SCP-6380

PlaguePJP & Rounderhouse: XII

คะแนน: +1+x
2/6380 ระดับ 2/6380
เป็นความลับ
classified-bar.svg
classified-bar.svg
classified-bar.svg
classified-bar.svg
classified-bar.svg
classified-bar.svg
วัตถุ# SCP-6380
Neutralized

chappellheader.png

ริชาร์ด แชปเปลล์ในช่วงปี ค.ศ. 1904


มาตรการกักกันพิเศษ: คดีได้ถูกปิดลงในปี ค.ศ. 1940 พร้อมกับการยุบของ GoI-001 ซากศพและหลักฐานที่เกี่ยวข้องได้ถูกกำจัดอย่างปลอดภัย

รายละเอียด: สิ่งผิดปกติ คือ รหัสเรียกรวมศพของตัวตนรูปร่างมนุษย์จำนวนสี่สิบสามศพที่ถูกค้นพบในสถานที่ต่าง ๆ ภายในเมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงฤดูหนาว ค.ศ. 1925 จำนวนสี่สิบเอ็ดศพจากทั้งหมดเป็นเช่นเดียวกับเผ่าพันธุ์ในก่อนหน้า และอีกสองศพเป็นมนุษย์สูงวัยเพศชายและหญิง

ศพเหล่านี้มีความผิดปกติในการตั้งชื่อที่มีลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งจำกัดคำศัพท์และชื่อที่สามารถใช้เรียกพวกมันได้ รวมถึงภายในเอกสารที่ถูกเขียนขึ้นนี้ด้วยเช่นกัน นอกเหนือจากนี้ ก็ยังไม่สามารถระบุตัวตนของศพใดได้อีกด้วย แม้พวกมันไม่ได้ขาดลักษณะที่สามารถใช้ในการระบุตัวตนได้เลยก็ตาม แต่ลักษณะเหล่านี้กลับไม่สามารถใช้งานในการแยกแยะศพเหล่านี้ออกจากกัน หรือระบุตัวตนของศพใดศพหนึ่งอย่างเฉพาะเจาะจงได้ การตรวจสอบลักษณะและขอบเขตที่แน่ชัดยังคงอยู่ในระหว่างดำเนินการ แต่ทั้งสองประการนี้มีลักษณะที่สอดคล้องกันกับภัยอันตรายทางการตั้งชื่อซึ่งพบในสิ่งผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับชนแห่งพนาไพรอันงามอื่น ๆ

ผู้สัมภาษณ์: เจ้าหน้าที่โซโลมอน เชลบี้

ผู้ถูกสัมภาษณ์: เบอร์เคน 'บลัดฮาวด์' โนวาโควสกี้ อดีตเคยพัวพันกับ GoI-001 ("ปิศาจชิคาโก")

«เริ่มต้นข้อความที่คัดตอนมา»


Nowakowski.png

เบอร์เคน โนวาโควสกี้

โนวาโควสกี้: ผมไม่ปริปากพูดห่าอะไรให้ฟังทั้งนั้นแหละ

เชลบี้: คุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเราต้องการอะไร

โนวาโควสกี้: จะอะไรก็ช่างหัวมันเถอะคุณตำรวจ ยังไงก็ไม่

เชลบี้: เอาเถอะน่า คุณก็รู้นี่ว่าถ้าไม่ให้ความร่วมมือมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

โนวาโควสกี้: ไม่โว้ย แม่งไม่เข้าใจห่าอะไรเลยใช่ไหมเนี่ย? ผมทำไม่ได้จริง ๆ แชปเปลล์เขาเป็นคนมีเวทมนตร์ ใครปากสว่างบอกตำรวจเขาก็จะรู้ตัว ได้ยังไงก็ไม่รู้หรอกนะ แล้วเขาก็จะจัดการไอ้พวกนั้นด้วยตัวเอง

เชลบี้: เบิร์ก ไอ้หมอนั่นแม่งโดนขังลืมอยู่ในคุก มันจะแตะต้องตัวใครแม้แต่ปลายเล็บไม่ได้อีกแล้ว แถมเป็นคุกซิงซิงอีกต่างหาก อีกอย่างหนึ่งนะ ผมไม่ใช่ตำรวจ พวกเราขังมันเอาไว้อย่างดีในแบบที่มันจะไม่มีโอกาสได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกครั้งในชีวิตนี้ หมอนั่นอาจตายไปแล้วก็ได้ - แล้วถ้าคุณไม่ยอมตอบคำถามผม คุณก็ได้ตายห่าตามมันไปแน่

โนวาโควสกี้: ก็แล้วอยากรู้เรื่องอะไรล่ะ?

เชลบี้: ก็เรื่อง… เมื่อสิบสามปีก่อน ช่วง 1925 มีการสังหารโดยพวกกลุ่มอาชญากรอยู่หลายครั้งตลอดช่วงฤดูหนาวในเมือง พวกเราเจอศพที่ทั้งคุณแล้วก็ผมรู้ดีว่ามันไม่ใช่มนุษย์ พวกเราก็ไม่ใช่ตำรวจหรอกนะ แต่พวกเราก็อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ศพพวกนั้นไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง

โนวาโควสกี้: เออ เหี้ยเอ๊ย แม่งเรื่องโสมมเลยนะนั่น โคตรจะโสมม ถ้ารู้ว่าพวกนั้นคืออะไร คุณคงจะรู้สึกว่าถ้าไม่สืบคงจะดีกว่าโขเลยล่ะ

เชลบี้: เริ่มพูดสักทีน่า

โนวาโควสกี้: เติมควันหน่อยคงได้เนอะ?

