SCP-1983

วัตถุ# SCP-1983

ระดับ: Keter (เชื่อว่าหมดสภาพแล้ว)

มาตรการกักกันพิเศษ: ด่าน 54 ถูกสร้างขึ้นโดยรอบ SCP-1983 และถูกจำลองให้เป็นโรงงานเคมี “โรงงาน” นี้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการสำหรับหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่ Chi-13 “ชอร์บอยส์” ทางเข้าด่าน 54 ทุกจุดต้องมีการคุ้มกันตลอดเวลา ในกรณีที่มีประชาชนสงสัย บุคลากรจะต้องอธิบายเรื่องปกปิดตามเอกสาร 1983-12 ให้เขาฟัง

บุคลากรของหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่ทุกคนต้องมีศรัทธาแรงกล้าต่อศาสนาใดศาสนาหนึ่ง กระสุนทุกชนิดที่เตรียมใช้จะต้องเป็นกระสุนเงินหรือมีหัวกระสุนเงิน ประตูหน้าของ SCP-1983-1 จะต้องถูกเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง และให้จัดการกับ SCP-1983-2 ในทันทีที่พบ ห้ามไม่ให้บุคลากรคนใดเข้าใกล้ SCP-1983-1 ในระยะ 5 เมตรถ้าไม่ใช่ช่วงเวลาทำการทดสอบ

เพิ่มเติม: หลังจากเหตุการณ์ 1983-23 อนุญาตให้ลดการคุ้มกันด่าน 54 ได้ ให้ใช้บุคลากรเท่าที่จำเป็นเพื่อเฝ้าสังเกตพฤติกรรมเพิ่มเติมของ SCP-1983 ให้เก็บอาวุธที่จะนำไปใช้กับ SCP-1983-2 ไว้ในคลังแสงของด่าน 54

รายละเอียด: SCP-1983-1 เป็นบ้านไร่ชั้นเดียวในเทศมณฑล███████ รัฐไวโอมิง บ้านหลังนี้ถูกทิ้งร้างเมื่อปี 1968 หลังจากเกิดการบูชายัญฆาตกรรมต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นฝีมือของลัทธิบูชาซาตาน โปรดอ่านบันทึกการจับ SCP-████ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม

เมื่อเปิดประตูหน้าของ SCP-1983-1 พบว่ามีความผิดปกติทางมิติ ไม่มีแสงและมวลออกมาจากทางเข้าประตูนี้ยกเว้น SCP-1983-2

สามารถเข้าไปใน SCP-1983-1 ในทางอื่นได้อีก เช่นหน้าต่าง ประตูหลัง และทางเข้าที่ถูกเจาะเข้าไปทางด้านหลัง แต่เหมือนกับว่าห้องรับแขกไม่ได้อยู่ภายใน SCP-1983-1 ประตูที่ควรจะไปที่ห้องนั้นกลับพาไปที่ประตูอื่นในอาคาร การวัดขนาดภายในและภายนอกของอาคารได้ค่าที่ไม่คงที่ รูที่เจาะที่กำแพงภายในของ SCP-1983-1 ที่ควรจะทะลุไปที่ห้องนั่งเล่นกลับพาออกมาที่กำแพงภายนอกบริเวณด้านหน้าของ SCP-1983-1 โดยจะไม่ใกล้ประตูในระยะสิบฟุต ความพยายามในการเจาะกำแพงจากภายนอกเข้าไปในห้องนั่งเล่นของ SCP-1983-1 ทำให้ความผิดปกติส่วนเล็กๆ ปรากฏขึ้นมา ทว่าไม่มี SCP-1983-2 ออกมาจากจุดนั้น การพยายามในการพังกำแพงเพิ่มเติมถูกห้ามโดย O5-03 เนื่องจากการกระทำดังกล่าวอาจเพิ่มโอกาสในการปรากฏของ SCP-1983-2

