คำเตือนจากคนไร้เดียงสา
rating: +12+x

สวัสดีค่ะ ไม่ต้องทราบหรอกค่ะว่าฉันเป็นใคร

เอาเป็นว่าฉันจะขอเขียนเรื่องนี้เพื่อเตือนคนอื่นๆที่คิดจะเข้ามาทำงานในสถาบันนี้ละกัน


วันแรกที่ฉันถูกเลือกให้เข้ามาทำงานที่สถาบัน SCP ฉันต้องเก็บข้าวเก็บของแล้วหอบมันย้ายข้ามทวีปจากปาตาโกเนียมาที่สถาบันในประเทศอะไรก็ไม่รู้อยู่แถบตะวันออกเฉียงใต้ของเอเชีย

ฉันไม่มีโอกาสได้บอกลาครอบครัวที่โนวาสโกเชียเลย เจ้าหน้าที่อนุญาตแค่ให้คุยแต่โทรศัพท์ หลังจากการเดินทางอันแสนเหนื่อยล้าฉันก็เดินทางมาถึงประเทศนี้ พึ่งรู้นะว่าประเทศแถบตะวันออกเฉียงใต้ของเอเชียมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาก เช่นรถไฟใต้ดินความเร็วสูง อาวุธต่างๆ แต่รัฐบาลกับไม่บอกเรื่องนี้กับประชาชนแล้วเก็บมันไว้เป็นความลับ ในที่สุดฉันก็เดินทางมาถึงสถาบัน SCP สาขาประเทศ…อ๋อ ฉันจำได้แล้ว ประเทศไทย

ฉันเดินทางถึงสถาบัน SCP สาขาประเทศไทยสักทีและถูกพวกคนคลั่งศาสนาโจมตีสถาบันจนฉันเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ไม่น่าเชื่อว่าในประเทศแบบนี้จะมีพวกเถื่อนๆทรามๆจากลัทธินั่นตามมาถึง ตอนนั้นฉันคิดจะลาออกสถานเดียวเลยล่ะแต่ถูก O5 หลายคนกดดันให้ฉันอยู่ต่อ นักวิจัยหลายคนเกลียดฉัน ดูจากสายตาก็รู้ โชคดีที่ฉันได้เจอเพื่อนที่ดีประมาณสองสามคน ในสถาบันที่เป็นกำลังใจและที่ปรึกษาให้ฉันทำงานต่อไปได้ สองคนเป็นนักวิจัยและอีกคนเป็น เธอชื่อแคท และเธอไม่ได้เป็นคนปกติแบบผม

ขอเล่าหน่อย คนแรกน่ะไม่มีอะไรเท่าไหร่ ฉันก็ไม่ได้สนิทกับเขามากแต่ก็คุยกันได้ คนที่สองนี่ฉันสนิทด้วยมาก เราไปไหนด้วยกันตลอด เขาเป็นพวกรักต้นไม้มากๆๆ จนฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าอะไรดลใจให้เขาบ้าขนาดนี้แต่เขาก็ดีนะแถมพูดได้ตั้งหลายภาษา เวลาไปเที่ยวด้วยกันฉันก็ต้องพึ่งพาเขาแหละ ฉันพูดได้แต่ฝรั่งเศสอังกฤษสเปนหนิ ส่วนคนสุดท้ายเพื่อนสาวของฉันที่หนีไปแล้ว ฉันคงคิดถึงเธอ…

เข้าเรื่องกันเถอะ

สถาบันนี้มันบ้าและคนในองค์กรมันก็โรคจิต

ให้ตายเถอะ

ฉันรับไม่ได้ที่สุดคือการเอาคนเป็นๆไปฆ่าทิ้งๆๆทุกวัน

เสียงกรีดร้องกับเสียงร้องไห้กลายเป็นเรื่องปกติในสถาบันนี้

เลือดสาดกระจายบนพื้นเหมือนกับคนทำน้ำเปล่าหกทุกวัน

และสภาพจิตใจของบุคคลากรนี่ตายด้านสุด คนในองค์กรที่ตายไปก็ไม่ได้รับความสนใจ

สัปดาห์ที่สองฉันเจอศพบนพื้นนอนกองกันเต็มไปหมดเพราะ SCPs ตัวนึงหลุดออกมาแต่กลับไม่มีใครให้ความสนใจ