เชลบี้: ก็เอาสิ

[นิ่งไปครู่หนึ่ง]

โนวาโควสกี้: แล้วนี่คุณเป็นคนที่ไหนน่ะ?

เชลบี้: เกิดและโตที่ชิคาโก

โนวาโควสกี้: เออ ๆ ไงก็ช่างมันเหอะ อย่างที่รู้ว่า เมืองนี้พวกผู้อพยพเป็นคนสร้างขึ้นมา พวกเราเป็นคนปูพื้นถนนที่พวกคุณเดินกันนั่นแหละ

เชลบี้: ทั้งชีวิตนี้คุณไม่เคยตั้งใจทำงานสุจริตเลยด้วยซ้ำ

โนวาโควสกี้: พวกเราก็ไม่ได้ทำกันแค่สร้างเมืองหรอกนะ พวกเราก็ทำงานสกปรกที่ไม่มีใครอยากเอามือไปแตะต้องด้วย และค่าตอบแทนก็ได้เท่ากระผีกริ้น ต้องไปอยู่ในกระต๊อบสังกะสีข้างแม่น้ำ และจมไปกับมลทินในตัวพวกเรา

เชลบี้: แย่นะนั่น

โนวาโควสกี้: แล้วพวกเราก็สร้างวัฒนธรรมด้วย อย่างผม ผมมีเชื้อโปแลนด์มาจากพ่อ พวกเราหอบวัฒนธรรมของเรามากับเรือและรถม้า แล้วก็เก็บรักษามันเอาไว้ภายในตึกรามบ้านช่อง

เชลบี้: ก็คงไม่มีตัวเลือกเหลือมากนักหรอก ถ้ามองตามว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นที่ยุโรปน่ะนะ

โนวาโควสกี้: นั่นแหละประเด็น ผมมีเชื้อโปแลนด์จากพ่อก็จริง แต่ผมก็ได้เชื้อไอริชจากแม่มาด้วย นั่นแหละเหตุผลที่แชปเปลล์ให้ผมทำงานด้วย แล้วก็ - ผมก็ไม่ใช่คนใจเสาะอะไรนะ แน่แชปเปลล์แม่งน่ากลัวฉิบหาย ไอ้ห่าไร้ปรานี ผมแทบไม่รู้จักเขาเลย เป็นคนประเภทที่ทุกคนจะยืนขึ้นรับทันทีที่เขาก้าวเข้าห้องมา เขาจ้องเข้ามาที่ตาผม เข่าผมก็สั่น ภายในท้องไส้มันกำลังตะโกนบอกผมว่าให้รีบหนีไปจากไอ้ปีศาจคราบมนุษย์นี่ แล้วเขาก็บอกผมว่าเขากำลังมองหาคนที่มีเชื้อไอริชอยู่

เชลบี้: สายเลือดไอริชมันทำไมครับ?

[นิ่งไปครู่หนึ่ง]

โนวาโควสกี้: ชาวโปแลนด์นำพาวัฒนธรรมของพวกเรามาที่อเมริกาเพื่อช่วยให้มันปลอดภัยจากไฟศึก แต่พวกไอริชน่ะเรอะ? พวกมันนำมาซึ่งสิ่งที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง


«สิ้นสุดข้อความที่คัดตอนมา»

ศพเหล่านี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับมนุษย์สองขาและหกรยางค์ (แขนคู่หลักอยู่เหนือแขนคู่รองที่มีขนาดเล็กกว่า และมีขาแบบดิจิไทเกรดอยู่สองข้าง) ทั้งหมดสวมใส่เครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับยุคสมัย ซึ่งได้รับการดัดแปลงเพื่อให้สามารถเข้ากับโครงสร้างร่างกายที่เป็นเอกลักษณะของพวกมัน ผิวหนังมีขนปกคลุมและมีสัมผัสนุ่มนวล ใบหน้ามีดวงตาหกดวงที่เรียงกันเป็นแนวโค้งในระยะห่างเท่า ๆ กัน โครงสร้างใบหน้าที่ยืดยาวและกระดูกงอกขนาดใหญ่บริเวณหลังถือเป็นความแตกต่างภายนอกร่างกายที่โดดเด่นจากมนุษย์ปกติมากที่สุด (โครงสร้างโครงกระดูกและอวัยวะภายในร่างกายมีความแตกต่างไปอย่างมีนัยสำคัญ เช่น อวัยวะที่มีลักษณะเฉพาะจำนวนมาก)

ผู้สัมภาษณ์: เจ้าหน้าที่โซโลมอน เชลบี้

ผู้ถูกสัมภาษณ์: คิลเลียน โอมาลลีย์ สมาชิกกลุ่มชิคาโกส์นอร์ธไซด์แก๊ง1

«เริ่มต้นข้อความที่คัดตอนมา»


omalley.png

คิลเลียน โอมาลลีย์

โอมาลลีย์: อะไรล่ะนี่ แค่เพราะผมเป็นคนไอริชก็เลยคิดว่าผมขี้เหล้าเนี่ยนะ? อย่างนี้ก็ได้เหรอ?

