ระดับการรักษาความปลอดภัย

คำนำ

ระดับการรักษาความปลอดภัยของบุคลากรในสถาบันนั้นบ่งบอกถึงระดับสูงสุดหรือประเภทของข้อมูลซึ่งบุคคลนั้นๆสามารถเข้าถึงได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นระดับความปลอดภัยที่ได้รับจะเป็นระดับใดก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดในระดับนั้นได้ บุคลากรจะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตามพื้นฐานซึ่ง"จำเป็นต้องรู้"และเป็นไปตามการพิจารณาของผู้ดูแลแผนกที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี

ระดับ 0 (ใช้ในเอกสารอย่างเป็นทางการเท่านั้น)

ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับ 0 เป็นของบุคลากรไไม่สำคัญซึ่งไม่มีความจำเป็นจะต้องเข้าถึงข้อมูลของวัตถุหรือตัวตนที่ผิดปกติ การเข้าถึงระดับ 0 นั้นโดยทั่วไปแล้วเป็นของงานเสมียน การขนส่ง หรืองานนักการภารโรงที่ไม่ต้องควบคุมซึ่งประจำอยู่ในพื้นที่ซึ่งไม่มีการเข้าถึงข้อมูลในการปฏิบัติงาน

ระดับ 1 (รักษาความลับ)

ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับ 1 เป็นของบุคลากรซึ่งทำงานในพื้นที่ใกล้เคียงแต่ไม่มีการเข้าถึงวัตถุหรือตัวตนที่ผิดปกติซึ่งกักกันอยู่ทั้งทางตรง ทางอ้อม หรือข้อมูล การเข้าถึงระดับ 1 นั้นโดยทั่วไปแล้วเป็นของบุคลากรที่ทำงานเสมียน การขนส่ง หรืองานนักการภารโรงซึ่งประจำอยู่ในพื้นที่ที่สามารถใช้ในการกักกันหรือต้องทำงานกับข้อมูลลับด้านอื่น

ระดับ 2 (จำกัด)

ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับ 2 เป็นของบุคลากรฝ่ายความปลอดภัยและวิจัยซึ่งจำเป็นจะต้องเข้าถึงข้อมูลโดยตรงของวัตถุหรือตัวตนที่ผิดปกติซึ่งกักกันอยู่ได้ พนักงานวิจัยส่วนใหญ่ เจ้าหน้าที่ภาคสนาม และผู้เชี่ยวชาญการกักกันนั้นจะได้รับระดับการรักษาความปลอดภัยระดับ 2

ระดับ 3 (ลับ)

ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับ 3 เป็นของบุคลากรฝ่ายความปลอดภัยและวิจัยระดับอาวุโสซึ่งจำเป็นจะต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับที่มา การเก็บกู้ และแผนการกักกันระยะยาวของวัตถุหรือตัวตนที่ผิดปกติที่กักกันอยู่ นักวิจัยอาวุโส ผู้ดูแลโครงการ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สมาชิกทีมตอบสนอง และฝ่ายปฏิบัติการของหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่นั้นจะได้รับระดับการรักษาความปลอดภัยระดับ 3

ระดับ 4 (ลับสุดยอด)

ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับ 4 เป็นของผู้อำนวยการอาวุโสซึ่งจำเป็นจะต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลลับของทั้งศูนย์และ/หรือในแถบนั้น เช่นเดียวกับข้อมูลยุทธศาสตร์ระยะยาวเกี่ยวกับการปฏิบัติการและโครงการวิจัยของสถาบัน การเข้าถึงระดับ 4 นั้นโดยทั่วไปแล้วจะจำกัดอยู่เฉพาะผู้อำนวยการศูนย์ ผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัย หรือผู้บัญชาการของหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่

ระดับ 5 (Thaumiel)

ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับ 5 เป็นของบุคลากรฝ่ายบริหารขั้นสูงสุดในสถาบันและในทางปฏิบัตินั้นถือว่าสามารถเข้าถึงข้อมูลทางยุทธศาสตร์และข้อมูลลับอื่นๆได้โดยไม่จำกัด การเข้าถึงระดับ 4 นั้นโดยทั่วไปแล้วจะจำกัดอยู่เฉพาะสมาชิกของคณะกรรมาธิการ O5 และพนักงานที่คัดเลือกแล้วเท่านั้น

