสามารถช่วยยืดอายุการทำกิจกรรมด้านศิลปะของแต่ละบุคคลได้ แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก SCP-9113 ก็มักที่จะเปรียบเทียบตนเองกับศิลปินที่ไม่ได้รับผลกระทบ และแสดงความรู้สึกด้อยค่าตนเองอย่างต่อเนื่อง มีรายงานบ่งชี้ว่า SCP-9113 จะหายไปเมื่อผู้สร้างสรรค์ยอมรับผลงานศิลปะของตนตามความเป็นจริง แต่กรณีเหล่านี้ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจน และเมื่อมีการเสนอทางวิธีการนี้ต่อศิลปินก็มักถูกตอบกลับอย่างสิ้นหวัง




18.jpg
SCP-018-IT

วัตถุ: SCP-018-IT

ระดับ: Euclid

มาตรการจัดเก็บพิเศษ: SCP-018-IT จะถูกเก็บไว้ในกรงนกหมายเลข 3 ของศูนย์ เซเรเร่(Cerere) เนื่องจากแรงกระตุ้นที่เกิดจาก SCP-018-IT ทำให้ไม่สามารถใช้กล้องวิดีโอหรือเซ็นเซอร์ในการตรวจสอบได้ ด้วยเหตุนี้ บุคลากรจึงต้องตรวจสอบกรงนกอย่างน้อยวันละสี่ครั้ง

SCP-018-IT สามารถสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าได้ ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้นำอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดเข้ามาในระยะ 15 เมตรจากกรงนกหมายเลข 3

คำอธิบาย: SCP-018-IT คือนกฮูกยุ้งฉางตะวันตก(Tyto alba)1 ที่มีลักษณะพิเศษคือสามารถสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความเข้มแปรผันได้จากอวัยวะที่อยู่ระหว่างสมองและกระดูกหน้าผากของกะโหลกศีรษะ2 ปัจจุบันยังไม่ทราบกลไกการทำงานของอวัยวะนี้มากนัก เชื่อกันว่ามันทำหน้าที่เหมือนตัวเก็บประจุ โดยสะสมพลังงานบนแผ่นขนานสองแผ่นที่ไม่สัมผัสกันภายใต้สภาวะปกติ ในสภาวะปกติสนามแม่เหล็กที่เกิดจาก SCP-018-IT จะรบกวนเครื่องใช้ไฟฟ้าชั่วคราวภายในรัศมี 7 เมตร และมีความเข้มประมาณ 0.015 เทสลา

เมื่อถูกรบกวน SCP-018-IT จะสามารถสร้างคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูง (มากกว่า 2500 เทสลา) โดยใช้แผ่นอวัยวะบนใบหน้าเป็นเสาอากาศเพื่อส่งคลื่นไปยังทิศทางที่กำหนด อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในระยะ 20 เมตรจะใช้งานไม่ได้อย่างถาวร ในขณะที่สิ่งมีชีวิตจะได้รับความเสียหายต่อหัวใจและระบบประสาท ผลกระทบของคลื่นจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาดของเป้าหมายและระยะห่างจาก SCP-018-IT สำหรับมนุษย์และสัตว์ที่มีน้ำหนักมากกว่าหนึ่งกิโลกรัม ผลกระทบจะรวมถึงอาการปวดหัว กล้ามเนื้อกระตุก และในระยะห่างน้อยกว่าหนึ่งเมตร อาจทำให้หมดสติ เห็นภาพหลอน และหัวใจเต้นผิดจังหวะ ในสัตว์ขนาดเล็ก (น้อยกว่าประมาณหนึ่งกิโลกรัม) การปล่อยคลื่นในระยะใกล้สามารถทำให้เซลล์ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจเสียหาย หัวใจหยุดเต้นโดยสมบูรณ์ และเกิดภาวะช็อกทางสมองพร้อมความเสียหายถาวรต่อการทำงานของระบบประสาทสั่งการและระบบประสาทรับความรู้สึก