เชลบี้: ใจเย็นเถอะ ผมไม่ใช่ตำรวจหรอก

โอมาลลีย์: เออ ตำรวจก็พูดแบบนี้กันทุกรายไม่ใช่เรอะ ก่อนที่สักพักจะพังประตูเข้ามาบุกบาร์เถื่อนน่ะ?

เชลบี้: ผมไม่สน เข้าใจไหม? คุณจะต้มเหล้ากลั่นในอ่างอาบน้ำตัวเองหรือทำทุจริตยังไงผมก็ไม่สนห่ามันหรอก ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเรื่องนั้น

โอมาลลีย์: แล้วต้องการอะไรล่ะ?

เชลบี้: บอกผมมาทีครับว่าคุณมาที่อเมริกาทำไม คุณโอมาลลีย์

โอมาลลีย์: ฮะ?

เชลบี้: ได้ยินแล้วนี่ คุณร่วมรบในสงครามใช่ไหมล่ะ?

โอมาลลีย์: ก็ใช่ กองพันทหารราบไอริช จากนั้นผมก็โดนยิง เขาก็เลยไล่ตะเพิดผมกลับบ้านไป

เชลบี้: ซึ่งคุณก็ทำอย่างนั้น และจากนั้นคุณก็เจอปัญหาเข้าให้

โอมาลลีย์: ปัญหาห่า ๆ ช่างมัน ผมก็ยืนหยัดร่วมกับเพื่อนร่วมชาติตัวเองนั่นแหละ พวกอังกฤษแม่งกดขี่เรามาตั้งแต่จำความได้ แล้วจากนั้นพวกมันก็อยาก-

เชลบี้: เข้าใจน่า คุณเป็นตัวเองเลยล่ะในช่วงอีสเตอร์ แล้วหยิบอาวุธมาร่วมรบกับ IRA ใช่ไหมล่ะ เป็นพวกปลุกปั่นโดยเนื้อแท้เลยสิ

โอมาลลีย์: ไปรู้มาได้ยังไงวะ?

เชลบี้: คุณได้รับความช่วยเหลือด้วยใช่ไหมล่ะ? ระหว่างช่วงปฏิวัตินั่นน่ะ

โอมาลลีย์: หมายถึงพวกเยอรมันเรอะ?

เชลบี้: เปล่า เหล่าคนที่โบราณและเป็นธรรมชาติกว่านั้น

[นิ่งไปครู่หนึ่ง]

เชลบี้: ผมรู้เรื่องศพแล้ว โอมาลลีย์ แล้วก็เกาะไฮ-บราซิลที่ลอยผ่านผาโมเฮอร์ทุกเจ็ดปีเป็นเวลาตลอดสามศตวรรษ มรกตพันธุ์มีพันธะกับไอร์แลนด์อย่างแม่อาจแยกออกได้ - แล้วพวกเขามาที่ชิคาโกได้ยังไงกันน่ะ?

โอมาลลีย์: ผม…

เชลบี้: พูดตามตรงมาหน่อยนะ

โอมาลลีย์: พวกเราทำข้อตกลงจากพวกเขา เป็นกลุ่มหนึ่ง แต่ไม่ใช่กลุ่มหลักบนเกาะ พวกกลุ่มปลุกปั่น ถึงจะเป็นช่วงไหน ๆ พวกนั้นก็ไม่เคยจะชอบมนุษย์เลย แต่สงครามก็โหดร้ายกับพวกเขาเหมือนกัน ตายกันเยอะแยะ พวกนั้นอยากออกจากเกาะ แล้วก็ให้เวทมนตร์ที่ต้องใช้ให้กับเรา ถ้าไม่มีมนตร์นั่นเราคงชนะสงครามมาไม่ได้แน่ มันก็ไม่ได้เปลี่ยนทิศทางสงครามไปหรอก - ก็แค่ทำให้ผมกับคนดี ๆ อีกหลายคนรอดชีวิตจากตอนที่จะตายจมกองตมได้ มันช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้

เชลบี้: แล้วหลังจากเสนอสนธิสัญญา คุณก็เลือกข้างผิด

โอมาลลีย์: นั่นแหละ พวกเขากะจะยิงผม แต่ผมพอมีเพื่อนอยู่ที่ท่าเรือ พวกเราก็เลยลักลอบขึ้นเรือไปท่าเรือนิวยอร์ก และที่ท่าตอนนั้นนั่นแหละที่ไอ้พวกเวรนั่นโผล่มาไม่มีปี่มีขลุ่ย แล้วบอกผมว่าถึงเวลาชำระแล้ว พวกเราก็ออกเดินทางกัน - มีคนนับได้ร้อยเศษคน และพวกปราณีเปี่ยมเกียรติแห่งขุนเขาซ่อนอยู่ใต้ดาดฟ้าเรืออีกสองตัว

เชลบี้: งั้นเอง นิวยอร์กสินะ ว่าแต่พวกคุณไปถึงชิคาโกได้ยังไง ในเมื่อมีพวกบุคคลแห่งเชิงเนินที่แตะต้องเหล็กไม่ได้อยู่ตั้ง 40 ตัว?

