SCP-2256

วัตถุ: SCP-2256

ระดับ: Euclid

มาตรการกักกันพิเศษ: ช้อมูลทุกอย่างที่เกียวข้องกับ SCP-2256 นั้นจะถือว่าเป็นข้อมูลที่มีการลบตัวเองเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลบตัวเองนั้นจะขึ้นอยู่กับว่าข้อมูลนั้นมีความชัดเจนมากเพียงใดและตัวกลางในการเก็บข้อมูลนั้นคือสิ่งใด ซึ่งปัจจัยของความชัดเจนนั้นจะขึ้นอยู่กับว่ามีการระบุลักษณะของวัตถุอย่างไร ซึ่งหากบันทึกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์,การเขียนในรูปแบบทางการและรูปถ่ายนั้นจะส่งผลให้ช้อมูลนั้นเกิดการสูญหายอย่างรวดเร็ว แต่การอธิบายอย่างกว้างๆ,การเสก๊ตซ์รูปของวัตถุและการเชียนลงกระดาษนั้นจะเกิดอัตราการสูญหายต่ำ

ฉะนั้น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใดๆที่มีการจัดเก็บข้อมูลของวัตถุนั้นจะต้องเขียนให้อยู่ในรูปแบบคลุมเครือ ส่วนข้อมูลที่เกียวกับลักษณะ,ทฤษฎีการวิวัฒนาการของวัตถุ,ชีววิทยา,อาหาร,วงจรขีวิต,ทักษะ,การส่งเสียง,พฤติกรรม,หน้าที่ในแหล่งระบบนิเวศและการกล่าวถึงในหลักวัฒนธรรมนั้นจะถูกบันทึกลงในเอกสารรูปแบบกระดาษและจัดเก็บในไซต์-19 ตู้นิรภัยหมายเลข 1-053 อัตราการลบข้องมูลของวัตถุนั้นจะถูกจับตาอย่างต่อเนื่องเนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดที่จะระงับการลบข้อมูลได้

นอกเหนือจากการความผิดปกติที่จะลบข้อมูลของวัตถุอย่างต่อเนื่องนั้น การกักกันวัตถุนั้นไม่มีการจัดตั้งเนื่องมาจาก SCP-2256 นั้นถูกขึ้นสถานะว่าสูญพันธุ์แล้ว

รายละเอียด: SCP-2256 (ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cryptomorpha gigantes) คือสายพันธุ์ของสัตว์ยักษ์ที่อาศัยในเขตมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ใกล้กับหมู่เกาะในภูมิภาคพอลินิเซีย. SCP-2256 คือสีงมีชีวิตหนึ่งรูปแบบที่มีการพัฒนาความผิดปกติในการ “ลบข้อมูลของตนเอง” เพื่อช่วยในการพรางตัวจากผู้ล่าโดยมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพของการรับรู้ข้อมูลและส่งผลให้สิ่งมีชีวีตที่มีสำนึกนั้นไม่สามารถจดจำลักษณะที่แท้จริงได้อย่างชัดเวจน

SCP-2256 นั้นมีขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่สิ่งมีชีวิตที่มนุษย์สามารถบันทึกได้ โดยมีลักษณะลำคอที่ยาวคล้ายกับยีราฟหรือไดโนเสาร์สายพันธุ์บราคิโอซอรัส เมื่อโตเต็มวัยจะมีขนาดความสูงประมาณ 1,000 เมตรและมีน้ำหนักมากกว่า 4 ตันโดยทุกตัวนั้นมีการพรางตัวคล้ายกันทั้งหมดและมีฝ่าเท้าที่มีลักษณะคล้ายกับแผ่นดิสก์ซึ่งทำให้วัตถุนั้นสามารถเดินบนน้ำในมหาสมุทรได้อย่างง่ายดายและไม่จมลงไป

