SCP-704-TH
rating: +1+x
full-moon.jpg
บริเวณที่ SCP-704-1-TH มารวมตัวกันมากที่สุด ซึ่งเป็นจุดที่แสงจันทร์ส่องสว่างมากที่สุดด้วย

วัตถุ# SCP-704-TH

ระดับ: Keter

มาตรการกักกันพิเศษ
การกักกันพื้นที่ SCP-704-TH ทำได้โดยการเฝ้าระวังและปิดพื้นที่โดยรอบในระยะ 500 เมตร
ไม่อนุญาตให้บุคคลากรและนักวิจัยเข้าไปในเขตกักกันของ SCP-704-TH ในช่วงเวลาที่ก่อให้เกิดอันตรายซึ่งจะตรงกับคืนวันพระจันทร์เต็มดวง ผู้ที่เข้าไปได้ถูกกำหนดให้เป็นเจ้าหน้าที่เก็บกู้พิเศษซึ่งผ่านการฝึกฝนมาแล้วเท่านั้น การทดลองทุกครั้งจะถูกบันทึกภาพไว้เสมอ
SCP-704-TH-1 ทุกตัวจะถูกกำหนดให้เป็นสิ่งที่มีความอันตรายระดับสูง ทางผู้สำรวจสามารถใช้อาวุธในการป้องกันตัวเองได้เมื่อถึงเวลาคับขัน การตรวจหาผู้หายสาบสูญจะถูกปฏิบัติในเวลากลางวันหรือคืนที่ไม่ปรากฏให้เห็นดวงจันทร์
ตัวอย่าง SCP-704-TH-1 ที่สามารถเก็บกู้มาได้ทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิตจะถูกส่งตรงไปยังศูนย์วิจัยหลักทันที

รายละเอียด
SCP-704-TH เป็นพื้นที่ราบสูงแห่งหนึ่งบนเทือกเขา[ข้อมูลปกปิด]ซึ่งกั้นระหว่างประเทศฝรั่งเศสกับประเทศสเปน จากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ของ SCP-704-TH เป็นจุดที่แสงของดวงจันทร์ส่องสว่างมากที่สุดซึ่งเคยถูกใช้เป็นสถานที่ดูดาว
ปัจจุบันทางสถาบันได้ทำการปิดล้อมสถานที่ดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นพื้นที่สงวนสำหรับการฟื้นฟูพันธุ์ไม้หายาก
SCP-704-TH จะกลายเป็นพื้นที่อันตรายเมื่อถึงเวลาประมาณ 21.00-03.00 ของคืนวันที่ดวงจันทร์ปรากฏขึ้นมาเต็มดวง ส่งผลให้ช่วงเวลาดังกล่าว[ต่อไปนี้จะขอเรียกว่าสถานการณ์ A]ถูกกำหนดให้เป็นเวลาอันตราย ซึ่งจะห้ามทุกคนเข้าไปในพื้นที่เขต SCP-704-TH ยกเว้นเจ้าหน้าที่เก็บกู้พิเศษที่ได้รับมอบหมายให้เข้าไปทำการสำรวจ
ภายในช่วงเวลาที่อยู่ในสถานการณ์ A ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบการรวมตัวสิ่งมีชีวิตไม่ทราบชนิด ซึ่งถูกระบุว่าเป็นตัวตนที่ผิดธรรมชาติ [ต่อไปนี้จะเรียกว่า SCP-704-TH-1] ภายในเขตพื้นที่ 704
SCP-704-TH-1 เป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตของสิ่งที่ได้รับการระบุให้เป็นสิ่งมีชีวิตผิดธรรมชาติ การสำรวจในปัจจุบันพบว่า SCP-704-TH-1 มีจำนวน 7 สายพันธ์ ซึ่งทางสถาบันสามารถเก็บตัวอย่างมาได้แล้ว 6 สายพันธ์ [สามารถดูได้ในบันทึก 704-1-A] การพยายามมีปฏิสัมพันธ์ในเชิงบวกกับ SCP-704-TH-1 ทุกตัวได้รับการยืนยันแล้วว่าล้มเหลว
ดูเหมือน SCP-704-TH-1 ทุกตัวจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อแสงจันทร์ พวกมันมักมารวมตัวและส่งเสียงร้องคล้ายๆการส่งสัญญาณกันในพื้นที่ที่แสงจันทร์ส่องสว่างมากที่สุด มีบางตัวเท่านั้นที่จะเคลื่อนไหวไปบริเวณรอบๆคล้ายกับการหาอาหาร ปัจจุบันยังไม่ทราบปัจจัยสำคัญของการรวมตัวของ SCP-704-TH-1 ดังกล่าว ทั้งนี้ SCP-704-TH-1 ทั้งหมดจะแยกย้ายหายไปเมื่อหมดเวลาของสถานการณ์ A
นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่สำรวจได้ตรวจพบโพรงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่า 4 เมตร จำนวน 2 แห่ง ปัจจุบันยังไม่ทราบว่ามันลึกลงไปแค่ไหนเนื่องจากเมื่อลงไปได้ 2 เมตรทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเยื้อบางๆซึ่งมีคุณสมบัติยืดหยุ่นสูงขึงกั้นไว้อยู่ทั้ง 2 โพรง การพยายามทำลายมันด้วยความร้อนหรือแม้กระทั่งการพยายามทะลวงมันด้วยกระสุนปืนและอุปกรณ์ต่างๆดูเหมือนจะไร้ผล คาดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ แต่เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ถูกทำขึ้นมา ซ้ำยังตรวจพบอีกว่าเมื่อแสงจันทร์ส่องมากระทบกับเยื้อบางๆข้างต้น มันจะค่อยๆหดตัวจนเปิดเป็นทางให้ผ่านไปได้และจะยืดตัวออกมาหลังจากไม่ได้รับแสงจันทร์ ปัจจุบันยืนยันได้แล้วว่า SCP-704-TH-1 ทั้งหมดออกมาจากทั้ง 2 โพรงนี้ คาดว่าโพรงนี้เป็นทางเชื่อมไปที่ใดซักแห่งซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของ SCP-704-TH-1

