ขอบใจนะที่อุตส่าห์มา

ดอกเตอร์แบรดด็อกเดินอย่างกล้าๆกลัวๆไปที่โต๊ะตัวที่กาดนำทางเขา เขาไม่เคยได้มาที่คลับอันสง่างามมาก่อนเลยและเขารู้สึกแปลกแยกเป็นอย่างมาก เสื้อผ้าของเขายับยู่ยี่ ผมยาวสีดำของเขานั้นยุ่งพะรุงพะรังและดวงตาของเขาเป็นสีแดง

“ขอบคุณครับที่เจอกับผมในการแจ้งสั้นๆ” เขาเอ่ยในขณะที่เขานั่งลง

“ไม่มีปัญหาเลยครับท่าน ขอบคุณครับที่สละเวลามา” ชายผู้สุภาพอ่อนโยนในชุดสูทแบบนักธุรกิจเอ่ยในขณะที่เขาจับมือกับแบรดด็อก เขาเผยรอยยิ้มกว้างที่เผยให้เห็นฟันซี่ต่างๆอันเรียบร้อยสวยงามสมบูรณ์แบบ เขาดูตายตัวซึ่งตรงข้ามกับนักวิจัย ไม่ใช่ที่ผมเส้นหนึ่งบนเส้นผมสีบรอนด์ที่เป็นทรงคลื่นไม่เข้าที่ของเขา

“ผมได้…คิดเรื่องข้อเสนอของท่านแล้ว” แบรดด็อกเอ่ย

“และ?” ชายอีกผู้หนึ่งยกคิ้วที่เรียบร้อยเป็นระเบียบขึ้น

“คือ…” แบรดด็อกเอ่ยพ่วงออกมา “ผมคิดว่าผมอยากรู้ข้อมูลให้มากกว่านี้ อีเมล์ของท่านน่ะ เอ่อก็คลุมเครือนิดหน่อยครับ”

“แน่นอนครับ” ชายผู้หนึ่งเอ่ย “ตอนนี้ทางเราจะไม่ถามอะไรมากมาย แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่เจ้านาย…ของคุณจะพลาด แค่ของธรรมดาๆนิดๆหน่อยๆและอื่นๆ ทางเรายินดีจะจ่ายให้อย่างงามเลยครับ”

“ผมคิดว่าผมทำได้ครับ” แบรดด็อกเอ่ยช้าๆ “ผมร้อนเงินมากๆเลยครับ คุณ…?”

“ผมคิดว่ามันจะดีที่สุดถ้าพวกเราจะเรียกกันแบบใช้ชื่อแรกกันนะครับจิม” ชายผู้นั้นเอ่ยอย่างนุ่มนวล “เรียกผมว่าเจเรมีเถอะนะครับ”

แบรดด็อกพยักหน้า เขาได้รู้สึกสบายใจมากขึ้นแล้ว “เอาล่ะครับ เจเรมี อ่า คุณได้เอาเงินติดตัวมากับคุณด้วยมั้ยครับ?”

“แน่อยู่แล้วๆครับ แค่เบื้องหน้าหน่อยๆเพื่อช่วยกับค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆพวกนั้น” เจเรมียื่นซองจดหมายให้แบรดด็อก “พวกพ้อง…ของผมเข้าใจว่าบางทีการ์ดก็แค่ไม่อยู่กับคุณยังไงล่ะครับ”

“ขอบคุณ ขอบคุณมากเลยนะครับ” แบรดด็อกเอ่ยพร้อมกับแทบจะร้องไห้ออกมา

“นี่นะครับๆ” เจเรมีเอ่ยพร้อมกับลูบไหล่ของเขา “ตอนนี้มาดื่มกัน คุณชอบดื่มอะไรครับ? เดี๋ยวผมซื้อให้เองครับ”


แบรดด็อกเดินทางมาถึงโต๊ะที่คุ้นเคย นี่เป็นครั้งที่สี่ของเขาแล้ว นี่เป็นครั้งที่สองที่เขานำบางสิ่งบางอย่างมากับเขา

“อ่า จิม ผมดีใจที่คุณมาหาผมได้ นั่งลงก่อนเถอะครับ” เจเรมียืนขึ้นเพื่อจับมือทักทายเขา “บอกผมหน่อยสิครับว่างานแข่งเป็นยังไงบ้าง?”