บันทึกการค้นพบ SCP-018-IT: SCP-018-IT ถูกค้นพบเมื่อเจ้าหน้าที่ถูกส่งไปตรวจสอบปัญหาไฟฟ้าที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในเมือง █████ และพื้นที่โดยรอบ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าไฟถนนจะดับลงเมื่อมีนกขนาดใหญ่บินผ่าน และจะกลับมาติดอีกครั้งทันทีที่นกบินจากไป การสังเกตการณ์ในภายหลังเผยให้เห็นว่า SCP-018-IT ใช้ไฟถนนเพื่อค้นหาเหยื่อจากระยะไกล และใช้คลื่นพัลส์ของมันในการปิดไฟและเข้าใกล้เหยื่อโดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น พฤติกรรมนี้ถูกจำลองขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันตัวระหว่างปฏิบัติการจับกุม

ข้อเสนอของกัปตัน ███████: ผมเชื่อว่า SCP-018-IT อาจเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับสถาบันฯ หากได้รับการฝึกฝนอย่างเหมาะสม เราสามารถใช้มันเพื่อปิดระบบเตือนภัยหรือกล้องวงจรปิดก่อนปฏิบัติการแทรกซึม หรือเพื่อสกัดกั้นยานพาหนะที่กำลังหลบหนี และเพื่อทำให้ภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นหมดสติจากระยะที่ปลอดภัย ดังนั้น ผมจึงขอให้ฝึกฝน SCP-018-IT เพื่อใช้ในภารกิจ

คำตอบจาก ดร. พาสสินี ผู้อำนวยการไซต์ Cerere:ไม่อนุญาตให้ดำเนินการ พวกเราไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ SCP-018-IT ที่มากพอที่จะเสี่ยงต่อการสูญเสียมันระหว่างภารกิจ อย่างไรก็ตาม โครงการเพาะพันธุ์ SCP-018-IT จะเริ่มขึ้นในเร็วๆ นี้ หากรุ่นลูกหลานแสดงความผิดปกติเช่นเดียวกับรุ่นพ่อแม่ ข้อเสนอนี้จะได้รับการพิจารณาใหม่

ต้นฉบับ: SCP-4010 - Attempt to look at what we accomplished


ขอต้อนรับสู่ SCiPNET โปรดป้อนข้อมูลการเข้าสู่ระบบของท่าน


18/3/2023
ชื่อผู้ใช้ madysailer
รหัสผ่าน * * * * *

สวัสดี มาเดลีน เซลเลอร์ ขอให้เป็นวันที่ดี

ข้อมูลส่วนตัว: นักวิจัยมาเดลีน เซลเลอร์ ประจำศูนย์-91
ระดับการรักษาความปลอดภัย: ระดับ 3
สถานะ: ออนไลน์ (ขณะนี้)



แจ้งเตือน

คุณมีข้อความใหม่

จาก: [บัญชี O5 ที่ได้รับการรับรอง]

ถึง: นักวิจัยมาเดลีน เซลเลอร์

อรุณสวัสดิ์นักวิจัยเซลเลอร์

ผมมีเรื่องจะเสนอให้ คุณได้รับเลือกให้เป็นบุคคลเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับหน้าที่ในโครงการโครนอส อันเป็นโครงการเพื่อสร้างไทม์ไลน์ (ลำดับเวลา) ที่สมบูรณ์ คุณสามารถเลือกที่จะปฏิเสธไม่รับได้ แต่หากตกลงรับแล้ว คุณจะต้องยินยอมที่จะปิดบังให้โครงการเป็นความลับอย่างสมบูรณ์ และจะต้องแยกตนเองออกจากระบบการสื่อสารภายในสถาบันอย่างสิ้นเชิงเพื่อเป็นการป้องกันล่วงหน้า เว้นก็แต่กับเพียงบัญชีนี้และผู้อำนวยการศูนย์-91 โดยคาดว่าโครงการนี้จะใช้เวลาจัดทำอยู่หนึ่งปี จะมีการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมให้ทราบหลังจากตกลงรับปฏิบัติหน้าที่

