ฝันกลางวันของดร.เฟมัส
rating: +9+x

จดบันทึกเรื่องราวของ SCP-001 โดยดร.เฟมัส เมื่อ 23/07/2013

วันนี้เป็นวันที่ 100 แล้วที่ผมเข้ามาทำงานที่นี่ ไม่สิ ผมว่าเป็นวันที่ 251 แล้วมั้ง เมื่อถึงวันนี้ผมกลับมานั่งคิดว่า ผมมาทำงานที่นี่เพราะอะไร คำถามนี้ผุดขึ้นมาในมโนสำนึกของผมว่าทำไมในเวลา 7 เดือนเศษที่ผมมาทำงานที่นี่ ใช้เวลาที่หมดไปกับอะไรบ้าง คำตอบก็คือ การนั่งจิบโกโก้ในออฟฟิศ สำรวจ และดูงานที่ศูนย์ และเเน่นอนตัวทดลองแต่ละตัวก็มีความดื้อรั้นของมัน ซึ่งมันไม่ง่ายเลยที่งานวันนั้นจะจบลงไปด้วยความราบรื่น บางครั้งผมเริ่มเบื่อกับการทำงานที่นี่ ผมรู้สึกสำนึกผิด ความคิดของผมเกี่ยวกับการทำงานที่นี่คือ การเฝ้ามองคนๆหนึ่งที่เจอกันเช้าค่ำได้เข้าไปในห้องๆหนึ่งแล้วไม่ออกมาอีกเลย มันช่างน่าเศร้าจนผมต้องหัวเราะด้วยน้ำตาด้วยความเวทนาเมื่อผมได้เดินผ่านโรงอาหารนั้นสิ่งทั่ผมเห็นคือสภาพอาหารไม่ได้ต่างอะไรจากอาหารของเด็กทารกที่ผมเคยกินตอนเด็กๆ และแน่นอนว่ามันไม่อร่อยเลยแต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาเหล่านั้นก็ตั้งหน้าตั้งตากินไปราวกับว่าอาหารนั้นถูกปรุงขึ้นโดยเชฟโรงแรม 5 ดาวผมมองคนเหล่านั้นด้วยความเวทนา ผมโยนแก้วโกโก้ที่จิบอยู่นั้นออกไปนอกหน้าต่าง และตอนนั้นผมเริ่มทนไม่ไหวเลยตัดสินใจกระโดดลงจากหน้าต่างตามแก้วนั้นไปตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรนอกจากการหนีให้พ้นจากนรกบนดินก็คือที่นี่ตอนนี้ผมตกจากตึก 3 ชั้นและผมวิ่งไปยังทางออกทันทีในสภาพขาเจ็บผมพยายามใช้เท้า 2 ข้างของผมก้าวไปข้างหน้า

ผมวิ่งเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงซึ่งมันยังไม่ถึงทางออกสักทีก่อนที่จะเกิดแสงสว่างปะทะเข้าที่ใบหน้าของผมจังหวะนั้นผมคิดว่าผมได้ออกมาจากนรกสักทีแต่ผิดถนัดเมือตาผมปรับสภาพเสร็จแล้ว ภาพที่เห็นคือสถาบันซึ่งผมวิ่งออกมาเมื่อสักครู่ ผมเริ่มเบลอๆกับตัวเองในระหว่างที่ผมตกอยู่ในห้วงภวังคก็มีบางสิ่งบางอย่างซึ่งผิวของมันดำคล้ายโดนไฟลนซึ่งผมคุ้นเคยดีนั่นคือ SCP-106!! มันมุ่งหน้ามาทางผม

ผมหลับตาปี๋หลังจากที่รู้ว่าวาระสุดท้ายของผมกำลังจะมาถึง แต่ฉับพลันก็มีสัมผัสบางอย่างที่ร้อนระอุที่บริเวณไหล่ของผมผมลืมตาขึ้นมาด้วยความสงสัย ชายคนนั้นยิ้มให้ผมอย่างเป็นมิตรแล้วพูดว่าไอ้หนู เอ็งนี่หน้าคุ้นๆนะมากับฉันหน่อยสิ ระหว่างที่ผมกำลังงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นฉับพลันผมก็เข้าไปอยู่ในมิติกระเป๋าแล้วเห็นภาพบางอย่างตอนนั้นภาพที่ผมได้เห็นคือ SCPs ทุกตัวได้อยู่ในสถาบันบ้างก็เดินไปเดินมาราวกับศูนยนี้เป็นของมัน แต่มีภาพที่ทำให้ผมต้องตะลึงคือเห็นเคนกับเอเบิลเดินคุยกับด๊อกเตอรคนนั้นที่น่าจะเสียชีวิตไปตั้ง 10 ปีกว่า แล้วตอนนี้ในหัวผมมีแต่ข้อสงสัย คือมันเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่