“ก็ไม่เลวนะครับ ผมชนะร้อยดอลลาร์เมื่อวานนี้เองครับ” แบรดด็อกเอ่ยในขณะที่เขานั่งลงแต่เขาไม่ได้บอกว่าเขาแพ้พนันตั้งสองครั้งในการพนันอื่นๆ

“ผมดีใจด้วย ผมดีใจกับเรื่องนี้นะครับ เอาล่ะรอบนี้คุณเอาอะไรมาให้ทางเรากันครับ?” เจเรมีเอนตัวไปข้างหน้าจากที่นั่งของเขาด้วยความคาดหวังไว้

แบรดด็อกมองไปรอบๆด้วยความหวาดกลัว

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับจิม พวกเราอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆนะ” เจเรมีจับมือของแบรดด็อกเพื่อคลายความกังวล

“ก็ได้ครับ” แบรดด็อกล้วงในกระเป๋าเดินทาง เขาดึงเสื้อแจ็คเก็ตหนังตัวหนึ่งออกมา “ผมรายงานไปในช่วงเช้าแล้วว่าเจ้านี่โดนทำลายไปแล้ว ที่จริงผมจะต้องเอาไว้ในเตาเผาซะด้วยซ้ำ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมมีสำรองอยู่อีกอันนึง ไม่มีใครหรอกรู้ว่ามันหายไปแล้ว”

“นั่นเยี่ยมเลยจิม เก่งมากเลย” เจเรมีเอ่ย “เอาล่ะ มันทำอะไรได้บ้างล่ะครับ?”

“ระหว่างที่ใส่เสื้อตัวนี้จะช่วยให้คุณหายใจในน้ำได้” เขาอธิบาย “แค่ต้องแน่ใจว่าซิปมันรูดไว้อยู่ตลอดเวลานะครับ”

“นั่นน่ะดีงามพระรามแปดเลยนะครับจิม” เจเรมีเอ่ย “ผมรู้จักคนนึงที่ชอบพวกของแบบนี้” เจเรมีเอามันใส่ลงในกระเป๋าหนังสไตล์แฟนซีมากกว่าของเขาเสียอีก “และนี่ก็คือเงินของคุณตามสัญญา” เขาเอาซองจดหมายที่ตอนนี้แบรดด็อกได้คุ้นเคยแล้วออกมา แบรดด็อกหยิบมันจากมือของเขาอย่างกระหายและสูดหายใจเข้าอย่างรวดเร็วเมื่อเขาดูข้างในซอง

“นี่มีความหมายสำหรับผมมากเลยครับ” แบรดด็อกเอ่ยในขณะที่พวกเขาจับมือทักทายอีกครั้ง

“ผมรู้” เจเรมีเอ่ย “ผมรู้ครับ”


เป็นระยะเวลาแปดปีแล้วตั้งแต่ที่แบรดด็อกพบเจอกับเจเรมีและเขาได้เปลี่ยนการตกลงซื้อขายที่ดีงามในตอนนั้น เขาได้ตำแหน่งงานสูงๆที่ให้เงินเดือนมากมายแล้วตอนนี้และผมสีเทาของเขาให้เขาหยิบยืมบรรยากาศของอำนาจที่เขาเคยขาดหายไป และเงินทองดูราวกับว่ายังลื่นไหลออกไปอยู่ อย่างน้อยเขาได้แหล่งเงินสำรองที่แน่นอน

“จิม!” เจเรมีจับมือทักทายเขาอย่างอบอุ่น เขาดูเหมือนเดิมตั้งแต่เมื่อแปดปีที่แล้ว

พวกเขานั่งลงตรงบาร์ในคลับ แบรดด็อกหยิบของล่าสุดของเขาออกมา

มันคือแผ่นปิดตาแบบที่ใช้สำหรับปิดตานอนหลับสีดำที่ได้รับการปิดผนึกในถุงพลาสติก

“ดูน่าสนใจดีนี่นา” เจเรมีเอ่ย “อันนี้มันทำอะไรได้บ้างล่ะ?”

“อ่า ใช่แล้ว” แบรดด็อกไอกระแอม “เมื่อใส่มัน คนที่ใส่จะได้รับประสบการณ์เต็มที่ เอ่อ ฝันกามๆน่ะ ความรู้สึกในการรับรู้เต็มที่ แต่ค่อนข้างจะเป็น…พวกเซ็กซ์แบบเสื่อมๆน่ะ”

“อ่อ” ดวงตาสีฟ้าของเจเรมีเผยอขึ้นด้วยอารมณ์ขบขัน “นายเคยลองบ้างยัง?”