โปรดติดต่อกลับมาโดยเร็วที่สุด

ตอบกลับ

จาก: นักวิจัยมาเดลีน เซลเลอร์

ถึง: [บัญชี O5 ที่ได้รับการยืนยัน]

ขอให้ท่านระบุด้วยค่ะ ที่ว่าเร่งด่วนนี่มากเท่าไหนคะ?





แจ้งเตือน

คุณมีข้อความใหม่

จาก: [บัญชี O5 ที่ได้รับการยืนยัน]

ถึง: นักวิจัยมาเดลีน เซลเลอร์

มาก

ตอบกลับ

จาก: นักวิจัยมาเดลีน เซลเลอร์

ถึง: [บัญชี O5 ที่ได้รับการยืนยัน]

หรือคะ งั้นฉันตกลงค่ะ




ข้อมูลของงานที่มอบหมาย

คุณได้รับหน้าที่ให้ดำเนินการวิจัยโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการจัดทำลำดับเวลาของประวัติศาสตร์ซึ่งรวมไปถึงเหตุการณ์ผิดปกติให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ โดยเพื่อการทำเช่นนี้แล้ว ฐานข้อมูลทั้งหมดของสถาบันจึงได้ถูกปลดล็อกให้คุณสามารถเข้าถึงได้ ยกเว้นก็แต่เพียงไฟล์ข้อมูลที่คัดทิ้งเนื่องจากไม่มีความเกี่ยวข้องหรือมีเนื้อหาเป็นอันตรายต่อการรับรู้ ฐานข้อมูลช่อง 001 จะถูกปิดกั้นเอาไว้ดังเดิมเว้นแต่ว่าคุณจะร้องขอคำอนุญาต ผมขอแนะนำให้คุณมีความรู้โดยพื้นฐานมาก่อน เพราะไม่อย่างนั้นก็อาจทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้นอยู่บ้างเล็กน้อย

โปรดทราบว่าข้อมูลบางส่วนที่คุณอาจพบได้นั้นก็จะต้องถูกปิดบังให้เป็นความลับอย่างเด็ดขาด แม้ว่าโครงการจะสิ้นสุดแล้วก็ตาม คุณได้รับเลือกมาด้วยความสามารถ ไม่ใช่ความแตกต่าง

หมายเหตุส่วนตัว: เนื้อหาบางส่วนที่เราปิดเป็นความลับเอาไว้อาจจะดูเหลือเชื่อไปบ้างหรือไม่ก็ดูจะเป็นไปไม่ได้ ก็ขอให้พึงระลึกว่าโลกของเรามันแปลกประหลาดกว่าที่เราคิดกันอยู่เสมอ เพราะงั้นก็อย่าได้ตกใจไป

ขออำนวยพรให้โชคดี









002.fw.png

สเปกตรัมเสียงที่บันทึกไว้ในตัวของ D-78816 หลังจากเริ่มระยะที่สองของการติดเชื้อ SCP-ES-002 ไป 61 ชั่วโมง


วัตถุ: SCP-ES-002

ระดับ: Keter

มาตรการจัดเก็บพิเศษ: SCP-ES-002 ทุกตัวจะต้องถูกเก็บไว้ในห้องขนาด 5 เมตร x 5 เมตร x 5 เมตร ซึ่งล้อมรอบด้วยห้องนิรภัยที่ปิดผนึกด้วยสุญญากาศ การเข้าสู่ห้อง SCP-ES-002 ถูกควบคุมโดยประตูห้องปรับความดันอากาศที่บุด้วยตะกั่ว เพื่อให้มั่นใจได้ถึงการป้องกันเสียงรบกวนอย่างสมบูรณ์ ตามด้วยฉนวนกันเสียงแบบพิเศษสองชั้นที่ออกแบบมาสำหรับช่วงความถี่ของ SCP-ES-002

