เสียงฝีเท้าหนักๆวิ่งมาตามทางเดินคอนกรีตสีเทาอันสลัวๆภายในตึกที่สูง 14 ชั้น สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ๆคนไม่รู้จัก ห่างไกลมากๆ และมองไม่เห็นจากผลกระทบที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น แต่มันกำลังจะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น
เขาท่าทางรีบเป็นอย่างมากก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ประตูบานคู่ทำจากไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่สุดทางเดิน มันล็อค เขาทุบประตูอย่างแรง
"เอร่อน เปิดประตูให้ผมเข้าไปนะ!" เขาตะโกน "อย่าทำอะไรบ้าๆเชียว ผมรู้ว่าคุณเป็นคนดี พวกเขาก็ด้วย เอร่อน!"
เสียงทุบดังกึกก้องไปทั่วชั้น แล้วเขาก็ตัดสินใจใช้ปืนยิงที่ลูกบิดประตู เมื่อเขาเขาไปได้สิ่งที่เกิดขึ้นภายในนั้นทำให้เขาลมแทบจับ
"ไม่ ไม่ๆๆๆๆๆ นายทำอะไรลงไปเนี่ย" เขาร้องแล้วเอามือทั้งสองข้างจับที่หัวของตัวเองจนแทบจะดึงหนังหัวให้หลุด
เบื้องหน้าของเขาคือร่างอันไร้วิญญาณของชายหญิงทั้ง 10 คน ที่มีตำแหน่งระดับสูงภายในไซต์ ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องที่เป็นห้องประชุม ศีรษะของพวกเขาถูกตัดออกและเอาวางรวมกันไว้บนโต๊ะกลางห้องอย่างสวยงาม ฆาตรกรไม่ได้อยู่ในห้องนี้แล้ว เลขาหญิงคนหนึ่งได้วิ่งเข้ามาในห้องและเมื่อเห็นศพเธอถึงกับเป็นลมไปทันที ขณะเดียวกันเกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงที่ชั้น 3 ของอาคารและลามขึ้นมาอย่างรวจเร็ว
"มันบ้าอะไรกันวะ!" เขาตะโกน
เสียงฝีเท้าเดินอยู่ตรงทางเดินนอกห้อง ทำให้เขาเดินมาหยุดที่ประตู
"นะ— นายทำแบบนี้ทำไม"
ชายคนนั้นหยุดเดินแล้วยิ้มให้ มันไม่ใช่รอยยิ้มที่เป็นมิตร แต่มันเป็นรอยยิ้มของพวกฆาตกรเวลาที่เห็นเหยื่อทุกทรมาณ แล้วยกมือขึ้นชี้ออกไปที่หน้าต่าง มันมีเสียงกรีดร้องที่มาจากข้างล่าง ชายคนนั้นเดินไปยืนบนขอบหน้าต่าง และกระโดดลงไปนั่น ทำให้เขาตามไปดู ในตอนนี้แววตาของเขามีแต่ภาพของชายคนนั้นร่วงลงไปพร้อมพนักงานจำนวนมากที่ยอมกระโดดออกจากตึกเพื่อหนีไฟไหม้ท่ามการเสียงอันโหยหวนนั่น
7 ปีต่อมาไม่ทราบ พ.ศ. เวลาสี่ทุ่มกว่าๆ
กำแพงทางด้านทิศตะวันตกของไซต์-66 มีบางอย่างเกิดขึ้น เชือกเส้นหนึ่งถูกหย่อนลงมาจากบนกำแพงก่อนที่จะมีชายร่างผอมคนหนึ่งไต่มันลงมา เขาส่องไฟฉายไปรอบๆบริเวณ