ฉับพลันก็มีเสียงหัวเราะของ SCP-106 ออกมาก่อนที่ภาพนั้นจะมืดลง และมาโผล่อีกครั้งที่หน้าห้องของดร.ไบรท์ ทำให้ผมเข้าไปข้างในห้อง ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจะให้เข้าไปทำไมทั้ง ๆ ที่ทุกคนก็รู้อยู่ว่าในตอนนี้เป็นเพียงแค่ห้องว่างๆอีกห้องหนึ่ง แต่เมื่อผมเปิดประตูไปผมก็ถึงกับตะลึงเมื่อโต๊ะทำงานของเขาได้ถูกจัดในห้องอย่างเรียบร้อย โดยมีชั้นหนังสือนวนิยายสอบสวนจัดอย่างเรียบร้อย และตอนนี้คนที่อยู่ข้างหน้าผมตอนนี้ก็คือ ดร.ไบรท์ ผู้ที่ล่วงลับไปไม่ถึงปี!!

ระหว่างที่ผมกำลังเบลอผมมีความคิดว่าเมื่อจบเหตุการณ์นี้ ผมควรไปรับการ่ตรวจจากจิตแพทย์ แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งที่ทำให้ผมหลุดออกจากห้วงความคิด

"ว่าไงเฟมัสยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะ ฮ่าๆๆๆ ฉันล้อเล่นน่ะ แล้วไปทำอีท่าไหนมาถึงอยู่ที่นี่ โดน 173 นวดคอให้หรือ" เขาหยอกล้อผมอย่างคุ้นเคย ก่อนที่ผมจะลากเก้าอี้มาหาเขา ผมพูดว่าผมไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้นน่ะ ไบรท์พยักหน้าอย่างช้าๆ และเอามือทั้งสองข้างเท้าคาง "นายเห็นทุกอย่างแล้วสินะ มันเป็นความฝันของเราที่พยายามจะบริหารจัดการยังไงล่ะ ให้คนและตัวทดลอง มันไม่มีปัญหา แต่พวกเราก็ทำไม่ได้นี่ก็เกือบจะ 1000 ปีแล้วนะ ที่เราพยายามจะควบคุม แต่ฉันจะบอกอะไรให้นายฟังนะ"

ผมค่อยๆพยักหน้า ก่อนที่คำนั้นจะหลุดปากออกมาจากไบรท์ "จริงๆ แล้วศูนยนี้เป็น SCP-001"

คำนี้ทำให้ผมถึงกับตาเหลือโพลง พลางพูดว่า "มันจะจบแล้วใช่ไหมทุกอย่างมันจะจบสิ้นแล้วไม่ นะ ม่ายยยยยย"

ขณะที่ผมกำลังเครียด ไบรท์ก็หัวเราะผมอย่างร่าเริง มีใครระบุไหมว่ามันจะจบยังไง ถ้าบุคลากรทุกคนควบคุมได้ทุกอย่างก็สงบสุข แฮปปี้เอ็นดิ้ง คำพูดของไบรท์ ทำให้ผมคล้อยตาม ไบรท์ตบโต๊ะ พูดว่า "อย่าเพิ่งเคลิ้มสิ นี่แหละปัญหา เราจะทำไงดีล่ะที่จะสร้างบันทึก SCP-001 ออกมาล่ะ นี่แหละที่ยังไม่มีใครรู้ มันเลยยังไม่ถึงจุดจบไงหละ ดังนั้นภาระนี้ก็ตกอยู่ที่รุ่นนายแล้วล่ะ ฉันพูดได้แค่นี้แหละ"

ผมก้มหน้าและตบโต๊ะ "ตลกน่าผมไม่เชื่อหรอก ตลกร้ายนะไบรท์! ฉันเกือบเชื่อแหนะ"

ไบรท์ไม่พูดอะไรนอกจากพยักไหล่ ฉับพลันก็เกิดแสงสว่างขึ้นเมิ่อดวงตาผมปรับสภาพได้ก็เห็นชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผม แน่นอน ผมรู้จักดี บุรุษใส่แว่นหนาเตอะ เดินมาหาผม ทอมสัน ผมถอนหายใจพลางลากเสียงยาว "ทอมมมสานนนนนน"

เขายิ้มแสยะให้กับผม "มาอู้งานอะไรตรงนี้"

ผมส่ายหน้าอย่างช้าๆ พลางมองไปตรงทางออกศูนย์ที่ปิดอยู่ ความเบื่อหน่ายของผมเริ่มหายไป ผมเริ่มเผยยิ้มออกมาแล้ว …แล้วตอนจบของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรผมชักตื่นเต้นแล้วสิ


Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License