เพื่อรักษา SCP-ES-002 ให้มีความเสถียรจะมีการเล่นเพลงที่คัดสรรมาแล้วอย่างดีเป็นเวลา 20 นาที โดยมีจังหวะไม่เกิน อันดันเต้1 (จำกัดสูงสุดที่ไม่เกิน 108 ครั้งต่อนาที) และระดับเสียงไม่เกิน 60 dB ทุกๆ 6 ชั่วโมง ผ่านระบบอุปกรณ์ต่อพ่วงแบบแยกส่วนเฉพาะ นอกจากนี้ กิจกรรมของระบบจะถูกตรวจสอบโดยระบบระบุตำแหน่งเสียงสะท้อน 2 ระบบ ที่เชื่อมต่อแบบไร้สายกับห้องปฏิบัติการภาพเสียงที่ไซต์ 127 ซึ่งทั้งสองระบบใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ไตรเทียมเบตาโวลต์ที่มีอายุการใช้งานประมาณ 20 ปี ในกรณีที่ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ของห้องเกิดความล้มเหลว ช่างซ่อมบำรุงจะต้องเข้าไปทางช่องอากาศ โดยสวมหมวกกันเสียง และต้องไม่อยู่ในห้องนานเกิน 1 ชั่วโมง

ในกรณีที่เกิดการกักกันรั่วไหลของ SCP-ES-002 จะมีการแจ้งเตือนไปยังทุกพื้นที่ในไซต์ 127 และทีมตอบโต้รวดเร็ว 002-D ("Silence Grants") จะถูกส่งไปดำเนินการตามโปรโตคอล Stille-K8 โปรโตคอลนี้จะเกี่ยวข้องกับการทำลาย SCP-ES-002 ทั้งหมดโดยใช้อาวุธเสียงที่ปรับความถี่ให้ตรงกับความถี่ที่ตรวจพบในแต่ละตัว บุคลากรทุกคนที่ได้รับผลกระทบจาก SCP-ES-002 จะต้องถูกนำตัวไปยังห้องเก็บเสียงป้องกัน 002 เพื่อป้องกันการแพร่กระจาย

ต้องทำการค้นหาอย่างละเอียดถี่ถ้วนในทุกพื้นที่ที่แสดงผลกระทบของ [ข้อมูลปกปิด] กลางแจ้ง (ดูภาคผนวก 002-4) เพื่อกำจัด SCP-ES-002 ทั้งหมด พลเรือนทุกคนที่ได้รับผลกระทบจาก SCP-ES-002 ต้องเข้ารับกระบวนการ Strepitus-Umbra โดยเร็วที่สุด

คำอธิบาย: SCP-ES-002 เป็นสิ่งมีชีวิตที่สังเกตได้ว่าประกอบด้วยคลื่นเสียงล้วนๆ มันมีระดับความรู้สึกตัวปานกลางและได้รับการจัดประเภทเบื้องต้นเป็นประเภท Rivulis tremulae SCP-ES-002 ประกอบด้วยคลื่นที่สั่นด้วยความถี่ระหว่าง 14 ถึง 18 kHz2 เป็นหลัก ซึ่งสามารถตรวจจับได้โดยสิ่งมีชีวิตใดๆ ที่มีหูที่สามารถได้ยินในช่วงความถี่นี้ หรือโดยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การกระทำใดๆ ของ SCP-ES-002 จะก่อให้เกิดเสียงหวีดแหลมสูงคล้ายฟันเลื่อย โดยปกติจะเกิดขึ้นขณะเคลื่อนไหว SCP-ES-002 ดูเหมือนจะดำรงอยู่เป็นคลื่นเสียงเดี่ยวๆ โดยแสดงลักษณะทางกายภาพหลายประการของคลื่นเสียงทั่วไป