SCP-1983-2 คือสิ่งมีชีวิตสองเท้า สูงประมาณ 1.8 เมตร พวกมันมีร่างคล้ายมนุษย์และมีสีดำทั้งร่าง มีความก้าวร้าวมากและจะโจมตีมนุษย์ทุกคนที่มันเห็น เมื่ิอ SCP-1983-2 พบมนุษย์ มันจะแทงรยางค์บนของมันเข้าไปที่อกของเหยื่อ ซึ่งไม่ปรากฏร่องรอยฉีกขาดต่อผิวหนังและเนื้อเยื่อ หลังจากนั้นมันจะดึงเอาหัวใจของมนุษย์คนนั้นด้วยวิธีที่ยังไม่ทราบแน่ชัด ทำให้มนุษย์คนนั้นตาย เมื่อมันได้หัวใจมนุษย์มาแล้ว SCP-1983-2 จะกลับเข้าไปใน SCP-1983-1

การยิงกระสุนเงินใส่พร้อมกับการสวดมนต์เป็นหนทางเดียวที่จะฆ่า SCP-1983-2 ที่เราทราบ การสวดจะเป็นบทสวดใดหรือบทสวดของศาสนาใดก็ได้ ตราบใดที่ผู้สวดนั้นจริงใจ SCP-1983-2 จะ “ระเหย” เหลือไว้แต่เพียงผงซัลเฟอร์เมื่อถูกฆ่า

SCP-1983 ถูกพบหลังจากเกิดการตายต่อเนื่องอย่างปริศนาในบริเวณของเทศมณฑล███████ นักสืบองค์กรได้พบกับ SCP-1983-2 จำนวนหนึ่งและติดตามมันไปยัง SCP-1983-1

ภาคผนวก 1: หน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่ Chi-13 ได้ส่งกำลังหนึ่งหน่วยไปทางประตูหน้าเพื่อที่จะสำรวจความผิดปกติในอาคาร พวกเขาไม่กลับมา หลังจากนั้นไม่นาน ประตูหน้าก็ปรากฏในสภาพถูกปิด ไม่มีการปรากฏตัวของ SCP-1983-2 อีก

ภาคผนวก 2: หน่วยจู่โจมหน่วยที่สองเข้าไปใน SCP-1983-1 เพื่อตรวจสอบชะตากรรมของหน่วยแรก พวกเขาไม่กลับมา ประตูไม่ปิด หลังจากที่ SCP-1983-2 เริ่มปรากฏตัวขึ้นใหม่ได้ไม่นาน เจ้าหน้าที่มอร์ริสเข้าไปในประตู และประตูก็ปิดหลังจากนั้น

ภาคผนวก 3: เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 1989 ได้ส่ง D-14134 เข้าไปพร้อมกับกล้องวงจรปิดที่เชื่อมกับจอด้วยสาย 25 เมตร เขาถูกสั่งให้สำรวจพื้นที่ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และกลับออกมา เมื่อพ้นประตูไป ภาพจากกล้องก็ถูกรบกวน สายถูกดึงจนตึงและขาด

หลายชั่วโมงหลังจากนั้น ความผิดปกติใน SCP-1983-1 ก็หายไป ภายในอาคารนั้นพบศพที่เหือดแห้งของเจ้าหน้าที่ และเอกสาร 1983-15 ซึ่งเป็นรายงาน SCP อย่างไม่เป็นทางการ ถูกเขียนโดยเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในความผิดปกติของมิติ เอกสารดังกล่าวมีเนื้อหาดังต่อไปนี้:

วัตถุ# กำลังดำเนินการ

ระดับ: Keter. พระเจ้าคุ้มครองคุณ

มาตรการกักกันพิเศษ: ยังไงพวกมึงก็ตาย ไอ้พวกทึ่มเอ้ย

นี่ไม่ใช่คำขู่ ผมคือเจ้าหน้าที่บาร์คเล่ย์ ผมอยู่ในใจกลางตึกเวรนี่ และผมจะบอกอะไรให้ ถ้าคุณอยู่นี่ คุณกำลังจะตาย ผมอาจจะตายห่าแล้วด้วยมั้ง

บอกเรื่องนั้นไปแล้ว ต่อไปก็มาตรการกักกัน ที่จริงก็มีอยู่แค่อย่างเดียวแหละ ปิดประตูเฮงซวยนั่น ยังไงคุณก็ไม่ได้กลับไปทางนั้นหรอก คุณอาจลองแล้ว แต่เรารู้ว่าพวกมันออกไปได้ถ้ามันพยายามมากพอ นี่แหละสาเหตุที่เราเจอที่เหี้ยนี่ หวังว่าคุณจะปิดประตูแล้ว เราปิดไปแล้ว ตั้งแต่เรายอม รู้ว่ายังไงก็ไม่ได้ออกจากที่นี่ ถ้าคุณยังไม่ได้ปิดก็ไสหัวไปปิดประตูนั่นซะ นี่คือเป้าหมายเดียวตอนนี้ ยังไงคุณก็ตาย ทำอะไรดีๆ ซักหน่อยก่อนตายเถอะ