โอมาลลีย์: ผมมีลูกพี่ลูกน้องที่ไปตั้งรกรากอยู่ที่นั่นตั้งแต่จบมหาสงคราม พวกขี้ขลาด แต่พวกนั้นมันรู้ว่าควรรีบหนีไปตอนไหน ผมอาศัยเส้นสายหน่อย ยัดพวกนั้นลงกล่องเหมือนเป็นปลา แล้วก็ให้เรือขนส่งข้ามแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์และพวกทะเลสาบไปยังชิคาโก

เชลบี้: ตอนนั้นปีไหนครับ?

โอมาลลีย์: 1924 คงราว ๆ นั้น

เชลบี้: อ่าฮะ แล้วหลังจากที่พวกเขาไปถึงชิคาโกล่ะ?

โอมาลลีย์: หลังจากนั้นก็ไม่รู้แล้วโว้ย ผมแค่พาพวกนั้นมาที่นี่ ไม่ได้เข้าร่วมกับพวกนอร์ธไซด์จนกระทั่งสามปีให้หลัง แล้วก็ไอ้เรื่องนั่นมันก็จบไปนานมากแล้ว ดีจริง ๆ เลยนะเนี่ย

เชลบี้: ทำไมอย่างนั้นล่ะ?

โอมาลลีย์: มันมีเหตุผลที่พวกใต้ดินไม่อยากพัวพันกับเวทมนตร์ห่าเหวอะไรเหมือนอย่างที่พวกปิศาจทำกัน ก็แบบ ดูที่เกิดกับเจ้าแชปเปลล์สิ เนอะ? เคยเจอแชปเปลล์ไหมล่ะ?

เชลบี้: ก็ไม่เคยหรอกครับ แต่ผมพอคุ้นกับเขาอยู่

โอมาลลีย์: แต่ผมเคยนะ ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ เขาประชุมกับดักแกน ถกกันเรื่องยักยอกเหล้าเถื่อนอะไรเทือกนั้น เขาเดินเข้ามา และ- ในแวดวงนี้น่ะนะ พวกตัวเป้ง ๆ ก็มือเปื้อนเลือดกันทั้งนั้น หมอนี่เดินเข้ามา ยืนซะมิดประตู แล้วเขาก็ไม่มีปืนติดมือมาเลยด้วย เขาไม่ได้ยิ้มอยู่ ไม่มีอะไรเลยทั้งนั้น แต่ผมพอบอกได้ว่าไอ้เจ้านี่ทำอะไรทราม ๆ มามากแล้ว ไอ้หมอนี่ไม่ได้มือเปื้อนเลือด มันชุ่มเลือดที่เทียบเท่าคนทั้งเมืองมากกว่าหนึ่งเมือง และจะทำแบบนั้นอีกรอบในไม่ช้า แค่มองดูก็รู้แล้วว่าเป็นอย่างนั้น

[นิ่งไปครู่หนึ่ง]

โอมาลลีย์: เขาชนะสงครามย่อม ๆ ของเรามาได้ แล้วลองดูสิว่าเขาเป็นยังไง ทุกกเรื่องที่พันเกี่ยวเข้ากับป่าใหญ่มันต้องสาปทั้งหมด


«สิ้นสุดข้อความที่คัดตอนมา»

ในช่วงฤดูหนาวก่อนการพบศพทั่วเมืองชิคาโก ได้เกิดสงครามขนาดเล็กระหว่างกลุ่มปิศาจชิคาโกและนอร์ธไซด์แก๊งเพื่อแย่งชิงอำนาจเหนือท่าเรือชิคาโก เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่ของนอร์ธไซด์แก๊งเป็นชาวไอริช-อเมริกันที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศไอร์แลนด์ จึงมีการสันนิษฐานว่าพนาปุคคลได้ร่วมมือกับพวกเขา โดยเสนอบริการทางด้านเวทมนตร์อันเป็นเอกลักษณ์ของตนแลกเปลี่ยนกับการทำงานและการป้องกันพวกมันจากหน่วยงานต่าง ๆ

ผู้สัมภาษณ์: เจ้าหน้าที่โซโลมอน เชลบี้

ผู้ถูกสัมภาษณ์: SCP-032-ARC: ชาลส์ เดอร์ริงเกอร์ อดีตผู้หมวดของ GoI-001 ("ปิศาจชิคาโก")

«เริ่มต้นข้อความที่คัดตอนมา»


derringer.png

SCP-032-ARC

เดอร์ริงเกอร์: สงครามกับนอร์ธไซด์แก๊งเรอะ? มันก็ตั้งสิบปีก่อนแล้วนา ทำไมถึงมาสนใจกันล่ะ?