SCP-ES-002 สามารถ "กินอาหาร" ได้โดยเมื่อมันสัมผัสกับคลื่นเสียงความถี่ต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลื่นเสียงแบบโพลีโฟนิก (คลื่นเสียงที่มีหลายแนวทำนอง) SCP-ES-002 จะกลืนกินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อสัมผัสกับดนตรีที่มีจังหวะช้าหรือดนตรีบรรเลงบรรยากาศ (หรือที่เรียกว่า แนวแอมเบียนต์) และไม่แนะนำให้มันสัมผัสกับดนตรีเสียงดัง (ดูภาคผนวก 002-2) ในบางครั้งอาจได้ยินเสียง "ขับถ่าย" ของ SCP-ES-002 ซึ่งรับรู้ได้ว่าเป็น "ชิ้นส่วน" ของเสียงที่ไม่เป็นไปตามทำนองโดยสิ้นเชิง เมื่อมันทำการกินอาหาร เสียงจะเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน

ในขณะที่มันเคลื่อนไหว SCP-ES-002 จะปล่อยคลื่นเสียงเป็นชุดๆ ความถี่ระหว่าง 14 ถึง 18 kHz ซึ่งความดังของคลื่นขึ้นอยู่กับปริมาณเสียงที่มัน "กิน" มาก่อนหน้านี้ เครื่องสแกนระบุตำแหน่งด้วยเสียงสะท้อนแสดงให้เห็นว่า SCP-ES-002 สามารถเคลื่อนที่ไปในทิศทางใดก็ได้ในพื้นที่สามมิติ ด้วยความเร็วคงที่เสมอ โดยวัดได้ที่ 1.2 เมตร/วินาที ในตัวกลางอากาศที่เป็นเนื้อเดียวกัน (โดยประกอบด้วย ไนโตรเจน 78.7%, ออกซิเจน 20.2%, และไฮโดรเจน 1.1%) คุณลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของ SCP-ES-002 คือความสามารถในการใช้ประโยชน์จากองค์ประกอบใดๆ ที่ยอมให้คลื่นแพร่กระจายได้ ทำให้มันสามารถทะลุผ่านวัสดุที่เป็นของแข็งด้วยความเร็วสูงขึ้น เคลื่อนย้ายโดยใช้อุปกรณ์ต่อพ่วงอินพุต/เอาต์พุต และแม้กระทั่งใช้อุปกรณ์ขยายเสียงเพื่อเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ เอฟเฟกต์เสียงสะท้อนยังพิสูจน์แล้วว่าจะทำให้ SCP-ES-002 มีประสิทธิภาพสูงในการขยายระยะการเคลื่อนที่ให้มากขึ้น

