SCP-1943

วัตถุ# SCP-1943

ระดับ: Euclid

มาตรการกักกันพิเศษ: SCP-1943-1 ถูกกักตัวไว้ในห้องกักกันมนุษย์แบบมาตรฐานในแผนกความปลอดภัยสูงของศูนย์กักกันมนุษย์-06-3 เนื่องจากว่า SCP-1943-1 นั้นเป็นอดีตสมาชิกฝ่ายวิจัยของสถาบันจึงให้ความร่วมมือด้วยอย่างมากและได้รับอนุญาตให้เข้าถึงทรัพยากรที่ไม่ใช่ทรัพยากรอ่อนไหวได้ คำร้องขอสิ่งของส่วนตัวที่สมเหตุผลใดๆนั้นจะได้รับอนุมัติ แต่ SCP-1943-1 นั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อกับภายนอกและระดับการรักษาความปลอดภัยของมันก็ถูกเพิกถอนโดยไม่มีกำหนดการ

ซากของ SCP-1943-2 นั้นได้ถูกเก็บรักษาไว้โดยการแช่แข็งในแผนกเก็บวัสดุของศูนย์-06-3 เนื้อหาเกี่ยวกับการวิเคราะห์วัตถุดิบและข้อมูลที่ได้มาจาก SCP-1943-2 นั้นสามารถเข้าถึงได้โดยการอนุมัติของนักวิจัยอาวุโสระดับ 3

รายละเอียด: SCP-1943-1 คือซาราห์ เกรนวอลด์ หญิงเชื้อสายยุโรปอเมริกันอายุ 27 ปี และผู้ช่วยนักเทคนิคห้องปฏิบัติการระดับ 1 ซึ่งก่อนหน้านี้ทำงานให้สถาบันในห้องปฏิบัติการเคมีปกติของแอเรีย██ ก่อนการกักกันนั้น SCP-1943-1ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ทำงานกับวัตถุผิดปกติและไม่พบว่าเคยพบกับปรากฏการณ์หรือวัตถุดิบผิดปกติใดๆในช่วงสามปีที่เธอทำงานอยู่

SCP-1943-1 นั้นไม่มีลักษณะผิดปกติใดๆ และการทดสอบวิเคราะห์ทางชีวภาพ เคมี รังสี และ [ข้อมูลปกปิด] เพื่อใช้ระบุลักษณะผิดปกตินั้นก็ได้ผลเป็นลบมาตลอด ประวัติครอบครัวของ SCP-1943-1 นั้นไม่มีอะไรบ่งชี้ถึงอิทธิพลผิดธรรมชาติหรือประวัติการจ้างงานที่น่าสนใจใดๆก่อนที่จะได้รับการว่าจ้างโดยสถาบัน SCP-1943-1 ยังมีสภาพจิตที่มั่นคงและไม่ได้แสดงลักษณะทางจิตวิทยาที่ผิดปกติหรือมีหลักฐานว่าถูกผลกระทบจากสิ่งผิดปกติทางจิตหรือสื่อมีมใดๆ

SCP-1943-2 เป็นซากของฝ่ายปฏิบัติการของศัตรูซึ่งจากการสอบสวนอย่างหนักก็สรุปได้ว่ามาจากเคออสอินเซอร์เจนซี SCP-1943-2 เป็นผู้ปฏิบัติการคนเดียวที่รอดชีวิตจากทีม 25 คนซึ่งเชื่อว่าเป็นหน่วยปฏิบัติการมนุษย์ดัดแปลง (Transhuman Task Force) ของเคออสอินเซอร์เจนซี ทั้งหมดนั้นมีร่องรอยว่าผ่านการดัดแปลงทางพันธุกรรม ไซเบอร์เนติก และเวทมนตร์เพื่อเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ของพวกมัน ส่วนหนึ่งของการดัดแปลงเหล่านี้รวมถึง:

