โจรกรรมขั้นเทพ
rating: +8+x

มีน้อยเปอร์เซ็นที่จะเกิดการบุกรุกขึ้นภายในไซต์แห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับไซต์ที่มีแต่ SCPs ที่เป็นวัตถุ ที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตด้วยแล้วล่ะก็ มีอยู่อย่างเดียวที่จะละเมิดการกักกันได้ก็คือ มีใครบางคนนำมันออกไปจากสถาบัน แต่ใครกันล่ะ

เอเย่นฟิลอสซาร์ฟิคซ์ ณ บัดนี้เขาได้ยืนอยู่หน้าประตูที่เปิดออกของห้องกักกันที่ถูกออกแบบมาให้ยกระดับขึ้นจากพื้น ภายในห้องมีเศษกระจกที่แตกเป็นชิ้น ๆ กระจายเกลื่อนอยู่รอบ ๆ แท่งตรงกลางห้อง ไฟสัญญาณเตือนสีแดงทำงานของมันอย่างต่อเนื่อง SCP-2000-ARC หายไปแล้ว

คนอื่น ๆ ได้เข้ามาทางนี้ พยายามที่จะหาคำตอบว่ามันเกิดอะไรขึ้น ส่วนดร.บลูก็นั่งหน้าเครียดอยู่ตรงนั้น เมื่อทราบว่ามีใครบางคนเอาปืนออกไป

เอเย่นฟิลอสซาร์ฟิคซ์ได้ตรงไปที่ห้องควบคุมเพื่อดูภาพวงจรปิดก่อนหน้านั้น เท่าที่เขาได้รับข้อมูลมาหัวขโมยไม่ได้มีการแฮคเข้าระบบอย่างแน่นอน แค่…เดินเข้ามา แล้วก็เดินออกไป เพียงเท่านั้น

สิ่งที่ได้จากภาพจากวงจรปิดหัวโมยปลอมตัวเป็นจนท.ระดับ 4 เห็นหน้าตาชัดเจน และไม่ใช่คนของสถาบัน แต่หมอนั่นรู้เส้นทาง มีคีย์การ์ด และรู้รหัสเปิดประตูห้องกักกัน ก่อนจะทุบกระจกจนแตก ห่อสิ่งนั้นด้วยผ้าสีขาว แล้วซุกในเสื้อสูทของตัวเอง เดินออกจากสถาบันไปโดยไม่มีใครสังเกตเห็น มันจะเหลือเชื่อเกินไปแล้ว ที่นี่สถาบัน SCP น่ะ ไม่ใช่โรงพยาบาลร้าง แต่ทำไมถึงไม่มีใครเห็นหมอนั่นเลยซักคน นั่นทำให้เอเย่ฟิลอสซาร์ฟิคซ์ดคิดได้ว่าไซต์มีการป้องกันในส่วนนี้น้อยเกินไป เพราะมัวแต่เฝ้าระวัง SCPs จนละเลยในการเฝ้าระวังบุคคลภายนอกที่อาจเข้ามาในไซต์ได้

ฟิลอสซาร์ฟิคซ์ยังได้พบอีกว่าเจ้าหัวขโมยพยายามที่จะไปที่ห้องกักกันที่อยู่ทางทิศเหนือ แต่คงเห็นว่ามีจนท.อยู่กันหลายคน หมอนั่นมีความพยายามที่จะขโมยแผนที่ แถมยังเข้าไปในห้องของดร.บลู ตอนเขาไม่อยู่ เข้าไปหยิบกล่องที่ใส่ลูกบอล และรู้ว่าวางเอาไว้ตรงไหน มันชัดเจนอยู่แล้วว่ามีบุคคลภายในช่วยเหลือหัวขโมย เรื่องหนอนบ่อนไส้เอาไว้ก่อน ตอนนี้ฟิลอสซาร์ฟิคซ์ต้องชิงสิ่งนั้นกลับมาให้ได้


"ผมไม่สนว่าหมอนั่นจะเป็นใคร หรือทำงานให้กับพวกองค์กรสวะไหน แต่การที่เข้ามาในนี้แล้วเชิดทรัพย์สินของสถาบันไปอย่างหน้าตาเฉย มันหยามกันชัด ๆ " ฟิลอสซาร์ฟิคซ์พูดเสียงดัง "ผมจะไปตามล่ามัน"

"ใจเย็น ฟิลอสซาร์ฟิคซ์ เรายังพอมีเวลาวางแผนการและก็พอจะมีข้อมูลว่าปืนจะถูกนำไปที่ไหน"

"นานแค่ไหนกัน?"

