SCP-200-TH
rating: +9+x
686.jpg

รูปของ SCP-200-TH ในขณะที่ถูกขึ้นทะเบียนครั้งแรก

วัตถุ: SCP-200-TH

ระดับ: Safe

มาตรการกักกันพิเศษ: ให้นำ SCP-200-TH-1 ใส่ไว้ในซองปืนพกของ ดร.แสลงค์และประทับคำว่า "SCP-200-TH-1” ลงบนปากกระบอกเพื่อมิให้สับสนกับปืนรุ่นเดียวกันที่ไม่มีความผิดปกติใดๆ อนุญาตให้ดร.แสลงค์สามารถพกไปมาได้ตามความเหมาะสม ให้บรรจุกระสุนลงในรังโม่ตามความจำเป็นของสถานการเท่านั้น แต่ในขณะไม่ได้ใช้งานใดๆ ห้ามบรรจุกระสุนโดยเด็ดขาด ดร.แสลงค์ขออาสาเป็นผู้รับผิดชอบในการการรักษาสภาพของวัตถุ จึงไม่จำเป็นจะต้องใช้บุคคลากรพิเศษใดๆ ให้จัดน้ำยาขจัดสนิม,น้ำมันหล่อลื่นและอุปกรณ์อื่นๆสำหรับรักษาสภาพของปืนลูกโม่ทั่วๆไปแก่ ดร.แสลงค์ หาก ดร.แสลงค์ร้องขอ หากวัตถุไม่ยอมปฏิบัติตามกฏความปลอดภัยของสถาบันหรือกฎรักษาความปลอดภัยในการใช้อาวุธปืน ให้นำวัตถุไปแช่ในกรดกำมะถันอ่อนๆ เป็นเวลา 1 ชั่วโมง หรือเห็นตามความเหมาะสมของ ดร.แสลงค์ เพื่อเป็นการ "ลงโทษ" ที่ฝ่าฝืนกฏ

ส่วน SCP-200-TH-2 ให้เก็บไว้ในตลับกันความชื้นและอากาศขนาด 3x3 เซนติเมตรและอนุญาตให้ดร.แสลงค์สามารถเก็บตลับไว้ใน ████████████ ซึ่งอยู่ภายในห้องทำงานของ ดร.แสลงค์
อนุญาตให้นักวิจัยทุกคนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับ SCP-200-TH-1 ได้โดยมิได้มีข้อห้ามใดๆ

รายละเอียด: แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ

SCP-200-TH-1 คือปืนลูกโม่ Smith & Wesson M.686 ซึ่งเป็นปืนที่พ่อของดร.แสลงค์ได้ฝากให้ ผู้ช่วยนักวิจัยดรอว์เวน (ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย NISROP ในปัจจุบัน) มอบให้ ดร.แสลงค์ก่อนที่จะหายตัวไปใน เมื่อบรรจุกระสุนลงในโม่ปืนแล้ว สามารถยิงออกได้โดยไม่มีความผิดปกติใดๆ SCP-200-TH-1 นั้นมีอัตราความแม่นยำสูงถึง 95.58% SCP-200-TH-1 นั้นไม่สามารถแยกชิ้นส่วนได้แต่สามารถสร้างความเสียหายในปริมาณที่ต่ำได้ เช่น รอยขูด,ถลอก,โดนสารกัดกร่อนในปริมาณที่ไม่รุนแรงและไม่พบเลขทะเบียนของแต่ละชิ้นส่วน

SCP-200-TH-2 คือเทปสีเทาที่พันอยู่รอบด้าม SCP-200-TH-1 ซึ่งเทปนั้นมีภาษาที่ไม่รู้จักสลักด้วยยางไม้อยู่ใต้เทป เทปนั้นมีความเหนียวที่สูงกว่าเทปมาตรฐานทั่วๆไปและสามารถดึงออกและติดกลับได้โดยความเหนียวนั้นไม่หายไปไหน

หากดึง SCP-200-TH-2 ออกจาก SCP-200-TH-1 ความผิดปกติจะเกิดขึ้น

หากดึงเทปสีเทาออกจะทำให้จิตสำนึกที่มีความรู้สึกนึกคิดของ SCP-200-TH-1 จะแสดงขึ้น จิตสำนึกทื่อยู่ในปืนนั้นมีนิสัยตามที่ดร.แสลงค์ระบุนั้นคือ "ห้าว","กวนประสาท","ไม่กลัวตาย" SCP-200-TH ระบุว่าตัวเองชื่อ "โรวี่" และชอบที่จะให้เจ้าหน้าที่ของสถาบันเรียกชื่อมากกว่ารหัสที่สถาบันมอบให้

