คืนที่ฟ้าสว่าง
rating: +9+x

การเดินทางไปยังบริเวณเขตต้องห้ามของไซต์ ถูกยกเลิกไปกลางคัน ทำให้ผมกับดร.ลูซีน ต้องบินกลับมาอย่างกระทันหันในเที่ยวบินเที่ยวสุดท้ายของวันอาทิตย์ที่กำลังจะหมดไปนี้ เราไม่สามารถบอกใครได้เลยเกี่ยวกับภารกิจที่เราได้รับมอบหมาย แต่นั้นก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าทำไมบุคลากระดับสูงทางไซต์ถึงได้ยกเลิกการปฏิบัติไปอย่างไร้เหตุผล แต่ดูเหมือนสิ่งที่ผมบ่นมาข้างต้นนี้คงจะเป็นแค่การเกริ่นนำเท่านั้น

เมื่อกล่าวถึงดร.ลูซีน เธอเป็นหนึ่งในทีมเฉพาะกิจที่ผมได้รับมอบหมายมาในครั้งนี้ ผมมักมีข้อเสนอให้เพื่อนร่วมทีมทุกครั้งที่ปฏิบัติภารกิจใดก็ตาม ผมมักจะเสนอให้เราอยู่กันอย่างเพื่อนดีกว่า จะได้ไม่ต้องมีการแบ่งอำนาจ จะได้ไม่มีใครใหญ่ไปกว่าใคร แบบนั้นงานจะสำเร็จลุล่วงได้ดีมากกว่า (แต่บางครั้งก็ต้องทำตามคำสั่งของคนที่เป็นหัวหน้าบ้างล่ะนะ) ดร.ลูซีน ก็เป็นหนึ่งในผู้ร่วมงานที่เห็นดีเห็นชอบด้วยกับข้อเสนอของผม แม้จะเป็นการร่วมงานด้วยกันครั้งแรกแต่เธอก็เป็นผู้หญิงที่นิสัยดีในมุมมองของผมเธอมักสร้างสีสันและเสียงหัวเราะให้กับทีมเสมอ ทรงผมหน้าม้าสีบรอนด์ที่ยาวเกือบถึงบ่าของเธอบวกกับรอยยิ้มที่จริงใจก็ดูมีเสน่ห์ คุณอาจจะคิดว่าผมชอบเธออย่างนั้นใช่มั้ย? ผมกล้าตอบได้อย่างเต็มปากเลยว่าก็อาจจะใช่ ผมมักชวนเธอคุยถึงสิ่งต่างๆแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน มันอาจจะเป็นการหาความสุขเล็กๆน้อยๆให้กับตัวเองได้บ้างในยามที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน

เราเดินทางกลับมาถึงยังหน่วยงานหลักของเรา แต่เวลานี้ก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่าแล้ว มีเพียงเวรยามที่เดินตรวจตราไปทั่วๆสถาบัน เหล่าสิ่งผิดธรรมชาติถูกผนึกอยู่ในห้องกักกันที่มันควรจะอยู่ ผมกับดร.ลูซีน เราแยกย้ายกันตรงทางแยกทางไปห้องทำงานส่วนตัวของผมกับห้องของเธอ เราแยกกันไปทำเรื่องส่วนตัวต่างๆในเวลาที่เงียบสงบนี้

การนอนหลับเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายเลยเมื่อแอร์ในห้องทำงานของคุณเสีย ผมจึงเดินออกจากห้องไปยังดาดฟ้าของตึกเพื่อไปยืนรับลมเย็นๆให้สบายใจก่อนเข้านอน ผมเดินไปตามทางเดินในสถาบันก้าวขึ้นบันไดไปกับความเงียบถึงแม้ตามทางจะมีไฟสว่างอยู่บ้างแต่มันกลับให้ความรู้สึกที่มืดมิดเหลือเกินเมื่อมองไปยังห้องกักกันของเหล่าสิ่งเหนือธรรมชาติที่ผมเดินผ่าน ผมเคยคิดว่าเหล่า SCPs พวกนั้นก็คงมีจิตนึกคิดขึ้นมาบ้างล่ะว่าเพราะอะไรกันพวกมันถึงต้องมาถูกพันธนาการเอาไว้อย่างนี้ เพียงเพราะกำเนิดขึ้นมานอกกฏของธรรมชาติแค่นั้นหรอ? ไม่ว่าจะกลางคืนหรือกลางวันของเหล่า SCPs มันก็ช่างมืดมิดเสียจริง ผมเดินคิดเรื่อยเปื่อยมาจนถึงประตูดาดฟ้า ประตูถูกแง้มเปิดไว้แสดงให้เห็นว่าคงมีคนลืมปิดหรือไม่ก็ต้องมีคนอยู่ข้างบนแน่ๆ

ผมเปิดประตูเดินขึ้นไปก็พบกับหญิงสาวเจ้าของผมสีบรอนด์ที่เริ่มจะคุ้นเคย

"ไง นอนไม่หลับเหรอ" ผมกล่าวทักเจ้าของเรือนร่างที่นั่งกอดอกหันหลังให้ผม

"ใช่ คุณก็ด้วยเหรอ" เธอตอบผมพร้อมกับหันหน้าที่ดูเหมือนจะอมยิ้มนิดๆมาหาผม

"ขอนั่งด้วยคนได้มั้ย?" ผมถามพร้อมกับเดินไปนั่งข้างๆเธอโดยไม่รอคำตอบ

"คุณชอบดูดาวมั้ย?" เธอหันหน้ามาถามผมพร้อมด้วยสายตาที่คาดคั้นนิดๆแต่ก็แฝงไปด้วยความใจดี

"ก็บ่อยครั้งนะ เวลาเศร้าใจน่ะ" ผมตอบ

เธอไม่พูดอะไร เรานั่งมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับมากมาย เหมือนใจของเราต่างก็ล่องลอยไปบนฟากฟ้าแสนไกลก่อนที่เธอจะพูดขึ้นมาว่า "โชคดีจังเนอะ"

"โชคดีเหรอ?" ผมย้ำคำพูดเธอ

"ใช่แล้วล่ะ โชคดี…บางคนไม่มีดวงตาที่จะเฝ้ามองดวงดาวที่สวยงาม บางคนมีดวงตาแต่ไม่มีโอกาสได้สัมผัสสายลมจากธรรมชาติ บางคนมีทุกสิ่งแต่ไม่มีเวลาได้สัมผัส และบางสิ่ง.."

"ทำไมเหรอ?" ผมถามเธอต่อทันที

"และบางสิ่งก็ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้ออกจากพันธนาการที่มืดมน" เธอตอบ

ผมนึกถึงสิ่งที่เคยคิดขึ้นมาทันที เธอจะหมายถึงสิ่งเหนือธรรมชาติในห้องกักกันพวกนั้นหรือเปล่านะ ผมสงสัยแต่ไม่ได้ถามเธอต่อเหมือนมั่นใจว่าสิ่งที่ผมคิดคงจะถูกต้อง ผมเพียงแต่พูดออกไปว่า

"โชคดีจังเลยเนอะพวกเราน่ะ ที่มีโอกาสได้สัมผัสสิ่งเหล่านั้น" ผมพูดเสร็จก็หันไปยิ้มให้เธอ

เธอหันมายิ้มและหัวเราะเบาๆ บทสนทนาเริ่มเงียบลงอีกครั้ง เราละสายตาจากกันและกันเงยหน้าขึ้นมองดวงดาวบนฟากฟ้าอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นมาลอยๆว่า

"ดีจังเลยนะ คืนที่ดาวเต็มฟ้าแบบนี้น่ะ"

ผมไม่ตอบอะไรได้แต่ยิ้มและก็ผุดคิดขึ้นมาว่าจะมีอีกมั้ยนะ โอกาสที่จะได้ปล่อยใจให้ล่องลอยไปบนท้องฟ้าอย่างสบายใจ ในคืนที่ฟ้าสว่างแบบนี้น่ะ

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License