  • การเสริมโครงกระดูกเพิ่มกำลังและความทนทานของกระดูก
  • การเสริมกล้ามเนื้อเพิ่มพละกำลังและความอดทน
  • ระบบหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มเพื่อเพิ่มโอกาสเอาตัวรอดโดยทั่วไป
  • ตัวฝังระบบประสาทและดัดแปลงสมองเพื่อเพิ่มปฏิกิริยาและเวลาในการตอบสนอง
  • ตัวฝังระบบประสาทเพื่อรับรู้สัมผัสพิเศษและการสื่อสาร

บุคคลทั้งหมดนี้ได้ติดเครื่องมือซึ่งทำให้ผู้ปฏิบัติการสามารถกำจัดตัวเองเมื่อถือว่าสูญเสียไปแล้วได้ กับตัวนิรภัยซึ่งจะเผาร่างเป็นเถ้าถ่านเมื่อผู้ปฏิบัติการเสียชีวิต ทำให้ซากที่เหลืออยู่ไม่สามารถนำมาวิเคราะห์หรือสืบสวนได้ ระหว่างเหตุการณ์ 1943-01 นั้น คนอื่นๆในทีมนี้ถูกทีมตอบโต้ทางยุทธศาสตร์ของสถาบันสังหารหรือกำจัดตัวเองหลังจากที่ได้รับบาดเจ็บหรือถูกจับกุม อุปกรณ์นิรภัยของ SCP-1943-2 นั้นทำงานขัดข้องทำให้มันไม่สามารถกำจัดตัวเองได้และถูกจับตัวไว้โดยที่ยังมีชีวิต

SCP-1943-2 อยู่ในการควบคุมของสถาบันเป็นเวลาประมาณห้าสัปดาห์ก่อนจะเสียชีวิตจากอาการแทรกซ้อนของบาดแผลและการเสื่อมสภาพของระบบกลไกเสริมสมรรถนะ การชันสูตรในภายหลังพบสภาวะเสื่อมถอยหลายๆอย่างในร่างกายของมันซึ่งบ่งชี้ว่ามันใกล้จะพ้นช่วงชีวิตที่ใช้งานได้อยู่แล้ว

ภาคผนวก 1943-1: ในวันที่ █/██/██

ทีมปฏิบัติการจากหน่วยปฏิบัติการมนุษย์ดัดแปลงเซตา-3 ของเคออสอินเซอร์เจนซีได้ทำการโจมตีแผนกห้องทดลองของแอเรีย-██ ซึ่งจากการวิเคราะห์ภาพจากระบบรักษาความปลอดภัยอย่างถี่ถ้วนและข้อมูลที่รั่วไหลจากเจ้าหน้าที่แฝงตัวในเซลของ CI นั้น ดูเหมือนว่าภารกิจนี้จะเป็นไปเพื่อการนำ SCP-1943-1 ไปไว้ในการครอบครองของ CI เท่านั้น ผู้ปฏิบัติการของ TTF เซตา-3 ได้ใช้ระเบิดปิดหรือถล่มเส้นทางของแอเรีย-██ ไปหลายแห่ง ทำให้ทีมยุทธศาสตร์ในพื้นที่ไม่สามารถตอบสนองต่อการโจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนจะทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยในระดับปลีกย่อยของแผนกเสียหาย ความเสียหายด้านบุคคลของสถาบันจากเหตุการคราวนี้สรุปได้ว่าเสียชีวิต █ คน และบาดเจ็บอีก ██ คน แม้ว่าจะมีพนักงานฝ่ายวิจัยอยู่เป็นจำนวนมากก็ตาม ซึ่งเชื่อว่าเป็นเพราะทีม CI นั้นมุ่งเน้นไปที่จุดหมายอย่างเดียวและมีคำสั่งปฏิบัติการไม่ให้ต่อสู้กับบุคลากรของสถาบันซึ่งไม่ได้ขัดขวางการดำเนินงานของพวกมันโดยตรง

การจู่โจมครั้งนี้ถูกหยุดไว้ได้เนื่องจากการเข้าไปเยือนซึ่งไม่มีการประกาศก่อนเวลาของหน่วยย่อยของหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่นิว-7 ("ฟาดฆ้อนลง") ซึ่งมีจุดประสงค์เดิมเพื่อหยุดพักกและเติมเชื้อเพลิงที่แอเรีย-██ ระหว่างทางไปภารกิจลับใน [ข้อมูลปกปิดของการปฏิบัติการ] MTF นิว-7 สามารถประสานงานกับฝ่ายรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เพื่อตอบโต้และทำให้ทีมจู่โจมของ CI หมดสภาพได้ก่อนที่พวกมันจะถอนตัวไปจากขอบเขตรอบนอกของแอเรีย-██

ภาคผนวก 1943-2: บันทึกการสอบสวน SCP-1943-2

ดร.███████: แกทำงานกับใครบ้างแล้วมีพวกแกเหลืออีกกี่คน?

