วันเกิดของหมอผ่าตัด

วันนี้ฉันอายุ 24 แล้ว นับจากวันที่เข้าทำงานที่นี่ก็ 3 ปี

3 ปีงั้นหรอ

ใครๆก็ว่าเวลามักจะผ่านไปเร็วเสมอ

แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน

3 ปีที่ยาวนาน ทรมาน

ตอนยังเด็กที่บ้านอยากให้ฉันเป็นหมอ
ตอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ฉันเลยเลือกศัลยแพทย์

ฉันหวังว่าจบมาจะได้ทำงานดีๆในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เป็นหมอผ่าตัดชื่อดัง

แต่เปล่าเลย

3 ปี ที่ต้องมาเป็นศัลยแพทย์ในสถาบันประหลาดนี่

แต่ละวันมีคนไข้ไม่ต่ำกว่าสามสี่ราย

รายล่าสุดก็โดน ตัวประหลาดหมายเลข-106 ที่พวกเขาเรียกกันว่า ชายชรา เล่นงาน เขาเป็นอัมพาต แผลของเขาเน่าเปื้อน่าเกลียดน่ากลัว

ฉันพยายามยื้อชีวิตของเขา แต่ไม่สำเร็จ เขาเสียชีวิตเนื่องจากแผลสาหัสเกินไป

ความรู้สึกของฉันหน่ะหรอ?

เฉยๆ

ใช่เฉยๆ ฉันเห็นพวกนักโทษ (หรือที่พวกเค้าเรียกว่า คลาส-ดี ) ตายมาต่อหน้ามากมายแล้ว

ฉันยอมรับ แรกๆฉันกลัวมาก ปรกติแล้วเวลาคนไข้ตายต่อหน้าต่อตาหมอ พวกเขาจะรู้สึกผิด รู้สึกมีตราบาปติดตัวไปจนวันตาย แต่ไม่ใช่กับฉัน

ไม่ใช่กับฉันแน่ๆ อาจเป็นเพราะทำงานที่นี้ก็ได้

ที่นี่มีคนตายแทบจะทุกวัน

ฉันยังจำตอนที่พี่ชายชวนฉันเข้ามาทำงานได้อยู่เลย เหมือนมันเกิดขึ้นเมื่อวาน

พี่บอกเป็นงานที่สนุกมากแถมเงินดีด้วย

สำหรับพี่ก็สนุกอยู่พี่เป็นนักบินนี่ ไม่ต้องเห็นคนตายแบบนี้เกือบทุกวัน

พี่บ้…..


แกร๊ก!

เสียงประตูห้องพยาบาลเปิดขึ้น

ฉันรีบปิดสมุดบันทึก

"หมอครับ! มีนักวิจัยได้รับผลกระทบจาก SCP!" เสียงผู้ชายวันกลางคนที่ฉันคุ้นเคยดี เขามักจะมาที่ห้องนี้บ่อยๆ และทุกครั้งที่เขามา มักจะมาพร้อมกับคนไข้

ใช่แล้ว

เขาคือหน่วยกู้ภัย

"เตียงหมายเลขสามค่ะ มอร์ริสคะ ขอรายละเอียดด้วย"
ฉันสั่งก่อนผละตัวออกจากโต๊ะ ตรงดิ่งไปยังเตียงคนไข้อย่างรวดเร็ว

"คราวนี้โดนหุ่นเครื่องในเล่นมาครับหมอ
ไอ้น้องชายคนนี้เผลอทำเข้าไประยะ 3 เมตรของมัน ดีนะผมดีตัวเค้าออกมาก่อน ไม่งั้น บู้ม!" ชายกู้ภัยในชุดสีส้มพูดติดตลก เหมือนเป็นเรื่องปรกติสำหรับเขา ใช่มันเป็นเรื่องปรกติของเขา

"หุ่นเครื่องใน? อืม….. 009 สินะคะ? งั้นต้องเอ็กเรย์ด่วนเลย"ฉันพิจารณาเหยื่อผู้โชคร้าย เขาหายใจติดขัด สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความทรมานจากการหายใจไม่ค่อยออก จากภาพเอ็กซ์เรย์ แสดงให้เห็นว่าปอดข้างขวาของเขาได้กลายเป็นของเทียมแล้ว