รายละเอียด: โอเค นี่คือเรื่องเล่า บอกผมด้วยถ้าคุณเคยได้ยินมาก่อน องค์กรได้รับรายงานความซวยมาจากเมืองเหี้ยอะไรไม่รู้ในสหรัฐ วัวควายสัตว์ป่าตายอย่างประหลาด บางคนก็หายสาบสูญไป พอเจอศพแล้วมาชันสูตร ก็เจอว่าหัวใจหายไป ไม่ได้ถูกตัดออก ไม่ได้ถูกฉีกออก หายไปเลย เป็นช่องว่างอยู่กลางอก

พวกนั้นเจอตัวอะไรซักอย่างสีดำลอยไปลอยมา พวกมันสมองขององค์กรเคยเจออะไรแบบนั้นมาก่อน และก็คิดวิธีฆ่ามัน กระสุนเงิน และก็ภาวนาถึงพระเจ้าในขณะที่เหนี่ยวไก ภาวนาจริงๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่วิธีนั้นก็ได้ผลดี จะเป็นพระเจ้าองค์ไหนก็ช่างแต่อย่าเสือกล่อกแล่กเป็นอันขาด

ผมทำไม่ได้อีกแล้ว ตั้งแต่เห็นรังของพวกมัน

เออช่างเถอะ องค์กรก็ปะติดปะต่อได้ว่าพวกมันมาจากไหน บ้านซักหลังกลางเมืองบ้านนอกนั่นแหละ ไม่มีใครซุกหัวมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่บลาบลาฆาตกรรมลัทธิบูชายัญบลาบลาบลาช่างแม่ง ประเด็นหลักคือ พวกมันออกมาจากประตูหน้านั่น ทีมนึงเข้าไป แล้วก็ไม่กลับออกมาเลย แต่ก็นั่นแหละ พวกตัวประหลาดก็ไม่ออกมาด้วย พวกจิตปกติคงบอกว่า “โอ้ ดีแล้ว เฝ้ามันไว้ แล้วก็ยิงทุกอย่างที่ขยับได้” แต่ไม่หรอกไม่ นี่คือองค์กรของเรา

คุณเป็นเจ้าหน้าที่สุดโหดจากหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่-เรื่อง-ของ-มึง อาจจะเป็นเซเควเรนอส อาจเป็นชอร์บอย แบบผม คุณถีบประตูนั่นแล้ววิ่งเข้ามา แล้วก็ตู้ม จบเห่

ห้องนั่งเล่นก็แย่พอแล้ว โอเบรียนเสร็จพวกมันที่นั่น มันล้วงเข้าไป และเขาก็คุกเข่าล้มลง พวกมันเอาหัวใจของเขาโดยใช้… กรงเล็บล่ะมั้ง

พวกมันค่อนข้างกลมกลืนตอนอยู่ในนี้ คุณคงสังเกตแล้ว มันคล้ายๆ กับเงานั่นล่ะ อยู่ห่างจากแสงไว้ ผมรู้มันฟังดูโง่ แต่ลองคิดดูสิ ในแสงสว่าง เงาก็จะเข้มกว่า และเงามีขอบ ในที่มืด เงาก็แยกกันไม่ออกหรอก มันจับเราไม่ค่อยได้ และมันก็มองไม่ค่อยเห็นด้วย ผมคิดว่าพวกมันมองหาเงาของคุณ ผมก็ไม่รู้หรอก สารภาพว่าผมก็นั่งเทียนไปเรื่อยแหละ

คุณอาจจะลองออกไปทางประตูเดิมแล้ว แต่ถ้าคุณยังไม่ลอง อย่าลอง มันพาไปที่ที่แย่ยิ่งกว่านี่อีก มันไม่มีตัวประหลาดหรอก แต่… โจนส์เดินออกไปไกลจากบ้านนี้ และผมสาบานได้ว่าผมเห็นเขาละลาย มีสิ่งต่างๆ ผุดออกมาจากตัวเขาและ… เอาเป็นว่าเขาไม่รอดกลับมา นั่นแหละ เราถึงปิดประตู

