SCP-411-TH
CA9iq5v.jpg

ภาพถ่ายจากคณะสำรวจซึ่งถ่ายขณะเข้าไปในพื้นที่ในช่วงฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ

วัตถุ # : SCP-411-TH

ระดับ : Euclid (อยู่ระหว่างการพิจารณาเป็น Keter)

มาตรการกักกันพิเศษ : เนื่องจากขนาดและสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างเพื่อกักกันไว้ได้ ทางสถาบันได้มีการจัดตั้งหอสังเกตการณ์ 5 จุดมีรัศมีห่างจาก SCP-411-TH 2 กิโลเมตร เพื่อคอยสังเกตการณ์การเคลื่อนไหวหรือการตอบสนอง โดยจะมีการเปลี่ยนเวรยามหอสังเกตการณ์ทุกๆ 6 เดือน และเพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหลออกไปสู่สาธารณะ สถาบัน SCP จึงได้ขอความร่วมมือจากรัฐบาลพม่า และกองกำลังป้องกันรัฐฉาน ปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้พลเรือนภายนอกเข้าออกในรัศมี 50 กิโลเมตรจาก SCP-411-TH โดยให้แจ้งกับประชาชนว่ามีการสู้รบกันระหว่างรัฐบาลและกองกำลังป้องกันรัฐฉานจึงจำเป็นต้องปิดกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ระดับ 3 ขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถเข้าไปเก็บตัวอย่างและวิจัย SCP-411-TH และ SCP-411-TH-1 ในพื้นรัศมี 2 กิโลเมตรจาก SCP-411-TH

รายละเอียด : SCP-411-TH มีที่ตั้งอยู่ในบริเวณรัฐฉานตอนบนห่างจาก█████████ ประมาณ 120 กิโลเมตร ลักษณะทางภูมิประเทศเป็นห้วยต้นน้ำของแม่น้ำ██████ SCP-411-TH มีลักษณะคล้ายดอกไม้ไม่ทราบสายพันธุ์ บริเวณส่วนกลีบดอกมีรัศมีประมาณ 60 เมตร ส่วนบนสุดของเกสรเพศเมียอยู่ห่างจากพื้นดินที่ตั้งประมาณ 300 เมตร ส่วนรากของ SCP-411-TH มีลักษณะเป็นรากฝอย ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร รากของมันถูกแบ่งเป็นสองชนิด ชนิดแรกจะยึดติดกับพื้นดินอย่างถาวรซึ่งเป็นโครงสร้างหลักในการรับน้ำหนักของมัน และชนิดที่สองสามารถเคลื่อนที่ได้และเป็นส่วนที่ดูดซึมสิ่งมีชีวิตเป็นอาหาร รัศมีการหาอาหารของมันจะขึ้นอยู่กับความยาวของรากชนิดนี้

SCP-411-TH สามารถปล่อยละอองความชื้นที่หนาแน่นจากโคนกลีบและปรับอุณหภูมิภาคพื้นโลกให้เย็นลงเพื่อเอื้อต่อการอยู่รอดของมัน เป็นต้นเหตุของหมอกที่ปกคลุมหนาแน่นตลอดทั้งปี ส่งผลให้บริเวณนั้นมีทัศนวิสัยต่ำจึงยากต่อการสำรวจพื้นที่ในบริเวณดังกล่าว

จากการสำรวจเบื้องต้นพบถิ่นอยู่อาศัยของประชาชน 4 หมู่บ้านซึ่งอยู่ภายในรัศมีการหาอาหารของมัน ประชากรรวมทั้งสิ้น 700 คน สถาบันจึงได้ส่งตัวแทนเข้าไปติดต่อกับผู้นำหมู่บ้านทั้ง 4 พบว่าชาวบ้านในบริเวณนั้นมีความเชื่อ SCP-411-TH คือเทพเจ้าที่ตกสวรรค์และต้องมีการเซ่นไหว้ปศุสัตว์ที่ยังมีชีวิตทุก 2 เดือน และมนุษย์ที่ยังมีชีวิตทุก 5 ปี โดยประชากรของทั้ง 4 หมู่บ้านเพียงทราบแค่ว่าประเพณีนี้ปฏิบัติสืบต่อกันมานาน สถาบัน SCP จึงตัดสินใจส่งบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเข้าไปสังเกตการณ์ในหมู่บ้านทั้ง 4 และให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์กับคนในหมู่บ้าน