ระดับชั้นของบุคลากร

ชั้นหรือคลาสนั้นจะกำหนดให้บุคลากรตามความใกล้ชิดกับวัตถุ ตัวตน หรือปรากฏการณ์ผิดปกติที่อาจะเป็นอันตรายได้

คลาส A

บุคลากรคลาส A นั้นเป็นผู้ที่ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติการระดับยุทธศาสตร์ของสถาบัน และจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงสิ่งผิดปกติโดยเด็ดขาด หากมีความจำเป็นจะต้องให้บุคลากรคลาส A อยู่ใกล้กับสิ่งปกติโดยตรงแล้ว (อย่างเช่นสถานที่ซึ่งใช้ในการกักกัน) บุคลากรคลาส A ก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงพื้นที่ซึ่งใช้กักกันสิ่งผิดปกติ และจะต้องอยู่ในพื้นที่รักษาความปลอดภัยตลอดเวลา หากว่าเกิดกรณีฉุกเฉินแล้ว จะต้องทำการอพยพบุคลากรคลาส A ไปยังพื้นที่นอกศูนย์ที่กำหนดไว้และควบคุมได้แล้วในทันที สมาชิกคณะกรรมาธิการ O5 นั้นจะเป็นบุลากรคลาส A เสมอ

คลาส B

บุคลากรคลาส B นั้นเป็นผู้ที่ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติการในพื้นที่ของสถาบัน และอาจเข้าถึงวัตถุ ตัวตน หรือความผิดปกติซึ่งผ่านการจำกัดผลกระทบและไม่มีความเป็นไปได้ของผลกระทบต่อจิตใจหรือพาหะมีมแล้ว หากว่าเกิดการกักกันรั่วไหลหรือมีภัยคุกคามต่อสถานที่ของสถาบันแล้ว จะต้องทำการอพยพบุคลากรคลาส A ไปยังพื้นที่นอกศูนย์ที่กำหนดไว้และควบคุมได้แล้วโดยเร็วที่สุด

คลาส C

บุคลากรคลาส C นั้นเป็นบุคลากรที่จะเข้าถึงสิ่งผิดปกติส่วนใหญ่ซึ่งถือว่าไม่เป็นอันตรายหรือมีท่าทีคุกคามได้โดยตรง บุคลากรคลาส C ซึ่งมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับสิ่งที่อาจมีผลกระทบทางจิตหรือลักษณะแบบมีมนั้นอาจต้องถูกกักบริเวณและรับการประเมินสภาพจิตตามแต่ที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยเห็นว่าจำเป็น หากว่าเกิดการกักกันรั่วไหลหรือมีภัยคุกคามต่อสถานที่ของสถาบันแล้ว ให้บุคลากรคลาส C ซึ่งไม่ใช่ฝ่ายต่อสู้รายงานตัวไปยังพื้นที่ปิดกั้นที่ควบคุมไว้แล้ว หรือทำการอพยพหากว่าเกิดการรั่วไหลทั้งศูนย์หรือเหตุการณ์ภัยพิบัติอื่นๆ ตามแต่วิจารณญาณของบุคลากรฝ่ายความปลอดภัยในพื้นที่

คลาส D

บุคลากรคลาส D เป็นบุคลากรที่อาจสละได้ซึ่งใช้ในการทำานกับสิ่งผิดปกติที่เป็นอันตรายมากและไม่ให้พบกับบุคลากรคลาส A หรือคลาส B โดยทั่วไปแล้วบุคลากรคลาส D จะมีที่มาจากนักโทษต้องคดีอาชญากรรมรุนแรงจากทั่วโลกโดยเฉพาะนักโทษรอการประหาร ในกรณีที่จำเป็นนั้นก็อาจดำเนินมาตรการ 12 เพื่อเกณฑ์ตัวบุคลากรจากแหล่งอื่นๆอย่างเช่นนักโทษการเมือง ประชากรลี้ภัย หรือแหล่งพลเรือนอื่นๆ ได้ ซึ่งจะส่งไปให้สถาบันพิจารณากรณีที่อาจปฏิเสธได้ บุคลากรคลาส Dจะได้รับการประเมินทางจิตเป็นประจำ และทุกสิ้นเดือนก็อาจถูกการลบความทรงจำระดับ B เป็นอย่างน้อย หรือกำจัดทิ้ง ตามแต่วิจารณญาณของฝ่ายรักษาความปลอดภัยหรือการแพทย์ในพื้นที่ ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติในศูนย์นั้น มำห้ทำการกำจัดบุคลากรคลาส D ทิ้งทันทียกเว้นแต่ในกรณีที่บุคลากรฝ่ายความปลอดภัยเห็นว่ามีความจำเป็น

