เก็บสินค้าเอาไว้

กลุ่มรถยนต์รุ่น SUV สีดำกลุ่มหนึ่งได้เคลื่อนไปอย่างรวดเร็วบนที่ราบที่ถูกทำลายล้างอย่างนุ่มนวล จินตนาการว่าผู้คนในเสื้อสูทอาร์มานิอย่างดีจำนวนนับพันคนได้กวาดฝุ่นผงอย่างรอบคอบ หรือมิเช่นนั้นแล้วต่อมาก็เลอะเทอะโดยก้อนกรวดทรายและฝุ่นผงที่เติมเต็มทางเดินยาวถึงอาคารที่คาดว่าถูกทิ้งไว้รกร้างนานที่สุด ลูกแอปเปิ้ลของอดัมจำนวนนับพันได้ผงกหัวด้วยความพร้อมเพรียงกันในขณะที่เจ้านายของพวกเขาเหล่านั้นได้ดื่มน้ำและเม็ดยาต่อต้านกัมมันตรังสีอย่างรอบคอบ

ผู้คนบางส่วนเชื่อว่านั่นคือสิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของที่สุด ถ้าหากมิใช่ล่ะก็องค์กรระบอบทุนนิยมที่สุดในโลกพบได้พบกับก้นบึ้งของประเทศยูเครนสำหรับการประชุมประจำปีของหุ้นส่วน


การรักษาความปลอดภัยได้แน่นหนาราวกับกลองที่ได้รับการขึงให้ตึงอย่างแน่นหนามาโดยตลอด เหล่าบรรดาบุรุษผู้ยิ้มยากที่มีรอยบาดแผลลงมือตรวจเช็คและเช็คปืนไรเฟิลและปืนสั้นที่ได้รับการบรรจุด้วยชุดกระสุนปืนที่ได้รับการผลิตอย่างผิดกฏหมายจากทศวรรษก่อนดูอีกครั้ง หน่วยที่มานั้นได้ร้องเสียงดังพร้อมกับอยู่กับที่และได้เงียบลงไปขณะที่เหล่าบรรดาเจ้าของต่างได้เช็คอินทุกๆสามนาทีและสิบวินาทีบนจุด ดาวเทียมสื่อสารเครื่องต่างๆได้ทำงานอีกครั้งในการสแกนผืนดิน

การรักษาความปลอดภัยทั้งหมดนั้นเงินตราอาจสามารถซื้อมาได้

และ PMC1 กับมือปืนทุกๆคนที่ได้รับการจ้างวานนั้นได้รับการบอกกล่าวไว้ว่าหากมีสิ่งใดที่ขัดขวางการประชุม การบรรยาย (หยุดอย่างจำเป็น) ก็ทำให้สมดุลได้ (มองดูอย่างจำเป็น)


รอยเหี่ยวย่นของวัยชรากระแอมอย่างระมัดระวังด้วยตัวเอง

“เจนกิ้นส์ บอกฉันสิ นายคิดว่าฉันจะรู้สึกยังไงกับการจัดหาทรัพยากรกัน? นายคิดว่าฉันเหลาะแหละรึไง? นายคิดว่าภาพโควต้าของนายไม่ถึงที่จะเติมเต็มฉันด้วยความปิติยินดีที่หายใจรวยรินงั้นรึ?”

เสียงขู่ฟ่ออย่างหนักแน่นเป็นจังหวะได้ก้องกังวานไปทั่วห้องจากโต๊ะมะฮอกกานีขนาดใหญ่จนถึงทางเดินที่แคบที่เป็นเหล็ก แสงอาทิตย์สีแดงเปล่งประกายผ่านทางคานของทางเดินใต้ดินของเจ้าเหมียว

“ท่านครับ ท่านเข้าใจเหมือนผมที่เข้าใจ พวกเราผลักดันในการสืบราชการลับเอามากกว่านี้แล้ว พวกเราเสียไปกับการที่ได้รับจริงๆ ขอบอกตามตรงเลยนะครับว่ามันกลายเป็นว่ายากที่จะหาอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่การทนไม่ไหวถึงตายหรือน่าเบื่อ”

มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาผูกเนคไทให้ตั้งตรง ดวงตาที่เปียกโชกจ้องมองบนในวินาทีหนึ่ง จินตนาการว่ามีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่บีบรัดคอเจ้าของของมันอย่างช้าๆ ถ้าหากว่านะ

“แต่ตามที่นายวาดฝันไว้ได้ ผลประโยชน์ของการเตือนลับประจำของพวกเราทำงานประสบความสำเร็จบนความสัมพันธ์ของพวกเราถึงสถาบัน พวกเราได้ประสบกับมิตรไมตรีจิตที่ไม่เคยมีมาก่อนจากผู้อำนวยการของไซต์-54 ไซต์-13 และไซต์-10 พวกเราคิดว่าพวกเราอาจสามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้ในการได้รับช่องทางที่ปลอดภัยกว่า พบสิ่งประดิษฐ์ที่ผิดปกติใกล้กับไซต์พวกนั้นมากกว่า”