SCP-1943-2: เซตาทรี อัครเทวา ชั้นเป็นคนสุดท้ายและแกก็รู้เรื่องนั้นอยู่แล้วนี่

(เนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องถูกตัดออก)

ดร.███████: ชั้นไม่เห็นจะเข้าใจว่า—

SCP-1943-2: (หัวเราะ) ไม่หรอก แกไม่เข้าใจอยู่แล้ว พวกแกไม่เคยเข้าใจ ส่วนแกก็ไม่มีวันเข้าใจ เดี๋ยวพวกนั้นก็จะส่งเรามาอีกในตอนที่แกคาดคิดไว้น้อยที่สุด แล้วเราก็จะได้ตัวเธอไป คราวนี้พวกแกดวงดี ดวงดีฉิบหายเลย นั่นเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้คราวนี้เราพลาด

ดร.███████: แกคิดว่าชั้นจะเชื่อเหรอ ว่าพวกแกส่งหน่วยปฏิบัติการเสริมสมรรถนะมาสองหน่วยเพื่อนักเทคนิคห้องแล็บระดับล่างคนดียวน่ะ?

SCP-1943-2: ชั้นไม่สนนะว่าแกจะเชื่อยังไง ถ้าแกอยากเชื่อว่าเธอเป็นมนุษย์แท้ๆมันก็สิทธิของแกล้วนๆ ถ้าแกไม่ มันก็ไม่สำคัญอะไรอยู่แล้ว ในที่สุดพวกแกก็จะประมาทแล้วเราก็จะเอาตัวเธอไป ง่ายยิ่งกว่าไปซื้อนมจากร้านหัวมุมเสียอีก

ดร.███████: แล้วเรื่องที่การทดสอบทั้งหมดของเราไม่ได้แสดงว่าเธอมีอะไรผิดปกตินี่ล่ะ?
SCP-1943-2: มันก็ไม่บอกอะไรแน่อยู่แล้ว พวกแกมันตาถั่ว นี่ขนาดชั้นถูกควักตาเทียมไปแล้วนะเนี่ย

ภาคผนวก 1943-2: หมายเหตุนักวิจัย

ถึงตอนนี้เราได้ลองทำการทดสอบทุกอย่างที่เป็นไปได้กับเธอในทุกรูปแบบแล้ว รวมถึงแบบที่ผมคัดค้ายอย่างแข็งขันเพราะกระบวนการที่เป็นอันตรายด้วย เท่าที่เราบอกได้นั้นไม่มีที่อะไรผิดปกติเลยสักนิด เธอเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาที่หวาดกลัวมากเท่านั้น

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกอินเซอร์เจนซีพยายามใช้ทรัพยากรของเราหันเข้าหาตัวเราเอง แล้วมันก็จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายด้วย ผมไม่เห็นเหตุผลใดๆที่เราต้องกักตัวเธอไว้แบบนี้ ถ้าพวกเราไม่อาจจะเชื่อใจเทคโนโลยีของเราเองแล้วปล่อยให้ตัวเรากังขาในคนของเราเองแบบนี้แล้วล่ะก็ เราก็กำลังเดินไปสู่เส้นทางที่ผมไม่เห็นว่ามันจะพาไปที่ไหนดีได้ ผมขอยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการให้ถอนสถานภาพและปล่อยตัวดร.เกรนวอลด์ด้วย

ดร.█████████
ผู้ตรวจการอาวุโส

ไม่อนุมัติคำร้อง จนกว่าเราจะแน่ใจเต็มที่จริงๆ เราจะไม่เสี่ยง
O5-██

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License