SCP-102-TH
DSC_9546.JPG

SCP-102-TH ก่อนเก็บกู้


rating: +3+x

วัตถุ# SCP-102-TH

ระดับ: safe

มาตรการกักกันพิเศษ: ให้เก็บ SCP-102-TH เอาไว้ในโกดังของไซต์-19 โดยบรรจุ SCP-102-TH เอาไว้ในกล่องใส่รองเท้ากันกระแทกอย่างดีพร้อมกับกล่องกันกัมมันตภาพรังสีระดับ 2 ไม่จำเป็นต้องมียามเฝ้า SCP-102-TH การทดลองใดๆ กับ SCP-102-TH ต้องร้องขอคำอนุมัติกับเจ้าหน้าที่ระดับ 2 อย่างน้อย 2 คนขึ้นไป การทำความสะอาด SCP-102-TH ควรทำความสะอาดโดยมีเจ้าหน้าที่ระดับ 2 จำนวน 1 นายคอยควบคุมดูแลการทำความสะอาด ส่วน SCP-102-TH-1อาศัยอยู่ในที่พักบุคลากรระดับ 0 ในไซต์-19 โดยสามารถใชเครื่องมืออำนวยความสะดวกได้อย่างเต็มที่ ในกรณีที่ SCP-102-TH หายไปจากโกดังโดยไม่ทราบสาเหตุ ให้ถือว่า SCP-102-TH สูญหายหรือถูกทำลายแล้วไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม ในกรณที่ SCP-102-TH หายไปจากโกดังไม่ว่าจะกรณีไหน ให้รายงานไปที่ฝ่ายดูแลวัตถุ SCP ในโกดังของไซต์-19 ทันที การเก็บกู้นั้นจะต้องทำโดยใส่ชุดป้องกันกัมมันตภาพรังสีระดับ 2 หากไม่ทำตามกฏจะถูกคาดโทษอย่างหนัก

รายละเอียด: เป็นรองเท้ากีฬายี่ห้อ Nike Lunarlite สีเทา เบอร์43 ที่ผลิตขึ้นในปี 2010 จากการตรวจสอบทางกายภาพ ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ นอกจากรอยปั๊มที่อยู่ตรงที่รองรองเท้าของ SCP-102-TH ทั้งสองข้างเอาไว้ว่า "รุ่นทดลอง-01" เมื่อเปรียบเทียบกับรองเท้ารุ่นเดียวกันก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ ทั้งสิ้น จากการตรวจสอบทางเคมีนั้นพบว่า มีกัมมันตรังสีที่ไม่สามารถระบุชนิดได้ โดยกัมมันตรังสีชนิดนี้สามารถ "เพิ่มความเร็ว" ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผู้ทดลองสวมใส่ SCP-102-TH จะมีความเร็วเทียบเท่ากับนักกีฬาวิ่งแข่ง โดยผู้สวมใส่นั้นไม่เคยเป็นนักกีฬามาก่อน การทดสอบความเร็วพบว่าผู้สวมใส่ SCP-102-TH มีความเร็วกว่านักวิ่งคนอื่นๆ ที่ใส่รองเท้ากีฬาทั่วไป โดยยังไม่ทราบถึงกลไกการทำงานของ SCP-102-TH ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

ความเร็วที่เกิดขึ้นนั้นพบว่า เกิดจากแร่กัมมันตรังสีที่สร้างความเร็วในตัวแล้วแผ่พลังงานไปที่รองเท้า โดยมีทฤษฎีเดียวกันกับ "แสงเหนือเเสงใต้" ดูที่ภาคผนวก SCP-102-TH-A การตรวจสอบรังสีที่แผ่ออกมาจาก SCP-102-TH พบว่าได้มีการแผ่รังสีถึงระดับเบต้าเท่านั้น การแผ่ของรังสีชนิดนี้ไม่มีความรุนแรงต่อตัวมนุษย์และสัตว์ การแผ่รังสีของ SCP-102-TH นั้นจะเกิดขึ้นตอนที่เวลาผู้ทดลองสวมใส่เท่านั้น การตรวจด้วย กล้องตรวจจับอนุภาครังสี และ Survey Meter หรือเครื่องตรวจวัดอนุภาครังสีแบบฉับพลันในช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน SCP-102-TH ปรากฏว่าไม่พบระดังรังสีใดๆ ถึงแม้จะใช้กล้องตรวจจับอนุภาครังสีสังเกตตลอดเวลาถึง 48 ชั่วโมงเต็มก็ตาม การพยายามนำแร่กัมมันตภาพรังสีออกจากตัวรองเท้าประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เพราะเนื่องจากแร่กัมมันตรังสีชนิดนี้ยึดติดกับตัวรองเท้าตลอดเวลาเอาไว้อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็นการแงะ เจาะ หรือตัดชิ้นส่วน SCP-102-TH ส่วนอื่นๆออก ก็ไม่เป็นผลเช่นกัน ดูเหมือนว่ากัมมันตรังสีชนิดนี้ได้มีการ "ป้องกัน" ส่วนต่างๆ ของ SCP-102-TH อยู่ตลอดเวลา โดยไม่ทราบถึงหลักการทำงานว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