คลาส E

คลาส E เป็นชั้นชั่วคราวของเจ้าหน้าที่ภาคสนามและบุคลากรฝ่ายกักกันซึ่งอาจถูกผลกระทบที่เป็นอันตรายระหว่างการเข้าควบคุมและทำการกักกันเบื้องต้นของวัตถุ ตัวตน หรือปรากฏการณ์ผิดปกติซึ่งเพิ่งระบุได้ใหม่ๆ ให้ทำการกักบริเวณบุคลากรคลาส E โดยเร็วที่สุดที่ทำได้ เฝ้าระวังและคัดกรองความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม บุคลิก หรือสภาพจิตที่อาจเป็นอันตราย และให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้อีกหลังจากที่ผ่านการประเมินว่าปลอดภัยจากพนักงานจิตเวชและพยาบาลแล้วเท่านั้น

ตำแหน่งพนักงาน

ต่อไปนี้คือรายการตำแหน่งงานทั่วๆไปซึ่งใช้กันตามปกติของสถาบัน

พนักงานศูนย์

ผู้เชี่ยวชาญการกักกัน

ผู้เชี่ยวชาญการกักกันนั้นมีบทบาทหลักสองประการในสถาบัน อันดับแรก ให้ติดต่อทีมกักกันนั้นเป็นการตอบสนองต่อเหตุการณ์ผิดปกติซึ่งยืนยันได้แล้วเพื่อทำการควบคุมและทำการกักกันเบื้องต้นของวัตถุ ตัวตน หรือปรากฏการณ์ผิดปกติ และเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์กักกันของสถาบันซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด

นอกจากนั้นแล้ว ให้ติดต่อวิศวกรและช่างเทคนิคการกักกันของสถาบันในการออกแบบ ปรับปรุง และบำรุงรักษายูนิตและแผนผังในการกักกันวัตถุ ตัวตน หรือปรากฏการณ์ผิดปกติภายในสถานที่ของสถาบัน

นักวิจัย

เหล่านักวิจัยเป็นสาขาวิทยาศาสตร์ของสถาบันซึ่งนำตัวมาจากนักวิทยาศาสตร์ชั้นที่ฉลาดและฝึกฝนมาดีที่สุดจากทั่วโลก โดยมีผู้เชี่ยวชาญในทุกสาขาที่คิดได้ตั้งแต่เคมีและพฤกษศาสตร์ไปจนถึงสาขาทีลึกลับหรือเฉพาะทางอย่างมากอย่างทฤษฏีฟิสิกส์และชีวศาสตร์ต่างดาว เป้าหมายของโครงการวิจัยของของสถาบันนั้นเป็นไปเพื่อให้สามารถเข้าใจความผิดปกติและการทำงานของมันได้ดีขึ้น

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ของสถาบันซึ่งมักเรียกกันอย่างง่ายบ่อยๆว่ายามนั้นมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยทั้งทางกายภาพและข้อมูลของโครงการ ปฏิบัติการ และบุคลากรของสถาบัน ส่วนใหญ่แล้วจะคัดตัวมาจากฝ่ายทหาร ผู้รักษากฏหมาย และบุคลากรราชทัณฑ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะได้รับการฝึกฝนการใช้อาวุธทุกชนิดเช่นเดียวกับแผนฉุกเฉินแบบต่างๆซึ่งครอบคลุมทั้งกรณีการกักกันรั่วไหลและการกระทำที่เป็นภัยคุกคาม บุคลากรเหล่านี้ยังเป็นผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยของข้อมูล เช่นการตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารลับจะได้รับการเก็บในที่ซึ่งถูกต้องและระบบคอมพิวเตอร์ของสถาบันจะปลอดภัยจากการโจมตีภายนอก มีบ่อยครั้งที่พวกเขายังต้องเป็นแนวป้องกันสถานที่ของสถาบันอันดับแรกต่อกำลังที่เป็นคุกคาม