"เราจะต้องผ่าตัดฉุกเฉินค่ะ"ฉันพูดด้วยเสียงรายเรียบเหมือนไม่มีอะไรฉุกเฉิน "รบกวนช่วยไปเรียกผู้ช่วยของฉันที่ห้องข้างๆด้วยค่ะ ฉันจะเตรียมห้องผ่าตัดรอ อ้ออย่าลืมบอกให้พวกเค้าเอาปอดเทียมมาด้วยนะคะ"

ฉันเตรียมอุปกรณ์ผ่าตัด มีดคมกริบพร้อม คีมถ่างแผลพร้อม กรรไกรขนาดต่างๆพร้อม
เลื่อยตัดกระดูกพร้อม

"เอาหล่ะทุกอย่างพร้อมค่ะ"ฉันบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะกลับมาเตรียมเตียงให้นักวิจัยผู้โชคร้าย

เขาเป็นชายผิวขาว มีผมสีน้ำตาล ตาสองสี
ป้ายชื่อเขียนติดว่า

Nicolie Slavanov

"เวลาว่างเขาคงเอาสีมาน้อมตาเล่นมั้ง"ฉันคิด

ไม่กี่วินาทีถัดมา พวกผู้ช่วยของฉันก็เดินเข้ามาพร้อมกล่องสีน้ำเงินใบเท่ากระเป๋าถือผู้หญิงกล่องนึง แต่คงเป็นกระเป๋าผู้หญิงที่ใส่ปอดเทียมไว้

"อุปกรณ์กับห้องพร้อมแล้วค่ะ"ฉันแจ้งให้บรรดาผู้ช่วยทราบ "เริ่มการผ่าตัดได้"

กลิ่นภายในห้องผ่าตัดอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ผนังสีขาวตัดกับชุดสีเขียวของฉัน ไฟถูกเปิดไว้สว่างจ้า

นักวิจัยที่ชื่อสลาวานอฟถูกนำมาไว้บนเตียงแล้ว เขาหายใจรวยริน

"ต้องรีบแล้ว"ฉันบอกกับคนอื่นๆ"วิสัญญีแพทย์คะ ขอยาสลบค่ะ"

นักวิจัยผู้โชคร้ายถูกทำให้สลบไป

การผ่าตัดเปิดหน้าอกผ่านไปด้วยดี แต่ถึงเวลาเย็บปิดแผล ร่างของสลาวานอฟก็กระตุกอ่อนๆ

"หมอครับ คนไข้เริ่มรู้สึกตัวแล้ว"วิสัญญีแพทย์รายงาน "เวรเอ้ย ความผิดผมเอง ผมรีบไปหน่อยเลยไม่ได้เอาแก๊สยาสลบมาเผื่อ"

"คนคนนี้แข็งแรงเกินไป เราต้องใช้มากกว่าคนธรรมดา ความผิดฉันด้วยที่ลืมเช็ค"ฉัน
ยอมรับ

"จะ….เจ็บ…..เจ็บเหลือเกิน"เสียงนักวิจัยหนุ่มร้องครางเบาๆ ผ่านเครื่องช่วยหายใจ

"รู้แล้วค่ะ อดทนหน่อยนะอีกนิดเดียว"ฉันบอกเขา

"ไม่ไหว….แล้ว เจ็บ เจ็บ"เขาครวญคราง

"ค่ะๆ เย็บแผลก็เสร็จแล้ว" ฉันพยายามทำให้เขาสงบลง ก่อนที่จะหันไปสั่งวิสัญญีแพทย์ "ช่วยไปเอายาสลบเพิ่มด้วยค่ะ เดี๋ยวนี้เลย"

เขาวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

"ผมต้องตายแน่ๆ เจ็บ…..ทรมาน"สลาวานอฟยังคงโอดครวญไม่หยุด

"ฉันกำลังใช้สมาธิค่ะ กรุณาเงียบด้วย"ฉันหันไปดุเขา

"แต่มันเจ็บ…..ทนไม่ไหว…"ดูเหมือนเขาจะไม่ฟังฉัน

"รู้แล้วว่าเจ็บโว้ย! บ่นอยู่ได้ เสียงก็เหมือนผู้หญิง หุบปาก รำคาญ เป็นผู้ชายซะเปล่า"ฉันหมดความอดทนกับเขา ปรกติฉันเป็นคนที่มีความอดทนสูง แต่หลังจากใช้สมาธิจากการผ่าตัดมาเกือบ 2 ชั่วโมงครึ่ง ความอดทนของฉันหมดไป ฉันต้องการสมาธิกับการเย็บแผล