ภาคผนวก 002-1: SCP-ES-002 แสดงพฤติกรรมที่ผิดปกติอย่างมากเมื่อถูกได้ยินโดยสิ่งมีชีวิตที่มีระบบการได้ยินที่ใช้งานได้และสามารถตรวจจับความถี่ได้ถึง 18 kHz และในมนุษย์ที่มีอายุระหว่าง 0 ถึง 15 ปี จะสามารถระบุตัวตนมันได้ง่ายขึ้น เมื่อได้ยินคลื่นเสียงของมัน SCP-ES-002 จะเคลื่อนที่ไปยังหูของสิ่งมีชีวิต (เรียกว่า "พาหะ") ทันที เพื่อเริ่มต้นขั้นตอนแรกของการแพร่ระบาด กลไกที่ SCP-ES-002 สามารถระบุได้ว่ามีมนุษย์ได้ยินเสียงของมันนั้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ในขั้นต้น SCP-ES-002 จะเริ่มเคลื่อนที่ภายในร่างกายของพาหะ โดยเริ่มจากเนื้อเยื่อหูชั้นใน จากนั้นจะเคลื่อนที่ผ่านอวัยวะและระบบต่างๆ ของร่างกาย โดยไม่หลุดออกจากชั้นใต้ผิวหนังหรือเข้าไปทางช่องเปิดตามธรรมชาติหรือช่องเปิดที่มนุษย์สร้างขึ้น ผู้ที่ได้รับผลกระทบจะรายงานว่าได้ยินเสียงกริ่งแหลมสูงและดังจนหูหนวกในช่วงระยะนี้ของการติดเชื้อ ซึ่งมักจะรบกวนเสียงอื่นๆ ที่ได้ยิน หลังจากนั้นประมาณยี่สิบสี่ (24) ชั่วโมง เสียงนี้จะหยุดลง และ SCP-ES-002 จะเริ่มระยะที่สองของการติดเชื้อ เกณฑ์ในการเลือกพาหะของ SCP-ES-002 นั้นไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดและไม่เกี่ยวข้องกับระยะทางหรือความสามารถในการได้ยินของผู้รับผลกระทบ แม้ว่าโดยปกติแล้วโฮสต์จะแตกต่างกันในแต่ละครั้งที่ได้รับ แต่ก็มีบางกรณีที่ผู้รับผลกระทบหลายคนได้รับผลกระทบจาก SCP-ES-002 ตัวเดียวกันด้วยความน่าจะเป็นปานกลาง ดูภาคผนวก 002-3 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

เมื่อเข้าไปอยู่ภายในร่างกายแล้ว SCP-ES-002 จะยังคงเคลื่อนที่อยู่ภายในร่างกาย แต่ความถี่ของมันจะค่อยๆ ลดลง การลดลงนี้ได้รับการกำหนดโดยการทดลองด้วยความสัมพันธ์เชิงฟังก์ชันแบบลอการิทึมตามอุปกรณ์ทางการแพทย์เฉพาะทาง ต่อไปนี้คืออาการของการติดเชื้อ SCP-ES-002 ในมนุษย์ (ความถี่ในตารางนี้คือความถี่ที่ได้รับจากอุปกรณ์เสียงเฉพาะทาง ความถี่ที่แท้จริงที่ SCP-ES-002 ปล่อยออกมานั้นยังไม่สามารถระบุได้ในขณะนี้):