จากบันทึกภาพเหตุการณ์พบว่ารากของ SCP-411-TH จะปรากฏออกมาจากเมฆหมอก สูงจากพื้นดินประมาณ 15-30 เมตรและทำการย่อยสลายสิ่งสังเวยเพื่อดูดซับสสารจนกว่าเครื่องสังเวยเหล่านั้นจะสลายไป เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการรากของมันจะกลับเข้าไปในเมฆหมอกจนกว่าจะถึงพิธีกรรมครั้งต่อไป พบว่าทุกๆครั้งที่มีการสังเวยมนุษย์เกิดขึ้น สสารที่มันดูดซึมจากรากจะไหลเข้าสู่เกสรเพศเมีย ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานในบริเวณยอดเกสร และมีการปล่อยลำแสงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าขึ้นไปยังชั้นบรรยากาศโลก ออกจากระบบสุริยะไปยัง███████-████████

ผลการตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อของกลีบดอกจากโดรนพบว่า ลักษณะโครงสร้างของมันมีส่วนผสมของเซลล์สิ่งมีชีวิตที่พบได้บนโลก และเทคโนโลยีวิศวกรรมหุ่นยนต์และเครื่องยนต์ระดับไมโครไม่ทราบที่มาซึ่งมีความล้ำหน้ากว่าเทคโนโลยีบนโลกเป็นอย่างมาก

ภาคผนวก : เหตุการณ์ 0411-1 สถาบันได้ส่งนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยเข้าไปเพื่อเก็บตัวอย่างของราก มีการรายงานว่าขณะเก็บตัวอย่างของราก ซึงอยู่ห่างจากบริเวณพิธีกรรมประมาณ 150 เมตร SCP-411-TH ได้ปล่อยเสียงความถี่สูงเป็นเวลา 30 วินาที ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์เกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรง ชาวบ้านที่อยู่ระหว่างพีธีก็ได้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง วิ่งตรงมาทางนักวิทยาศาสตร์และรุมทำร้ายพวกเขา สถาบันจึงส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าไปควบคุมสถานการณ์ ผลของการแทรกแทรงทำให้ประชากร 1 หมู่บ้านเสียชีวิตทั้งหมด เนื่องจากไม่สามารถเจรจาได้และอยู่ในสภาพคลุ้มคลั่งตลอดเวลา (ปัจจุบันมีประชากรเหลืออยู่ประมาณ 580 คน)

หลังจากมีการชันสูตรศพและเก็บตัวอย่างพื้นที่โดยเพื่อหาสาเหตุของความแตกต่างทางพฤติกรรมเมื่อ SCP-411-TH ปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงระหว่างนักวิทยาศาสตร์และประชาชนในหมู่บ้าน พบเครื่องจักรกลขนาดไมโครที่มีโครงสร้างและองค์ประกอบเดียวกันกับ SCP-411-TH ภายในร่างกายของประชาชนในหมู่บ้าน นักวิจัยหลายคนมีความเห็นเดียวกันว่าเครื่องจักรกลดังกล่าวตอบสนองกับ SCP-411-TH โดยตรง และคลื่นเสียงเป็นระบบการป้องกันตนเองของมัน นักวิจัยจึงลงความเห็นให้จัดตั้งหมู่บ้านทั้ง 3 ที่เหลือเป็น SCP-411-TH-1 และส่งคำร้องต่อสถาบันในการเปลี่ยนแปลงระดับของมันจาก Euclid เป็น Keter เพราะคุณสมบัติในการควบคุมมนุษย์ของมัน

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License