เหมือนจะได้ผล เขาเงียบ กัดฟันมองหน้าฉัน

"ได้แล้วครับ ยาสลบ"วิสัญญีแพทย์กลับมาพร้อมกับขวดยาสลบ "ให้ผมจัดการเลยมั้ย"

ก่อนที่ฉันจะสั่งให้เขาทำ นักวิจัยหนุ่มก็ขัดขึ้นมา
"ไม่ต้อง คุณวอร์เรนต์เคยเจอหนักกว่านี้ยักทนได้ ผมก็ต้องทนได้ อั่ก…." เขากัดฟันพูด

"งั้นก็ดี เพื่อนพี่หรอ? งั้นก็ไม่ต้องทำเบาๆแล้วสินะคะ หึ"ฉันยิ้มและหัวเสีย หัวเสียทุกครั้งที่ได้ยินชื่อนี้

บรึ้ม!!!!

เสียงระเบิด

ไฟดับ

ไฟห้องผ่าตัดได้ดับลง

ไฟสำรองได้เปิดขึ้น ห้องผ่าตัดถูกด้วยด้วยสีแดงของไฟฉุกเฉิน กลายเป็นห้องสีแดงที่มีแสงสีขาวตรงการ

"อะไรกันเนี่ย"หนึ่งในผู้ช่วยของฉันได้โวยวายขึ้น

"มีการโจมตีจากหน่วยไม่ทราบสังกัด ย้ำมีการโจมตี ของให้หน่วยกวาดล้างและเอเย่นต์ที่อยู่บริเวณนั้นเข้าควบคุมโดยด่วน ตำแหน่งไซต์-32" เสียงประกาศออกจากลำโพงมุมห้อง

"ไซต์-32? อยู่ไม่ห่างจากที่นี่เท่าไหร่ คงไม่เป็นอะไรหรอก"ฉันคิด

ฉันมีเวลา 30 นาทีก่อนที่ไฟฉุกเฉินจะดับ แต่การเย็บแผลครั้งนี้อาจกินเวลามากกว่านั้น แถมคนไข้ยังรู้สึกตัวอีกด้วย ดังนั้นไม่มีทางเปิดไปได้เลยใน 30 นาทีที่จะทำให้เสร็จ

ฉันเริ่มท้อแท้และหมดกกลังใจ

ต้องตายอีกคนแล้วหรือ เสียงในหัวของฉันดังขึ้น ต้องสถาบันนี่จะสูบเลือดผู้คนอีกเท่าไหร่ถึงจะพอกันนะ

"พี่คุณเป็นคนดี…"จู่สลาวานอฟก็พูดขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา

"ค่ะดีมาก.."ฉันประชด ทำไมกันนะคนถึงชอบชมว่าพี่เป็นคนดี ทั้งๆที่พี่ไม่มีอะไรดีเลย

"พี่ของเธอช่วยชีวิตผมไว้ จากพวกหัตถ์อสรพิษ….เห็นแผลที่หน้าเขามั้ย? นั่นแหละ…."เขายังคงเล่าต่อไปด้วยเสียงอันไร้เรี่ยวแรง

"อ้อหรอคะ ฉันก็คิดว่าตกเครื่องบินซะอีก"ฉันประชดอีกรอบ ความจริงก็รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าพี่จะทำเพื่อปกป้องคนอื่น ขัดกับปรกติที่พี่จะเป็นคนเห็นแก่ตัวมาก แสดงว่าคนคนนี้ต้องสำคัญกับพี่มากๆ

ใกล้จะครบ 30 นาทีแล้วการเย็บยังไม่เสร็จสิ้น ถึงมันจะเกินครึ่งแบ้วก็ตาม แต่ไม่มีทางทันแน่นอน