"ซัก 2-3 วัน ผมจะส่งเรื่องแจ้งไป พวกเขาจะส่งทีมออกติดตามค้นหา"

ฟิลอสซาร์ฟิคซ์เอามือกุมหัวตัวเอง "แค่วันเดียวก็เกินพอแล้ว ด็อค คุณก็รู้ว่าปืนนั่นอันตรายแค่ไหน ถึงจะ safe ก็เถอะ" ฟิลอสซาร์ฟิคซ์ได้เขยิบเก้าอี้เข้ามาใกล้ ๆ กับดร.มิดไนท์ "ผมมีแผนการน่ะ ทำเองได้เลย แต่คุณอย่าบอกหรือแจ้งไปที่ศุนย์หลัก ผมไม่อยากให้มีปัญหา"

"อย่าหาเรื่องดีกว่า"

ฟิลอสซาร์ฟิคซ์เริ่มพูดเบาลง "ผมทำงานที่นี่มาก็ 10 ปีแล้ว และสิ่งที่ผมได้รับรู้เกี่ยวกับไซต์นี้ก็คือ คำพูดดูถูกของคนอื่น ว่าไซต์ไม่สามารถจัดการปัญหาเล็ก ๆ ได้ อย่างการที่ใครหน้าไหนก็ไม่รู้เดินดุ่ม ๆ เข้ามาจิ๊กของ ๆ เราไป แล้วก็—"

"ผมฟังมามากพอล่ะ คุณน่าจะกลับไปทำงานได้แล้ว"

ฟิลอสซาร์ฟิคซ์ยิ้มแล้วพายมือออก "ยอมรับไม่ได้? เพราะงี้ไงผมถึงอยากจะทำอะไรซักอย่าง เถอะน่าด็อค จะมีอะไรให้เสียอีก"

ดร.มิดไนท์ชำเลืองสายตาจากเอกสารมายังฟิลอสซาร์ฟิคซ์ ค่อย ๆ ถอดแว่นลง แล้วมองตรงมาที่ฟิลอสซาร์ฟิคซ์ สีหน้าจริงจัง

"ฟังน่ะ ผมจะไม่พูดซ้ำอีก กลับไปที่ห้องทำงานของคุณหรือจะกลับบ้านไป ใช้รถไฟใต้ดิน ลืมสิ่งที่คิดซะ รับรองเลยว่าคุณจะมีชีวิตอยู่อีกยาว"

"…เอาจริง?"

ฟิลอสซาร์ฟิคซ์ลุกจากเก้าอี้อย่างช้า ๆ ไปที่ประตู หันกลับมาเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่ เขาเดินออกจากห้องไป


รถไฟแล่นด้วยความเร็ว โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ชายสองคนได้ต่อสู้กันอยู่ในตู้โดยสารด้านหลังคนขับ เมื่อมีคนหนึ่งพลาดฆ่าคนขับตาย ที่แน่ ๆ ไม่ใช่เขาล่ะกัน

"แกไอ้สารเลว คิดว่าตัวใหญ่กว่าแล้วจะล้มฉันได้เรอะ!" เขาเหวี่ยงกำปั้นที่ตอนนี้มีสนับมือติดอยู่ ไม่รู้ว่าไปเอามาใส่ตอนไหน เข้าอย่างเต็มแรงไปที่ใบหน้าด้านซ้ายของอีกฝ่ายจนล้มลงไปกับพื้น

อีกฝ่ายพยายามคลานไปที่ปื่นพกอัตโนมัติที่ตกอยู่ด้านหน้า เขาได้ลากขาหมอนั่นมาทางตน เลยโดนถีบเข้าที่ท้อง