SCP-2256 นั้นมีพฤติกรรมการเดินทางเป็นกลุ่ม โดยเมื่อเดินทาง วัตถุจะอยู่ใน ██████ ที่มีขนาด 2 ตัวจนถึง 2,000 ตัว และมักจะไม่เดินทางเข้าสู่แผ่นดิน ซึ่งวัตถุนั้นจะอยู่ห่างชายฝั่งเป็นอย่างน้อย 30 กิโลเมตร และเนื่องจากความสูงของวัตถุส่งผลให้สามารถมองเห็นวัตถุจากชายฝั่งได้อย่างง่ายดาย ถึงแม้ว่าวัตถุจะอยู่ในระดับเส้นขอบฟ้าก็ตาม

การรับรู้ตัวตนของวัตถุ: ชาวพื้นเมืองของพอลินิเซียที่อาศัยบนเกาะไมคิติได้ใช้สารที่เรียกว่า “ทิวย์โคคา” สำหรับในพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งมีคุณสมบัติที่เทียบเคียงกับสารกล่อมประสาทในยาเสพติดปัจจุบัน สารทิวย์โคคานั้นมีฤทธิ์ทำให้ผู้ที่เสพนั้นสามารถจดจำความทรงจำที่หายไปได้ ซึ่งเป็นการระงับความผิดปกติของ SCP-2256 ซึ่งชาวไมคิตินั้นพบเห็น SCP-2256 มาเป็นระยะเวลาหลายชั่วอายุคน ในตำนานของชาวไมคิตินั้นได้ระบุว่า SCP-2256 คือวิญญาณที่พระเจ้าได้สร้างขึ้นมาเพื่อแบ่งแยกและรักษาเส้นขอบฟ้ามิให้ท้องฟ้าและทะเลเคลื่อนที่ทับกัน ในตำนานยังกล่าวอีกว่าวัตถุนั้นเป็นมิตรแต่ไม่มีสติปัญญาที่ดีนักและมักจะละทิ้งหน้าที่ที่พระเจ้ามอบให้ ซึ่งก่อให้เกิพายุฝนฟ้าคะนองและไต้ฝุ่นบ่อยครั้ง และชาวพื้นเมืองได้เรียกวัตถุว่า “polo'ongakau” (แปลว่า “ผู้ที่ย่างก้าวอย่างช้า”)

ในปี 1991 สถาบันได้วิจัยเรื่องสารทิวย์โคคาและพบว่าสารดังกล่าวมีส่วนผสมทางเคมีที่มีความคล้ายคลึงกับสารคืนความทรงจำระดับ-W ของสถาบัน ซึ่งหลังจากนั้นสถาบันได้ส่งเจ้าหน้านักมานุษยวิทยาลงพื้นที่หลังจากได้ ██████ กับตำนานของชาวไมคิติและเป็นคนภายนอกพวกแรกที่มีการติดต่อกับชาวไมคิติจากนั้นได้มีการ ███████████ และมีการศึกษาเกี่ยวกับวัตถุอย่างละเอียด หลังจากการศึกษานั้นสามารถสรุปได้ว่า ███-2256 นั้นอยู่ในระดับ Safe และไม่ต้องการมาตรการกักกันใดๆเพิ่มเติม ถึงแม้ว่าจะต้อง ██████████ เป็นความลับก็ตาม

ประวัติ: SCP-████ นั้นถูกระบุได้ทันทีว่าไม่สามารถบันทึกภาพของวัตถุได้ ซึ่งภาพถ่ายที่ได้นั้นจะเห็นว่าวัตถุนั้นจะค่อยๆ ██████ ออกไปจากรูปภาพในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งความผิดปกตินี้ยังครอบคลุมไปถึงเทปบันทึกภาพ,เทปเสียง,ฟิล์มเซลลูลอยด์,การแสกนแบบดิจิตอลและ ███ ทีมสังเกตการณ์ที่ได้ลงพื้นที่นั้นภายหลังได้ส่งข้อมูลกลับมาในรูปแบบของการเขียนด้วยดินสอลงบน █████แทน ซึ่งในช่วงเวลานั้น สถาบันได้███ว่าเป็นวิธีเดียวที่สามารถทำให้รายละเอียดของวัตถุนั้นคงสภาพถาวร