ริมฝีปากได้เผยอกลับไปเหนือฟันสีน้ำตาลที่อัปลักษณ์เลอะเทอะเปรอะเปื้อน เจนกิ้นส์เปรียบเปรยจิตใจกับสำนวนถึงเจ้าพยัคฆ์ตัวหนึ่งและพบว่าความต้องการของเจ้าสัตว์ที่อย่างน้อยก็มีความโหดร้ายอันบริสุทธิ์

“ให้ผมเดานะครับ พวกเขาส่งอีเมล์รหัสลับให้ท่านเป็นบ้างครั้งบางคราว พวกเขาเรียกว่าอะไรนะครับ? อ่าก็ “วัตถุผิดปกติ” ในขณะเดียวกันนะครับท่าน ท่านเอาสิ่งนี้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธาที่ดีและบอกพวกเขาถึงที่ที่อะ-อะ ผมไม่รู้ ยักษ์ผู้ชายกินแมลงหรือเจ้าพวกเชี้ยๆบ้าง ท่านบอกพวกเขาถึงที่ที่สิ่งนั้นตั้งอยู่ พวกเขาได้วัตถุสิ่งใหม่ไปศึกษาส่วนท่านก็ได้เศษโต๊ะ”

ดวงตาของเจนกิ้นส์เบิกกว้าง เสียงหัวเราะแห่งความหายนะอันหยาบกระด้างไล่ตามบุรุษที่อยู่ตรงหน้าเขาได้ทัน เสียงนั่นได้เงียบลงอย่างฉับพลัน

“นายนี่ช่างโง่เชี้ยๆจริงๆเลยสินะเนี่ย พวกเขาเล่นเกมนี้มานานเท่าไหร่แล้ว? ก็นานกว่าที่ฉันมีล่ะนะ นายคิดว่าพวกเขาจะประทับใจกับเพลงและท่าเต้นประจำที่ตามด้วยการดูดไอ้จ้อนงั้นรึ? ให้ตายสิ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าทำไมมาร์แชลยิ้มแหยๆเมื่อเขาแต่งตั้งนาย ไอ้เจ้าหัวกรวยเอ้ย”

เขาพยักหน้าไปยังระเบียง

“ขะ-คุณคาร์เตอร์ ได้โปร-”

เสียงยิงปืนได้ดังขึ้นอย่างอึกทึกประกอบกับเสียงคำราม อย่างไรก็ตามเสียงของท่อนขาของเจนกิ้นส์ได้แตกออกอย่างเงียบๆ เขาได้กรีดร้องออกมาราวกับเสียงสัตว์ที่โหยหวน

“เจนกิ้นส์ นายกำลังจะใช้การได้นะ นายกำลังจะรับช่วงต่อจากแฟรงกิ้นเมื่อเขาทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เหมือนกับที่นายทำเมื่อนายรับช่วงจัดหาทรัพยากรไงล่ะ”

ความเจ็บปวดรวดร้าวภายในดวงตาของเจนกิ้นส์ได้แสดงออกอย่างหวาดกลัวโดยต่อมาก็ตื่นตระหนก เขาพยายามดิ้นรนที่จะคลานออกไปแต่มือของเขาลื่นเป็นมันจากเลือดที่มาจากอาการใจสั่นตื่นตระหนกจากหัวใจของเขาเอง เหล่าบรรดาบุรุษได้เดินมาและจับเขาลากเขาออกไป

“เอาล่ะ ทีนี้ก็…”

ผู้ชายที่รู้จักในนามของ “นายคาร์เตอร์” จ้องมองสมาชิกที่มารวมตัวกันขององค์กรของเขา พวกเขาจ้องมองกลับแบบไร้ความรู้สึกใดๆ

ด้านหลังเก้าอี้รถเข็นของคาร์เตอร์ แฟรงกิ้นจ้องมองแบบไร้แววตาผ่านทางดวงตาที่ขุ่นมัว ร่างของเขาชักกระตุกเป็นช่วงๆทุกๆเสี้ยววินาที เลือดได้ไหลผ่านไปยังท่อต่างๆทั้งหมดที่ยืดออกมาจากหลังของเขาไปยังคาร์เตอร์ หัวใจของเขาอ่อนล้าแม้ว่าจะทำงานผ่านทางร่างทั้งสองร่างก็ได้สูบฉีดอย่างหนักแน่น แหวนเหล็กวงต่างๆที่ห้อยตัวเขาจากเก้าอี้ที่ร้องเสียงแหลมเล็กน้อยเมื่อกล้ามเนื้อกระตุกจากต้นแขนขาที่ติดกันอย่างอัตโนมัติ การขับเหงื่อที่ส่องแสงแวววับบนรอยบาดแผลจากการผ่าตัดของเขา

“…กลับไปทำงานได้แล้ว”

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License