ภาคผนวก : บันทึก 704-1-A
สายพันธ์ A1 : เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะคล้ายนกกระจอกเทศ เพียงแต่ว่ามันมีขนสีดำแซมน้ำเงินบางตัวก็สีดำแซมเขียวและมีปีกที่เมื่อกางออกจะมีขนาดใหญ่กว่าลำตัวถึง 3 เท่าทำให้มันสามารถบินได้สูง6ฟุตและเป็นเวลานาน

สายพันธ์ A2 : ลักษณะทางกายภาพคล้ายกับสายพันธ์ A1 เพียงแต่ลำตัวของมันไม่มีขนแต่มีผิวหนังค่อนข้างหนาสีดำ สายพันธ์ A2 นี้บินไม่ได้เนื่องจากมันมีปีกที่เล็กกว่าสายพันธ์ A1 เล็กน้อย แต่มันสามารถกระโดดได้ไกล 2 เมตรโดยการกระพือปีกเพื่อใช้เป็นแรงส่ง นอกจากนี้พบว่ามันมีนิสัยชอบขว้างปาสิ่งของโดยใช้เท้าหยิบและเขวี้ยงไปยังสิ่งมีชีวิตอื่นอีกด้วย

สายพันธ์ B : ลักษณะคล้ายงูขนาดเล็ก ลำตัวสีแดงลายน้ำตาล ข้างลำตัวมีขาเล็กๆจำนวน 3 คู่ พบว่ามันมีเสียงร้องคล้ายช้าง ปากของมันสามารถอ้าได้กว้างกว่า 40 เซนติเมตร สายพันธ์นี้มักชอบอยู่นิ่งๆจนกว่ามันจะพบสิ่งเหยื่อก่อนที่มันจะดีดตัวพุ่งไปงับเหยื่อด้วยความรวดเร็ว

สายพันธ์ C1 : ลักษณะเป็นหมาป่าขนาดใหญ่ลำตัวสีขาว หางของมันมีขนาดยาวและใหญ่กว่าลำตัว 1.5 เท่า มักอยู่รวมกันเป็นฝูง สายพันธ์นี้ล่าเหยื่อโดยการแอบซุ่มอยู่โดยไม่ให้เหยื่อรู้ตัวและเมื่อเหยื่อเผลอก็จะใช้หางอันทรงพลังในการฟาดเหยื่อจนตาย