จิตสำนึกที่อยู่ใน SCP-200-TH-1 สามารถควบคุม SCP-200-TH-1 ให้ทำงานได้อย่างอิสระเช่นควบคุมไกปืนให้ทำงานได้เองโดยไม่ต้องมีผู้ยิง,ยิงกระสุนที่ถูกบรรจุได้และมีความสามารถในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของ SCP-200-TH-1 ได้หากส่วนที่สึกหรอนั้นไม่รุนแรงมากนักตามที่ระบุไว้ข้างต้น ซึ่งส่วนที่สึกหรอเหล่านั้น SCP-200-TH-1 ระบุว่า "เจ็บ"และ "ปวด" มาก SCP-200-TH-1 จะสื่อสารกับบุคคลากรของสถาบันผ่าน”โทรจิต”แต่ทว่าโทรจิตนั้นมีระยะเพียง █ เมตรซึ่งเป็นระยะที่มนุษย์ทั่วไป ”ตะโกน” และผู้ฟังสามารถรับรู้ถึงใจความของคำพูดนั้นๆ SCP-200-TH ยังสามารถรับรู้สิ่งที่อยู่รอบตัวได้โดยวิธีที่ไม่รู้จัก

SCP-200-TH-1 นั้นมีความรู้เรื่องอาวุธปืนอย่างมาก ทั้งอาวุธสงครามและอาวุธปืนสำหรับป้องกันตัวของประชาชนทั่วไปตั้งแต่สมัยช่วงปี 1910 จนถึงปัจจุบัน เมื่อถามว่าได้รับความรู้เหล่านี้มาจากไหน SCP-200-TH-1 มักจะเลี่ยงตอบคำถามเหล่านั้นละจะตอบกลับไปว่า "ก็ชั้นเป็นปืนอะ"

SCP-200-TH-1 ยังรู้ถึงประวัติส่วนตัวของพ่อของดร.แสลงค์ในช่วงเวลาที่พ่อของดร.แสลงค์มีปืนกระบอกนี้เป็นปืนประจำตัวในสมัยที่ยังเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของไซต์-0512 จนกระทั่ง พ่อของดร.แสลงค์หายตัวไป ส่วนประวัติส่วนตัวของวัตถุนั้น วัตถุมักจะเลี่ยงไม่ตอบหรืออาจจะนึ่งเงียบและไม่ตอบใดๆ ปัจจุบันปืนกระบอกนั้นยังคงไม่สามารถสืบหาที่มากของวัตถุได้อันเนื่องมาจากปืนกระบอกนั้น ทางสถาบันไม่ได้มอบให้พ่อของดร.แสลงค์แต่พ่อของดร.แสลงค์ได้หาปืนกระบอกนั้นมาใช้เอง

หากนำ SCP-200-TH-2 ติดกลับไปดังเดิม จิตสำนึกจะไม่แสดงตัวตนออกมากอีก จนกว่าจะนำ SCP-200-TH-2 ออก

ภาคผนวกที่-200-TH-001 : บันทึกการค้นพบวัตถุ

สถาบันได้พบความผิดปกติของ SCP-200-TH ณ วันที่ 17/9/20██ เมื่อดร.แสลงค์แกะเทปออกด้วยความ “อยากรู้อยากเห็น” จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ จิตสำนึก ปรากฎตัวขึ้น โดย ณ วันที่ 17/9/20██ ดร.แสลงค์ได้ค้นพบความผิดปกติของ SCP-200-TH ณ ห้องทำงานของส่วนตัว

ภาคผนวกที่ 200-TH-003

หลังจากนั้น ดร.แสลงค์ได้ยื่นเรื่องขออนุญาตการพก SCP-200-TH จาก O5-█ เป็นจำนวน 4 5 6 7 8 ครั้ง จึงได้รับอนุญาตให้พก SCP-200-TH ได้ โดยต้องอยู่ภายใต้กฎรักษาความปลอดภัยและกฎความปลอดภัยในการใช้อาวุธปืนของสถาบัน

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License