เชลบี้: ไม่มีเหตุผลที่คุณต้องรู้หรอก แล้วก็นะ ผมต่างหากที่ต้องถามคำถามน่ะ ไอ้สันดาน

เดอร์ริงเกอร์: เออ เออ แต่จำไว้หน่อยนะว่าผมเป็นคนที่สามารถหักกระดูกคุณจากภายในร่างกายได้น่ะ

เชลบี้: เหรอ แล้วผมก็คือคนที่บอกผู้คุมได้ว่าคุณควรเห็นเดือนเห็นตะวันได้สักกี่ชั่วโมง แล้วตอนนี้เลขชั่วโมงเป็นศูนย์

เดอร์ริงเกอร์: [หัวเราะ] ชอบมึงว่ะ! ก็นะ สงครามน่ะ ถึงจะบอกว่าสงครามก็เถอะ แต่มันเหมือนเป็นการสังหารหมู่มากกว่า จำไว้ด้วยนะว่าพวกนั้นมันเป็นคนยุยงน่ะ กลุ่มปิศาจไม่เคยทำร้ายใครก่อน

เชลบี้: อ่าฮะ ศักดิ์ศรีในหมู่โจรอะไรงั้น แล้วพวกเขาทำอะไรล่ะ?

เดอร์ริงเกอร์: ไอริชเรอะ? อ้อ นั่นก็แค่บาดหมางกันหน่อยน่ะ พวกนั้นมันดักรถเรา แล้วก็ชิงเหล้าเถื่อนไปจากท่า พวกเราจะไปแจ้งตำรวจก็ไม่ได้ - เพราะตอนนั้นพวกกลุ่มอาชญากรคุมตำรวจไว้ - พวกเราก็เลยส่งคนไปสองสามคนพร้อมปืน แล้วก็จัดการปัญหาไปได้น่ะนะ

เชลบี้: คุณคงนึกอยู่แล้วล่ะสิว่ามันต้องจบลงที่การฆ่าล้างแค้นน่ะ

เดอร์ริงเกอร์: ก็นั่นแหละ มันก็เป็นอย่างนั้นนี่ พวกมันกำลังทดสอบเรา - ทดสอบแชปเปลล์ - เพื่อที่จะหาจุดอ่อน ทั้งชีวิตโสมมของแชปเปลล์ไม่เคยมีจุดอ่อนเลย เขาจัดการเก็บคนของพวกนั้นไปสองสามคนเพื่อจะส่งสารให้ทราบ

เชลบี้: สารสินะ

เดอร์ริงเกอร์: "อย่ามาแหย็มกับพวกปิศาจ" สารจากปิศาจมันต่างจากอะไรที่คุณเคยเห็นมาก่อน - ผมเป็นคนจัดการเรื่องนั้นเอง ก็เอาเป็นว่างานศพไอ้พวกนั้นไม่สวยเท่าไรหรอก - ไม่มีโลงให้ เพราะมันเละไม่มีชิ้นดีซะจนยัดลงขวดโหลได้เลย

เชลบี้: พระเยซูช่วยเถอะ แล้วมันมีปัญหาอะไรล่ะ?

เดอร์ริงเกอร์: พวกเราไม่รู้มาก่อนว่าพวกมันร่วมงานกับไอ้พวกพงพุ่ม ก็นะ เราก็เคยได้ยินชื่อมาบ้าง แต่ก็ไม่เคยเห็นตัวเป็น ๆ มาก่อน แล้วก่อนเริ่มยิงเราก็ไม่ได้ดูให้ดี เราก็เจอศพคนห้าคนกับอีกหนึ่งเป็น… เจ้าพวกนั้น พวกเราก็ไม่รู้จะทำยังไงกับมันดี

เชลบี้: แล้วหลังจากนั้นพวกนอร์ธไซด์ได้ล่าถอยไปไหมครับ?

เดอร์ริงเกอร์: อ๋อ ใช่สิ อย่างที่ผมบอกไป สำหรับพวกเขาแล้วมันก็เป็นแค่ธุรกิจ ที่นี่เขาเล่นกันอย่างนี้ แต่สำหรับพวกสิ่งมีชีวิตจากดินแดนห่าแฟนตาซีโคตรอัศจรรย์ที่ศักดิ์ศรีเหนือทุกสิ่งน่ะเรอะ? มันเป็นจุดเริ่มต้นของความแค้นและการนองเลือด พวกนั้นมันไม่เข้าใจว่าธุรกิจนี้เขาเล่นกันยังไง แล้วเราก็โคตรจะไม่เข้าใจเลยว่าพวกแม่งทำสงครามกันยังไง ไม่นานนักก็มีศพแรกมาถึงเรา

เชลบี้: พวกคุณก็น่าจะคุ้นกับการฆ่าล้างแค้นอยู่แล้วนี่ มันต่างจากครั้งอื่นยังไง?

เดอร์ริงเกอร์: พวกเราไม่รู้ว่าศพนั้นคือใคร

เชลบี้: คนนอกเหรอ?

เดอร์ริงเกอร์: ไม่ คนของพวกเรานี่แหละ แค่ว่าไม่มีใครในกลุ่มบอกได้เลยว่าเป็นใคร

[นิ่งไปครู่หนึ่ง]

เดอร์ริงเกอร์: พวกนั้นแม่งชิงชื่อเขาไป ในแวดวงนี้ที่คนเรามีติดตัวก็คือชีวิต ปืน และชื่อของตัวเอง มันชิงชื่อเขาไป แล้วก็พรากชีวิตด้วยปืนของเขาเอง หลังจากนั้นจะเหลืออะไรอีกล่ะ?