“ฉัน…อ่าฮะ ก็เคยครั้งนึง” แก้มของแบรดด็อกแดงระเรื่อ “ฉัน…พบว่ามันงงๆมากกว่าอย่างอื่นนะ แต่นักโทษดีคลา— นั่นแหล่ะ พวกหนูทดลองพบว่าค่อนข้างจะติดหลังจากเวลานั้น”

“อืม อ่าฮะ ฉันคิดว่านี่จะทำได้ดีงามพระรามแปดเลยนะ ดีมากเลยจิม” เจเรมีหยิบพลาสติกจากแบรดด็อกและใส่ลงในกล่องที่ใช้สำหรับจัดเก็บของสำคัญๆ

“ฉันเตือนนายไว้หน่อยก็ดี ถ้าเกิดว่าใช้นานเกินไป พวกหนูทดลอง…เอ่อ พวกเขาตายน่ะ” แบรดด็อกดูเก้อเขินมากกว่าเดิมเสียอีก

“ผิดปกติยังไง?” เจเรมีเอ่ยถาม

“เอ่อ หายใจกามๆอัตโนมัติ” แบรดด็อกเอ่ยพร้อมๆกับอาการเขินอายของเขาที่คืบคลานขึ้นมาบนใบหน้าของเขา

“เอ่อ ฉันจะมั่นใจเลยว่ามันจะไม่ตกไปอยู่ใน อ่า ในมือของศัตรู” เจเรมีเอ่ย

“เอามันออกมานี่ไม่ง่ายเลยนะ” แบรดด็อกเอ่ยพร้อมกับเศร้าเล็กน้อย “พวกเขาอยากจะลองทดสอบมัน ฉันต้องทำเหมือนกับว่ามันโดนทำลายไปแล้วในอุบัติเหตุ”

“เอาล่ะจิม” เจเรมีเอ่ยพร้อมกับยกนิ้วหนึ่งขึ้นมา “ทั้งฉันและนายรู้ว่าของกระจุกกระจิกเก่าๆของเมื่อวานนี้แค่ไม่อยู่ในความต้องการของลูกค้าของฉันเมื่อตอนที่พวกเขาเคยอยากได้ ฉันก็แค่จ่ายให้นายสำหรับพวกนั้นไม่ได้มากเหมือนวันก่อนๆโน้น”

แบรดด็อกสะดุ้ง เขาทำเงินค่าจ้างไม่ได้ ไม่ใช่ที่จุดนี้ ไม่ใช่กับหนี้ต่างๆของเขา “ก็ได้ๆ”

“เฮ้ นายน่ะมือโปรนะจิม ฉันมั่นใจว่านายจะรับมือกับเรื่องต่างๆตอนนี้ได้ใช่มั้ยล่ะห้ะ?” เจเรมีมอบรอยยิ้มกว้างๆรอยยิ้มหนึ่งให้กับเขา

“ก็ใช่” แบรดด็อกเอ่ยพร้อมกับที่ความกล้าหาญของเขากลับมาอีกครั้ง นั่นก็มีช่วงเวลาต่างๆที่เขาเกือบจะรู้สึกราวกับว่าเขาเป็นสายลับที่กำลังจารกรรมข้อมูลลับ แค่เรียกเขาว่า 005

“นี่คือเงินของนาย ฉันคิดว่านายจะหามันได้มากกว่าจะพอนะ” เจเรมียื่นซองจดหมายเดิมให้กับเขา

แบรดด็อกไม่ได้เปิดซองจดหมายเลย เจเรมีไม่เคยให้เงินเขาน้อยกว่าที่เขาพอใจเลยแม้แต่ครั้งเดียวมาก่อนเลย ไม่แม้กระทั่งทุกๆเวลาที่แบรดด็อกรู้จักเขา

พวกเขาจับมือทักทายกันและแบรดด็อกก็รีบออกไป นั่นก็เป็นเวลาที่ตอนนี้จะวางพนันกันแล้ว


