SCP-099-TH
rating: +2+x
099th-1.png

SCP-099-TH ก่อนการกักกัน

วัตถุ# SCP-099-TH

ระดับ: Euclid

มาตรการกักกันพิเศษ: SCP-099-TH ถูกจัดเก็บและย้ายมาไว้ที่ไซต์-36BM ภายหลังเหตุการณ์การกักกันรั่วไหลในเซคเตอร์-E02 วัตถุจะต้องถูกเก็บไว้ในห้องที่มี D-Class จำนวน 3 คน อาศัยอยู่ในห้องและถูกสั่งให้สวดมนต์ตามศาสนาของตนในห้องกักกันเป็นประจำ หาก D-Class ไม่ปฏิบัติตาม บุคลากรจะถูกสั่งให้หยุดการสวดมนต์ทั้งหมดเพื่อให้ SCP-099-TH กำจัด D-Class หนึ่งคนให้ดูเป็นตัวอย่าง การเคลื่อนย้ายจะไม่ถูกอนุมัติในทุกกรณี ด้านหน้าของ SCP-099-TH จะต้องมีเครื่องตรวจจับการเคลื่อนไหวของฝาหากมีการเปิดออก การเคลื่อนไหวใดๆนั้นจะต้องเขียนรายงานและแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง เมื่อ SCP-099-TH เสร็จกิจของมัน ทีมเก็บกวาดจะถูกส่งเข้าไปทำความสะอาดห้องและปิดผาของวัตถุตามเดิม

ในตอนนี้การสวดมนต์ดูเหมือนเป็นขั้นตอนการกักกันอย่างเดียวที่ทำให้มันสงบ

รายละเอียด: SCP-099-TH เป็นนาฬิกาลูกตุ้มโบราณที่มีสภาพที่เก่ามาก ตัวเลขบางตัวบนหน้าปัดเลือนหายไปตามกาลเวลา SCP-099-TH นั้นสามารถทำงานโดยไม่รับพลังงานเข้าใดๆเลยแถมยังทำงานมาโดยตลอดตั้งแต่การค้นพบครั้งแรก ฝาด้านหน้าวัตถุสามารถเปิดออกได้และสามารถเปิดเองได้บางครั้ง เมื่อเปิดฝาออกมาก็จะพบกับเส้นผมกระจุกหนึ่งที่ถูกตอกด้วยตะปูติดเอาไว้ อาจจะเป็นพิธีกรรมบางอย่างที่ไม่รู้จัก

เมื่อไหร่ที่ไม่มีการสวดสวดมนต์ (จากศาสนาใดก็ตาม) ภายในอาคารที่มี SCP-099-TH ถูกเก็บเอาไว้เป็นประจำทุกวัน ฝาหน้าของวัตถุจะเปิดออกเองก่อนที่จะมีการปรากฏตัวของ SCP-099-TH-1, SCP-099-TH-1 จะออกล่ามนุษย์ที่อาศัยอยู่ใกล้กับมันที่สุดภายในไม่กี่นาที การตายของเหยื่อส่วนใหญ่นั้นเกิดขึ้นจากการเสียเลือดด้วยบาดแผลถูกฟันด้วยของคม จากการศึกษาการปรากฏตัวของมันที่ผ่านมาทำให้ทราบว่าไม่มีการบุกรุกจากตำแหน่งใดๆเลย จากการบันทึกของกล้องวงจรปิดและคำอธิบายจาก D-Class ได้เผยว่ามีเงาสีดำคล้ายๆคนไม่มีหัวถือดาบเดินเข้ามาจากข้างหลังของเหยื่อก่อนจะลงมือฆ่าและ [ข้อมูลปกปิด] โดยสิ่งนี้ถูกเรียกเป็น SCP-099-TH-1

สาเหตุการตายจาก SCP-099-TH-1 ส่วนใหญ่จะเป็นการตัดหัว (ซึ่งพบบ่อยสุด), ตัดผ่ากลางลำตัวเป็นแนวนอนและแนวตั้ง และการตัดให้เป็นชิ้นส่วนเล็ก โดยเหยื่อที่ถูกตัดเป็นชิ้นเยอะที่สุดนั้นได้ถูกตัดออกเป็น 4█ ชิ้น SCP-099-TH จะจัดการฆ่าเหยื่อภายในเวลาเพียงแค่ 10 วินาที ก่อนที่จะหายไปคาดว่ามันได้กลับเข้าไปใน SCP-099-TH แล้วหลังจากการฆ่า