สายพันธ์ C2 : ลักษณะคล้ายสายพันธ์ C1เพียงแต่มีลำตัวสีเทาและไม่มีหางรวมทั้งขนาดตัวที่เล็กกว่ามาก มันสามารถปีนต้นไม้ใหญ่ๆและเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วพอๆกับเสือชีต้า มักล่าเหยื่อโดยการหลบอยู่บนต้นไม้เงียบและโดดลงมาฟัดเหยื่อจนตาย

สายพันธ์ C3 : สายพันธ์นี้มีขนาดใหญ่กว่า C1และเคลื่อนไหวได้เร็วพอๆกับ C2 เพียงแต่มันมีลำตัวสีดำและมีหางที่สมส่วนกับลำตัว แต่ดูเหมือนสายพันธ์นี้จะมีพละกำลังเยอะมาก และไม่อยู่รวมเป็นฝูง เมื่อมันพบเหยื่อมันจะวิ่งตรงไปยังเหยื่อแม้จะมีสิ่งกีดขวางมันก็สามารถทำลายได้อย่างง่ายดาย และด้วยความรวดเร็วจึงทำให้การหนีรอดเป็นไปได้ยาก เป็นสายพันธ์ที่ทางเจ้าหน้าที่ใช้กำลังและทรัพยากรคนไปเป็นจำนวนมากซึ่งได้มาเพียงตัวอย่างที่ตายแล้วจำนวน 2 ตัว

สายพันธ์ D : ข้อมูลที่พบเกี่ยวกับสายพันธ์นี้มีน้อยมากเนื่องจากปัจจุบันพบเพียงตัวเดียวรวมทั้งทางสถาบันยังไม่สามารถจับมากักกันได้ และมันมักจะไม่ค่อยเข้าใกล้บริเวณที่มีกล้องซ่อนไว้ ลักษณะร่างกายท่อนล่างคล้ายสัตว์จำพวกกวางแต่มีเพียง 2 ขา ลักษณะท่อนบนคล้ายกับมนุษย์แต่ถูกปกคลุมไปด้วยขนหนาๆสีน้ำตาลหัวของมันมีลักษณะผิดปกติเกินที่จะเปรียบเทียบกับสัตว์ชนิดต่างๆได้ ปัจจุบันยังไม่ทราบถึงลักษณะนิสัยและการล่าของมันพบเพียงแต่ว่ามันสามารถวิ่งและกระโดดได้อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วโดดใช้ขาทั้ง 2 ข้างและการปีนป่ายโดยใช้มือ มี 2 ครั้งที่เจ้าหน้าที่ของทางสถาบันได้เผชิญหน้ากับสายพันธ์นี้ แต่ก็เสียชีวิตทั้ง 2 ครั้งที่พบเหมือนกันในศพทั้ง 2 คือกระดูกสันหลังที่แตกละเอียด แต่โชคดีที่ 1 ใน 2 ครั้งนีัถูกบันทึกภาพไว้ได้โดยเจ้าหน้าที่ที่หนีรอดมาได้ โดยในภาพเป็นตอนที่มันกำลังสังหารเจ้าหน้าที่ของสถาบันอยู่พอดี พบว่ามันมีการจู่โจมที่ค่อนข้างฉลาดโดยมันมีการพยายามแย่งปืนของเจ้าหน้าที่ที่มันกำลังจู่โจมและปลดแมกกาซีนออกก่อนที่จะทำลายปืนทิ้งด้วยกำลังอันมหาศาล ก่อนที่มันจะเล็งไปที่จุดตายแล้วทำการโจมตีภายในครั้งเดียว

เพิ่มเติม :
ทางสถาบันคาดว่าเป็นไปได้สูงที่ SCP-704-TH-1 สายพันธ์ D จะมีสติปัญญาเทียบเท่ามนุษย์ หรือบางทีมันอาจจะเป็นมนุษย์ที่ได้รับการดัดแปลงมาก็เป็นได้ และยังเป็นไปได้สูงที่ใต้โพรงปริศนาจะเป็นศูนย์วิจัยของใครบางคน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้

"เราจะต้องจับไอ้ปีศาจนั่นมาให้ได้ เราจะแสดงให้มันรู้ว่าต่อให้มันจะแกร่งหรือฉลาดเพียงไหนมันก็ไม่มีทางรอดมือเราไปได้ คืนนี้เราได้สนุกกันต่อแน่"
-ดร.โอเมก้า

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License