ชั่วโมงที่ ความถี่ที่บันทึกไว้ได้ อาการที่พบ
1-5 ~7200 เฮิรตซ์ เสียงหึ่งๆ ที่ได้ยินในช่วงแรกของการติดเชื้อ SCP-ES-002 จะค่อยๆ ลดลงจนหยุดไปในที่สุด ผู้ที่ได้รับผลกระทบจะเริ่มมีอาการมึนงงและเวียนศีรษะเล็กน้อย ในบางครั้งอาจมีอาการเสียสมาธิและชักเกร็งเกิดขึ้นได้
6-11 ~2800 เฮิรตซ์ ความดันโลหิตสูงขึ้นเล็กน้อย ร่วมกับอาการปวดศีรษะเรื้อรัง สูญเสียการทรงตัว และควบคุมแขนขาได้น้อยลง มีรายงานว่ามีอาการอาเจียนในระยะนี้ด้วย
12-18 ~840 เฮิรตซ์ อาการอาเจียนอย่างรุนแรงและความดันโลหิตสูงขึ้น ผู้ป่วยไม่สามารถเดินระยะสั้นๆ ได้โดยไม่สะดุดหรือล้ม และยังประสบปัญหาการได้ยินผิดปกติด้วย มีรายงานว่าผู้ป่วย 1 ใน 5 รายมีอาการมองเห็นไม่ชัดในระดับหนึ่ง
19-36 ~210 เฮิรตซ์ อาการเกร็งทั่วร่างกาย หายใจลำบาก และมีเลือดออกเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติ ในระยะนี้ จะพบอาการหลากหลาย เช่น เหงื่อออกมาก ตัวสั่น ประสาทหลอน มีเสมหะ กระดูกหัก และในบางกรณีที่พบได้ยาก อาจสูญเสียการควบคุมการขับถ่ายอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้รูปแบบการขับถ่ายผิดปกติไปอย่างสิ้นเชิง
37-108 ~40 เฮิรตซ์ มีเลือดออกทั่วร่างกายจากทุกช่องเปิดของร่างกาย มักมีเสมหะปนเลือด ชักเกร็งอย่างรุนแรง และก้าวร้าวมากขึ้น ในผู้ป่วย 86% พบว่ามีภาวะพูดภาษาต่างประเทศโดยไม่รู้ตัว โดยส่วนใหญ่มักเป็นภาษาบันตู และในสองกรณีเป็นภาษาที่มีระบบวรรณยุกต์ นี่คือระยะที่อันตรายที่สุดของการติดเชื้อ SCP-ES-002
109+ ~6 เฮิรตซ์ จากระยะนี้เป็นต้นไป หากไม่สามารถรักษาพาหะตามอาการได้ อาการพูดภาษาต่างประเทศจะหยุดลง และกระบวนการหดตัวของกล้ามเนื้อจะเริ่มต้นขึ้น โดยความถี่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การเสียชีวิตมักเกี่ยวข้องกับการแตกของเส้นเลือดฝอยจำนวนมาก การไหลเวียนของเลือดบกพร่อง และกล้ามเนื้อหัวใจทำงานหนักเกินไป ซึ่งบางครั้งหลอดเลือดอาจจะแตกอย่างรุนแรงภายในสาม (3) ชั่วโมงหลังจากระยะนี้ การชันสูตรศพพบว่าอย่างน้อย 90% ของหลอดเลือดถูกฉีกขาดหรือแตกอันเป็นผลมาจากผลกระทบของ SCP-ES-002

ในระหว่างภาวะพูดภาษาต่างประเทศ (ชั่วโมง 37-108) โฮสต์ของ SCP-ES-002 จะพูดอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปจะพูดคำที่ค่อนข้างเข้าใจได้ด้วยการออกเสียงที่เกือบสมบูรณ์แบบ เส้นเสียงของพวกมันดูเหมือนจะขยายและหดตัวอย่างผิดปกติ และพวกมันอาจส่งเสียงแหลมในช่วงความถี่ 14 ถึง 18 kHz ในเวลาสุ่ม เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น SCP-ES-002 ตัวใหม่จะผุดขึ้นมาจากร่างกายของโฮสต์และสามารถแพร่เชื้อไปยังสิ่งมีชีวิตใด ๆ ก็ตามที่สามารถรับรู้พวกมันได้ วิธีการสืบพันธุ์ของ SCP-ES-002 ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด เนื่องจากการวิเคราะห์ยังให้ผลลัพธ์ที่ไม่ชัดเจน

ภาคผนวก 002-2: ระหว่างการหลุดจากการกักกันเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 200█ SCP-ES-002 หลายตัวได้กระจายไปทั่วไซต์ 127 ผ่านทางท่อทองแดง ทำให้เกิดเสียงสะท้อนโลหะที่ได้ยินได้ไกลหลายเมตร เมื่อออกจากไซต์ นักวิจัย T██████ ได้ยินเสียงสะท้อนนั้นในขณะที่เขากำลังฟังเพลงด้วยความเร็ว 210 BPM จากเครื่องเล่นเพลงพกพา SCP-ES-002 ตอบสนองต่อแรงกระตุ้นทางเสียงนี้อย่างผิดปกติ และเมื่อเข้าไปในหูของ T██████ มันได้กระตุ้น [ข้อมูลปกปิด] ซึ่งทำให้เกิดระยะการพูดภาษาต่างประเทศขึ้นทันที