เชลบี้: ไม่เหลือ

เดอร์ริงเกอร์: นั่นแหละ ไม่มีอะไรเหลือเลย แล้วก็มีแบบเดียวกันอีกสองศพก่อนที่แชปเปลล์จะจัดประชุมกับหมวดคนอื่น ๆ

เชลบี้: มีใครบ้างครับ?

เดอร์ริงเกอร์: ก็ผม วีลส์ ซอว์ทีธ ฟิตซ์ คนรุ่นเก๋า ๆ ที่เขามี พวกเราทำงานกับเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วพวกเราก็กลัวเขาฉิบหายเลย

เชลบี้: นึกว่าคุณเคารพเขาซะอีก

เดอร์ริงเกอร์: ก็ใช่ ผมเคารพเขาก็จริง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมไม่กลัวเขาสักหน่อย ถ้าใครนั่งข้าง ๆ คนที่สามารถทำลายตัวเองให้สิ้นซากจากข้างในจนข้างนอกได้โดยไม่เยี่ยวเล็ดแม้แต่หยดเดียว ไอ้คนนั้นก็คงเป็นคนที่กล้าหาญที่สุดหรือไม่ก็บ้าบิ่นที่สุดในโลกแล้วล่ะ

เชลบี้: เรื่องประชุมล่ะ ชาลส์

เดอร์ริงเกอร์: อ๋อ ก็นะ มันก็ชัดมากแล้วว่าเราต้องทำอะไร พวกเราต้องจัดการกับปัญหาพวกแกลิกให้มันสิ้นไปให้ได้


«สิ้นสุดข้อความที่คัดตอนมา»

ศพเหล่านี้ถูกค้นพบในหลายพื้นที่ทั่วเมืองชิคาโก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ตอนเหนือของเมืองบริเวณใกล้เคียงชายฝั่งน้ำ สามารถเข้าดูรายการสถานที่ที่มีการค้นพบทั้งหมดได้ที่นี่ แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นพื้นที่ที่ลับจากสายตาของผู้คนมากเพียงพอที่จะไม่ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกหรือดึงดูดความสนใจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่มักจะถูกพบโดยบุคคลยากไร้และกลุ่มอาชญากรรมในท้องที่อยู่เสมอ สามศพพบว่าถูกเสียบเข้ากับเสาธง และหนึ่งศพถูกตรึงกางเขน ศพจำนวนมากถูกพบภายในตู้แช่เนื้อและกล่องน้ำแข็งภายในร้านขายเนื้อที่เกี่ยวข้องกับนอร์ธไซด์แก๊งอยู่หลายร้าน จากการชันสูตร พบว่าศพส่วนมากเสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บภายใน อันเป็นผลมาจากการที่ถูกจัดวางในลักษณะดังนั้น และถูกปล่อยทิ้งเอาไว้ให้เสียชีวิตอย่างเปิดเผยเพื่อให้ถูกพบเห็น วิธีการประหารชีวิตในลักษณะนี้สอดคล้องกับหลายกรณีในอดีตที่กลุ่มปิศาจชิคาโกใช้การจัดท่าทางของศพ เพื่อเป็นการส่งสารถึงกลุ่มศัตรู

ผู้สัมภาษณ์: เจ้าหน้าที่โซโลมอน เชลบี้

ผู้ถูกสัมภาษณ์: คุณแม่อเลสเซีย ริชชี แม่มดอาราเดียนที่อาศัยอยู่ภายในเมืองชิคาโก

«เริ่มต้นข้อความที่คัดตอนมา»


witch.png

อเลสเซีย ริชชี

ริชชี: ที่นี่ถือว่าวางตัวเป็นกลาง ฉันไม่ฝักใฝ่กับฝ่ายไหน ๆ ในการปะทะของพวกอาชญากรข้างถนนทั้งนั้นค่ะ

เชลบี้: แต่คุณก็รับงานจากพวกเขานะ

ริชชี: [นิ่งไปครู่หนึ่ง] ก็ใช่ ร่ายคำสาป มนตร์พิธี เสกคาถา

เชลบี้: เขาบอกกันว่าคุณขโมยดวงวิญญาณได้ แล้วก็จะขายให้กับปีศาจ

ริชชี: อย่าไปฟังไปเชื่อข่าวลือสิคะ คุณพัศดี

เชลบี้: ฮะ-

ริชชี: ฉันเป็นแม่มดนะคะ คุณคิดว่ายังไงเอ่ย?

เชลบี้: … จริงของคุณนะ ผมก็นึกว่าแม่มดจะทำงานกันในชุมนุมแม่มดของตัวเองกันเสียอีก

ริชชี: อันนั้นเป็นธรรมเนียมของมาตุภูมิค่ะ แต่ก็อย่างที่รู้กันดี ที่อเมริกามันไม่เหมือนกัน นางคณิกาเดินเตร็ดเตร่บนถนน เด็ก ๆ ทำงานในโรงงาน และแม่มดก็ไม่มีชุมนุม

เชลบี้: ครับ ก็คือว่า ผมอยากถามเรื่องมนตร์พิธีที่คุณทำเมื่อหลายปีก่อนน่ะครับ ที่ทำบริการให้กับคุณแชปเปลล์ของกลุ่มปิศาจชิคาโก

[ริชชีทำการสวดอย่างรวดเร็ว]

ริชชี: เจ้านั่นมันเป็นปีศาจที่ฉันเคยไปยุ่งเกี่ยวด้วย

เชลบี้: เขาทำอะไรเหรอครับ?