099th-2.png

ภาพที่จับได้จากกล้องวงจรปิดภายในอาคาร

SCP-099-TH ถูกค้นพบภายในร้านขายของเก่าโดยมี นายสมศักดิ์ ████████ เป็นเจ้าของดูแลร้าน โดยตลอดการครอบครองวัตถุนั้นเขารู้ถึงความสามารถของ SCP-099-TH และสวดมนต์ให้กับมันมาตลอดเวลา ก่อนหน้านั้นครอบครัวของเขาถูกฆ่าตายโดย SCP-099-TH จากการสัมภาษณ์นายสมศักดิ์ได้ปฏิเสธที่จะทิ้งมันหรือให้กับใครเพราะเขาไม่อยากให้มีคนตกเป็นเหยื่อของมันอีก จนกระทั่งนายสมศักดิ์ได้ป่วยลงและถูกส่งไปยังโรงพยาบาล จึงทำให้ SCP-099-TH-1 ออกมาฆ่าลูกจ้างของเขาและนำมาสู่การค้นพบ SCP-099-TH

บันทึกการสนทนา:

บทสนทนานี้เป็นการพูดคุยระหว่างเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ████ █████████ และนายสมศักดิ์ ████████ หลังการกักกันเสร็จสิ้นใหม่ๆ วันที่28/█/25██

<เริ่มบันทึก>

เจ้าหน้าที่ได้เข้ามานั่งที่เก้าอี้ตรงโต๊ะตรงข้ามกับนายสมศักดิ์

เจ้าหน้าที่ ████: ทำไมคุณยังเก็บมันไว้อยู่ในเมื่อมันเคยฆ่าครอบครัวคุณมาก่อน?

นาย สมศักดิ์: จะให้คนอื่นต้องสังเวยชีวิตให้กับมันอีกหรือ? ไม่ล่ะ ผมไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีกแน่

เจ้าหน้าที่ ████: คุณได้มันมาจากไหน?

นาย สมศักดิ์: จากคนแปลกหน้าคนๆหนึ่งที่เดินมาในร้าน ตอนแรกก็จะไม่รับแล้วเพราะว่ามันดูเก่ามากๆ แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่รับเงิน และบอกว่ามันเป็นของตกทอดลงมามีอายุ 105 ปี

เจ้าหน้าที่ ████: แล้วเขาได้บอกอะไรนอกจากนั้นไหม?

นาย สมศักดิ์: เขาได้บอกไว้ว่าให้สวดมนต์ให้มันทุกวันแค่นั้นก่อนจะออกไป

เจ้าหน้าที่ ████: พอจะบอกลักษณะได้ไหม?

นาย สมศักดิ์: ก็จากที่จำได้ คือเป็นชายอายุประมาณ 50 ขึ้น มีหนวดใส่หมวกแก็ป ออแล้วก็ใส่แว่นด้วย เขาพูดแปลกๆอีกด้วย

เจ้าหน้าที่ ████: แปลกๆเหรอ?

นาย สมศักดิ์: เดาว่าเขาเป็นต่างด้าว เขาพูดภาษาไทยไม่ค่อยชัดแต่พอจะเข้าใจอยู่

เจ้าหน้าที่ ████: ขอบคุณสำหรับความร่วมมือ เราจะให้ความใส่ใจกับมันเหมือนที่คุณทำมาโดยตลอด

<จบการบันทึก>

บันทึกการกักกันรั่วไหล

เหตุการณ์ 099-TH-1: หลังจากกักกันใหม่ๆที่เซคเตอร์-E02 ดร.โมดานาได้รับมอบหมายให้ดูแล SCP-099-TH โดย เธอและนักวิจัยอีก 2 คนได้เดินเข้าไปตรวจสอบและสังเกตุการณ์ SCP-099-TH ก่อนที่ทั้งสองจะออกจากห้องโดยทิ้ง ดร.โมดานาให้อยู่คนเดียว พอทั้งสองกลับมาที่ห้องได้พบ ดร.โมดานาถูก [ข้อมูลปกปิด] และ [ข้อมูลปกปิด] แถมยังมีเลือดสาดเต็มทางออกก่อนทั้งสองจะรีบแจ้งทีมรักษาความปลอดภัยในเวลาต่อมา

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License