แบรดด็อกเดินเข้ามาภายในคลับ เขาได้รับการคุ้มกันโดยหญิงสาวผู้ข่มขวัญด้วยผมสีน้ำตาลทึบๆ เขากระชิบคำต่างๆที่ทำให้วางใจกับเธอและเธอก็สงบเย็นลง แน่นอนว่าช่วงนี้แบรดด็อกเสนอแนวหน้าที่ค่อนข้างจะไร้พิษสงด้วยศีรษะล้านของเขาและใบหน้าที่เหี่ยวย่นก่อนวัย ไม่แม้กระทั่งอายุสี่สิบปีและเขาเริ่มที่จะดูแก่ชราแล้ว เขาเคยได้หวังมาตลอดว่าเขาจะแก่ชราอย่างสง่างามราวกับบิดาของเขา ทว่าเขาไม่มีโชคแบบนั้นเลย

อ่าดี ไม่ต้องจับยึดเรื่องสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ “ทางนี้ที่รัก” เขาเอ่ยในโทนเสียงแบบเสี่ย

“อ่าจิม นายอยู่นี่เอง และตัวอย่างอันน่าหลงใหลนี่เป็นใครกันละเนี่ย?” เจเรมีเอ่ยถาม

“นี่เรเน่” แบรดด็อกเอ่ย “เธอคือเด็กผู้หญิงที่ฉันบอกนายไง” เรเน่เป็นการค้นพบที่วิเศษ เขาได้พบคำสั่งสำหรับการจับกุมของเธอโดยบังเอิญและจัดการหาเธอก่อนที่เจ้าหน้าที่ MTF จะลงมือ มันได้มีความเสี่ยงแต่เจเรมีช่างจู้จี้จุกจิกสุดกู่ในช่วงนี้

เขาไม่ได้ดูราวกับจะผิดหวังเลยในวันนี้แต่ทว่า “Enchanté (ยินดีที่ได้พบคุณ)” เขาเอ่ยพร้อมกับโค้งคำนับอย่างสุภาพสง่างามและจับมือเธออย่างแผ่วเบา

เรเน่หน้าแดงระเรื่อและเผยรอยยิ้มด้วยความเขินอาย เธอดูผ่อนคลายมากกว่าที่เธอเป็นมาเลยตั้งแต่ที่แบรดด็อกได้พบเจอเธอเมื่อวันก่อน “ขอบคุณค่ะ” เธอเอ่ยเบาๆ

“เรเน่มีความสามารถพิเศษนะ” แบรดด็อกเอ่ย “เธองอกส่วนต่างๆตามร่างกายของเธอขึ้นมาใหม่ได้ งอกได้ค่อนข้างเร็วมากเช่นกัน ฉันได้รับให้เข้าใจน่ะ” นั่นก็เสนอน้อยไปกว่าที่มีนะ ในอุบัติเหตุที่ได้เอาเธอมาอยู่ในความสนใจของสถาบัน เธอเสียแขนข้างหนึ่งในอุบัติเหตุรถชน แขนได้งอกกลับคืนมาใหม่ในตอนที่พวกเขาพาเธอไปส่งโรงพยาบาล เรื่องอย่างเป็นทางการเลยก็คือว่าพวกนักศึกษาวิชาแพทย์ได้ทำพลาดอย่างง่ายๆแต่แบรดด็อกรู้ดีกว่า เขาเคยแม้กระทั่งได้ลองทดลองเล็กๆน้อยๆพร้อมกับที่เรเน่อนุญาต แค่ทดสอบนิดๆหน่อยๆพร้อมๆกับอาการชาอย่างเต็มที่

“โอ้ นายคาร์เตอร์จะรักนายเลยนะเนี่ย” เจเรมีเอ่ย เขาหันกลับมาที่แบรดด็อก “และนายไปได้เลยนะจิม กลับมาภายในอาทิตย์หน้า ฉันคิดว่านายจะได้โบนัสนะ”

“เกิดอะไรขึ้นหรอคะ ดอกเตอร์?” เรเน่เอ่ยถามด้วยความสงสัยขึ้นมาทันที

“ก็แค่เรื่องนิดๆหน่อยๆระหว่างพวกเราน่ะ” เจเรมีเอ่ยอย่างนุ่มนวล “ไม่มีอะไรต้องกังวลหรอก” เขายืนขึ้นและจูงมือเธอ “ทำไมพวกเราไม่เตรียมรถให้เธอล่ะ? จิม เรียกรถอะไรก็ได้ที่นายชอบเลยและให้จอดไว้ตรงป้ายของฉัน ฉันจะเจอกับนายอาทิตย์หน้า”