ริชชี: ฉันก็ไม่รู้ ฉันอ่านบาปที่แต่ละคนทำไม่ได้ แต่ฉันมองเห็นดวงวิญญาณ และวิญญาณของเขามันบิดเบี้ยว ขึ้นเป็นปมสีดำมิด - เหมือนเป็นรากของต้นไม้ที่กำลังเปื่อยเน่าลง ทั้งหมดอยู่ในภาชนะสูงยาว แต่งตัวภูมิฐาน และเกลี้ยงเกลา ความขัดแย้งกันนี้น่าสะพรึงเมื่อได้มองเห็นว่าที่ในดวงตามืดดำคู่นั้นไม่มีอะไรอยู่เลย

เชลบี้: เขาจ้างคุณในฤดูหนาวนั้นทำไมกันแน่?

ริชชี: คลายเวทมนตร์ของพวกแฟรี่

เชลบี้: เดี๋ยวนะ นี่คุณทำแบบนั้นได้-

ริชชี: ใช่ ฉันพูดชื่อพวกนั้นได้ ถ้าฉันคลายให้ตัวเองไม่ได้ ฉันก็ทำให้คนอื่นไม่ได้เหมือนกัน แต่ก็นะ พระแม่อาราเดียช่วยเถอะ กว่าจะทำได้มันก็ใช่เวลาอยู่เหมือนกัน

เชลบี้: ผมไม่ค้อยคุ้นกับการทำงานของเวทมนตร์เท่าไรนัก ถ้าคุณพอจะบอกรายละเอียดได้บ้าง…

ริชชี: แน่นอนสิคะ ให้รวบรัดหน่อยก็คือ ฉันใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการค้นหาคาถาต้านเวทมนตร์ทางด้านชื่อที่มันฝังอยู่ในสายเลือดของพวกแฟรี่ทุกตน สิ่งที่จะทำให้พวกนั้นถูกระบุตัวตนและตกเป็นเป้าหมายได้

เชลบี้: ซึ่งดูเหมือนว่าคุณจะหาเจอสินะ

ริชชี: ค่ะ เจอในตำราคาถาแถบตอสกานาโบราณจากช่วงศตวรรษที่ 15 ถูกเขียนโดยนักบวชที่เดินทางไปที่ไอร์แลนด์ แล้วจากนั้นก็ไปยังเกาะลอยฟ้าที่ปรากฏขึ้นมาแค่ทุกสิบปี

เชลบี้: เกาะไฮ-บราซิลสินะ

ริชชี: นั่นแหละค่ะ เขาค้นพบความลับจากโบราณกาล - มีอยู่มาก่อนมนุษย์ พวกแฟรี่ กระทั่งเหล่าบุตร - ความลับในการป้องกันตัวจากพวกแฟรี่ และจากนั้นก็กลับจากการเดินทางไปพร้อมกับที่ยังมีชื่อของตนติดตัวเอาไว้

เชลบี้: แล้วถ้างั้นคุณใช้งานมันยังไงครับ?

ริชชี: ฉันใช้เวลาอยู่หลายสัปดาห์ในการสร้างวัตถุสำหรับมนตร์พิธีที่ทรงอำนาจมากเพียงพอที่จะร่ายทั่วพื้นที่หลักของตัวเมือง แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในนาทีสุดท้าย

เชลบี้: ยังไงกันครับ?

ริชชี: หนึ่งในคนยศคาโปเรไจม์ของซินญอร์แชปเปลล์พังประตูเข้ามา แล้วก็กระซิบข้างหูเขา หน้าเขานิ่งเฉยไปทั้งใบ แล้วเขาก็ตรงเข้ามาหาฉัน และบอกว่าเปลี่ยนแผนแล้ว บังเอิญว่าพวกนั้นทั้งหมดกระจุกรวมกันอยู่ในตึกหนึ่ง ที่ฉันต้องทำก็มีแค่ร่ายคาถาทั่วตึกนั้นเพื่อปลดความสามารถ พลังอำนาจ - และตัวตนของพวกมัน


«สิ้นสุดข้อความที่คัดตอนมา»

ศพมนุษย์ทั้งสองศพแสดงผลความผิดปกติทางการตั้งชื่อ เช่นเดียวกับศพอื่น ๆ เพียงแต่ว่าเป็นศพมนุษย์ ทั้งสองศพเป็นมนุษย์ผิวขาวในช่วงวัยราวปลาย 70 ปี ศพหนึ่งเป็นเพศชายและอีกศพหนึ่งเป็นเพศหญิง ที่แตกต่างไปจากศพอื่น ๆ คือการที่ทั้งสองไม่ได้ถูกจัดท่าทางเพื่อรอการพบเห็นหลังจากการประหารชีวิตเหมือนกับศพอื่น ๆ หากแต่ว่าศพของพวกเขาถูกส่งไปยังสถานเก็บศพทันที หลังจากที่มีการรายงานถึงเหตุยิงปืนกลที่อาคารชุดแห่งหนึ่งในบริเวณตอนเหนือของเมืองชิคาโก ซึ่งนำไปสู่การเข้าตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพบว่าทั้งคู่ถูกยิงเสียชีวิตภายในอาคารห้องชุดร้างที่เต็มไปด้วยรูกระสุน