เจ้าหน้าที่ตอบสนองยุทธศาสตร์

ทีมตอบสนองหรือทีมยุทธศาสตร์เป็นทีมต่อสู้ติดอาวุธหนักและฝึกฝนมาดีซึ่งมีหน้าที่คุ้มกันทีมกักกันเมื่อเกี่ยวข้องกับตัวตนผิดปกติซึ่งเป็นอันตรายมาหรือกลุ่มในความสนใจซึ่งเป็นภัยคุกคาม และป้องกันสถานที่ของสถาบันจากการกกระทำที่เป็นภัยคุกคาม ในทางปฏิบัตินั้นทีมตอบสนองเป็นหน่วยรบทหารที่ประจำอยู่ตามสถานที่สำคัญของสถาบันซึ่งพร้อมจะลงพื้นที่ได้ทันที่ที่ทราบเรื่อง

บุคลากรภาคสนาม

เจ้าหน้าที่ภาคสนาม

เจ้าหน้าที่ภาคสนามนั้นเป็นหูตาของสถาบัน ได้รับการฝึกฝนมาเพื่อมองหาและสืบสวนถึงร่องรอยของกิจกรรมผิดปกติ มีบ่อยครั้งที่แฝงตัวเป็นผู้รักษากฏหมายในท้องถิ่นหรือระดับภาค หรือบริการท้องถิ่นอย่างเช่นหน่วยพยาบาลฉุกเฉินหรือองค์กรดูแลรักษาความเรียบร้อยต่างๆ ในฐานะที่เป็นหน่วยแฝงตัว โดยทั่วไปแล้วเจ้าหน้าที่ภาคสนามจึงมักไม่มีสิ่งจำเป็นต่อการจัดการกับกิจกรรมผิดปกติที่ยืนยันแล้ว เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการยืนยันและระบุชัด โดยทั่วไปแล้วเจ้าหน้าที่ภาคสนามก็จะติดต่อขอการสนับสนุนจากทีมกักกันภาคสนามที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อทำการควบคุมและกักกันสิ่งผิดปกติดังกล่าว

หน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่ (MTF)

หน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เป็นหน่วยพิเศษซึ่งประกอบด้วยบุคลากรภาคสนามผู้มีประสบการณ์จากทุกส่วนภาคของสถาบัน หน่วยปฏิบัติการเหล่านี้จะเคลื่อนพลเพื่อจัดการกับอันตรายซึ่งมีลักษณะเฉพาะเจาะจงและมีความหลากหลายตั้งแต่ทีมนักวิจัยภาคสนามซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสิ่งผิดปกติชนิดหนึ่งโดยเฉพาะไปจนถึงหน่วยรบติดอาวุธหนักที่มีหน้าที่ควบคุมตัวตนผิดปกติที่เป็นอันตรายชนิดหนึ่ง โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมในเอกสาร หน่วยปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการ

ผู้บริหาร

ผู้อำนวยการศูนย์

เหล่าผู้อำนวยการศูนย์ของสถานที่สำคัญของสถาบันเป็นบุคลากรที่มีขั้นสูงสุดในที่นั้นและเป็นผู้รับผิดชอบให้การปฏิบัติการกับสิ่งผิดปกติและโครงการทั้งหมดของศูนย์ดำเนินการต่อไปได้อย่างปลอดภัย ผู้ดูแลแผนกสำคัญทั้งหมดจะขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการศูนย์ ซึ่งก็ขึ้นตรงต่อคณะกรรมาธิการ O5

สมาชิกคณะกรรมาธิการ O5

คณะกรรมาธิการ O5 เป็นคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารขั้นสูงสุดของสถาบัน คณะกรรมาธิการ O5 สามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับความผิดปกติที่กักกันไว้ได้เพื่อดูแลปฏิบัติการทั่วโลกของสถาบันและกำหนดแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว เนื่องจากตำแหน่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด สมาชิกคณะกรรมาธิการ O5 จะต้องไม่มีการพบเจอโดยตรงกับวัตถุ ตัวตน หรือปรากฏการณ์ผิดปกติใดๆ นอกจากนั้น ข้อมูลตัวตนของสมาชิกคณะกรรมาธิการ O5 ทุกคนจะเป็นความลับ สมาชิกคณะกรรมาธิการ O5 ทุกคนนั้นจะถูกอ้างถึงโดยใช้รหัสหมายเลขเท่านั้น (O5-1 ถึง O5-13)

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License