สลาวานอฟเงียบไปนานแล้ว เขาคงเหนื่อย

ฉันก็เหนื่อย เหนื่อยมากๆ ไม่เคยเจออะไรเหนื่อยแบบนี้มาก่อนเลย

มือของฉันสั่นไปหมด ผู้ช่วยของฉันก็เช่นกัน
การผ่าตัดกลางแสงสว่างที่ไม่เพียงพอทำให้ใช้สมาธิเป็นอย่างมาก

อีก 2 นาที ไฟจะดับ

อีก 2 นาที ทุกอย่างที่ทำมาตลอด เกือบ 3 จะไร้ผล

อีก 2 นาที สถาบันแห่งนี้กำลังจะสูญเสียนักวิจัยที่ชื่อ สลาวานอฟ

ฉันบรรจงร้อยไหมผ่านผิวหนังสีซีดของเขา
มือของฉัน ถูกย้อมไปด้วยสีแดงของเลือด ฉันพนันได้เลยที่นี่คงเป็นฝันร้ายของคนกลัวเลือดแน่นอน พื้นห้องที่เคนเป็นสีขาวสว่างจ้า ตอนนี้กลายเป็นสีแดงเพราะเลือดเสียที่ต้องนำออกมา บวกกับสีของไฟฉุกเฉิน ทำให้ห้องนี้ไม่ต่างอะไรกับนรก

แต่เป็นนรกที่กำลังจะช่วยชีวิตคน

อีก 1 นาที

"ไฟกำลังจะดับแล้ว! ขอเครื่องช่วยหายใจแบบปั๊มมือด้วยค่ะ" ฉันสั่งผู้ช่วย ในขณะที่มือกำลังเย็บแผลยาวน่ากลัวบนหน้าอกนักวิจัยหนุ่ม

ไฟดับไปแล้ว

ทุกอย่างหยุดทำงาน

"ไม่เอาน่า ไม่เอาแล้ว ไม่มีใครตายอีกแล้ว"เสียงของฉันสั่นเครือ

ฉันกลัวหรอ? น่าแปลกที่ปรกติแล้วฉันจะไม่กลัวเรื่องแบบนี้ แต่นี่ฉันกลัว
เพราะเขาเป็นเพื่อนพี่งั้นหรอ?
เพราะใกล้จะเสร็จแล้วแต่พลาดงั้นหรอ?
หรือเพราะอยู่ที่นี่อะไรก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ต้องใช่แน่ๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้

"อะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องเกิด…."ฉันพูดเบาๆ ก่อนจะวางอุปกรณ์ลง พร้อมกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น

ตื๊ดดด ตื๊ดดด ตื๊ดดด!

เสียงโทรศัพท์!?!

เสียงโทรศัพท์ดังออกมาจากกระเป๋ากางเกงของสลาวานอฟ

ขอบคุณพระเจ้า ที่ฉันรีบจนลืมปลดของออกจากกระเป๋าของเขา

"ใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์ของเขา เร็วค่ะ!"ฉันสั่งผู้ช่วยอีกคนที่ทำหน้าที่ถือถาดอุปกรณ์

ไฟฉายถูกเปิดขึ้น แม้จะสว่างไม่มาก แต่มันก็ทำให้ฉันทำงานต่อไปได้

ฉับเย็บ

ผ่านไป 10 กว่านาที ทุกอย่างเรียบร้อย

นักวิจัยสลาวานอฟปลอดภัย

ฉันเดินออกมาจากห้องผ่าตัด ทิ้งร่างกายอันอ่อนล้าลงที่ม้านั่งหน้าห้อง

ไฟมาแล้ว

"ให้ตายสิมาเร็วกว่านี้สักสิบนาทีก็ดีนะ" ฉันประชดและหัวเราะเบาๆ ก่อนจะปิดตาลง

ปัง!

เสียงกระแทกประตูห้องดังขึ้น

"อิศรา พี่ชายคุณถูกยิง"มอร์ริสคนเดิมพุ่งเข้ามา พร้อมกับร่างของชายในชุดสูทสีดำ ใช่แล้วพี่ชายของฉันเอง แผลถูกบริเวณท้องของเขามีเลือดไหลออกมาก

ฉันฉีกยิ้มก่อนจะลุกขึ้น "เตียงหมายเลขสี่ค่ะ"

วันเกิดปีนี้เหนื่อยแหะ

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License