เป็นเวลาสิบ (10) นาทีถัดมา T██████ กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดในภาษาที่คล้ายกับภาษา Xhosa พร้อมกับปล่อยคลื่นความถี่ 15.4 kHz จำนวนสาม (3) ครั้งต่อวินาที หลังจากสี่ (4) นาที เส้นเลือดใหญ่ของเขาหลายเส้นแตกและฉีกขาด ทำให้เลือดออกอย่างรุนแรง และต่อมา [ข้อมูลปกปิด] หลายนาทีหลังจากเสียชีวิต ในบริเวณดังกล่าว พบ SCP-ES-002 จำนวนสามร้อยหกสิบสอง (362) ตัว ก่อนที่ทีมตอบสนองฉุกเฉิน 002-D จะเริ่มใช้โปรโตคอล Stille-K8 ซึ่งสามารถทำให้ SCP-ES-002 สงบลงได้สำเร็จ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหก (6) ราย

ภาคผนวก 002-3: ในการทดลองที่กำหนดไว้สำหรับวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 201█ เพื่อศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพของ SCP-ES-002 ตัวอย่างหนึ่งถูกวางไว้ในห้องเก็บเสียงที่มีระบบระบุตำแหน่งด้วยเสียงสะท้อนในตัว และผู้ทดสอบสามคนถูกแยกออกจากกันด้วยผนังที่แยกเสียง SCP-ES-002 ถูกนำทางผ่านระบบขยายเสียงที่เชื่อมต่อกับระบบโฮมเธียเตอร์ 5.1 แชนแนล คลื่นเสียงที่ปล่อยออกมาจาก SCP-ES-002 มีความดังถึง 104 เดซิเบล ทำให้ผู้ทดสอบสองคนติดเชื้อพร้อมกัน ผู้ทดสอบคนที่สามได้รับผลกระทบหลังจากสิบห้า (15) นาที แม้ว่าจะไม่ตรวจพบคลื่นเสียงระหว่าง 14 ถึง 18 kHz โดยอุปกรณ์ระบุตำแหน่งด้วยเสียงสะท้อนก็ตาม

โปรโตคอล Stille-K8 พิสูจน์แล้วว่าไม่เพียงพอที่จะป้องกันการแพร่กระจายของ SCP-ES-002 ซึ่งในที่สุดก็หลุดออกจากการกักกัน ผู้ทดลองที่ได้รับผลกระทบถูกส่งไปยังห้องเก็บเสียงต่อต้าน 002 เพื่อลดภัยคุกคาม โดยพวกเขาแสดงอาการทางจิตของการเก็บและจำแยกเสียงหลังจากการทดลองเป็นเวลาสี่สิบ (40) นาที มีเพียงผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากกระบวนการนี้ และขณะนี้อยู่ภายใต้การดูแลทางการแพทย์เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้น

ภาคผนวก 002-4: ทีม 002-D ได้ออกตามหาตัวอย่าง SCP-ES-002 ที่ยังคงอยู่ในธรรมชาติอย่างไม่ลดละ คาดว่าน่าจะยังมีเหลืออยู่ประมาณห้าสิบ (50) ตัว โดยมีการทำลายล้างสำเร็จไปแล้วหก (6) ครั้งจนถึงปัจจุบัน การศึกษาชี้ให้เห็นว่าสามารถระบุตำแหน่งของ SCP-ES-002 ในพื้นที่ที่กำหนดได้ เมื่อ SCP-ES-002 เคลื่อนที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3000 เมตร มันสามารถ [ข้อมูลปกปิด] เพื่อเพิ่มความเร็วและความสามารถในการแพร่เชื้อได้อย่างมาก ในขณะบนพื้นดิน ผลกระทบทางเสียงของมันจะถูกรับรู้ว่าเป็นเสียงดังความถี่ต่ำ คล้ายกับเสียงที่เปล่งออกมาจากทรัมเป็ตหรือเครื่องดนตรีเป่าลมที่คล้ายกัน

page 1123...next »
เว้นแต่จะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น หน้าเพจนี้ได้รับอนุญาตภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License