เมื่อเขาลุกขึ้นมาก็ได้ถูกปืนของอีกฝ่ายจ่อเอาไว้

"แกมันหาเรื่องใส่ตัว ฝีมือแกมันโคตรกระจอก คิดจะมาสู้กับขั้นเทพอย่างข้างั้นเรอะ"

ฟิลอสซาร์ฟิคซ์ค่อย ๆ เดินถอยหลังอย่างช้า ๆ พร้อมกับยกมือทั้งสองขึ้นในระดับอก สายตาของเขาไม่ได้มองหมอนั่น แต่มองออกไปด้านหน้ากระจกอีกประมาณ 800 เมตร เป็นสถานีที่มีรถไฟจอดอยู่ก่อนแล้ว

"ตายซะเถอะ"

"แน่ละ เราได้ตายห่ากันหมด"

อีกฝ่ายได้หันไปมองด้านหลัง ซึ่งได้จังหวะที่เขาจะเล่นงาน เขากระโดดจับราวแล้วเหวี่ยงเท้าทั้งสองถีบหมอนั่นจนล้มไปอีกรอบ แล้วกลับหลังหันวิ่งออกไป ก้มตัวลงยื่นมือออกไปคว้าห่อผ้าสีขาว โดดไปอีกตู้หนึ่ง เฉียดฉิวกระสุนปืนที่ยิงมาจากด้านหลังอย่างหวุดหวิดหยั่งกะในหนัง

เขาวิ่งไปยังตู้ถัดไป ถัดไปเรื่อย ๆ จนมาถึงตู้สุดท้ายที่มีผู้โดยสารคนอื่นที่หนีการดวลปืนก่อนหน้านั้นมาที่ตู้นี้

เมื่อหันกลับไปก็เห็นหมอนั่นตรงมาทางนี้ เขาได้ตัดสินใจอย่างฉุกเฉิน หยิบปืนออกมาจากห่อผ้า

"อยู่ไหนว่ะ" เขาบ่นขณะเลือกรายการในเมนูอย่างรีบเร่ง "อ่ะห๊ะ"

เขาเล็งปืนไปที่บริเวณที่เชื่อมต่อของตู้โดยสารแล้วยิงออกไปหนึ่งทีโดยไม่มีพลาด มีการกระตุกเล็กน้อยแล้วตู้โดยสารทั้งสองก็หลุดออกจากกัน

"ไม่มมมมมม…" เสียงกรีดร้องของหมอนั่นดังลั่น หลังจากที่ตู้หลุดออกจากกัน

"บ๊ายบาย ไอ้ขั้นเทพ" ฟิลอสซาร์ฟิคซ์ยิ้มแล้วแจกนิ้วกลางให้หมอนั่น

ตู้โดยสารค่อย ๆ ชะลอตัวลงเรื่อย ๆ แต่เขาไม่รอให้มันหยุดสนิท

"ขอทางหน่อย" เขาบอกคนอื่น ๆ ในตู้โดยสาร ไปที่ประตูอีกด้าน เปิดออกแล้วก็รอจังหวะเพื่อโดดลงไป เขากลิ้งไปบนพื้นเล็กน้อย แล้วหันกลับไปดู เงียบกริบ…ไม่มีเสียงของรถไฟชนกัน แต่ก็ดีไปอย่าง ได้เวลาชิ่งแล้ว


เขารู้ดีว่าไม่ควรใช้สิ่งนี้โดยพละการ เขาจึงหากล่องมาใส่แล้วห่อด้วยผ้าสีขาวอีกที ลองคิดดูสิว่าถ้าสิ่งนี้ได้ออกนอกประเทศ แล้วขายให้กับคนพวกนั้นในราคาที่แพงเว่อร์บวกกับค่าเหนื่อยอีก แต่ยังไงคนพวกนั้นก็มีปัญญาจ่ายให้กับสิ่งที่พิเศษนี้ แล้วใช้มันเพื่อความสะใจและความเถื่อนของตัวเอง เขาแทบไม่อยากจะคิดอะไรต่อจากนั้น