ในช่วงปี 1992 ถึง 1993 ประชากรของ SCP-2256 นั้นได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัดและมีการลดลงอย่างรุนแรงในช่วงปี 1994 ตลอดมา ซึ่งปัจจับความเป็นไปได้ในการสูญพันธุ์ของวัตถุนั้นมีการสันนิฐานว่าเกิดโรคในสัตว์,██████████ที่ยังเกิดใหม่นั้นมีมากเกินไป

ในช่วงปี 2002 สถาบันได้ใช้เครื่องสร้างเครือข่ายที่มองไม่ให้และสามารถทำลาย██████████ในการลบข้อมูลของวัตถุได้อย่างสิ้นเชิงและสามารถถ่ายรูปของวัตถุอย่างชัดเจนได้เป็นครั้งแรก แต่หลังจากนั้นวัตถุดังกล่าวที่ถูกถ่ายรูปนั้นเสียชีวิตทันที ซึ่งสามารถสรุปได้ว่าเมื่อสังเกตการณ์วัตถุโดยตรงนั้นจะทำให้ SCP-2256 ได้รับบาดเจ็บ จากผลกระทบดังกล่าวนั้นได้สันนิฐานว่าวัตถุนั้นได้สร้างวิธีการปกปิดตัวเองเพื่อระบุตัวผู้ล่า หลังจากนั้นสถาบันได้ ███ █████การใช้เครื่องสร้างเครือข่ายทันที

สถาบันได้คาดคะเนว่าการสำรวจวัตถุในทางอ้อมนั้นมีความรุนแรงมากพอที่จะทำให้ SCP-2256 นั้นได้รับบาดเจ็บถึง ████ และคาดว่าการบันทึกข้อมูลของสถาบันนั้นทำให้วัตถุ████ จากความคิดเห็นของนักวิจัยที่เกี่ยวกับการสูญพันธุ์ของต้องศึกษาอย่างละเอียดว่าเป็นการคาดคะเนที่ถูกต้องหรือไม่ และในการศึกษาข้อมูลนั้นได้มีการให้████████ อย่างสุดโต่งอย่างเช่น ██████████ SCP-2256 ทุกตัวอย่างเพื่อรักษาข้อมูล██████████หรือทำลายข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับ SCP-2256 เพื่อรักษาตัว██████████ ไว้ แต่ก็มิได้มีการใช้ทฤษฎี████ █████.

ในช่วงสังเกตการณ์วัตถุในปี 2003 สถาบันได้ทำการลดระดับการ████████ลงและให้ความสำคัญกับ████████ใหม่เพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลที่████████ แต่อย่างไรก็ตามวิธีดังกล่าวไม่เป็นผลในการช่วยการ ███████จำนวนประชากรของ SCP-2256 ได้และ ณ วันที่ ██ ตุลาคม 2006 ตัวอย่างตัวสุดท้ายของ SCP-2256 ได้เสียชีวิตลงและถูกระบุว่าสูญพันธุ์

██ช่วงปี 2010 สถาบันได้████ความผิดปกติในการพรางข้อมูลของวัตถุที่มีการ “ลบตัวเอง” อย่าง██████และมีการแพร่กระจายไปยังเอกสารของ ███-████ ที่สถาบันได้บันทึกไว้ และในปี 2015 ข้อมูลมากกว่า 60% ที่สถาบัน█████อยู่นั้นไม่สามารถ██████████ ถึงแม่ว่าจะมีการใช้สาร██ความทรงจำแล้วก็ตาม ซึ่งรวมไปถึงข้อมูลโดยสรุปของ SCP-2256██████████

นับตั้งแต่ ███-████ ██ สูญพันธ์ ██████นั้นไม่สามารถหาข้อมูล████████ใหม่เกี่ยวกับวัตถุได้และได้มีการ█████████ว่าการกักกัน██████████████ สมบูรณ์แบบในระยะเวลาสามถึงแปดปี

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License