เอาล่ะ เราก็เริ่มเดินไปในบ้าน ตอนแรกเราเปิดไฟก่อนที่เราจะฉลาดขึ้น เราเสียพรรคพวกไปสามคนเพราะไฟนั่น แต่อย่างน้อยเราก็เห็นสภาพรอบตัวได้ดีขึ้น

ที่นี่เหรอ มันใหญ่มาก มันไม่ใช่แค่บ้านไร่นี่ เหมือนว่า… เหมือนว่ามันขโมยชิ้นส่วนสถานที่ต่างๆ แล้วก็เอามายัดเข้าด้วยกัน มันมีส่วนที่คล้ายๆ กับอพาร์ตเมนต์ ส่วนที่คล้ายห้าง และก็สาบานได้ว่าผมเห็นตู้เสื้อผ้าสมัยมัธยม ลายอะไรเหมือนกันหมด

แล้วก็มีส่วนที่ประกอบด้วย… อะไรซักอย่าง มันมีสีดำเหมือนกับเงาพวกนั้น และส่วนใหญ่ก็อยู่ในที่ที่แสงดี ถ้าแสงหายไป คุณก็จะใส่มือเข้าไปได้ ผมไม่แนะนำหรอกนะ เพราะนั่นคือสาเหตุที่เราเสียตอร์เรสไป มีบางสิ่งจับเขาและกระชากเขาเข้าไป รูนั่นมีที่ไม่พอสำหรับหัวเขาหรอก แต่สุดท้ายเขาก็ถูกดึงเข้าไปได้

ดังนั้นก็อยู่ห่างที่ที่สว่าง และก็ระวังพื้นเวลาอยู่ในที่มืด

แน่นอนว่าไม่มีทางออกหรอก พวกเราก็ได้รู้เองเหมือนกัน ทุกประตูที่เจอจะพาไปโผล่ที่ห้องอื่นในบ้านบ้านี่ หรือพาออกไปข้างนอกนั่น และก็แน่นอนว่าเราอยู่นั่นไม่ได้ ทางเลือกก็มีแค่รอจนอดอาหารตายหรือรอให้ไอ้พวกนั้นจับได้ ดีใช่มั้ยล่ะ?

มีอย่างนึงที่คุณทำได้ ผมทำไม่ได้หรอกนะ แต่คุณอาจทำได้ ผมไม่คิดว่ามันจะทำให้คุณมีชีวิตรอดหรอกนะ แต่… ผมคิดว่ามันสำคัญ ผมเชื่อว่าต้องมีคนทำ ไม่อย่างนั้นไอ้ตัวพวกนี้จะหนีออกไปได้แน่ๆ

ที่นี่ถูกขโมยมาจากหลายๆ ที่ ผมเลยคิดว่าอาจจะต้องมีประตูอื่นอีก พวกเราปิดประตูทุกบานที่เราเจอแล้ว แต่ถ้าเกิดมันถูกเปิดอีกล่ะ? แล้วถ้าเกิดว่าองค์กรหาที่พวกนั้นไม่เจอล่ะ? พวกแม่งอาจจะยังไม่รู้เรื่องปิดประตูนี่ด้วยซ้ำ ผมหวังว่าพวกนั้นอาจจะเข้าใจได้ว่าถ้าส่งซักคนเข้ามาที่นี่ พวกมันจะไม่ออกมาอีก สมมติว่าทุกคนฉลาดพอที่จะปิดประตูหลังจากที่เข้ามาแล้วนะ