แบรดด็อกพยักหน้าในขณะที่เขามองพวกเขาจากไป เขารู้สึกถึงปัญหา…นิดหน่อยโดยหน้าที่การงาน เขาได้เคยให้วัตถุต่างๆมากมายในช่วงสิบห้าปีที่ผ่านมากับพวกเขา วัตถุบางอย่างก็เป็นวัตถุที่เกือบจะมีชีวิตแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ค้ามนุษย์

คือ เธอควรจะอยู่ในเงื้อมมือของพวกเขามากกว่าในเงื้อมมือของพวกสถาบัน อาจจะล่ะนะแต่อย่างไรก็ตามเขาควรจะทำอย่างไรดีล่ะ? เงินทุนของเขากำลังเหือดแห้งลง เขาแค่อยากได้มากขึ้นกว่าเดิมนิดๆหน่อยๆดังนั้นเขาทำชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ได้…


แบรดด็อกเดินโซซัดโซเซเข้ามาในคลับพร้อมกับหายใจหอบ เขาสาปแช่งร่างกายของเขาพร้อมกับปล่อยให้แก่ชราลง “เจเรมี! นายอยู่ไหน?”

คลับว่างเปล่า แสงไฟถูกปิดลง เครื่องประดับตกแต่งก็ถูกรื้อถอนออก แม้กระทั่งเฟอร์นิเจอร์ก็ถูกรื้อไปทุกๆอย่างยกเว้นโต๊ะตัวที่คุ้นเคยตัวหนึ่ง เจเรมีดูราวกับเป็นผู้ครอบครองเพียงผู้เดียวของอาคาร “มีอะไรที่ฉันทำให้นายได้มั้ย?” เขาเอ่ยถามอย่างสุภาพ

“พวกเขารู้แล้ว!” แบรดด็อกเอ่ยอย่างยากลำบาก “ฉันไม่รู้ว่ารู้ได้ยังไงแต่พวกเขาหาเจอแล้ว!”

“ฉันเกรงว่าเรื่องแบบนี้อาจจะเกิดขึ้นน่ะนะ” เจเรมีเอ่ย เขานุ่มนวลเหมือนทุกครั้งแต่มีอย่างสิ่งบางอย่าง…ที่ห่างเหินเกี่ยวกับเขา “นายไม่น่าลองไปดูดเงินนั่นจากบัญชีของพวกเขาเลย”

แบรดด็อกเอ่ยถามซ้ำเพื่อให้แน่ใจ “นายรู้เรื่องนั้นได้ยังไง?”

“ทางเราดูเงินนายมานานแล้วนะจิม นายคิดว่าพวกเราหานายเจอได้ยังไงกัน?” เขาเอ่ยถาม “รู้เกี่ยวกับหนี้สินของนายเรอะ? เมื่อทางเราเห็นเงินทั้งหมดที่ปรากฏในบัญชีของนาย คือ มันได้มีมาจากที่อื่น แล้วนายได้เงินมาจากไหนอีกบ้างล่ะ?”

“ฉันจะทำยังไงดี?” แบรดด็อกเอ่ยถาม “เจเรมี นายจะต้องช่วยฉันนะ”

เจเรมีถอนหายใจและวางมือบนไหล่ของแบรดด็อก อย่างไรก็ตามค่อนข้างมากกว่าที่จะทำให้วางใจ มือกลับได้ผลักเขาลงไปอย่างง่ายๆ เขารู้สึกว่าพละกำลังได้ออกไปจากขาทั้งสองข้างของเขาและเขาคุกเข่าล้มลงไป “ฉันเกรงว่าไม่นะจิม นายได้เป็นหนี้สำหรับทางเรา นายแค่ไม่มีประโยชน์สำหรับทางเราในตอนนี้ ในจุดๆนี้นายก็แค่คนประหม่าคนนึง ฉันจะปล่อยไว้ให้เพื่อนๆของนายได้กำจัดนายซะ ฉันมั่นใจว่านายจะให้ร่องรอยที่ชัดเจนดีกับพวกเขา”

“เจเรมี! นายจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ” แบรดด็อกร้องคร่ำครวญ เขาลุกขึ้นมาไม่ได้ “เจเรมี!”

“โทษทีนะจิม แต่เฮ้ ขอบใจนะที่อุตส่าห์มา” เขาหันออกไป เขาหยุดและก็หันกลับมา “โอ้และจิมน่ะหรอ? นั่นคุณมาร์แชลต่างหากล่ะ ลาล่ะนะ”

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License