เลือดที่สาดกระจายส่งกลิ่นคาวเหม็นทั่วทั้งห้องวิจัย ฉันต้องออกไปเอาผ้าปิดปากมาใส่เพราะเวียนหัวกับกลิ่นคาวเลือดอันคละคลุ้ง แต่เพื่อนร่วมงานของฉันกลับบอกว่ากลิ่นมันหอมเหมือนสเปรย์ปรับอากาศ

อาหารในโรงอาหารก็แย่สุด ไมรู้ว่าพวกพ่อครัวทำอาหารมาหรือเปล่า น้ำทุกแก้วมีกลิ่นแฟ้บ ถาดอาหารมีกลิ่นคาวเลือดทุกถาด ทุกวันนี้ฉันต้องฝากเพื่อนซื้อข้าวมาให้กินยกเว้นวันไหนที่ฉันประหยัดเงิน

และสภาพของบุคคลากรส่วนใหญ่นั้นย่ำแย่สุด บางคนขอบตาคล้ำมากจนน่ากลัว บางคนเพี้ยนจากการทดลอง บางคนเป็นพวกชอบความรุนแรง บางคนซาดิสท์ บางคนอารมณ์ตายด้าน…ให้ตายเถอะ ผู้คนในนี้มีศาสนาบ้างหรือเปล่า…

พระเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เคยเหลียวแลพวกเขามั้ย…

ฉันอยากจะสวดมนต์ให้กับผู้คนที่ต้องตายเป็นว่าเล่นในวันต่อวัน แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเสียงกรีดร้องจากความเจ็บปวด เสียงเลือดกระจายบนพื้น เสียงฉีกของกล้ามเนื้อและเสียงหักของกระดูกมันดังกว่า

ฉันต้องนั่งภาวนาอยู่ในห้องทำงานของฉันไม่ให้เกิดเรื่องๆร้ายๆขึ้นอีก

ฉันกลัวฉันเป็นโรคจิต ฉันกลัวว่าฉันจะเก็บกด

ฉันจึงหากิจกรรมระหว่างวันที่ไม่ต้องวิจัยทำ เช่น จัดสวนถาดเล็กๆโดยใช้พืชพวกตะบองเพชร คุยเล่นหยอกล้อกับเพื่อนสนิท โทรหาครอบครัวและแอบหนีไปใช้ห้องทำงานของเพื่อน นั่งมองดูพืชพรรณและสัตว์น้ำที่เขาแอบซื้อมาเลี้ยงไว้ในบ่อไปเรื่อยๆฟังเพลงแนวโบราณๆที่เขาชอบฟัง และไปสเปรย์พืชพรรณกับเขา

เฮ้อ…. หวังว่าฉันจะชินกับสถาบันอันวิตถารนี้ได้ซักที ขอพระเจ้าคุ้มครองฉันและเพื่อนๆ ได้โปรด สถานที่นี้มันโหดร้าย ไร้ศีลธรรม ฆ่าคนจำนวนน้อยเพื่อให้คนจำนวนมากอยู่รอด แต่ไม่มีใครสนใจผู้คนที่ตายไปเลย แกมม่าเคยบอกให้ฉันทำสมาธิแต่ฉันทำไม่ได้ ถ้าไม่มีเขาฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะทนอยู่ในสถาบันนี้ได้อย่างไร อย่างน้อยเพื่อนฉันก็ไม่ได้เสียสติเหมือนกับคนอื่นๆ


ฉันขอเตือนพวกคุณ สถาบันนี้มีค่าตอบแทนที่สูง แต่ต้องแลกด้วยอะไรหลายๆอย่าง ถ้าคุณยังอยากสัมผัสกับชีวิตที่ดี มีศาสนา มีศีลธรรม มีความสุข มีครอบครัว มีเพื่อน มีสัตว์เลี้ยงและอื่นๆที่ฉันคิดไม่ออก อย่ามาทำงานที่นี่ ที่นี่คือ"นรก"ของแท้ ถ้าคุณมีความสุขกับการทำงานในสถาบันนี้ หมายความว่าคุณเสียสติไปแล้ว

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License