ผมคิดว่าผมคิดออกว่าจะหยุดพวกมันยังไง รังของมัน

ผมเห็นรังมันแค่ครั้งเดียว แค่ไม่กี่นาที พวกเราไล่ตามไอ้ระยำที่ฉกหัวใจของเดนนิ่งไป มันเอาหัวใจเข้าไปในห้องที่น่าจะเป็นใจกลางของสถานที่ทั้งหมด มันเต็มไปด้วยของเหลวสีดำ และก็มีแสงสว่างทุกชนิดที่พวกมันหาได้ล่ะมั้ง โคมไฟ ไฟฉาย เทียนไข ไล่มาเถอะ พวกมันยังขนมาเพิ่มในขณะที่เราดูอยู่ ยังไงก็ช่าง ที่กลางห้อง มีกองหัวใจขนาดมหึมา ถูกโยนกองเฉยๆ และทุกดวงฉีกขาดหมด พวกมันโยนหัวใจของเดนนิ่งไปที่กอง และมันก็เริ่มเต้น กระตุก สะบัดไปมา มันแหกออกมา และไอ้เงานั่นก็ดึงตัวเองออกมาจากหัวใจ มันสะบัดตัว โตขึ้น และก็เริ่มทำงานทันที สิ่งที่น่าขยะแขยงที่สุด หัวใจพวกนั้นเต้นตลอดเวลา แม้ว่าจะฉีกขาดแบบนั้นก็ตาม สาบานได้ว่าผมรู้สึกเจ็บแปลบในอกเลย

มันมีเงาที่นี่ ผมไม่ได้หมายถึงพวกตัวประหลาดนั่น ผมหมายถึงเงาคนจริงๆ ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเพื่อทอดเงาหรอกนะ เงาพวกนั้นมาจากหัวใจ เงาใหม่ปรากฏพร้อมกับตัวที่ฟักออกมาใหม่ และพยายามหนีออกมา แต่มันหนีไม่ได้

นั่นเป็นตอนที่ผมหนี ผมรับเรื่องนี้ไม่ไหวหรอก คุณเข้าใจมั้ย? ผมไม่ได้ถูกฝึกมาเพื่อรับมือกับเรื่องเหี้ยๆ แบบนี้ ผมได้ยินเสียงคนอื่นไล่ตามมา ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกนั้นพยายามหยุดผม หรือเพราะว่าไอ้พวกสารเลวเจอพวกเราแล้ว แต่เราก็แตกกระเจิงกันไป ผมเจอตู้เสื้อผ้ามืดๆ ดีๆ และก็ซ่อนตั้งแต่ตอนนั้น ผมเขียนรายงานนี้ด้วยไฟปากกา และก็ปิดตอนที่ผมได้ยินเสียงพวกมันเข้าใกล้มา ถือว่าได้ผลมาตลอด

ผมไปต่อไม่ได้อีกแล้ว ยังมีกระสุนเหลืออยู่ในปืนไม่กี่นัด แต่ผมภาวนาไม่ได้แล้ว หมายความอย่างนั้นจริงๆ ตั้งแต่เห็นรังของมัน แต่คุณ ถ้าคุณเจอรายงานนี้ คุณก็คงเป็นเจ้าหน้าที่เหมือนกัน คุณอาจจะแกร่งกว่าผม ถ้าคุณทำได้ ได้โปรดเข้าไปทำลายรังของมัน ขยี้หัวใจทุกดวงให้หมด ถ้าคุณทำลายมัน พวกเงาก็คงจะตาย นี่เป็นสิ่งเดียวที่ผมนึกออก คุณอาจจะตาย แต่ยังไงคุณก็จะตายอยู่แล้ว คุณจะสนใจวิธีตายทำไมล่ะ?

ตัวผมก็คงจะพยายามเอารายงานฉบับนี้ไปที่ห้องนั่งเล่น ซึ่งผมหวังว่าจะเป็นที่ที่คุณพบมัน จากนั้นผมก็จะทำให้แน่ใจว่าพวกมันจะเอาหัวใจของผมไปใช้สร้างพวกของมันไม่ได้อีก

โชคดี ข้าผู้ที่กำลังจะตาย ขอถวายความเคารพ

คาดว่า SCP ถูกกำจัดโดย D-14134 ซึ่งได้รับเหรียญกล้าหาญองค์กรหลังมรณกรรม (หนึ่งในเพียงสองเหรียญที่มอบให้บุคลาคร D-class) จากข้อมูลที่อยู่ในเอกสาร 1983-15 ทำให้เชื่อได้ว่าความผิดปกติดังกล่าวไม่ใช่เฉพาะที่ตามที่เคยเชื่อ และทรัพยากรเพิ่มเติมถูกนำไปใช้เพื่อค้นหาเหตุการณ์ที่ใกล้เคียง

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License