SCP-102-TH ถูกพบครั้งแรกวันที่ 13/4/2011 สนามกีฬาเฟลทินส์อาเรนา ที่ประเทศเยอรมันนี โดยเอเย่นต์การ์เซีย และเอเย่นต์โจแฮน ได้รับรายงานมาว่าพบ "ชายผู้วิ่งเร็ว" วิ่งมาที่สนามกีฬาบ่อยครั้งทุกๆตอน 6 โมงเย็น ต่อไปนี้ขอเรียกว่า SCP-102-TH-1 โดยมีลักษณะเป็นชายเชื้อสายคอเคเชี่ยนอายุประมาณ 26 ปี สูง 5'4 ฟุต ผมบลอนด์ทอง ตาสีคราม โดยเขาอ้างว่าตนชื่อเบเนดิกส์ บอยด์ เขาอ้างว่าเขาสามารถควบคุมความเร็วได้ตามใจชอบ โดยข้อพิสูจน์นี้ได้รับคำยืนยันแล้วว่าเขาสามารถควบคุมความเร็วที่เกิดจาก SCP-102-TH เนื่องจากการตรวจวัดค่าประจุไอออนิคมหาศาลที่ไหลวิ่งไปทั่วร่างกาย การที่เขาสามารถควบคุมความเร็วที่ได้มาจากการใส่ SCP-102-TH นั้นมีทฤษฎีเดียวกันกับ "พลังงานจากการแผ่รังสี" ดูที่ภาคผนวก SCP-102-TH-A จากการสัมภาษณ์พบว่า SCP-102-TH-1 มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีมาก เขาให้ความเคารพคนอื่นอย่างดี แต่พอตอนสัมภาษณ์เรื่องที่ว่า SCP-102-TH มาอยู่ที่เบเนดิกส์ได้อย่างไร โดยเขาให้คำตอบเพียงแค่ "ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ ผมออกมาจากหอพักกำลังจะไปมหาวิทยาลัย มันก็มาอยู่ตรงหน้าบ้านผมแล้ว" ตอนที่เก็บกู้ SCP-102-TH นั้น เบเนดิกส์ไม่ได้มีอาการขัดขืนแต่อย่างใด ปัจจุบัน SCP-102-TH-1 ทำงานให้กับสถาบัน SCP โดยขอทำงานเป็นพนักงานเดินเอกสาร เพราะเขาบอกเพียงแค่ว่าไม่อยากอยู่เฉยๆ ไม่ต้องเป็นภาระให้กับใคร

ภาคผนวก SCP-102-TH-A:จากการตรวจสอบพบว่ากัมมันตรังสีที่ติดอยู่กับ SCP-102-TH มีพลังงานที่คล้ายกับแสงเหนือเเสงใต้ โดยมีประจุบวกจำนวนมหาศาลวิ่งวนอยู่รอบ SCP-102-TH ประจุพวกนั้นเกิดการระเบิด ทำให้มีพลังงานมหาศาลสะสมอยู่ใน SCP-102-TH ทำให้ SCP-102-TH มีพลังงานที่สามารถ"เพิ่มความเร็ว" ได้อย่างดีเยี่ยม ผมคิดว่าถ้าแร่กัมมันตรังสีชนิดนี้สามารถเพิ่มความเร็วได้แล้ว ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการวิจัยอาวุธทางการทหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาคผนวก SCP-102-TH-B:การตรวจสอบการแผ่พลังงานของ SCP-102-TH ที่แผ่ไปถึงร่างกายของ SCP-102-TH-1 นั้นสอดคล้องกับหลักการที่กล่าวว่า "พลังงานจากการแผ่รังสี" ทำไมต้องพูดอย่างนั้น เพราะเนื่องจากการแผ่รังสีของวัตถุนั้นได้แผ่พลังงานแบบอาศัยตัวกลาง การตรวจสอบพลังงานที่แผ่ออกมาอย่างละเอียดนั้น พบว่ามันมีค่าความถี่ถึงระดับอิเล็กตรอน ซึ่งนั่นหมายความว่าพลังงานที่ออกมาจาก SCP-102-TH นั้นเกิดจากการตกกระทบของวัตถุแล้วกลายสภาพเป็นพลังงานจลน์ที่มีกำลังมหาศาลอย่างยิ่งยวด ซึ่งทฤษฎีนี้สามารถนำไปต่อยอดด้านการวิจัยทางด้านพลังงานได้อย่างแน่นอน ดร.สลาวานอฟ

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License