เขารู้สึกหงุดหงิดเมื่อทำปืนพกของตัวเองหายไปตอนสู้กันบนรถไฟ นั่นทำให้เขาต้องเขียนรายงานว่าทำไมปืนของเขาถึงหายไปเพื่อขอเบิกปืนใหม่ และในตอนนี้ SCP-2000-ARC มันดูดี ถูกนำไปตรวจสอบ และทำความสะอาดใหม่ วางเอาไว้บนแท่นกลางห้องเหมือนเดิมเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น เขาเอื้อมมือเข้าไปในเสื้อหยิบบางอย่างออกมา มันเป็นกล่องเล็ก ๆ ที่มีรอยขีดข่วนอยู่ด้านข้าง

"ผมคิดว่าคุณอาจอยากได้คืน มีรอยนิดหน่อย"

ดร.บลูหยิบกล่อง มองดูรอยขีดข่วน "ขอบคุณ ก็ดีน่ะ จะได้ไม่ต้องไปหากล่องใหม่มาใส่มัน"

ดร.บลูเปิดกล่องออก ข้างในว่างเปล่า ซักพักลูกบอลก็บินมาหาแล้วใส่ตัวของมันลงในกล่อง เขาปิดกล่องแล้วเก็บไว้ในเสื้อแลป

ฟิลอสซาร์ฟิคซ์มองเข้าไปภายในห้องกักกันของ SCP-2000-ARC "ไม่คิดว่ามันจะยังดูดีอยู่ ขนาดที่ว่าตกกระแทกพื้นตั้งหลายครั้งตอนที่แย่งมา แต่คุณไม่ต้องกังวลน่ะผมได้ลองใช้ไปครั้งนึงแล้วมันยังทำงานอยู่…"

ดร.บลูจ้องมาที่ฟิลอสซาร์ฟิคซ์ด้วยสีหน้าซีเรียสปนอึ้ง

"ผม…ไม่น่าบอกคุณเลย ไม่น่า…" ว่าแล้วฟิลอสซาร์ฟิคซ์็ค่อย ๆ เดินถอยหลังออกไปจากตรงนั้น แล้วเดินหายไปทันที


แม้ว่าทุกอย่างดูเหมือนจะง่ายดาย แต่ฟิลอสซาร์ฟิคซ์ไม่คิดว่าจะปลอดภัยได้อีก หัวขโมยไม่ได้ตายไปกับรถไฟ ไม่มีข่าวรถไฟชนกัน ทำให้มีการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น ในภายหลังเขาได้ข่าวว่าเอเย่นโจนท์ถูกสังหารตายอยู่ในห้องเช่าที่อพาตเม้น ข้าวของกระจัดกระจาย มีสำเนาเอกสารที่เป็นข้อมูลของ SCPs อยู่บางส่วน และหนึ่งในนั้นมีของ SCP-2000-ARC

"ผมไม่รู้ว่าพวกนั้นได้ข้อมูลอะไรไปเท่าไหร่บ้าง ที่แน่ ๆ คงไม่ต้องสืบเรื่องหนอนบ่อนไส้แล้วล่ะ" ฟิลอสซาร์ฟิคซ์พูดพลางมองดูสำเนาเอกสารที่ได้รับมา แล้วค่อย ๆ บรรจงมันลงในเครื่องทำลายเอกสารที่ย่อยมันเป็นเศษเล็ก ๆ "น่าเศร้า เรื่องโจนท์น่ะ ผมเห็นว่าเขาเป็นคนดีออก แล้วทีนี้ใครกันที่จะได้เป็นหัวหน้ารักษาความปลอดภัยคนใหม่ของไซต์-29 ล่ะ?"

"ก็คุณไง"

ฟิลอสซาร์ฟิคซ์หัวเราะเบา ๆ "คุณอำผมเล่นอีกแล้ว ผมไม่มีคุณสมบัติอะไรที่จะได้เป็น—"

หัวหน้าไซต์ปิดเอกสารที่กำลังอ่านอยู่ แล้วยื่นมาทางฟิลอสซาร์ฟิคซ์ "ยินดีด้วยน่ะ คุณจะได้เลื่อนขั้นมาเป็นหัวหน้ารักษาความปลอดภัยแทนเอเย่นโจนท์นับตั่งแต่บัดนี้เป็นต้นไป"

"…เยี่ยมที่สุด" ฟิลอสซาร์ฟิคซ์ยิ้มเล็กน้อยขณะที่อ่านรายงาน

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License