ผู้สัมภาษณ์: เจ้าหน้าที่โซโลมอน เชลบี้

ผู้ถูกสัมภาษณ์: SCP-046-ARC: ริชาร์ด เดวิส แชปเปลล์ ผู้ก่อตั้งและอดีตผู้นำปิศาจชิคาโก

«เริ่มต้นข้อความที่คัดตอนมา»


เชลบี้: ผมได้ฟังเรื่องมาจากปากของคนอื่น ๆ แล้วครับ คุณแชปเปลล์ แต่ก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมยังคาใจไม่หายสักทีเลย

แชปเปลล์: เล่ามา

เชลบี้: ทำไมจู่ ๆ เหล่าชนต้องมนตร์แห่งผืนป่าก็ไปรวมตัวกันในที่ที่เดียว เป็นสภาพที่พร้อมจะถูกจัดการกันหมดเลยล่ะ?

แชปเปลล์: ชาร์ลีบอกคุณแล้วนี่ ใช่ไหมล่ะ?

เชลบี้: นี่คุณ-

แชปเปลล์: ผมอาจลงมือทำอะไรไม่ได้ก็จริงนะ คุณเจ้าหน้าที่เชลบี้ แต่ผมก็รู้ตัวเวลาที่มีคนพูดถึงได้อยู่ดี อย่างไรก็เถอะ สาเหตุมันก็เป็นเพราะว่าพวกนั้นคิดว่าจะสร้างความได้เปรียบทางยุทธวิธีให้กับตัวเอง หรืออย่างน้อยพวกดักดานนั่นก็คิดไปเองนั่นแหละ

เชลบี้: แล้วการจับคู่สมรสสูงอายุที่ไหนไม่รู้มาเป็นตัวประกันจะสร้างความได้เปรียบได้ยังไงกันครับ?

แชปเปลล์: ก็ถ้ามันไม่ใช่ใครที่ไหนไม่รู้ยังไงล่ะ

เชลบี้: ถ้างั้นใครล่ะครับ? คุณรู้จักด้วยเหรอ?

แชปเปลล์: เหล่าคนจากเกาะมรกต คุณรู้ดีเนอะ พวกปลุกปั่นนั่นน่ะ พวกนั้นมันห่วงเกียรติศักดิ์ศรี ครอบครัว และวงศ์ตระกูลกันจะตายชัก พวกมันก็เลยใช้งานจุดนี้นี่แหละ พวกมันคิดว่าถ้าหากว่าเข้าถึงตัวผมไม่ได้ อย่างนั้นพวกมันก็จะเอาลำดับสองไปแทน

เชลบี้: หมายความว่ายังไงน่ะครับ คุณแชปเปลล์?

แชปเปลล์: ผมหมายความว่า ถึงจะถูกชิงความเป็นมนุษย์ไปแล้ว เหมือนกับพวกแฟรี่ แต่ผมก็ยังคงบอกชื่อของมนุษย์คนนั้น ๆ ได้อยู่

เชล█: ถ้างั้นใครล่ะครับ?

แชปเปลล์: อาร์เธอร์และเอลิซาเบธ แชปเปลล์

[เสียงเงียบลง]

เ█ล█: นี่คุณ-

แชปเปลล์: ใช่แล้ว คุณเชลบี้ พวกมันทำพลาดมหันต์แล้ว พวกมันพยายามจะใช้งานคุณพ่อคุณแม่ของผม แต่พวกมันไม่รู้ไปเสียแล้วว่าตัวเองกำลังเล่นอยู่กับใคร ริชาร์ด แชปเปลล์ไม่มีจุดอ่อนห่าอะไรทั้งนั้น

██ล█: ไอ้ปีศาจ

แชปเปลล์: ไม่ใช่หรอก เซราส มักคาเลย์ บาร์รอม ผมเลวร้ายกว่านั้นเยอะ ผมเป็นมนุษย์ ไอ้ห่าแฟรี่ระยำตีน

[เสียงกรีดร้อง]

████: มึง…ได้ไง…?

แชปเปลล์: นั่นเหรอแผนมึงน่ะ? ขโมยชื่อเจ้าหน้าที่สักคน เอารูปลักษณ์มา สืบให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคณาญาติน่าสมเพชของมึง? จากนั้นก็จะมาแก้แค้นกูที่ไม่มีอาวุธในคุก?

████: ผม…

แชปเปลล์: ไอ้เดรัจฉานปัญญานิ่ม กูจะเอาชื่อมึงมาซะ เซราส มักคาเลย์ บาร์รอม และกูขอสาปส่งให้มึงหมกไหม้ในนรก

[เสียงกรีดร้องหยุดลง]

[เสียงเงียบลง]

แชปเปลล์: อย่ามาแหย็มกับริชาร์ด แชปเปลล์


«สิ้นสุดบันทึก»



เว้นแต่จะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น หน้าเพจนี้ได้รับอนุญาตภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License