"ทางโล่ง มาได้" เขาบอกคนอื่นๆ จากนั้นก็มีคนอีก 3 คนไต่เชือกตามมา
"นายแน่ใจนะว่าไม่มีเฝ้าอยู่"
"ที่นี่มันร้างจะหลายปีแล้ว อีฟ ไม่มีใครนอกจากเรา"
"แทน นายจะมาหาอะไรในที่ร้างนี้กันวะ"
"ของบางอย่างที่มีค่า" แทนพูดแล้วกางรูปภาพออกมาเป็นภาพของไม้เท้า
"ไม้เท้าธรรมดาๆนี่น่ะหรอ"
"เฮ้ นี่ไม่ใช่ไม้เท้าธรรมดา แต่มันคือทองคำ คนที่จ้างเราจะจ่ายทองให้หากเราได้มันมา"
"งั้นรออะไรอยู่เล่า ไปกันเถอะ" อีฟบอก
"มาเร็ว แจ็ค"
พวกเขาเดินลัดเลาะไปเรื่อยๆจนมาถึงหน้ากำแพงที่สูง 5-6 เมตร หลังกำแพงเป็นอาคารที่สูง 10 กว่าชั้นที่ถูกกำแพงปิดล้อมเอาไว้ท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดสลัว อาจมีแสงจันทร์ลอดออกมาบ้าง
"ชั้นว่ามันต้องอยู่ในนั้นแน่ เราแค่ต้องหาทางเข้าไป" แทนบอก
"แล้วเขาจะสร้างกำแพงล้อมไว้อีกชั้นทำไมวะ"
"นั่นอะไร!"
"อะไรเล่า ตาล นายทำให้ชั้นกลัวนะ" อีฟหันไปว่า
"ก็ชั้นเห็นอะไรไม่รู้ตรงนั้น" ตาลชี้ไปยังห้องน้ำที่อยู่แยกออกจากตัวตึก
อีฟส่องไปที่นั่นแต่ก็ไม่มีอะไร
"หนูมั้ง"
"แต่ชั้นเห็นเป็นหัวคน ชั้นจะโกหกทำไม"
"ตาล นายแค่กลัวจนหลอนไปเองมากกว่า ชั้นไม่เห็นอะไรเลย" แทนพูด "อย่าทำให้เสียเรื่อง"
ทันใดนั้นเองประตูห้องน้ำก็เปิดกระแทนอย่างรุนแรง เสียงดังปั่ง! เสียงที่เกิดท่ามกลางความเงียบของมันดังกึกก้องไปทั้วทั้งสถานที่ จนอีฟร้องออกมาแล้วกระโดดเข้ากอดแทน
"แค่ลมนะพวก" ดูเหมือนแจ็คจะเฉยๆกับเรื่องนี้
"แต่มันไม่มีลมเลยนะ" ตาลพูด เสียงเริ่มสั่น เขาเริ่มมองไปรอบๆ
"บ้าชิบ ที่นี่ทำเอาชั้นขนลุก"
"ตั้งสติไว้ทุกคน คิดถึงทองเข้าไว้แล้วพวกนายจะไม่กลัว" อีฟบอก
ตอนที่ตาลหันมองอย่างระแวงนั้น หางตาของเขาก็ไปเห็นบางอย่างอยู่ด้านหลังเสาต้นหนึ่งของอาคาร มันห่างไปประมาณ 3 เมตร และมันทำให้เขาหวาดกลัวจนตาค้าง
"เป็นไรอีกวะตาล" แทนเริ่มหงุดหงิด
ตาลไม่พูดอะไรแต่สีหน้าเขากลัวมาก ใช้มือที่สั่นๆชี้ไปทางด้านหลังของทุกคน
ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่สิ่งนั้นเคลื่อนไหวและค่อยๆเงยตัวของมันขึ้นมาจนหัวเกือบจะติดเพดาน
"อ๊ากกกกกกกก….." เขากรีดร้องออกมา
…ดูเหมือนว่าตอนนี้นอกไซต์-66 จะมีพายุเข้า ต้นไม้ด้านนอกสั่นไหวไปตามแรงลม และเสียงของลมกลบเสียงต่างๆให้จางหายไป ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาอีกเลย







