ป่าในแลป
rating: +13+x

นักวิจัยหลายๆคนมักอิจฉาในหน้าที่การงานของผมก็เพราะห้องทำงานของผมมันร่มรื่นไปด้วยพืชพรรณอันน้อยใหญ่แทนที่จะเป็นห้องสี่เหลี่ยมธรรมดา ผมเองก็ภูมิใจในงานที่ผมทำ และอีกอย่างไม่ค่อยมีใครเข้ามาที่นี่นัก มันทำให้ผมมีเวลาศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับ SCPs พวกพืชเพิ่มเติมไปจากเดิม

ผมมีตัวอย่างที่ได้มาจาก SCP-300-TH เก็บไว้ในหลอดทดลอง จนถึงตอนนี้ผมก็ยังเป็นห่วงเธออยู่ถึงแม้จะได้ข่าวว่าเธอยังสบายดีอยู่ในป่านั่น และไม่ยอมที่จะกลับสถาบัน เธอดูโตขึ้นจากเดิม อันนี้คงต้องยอมรับว่าเธอไม่ใช่เด็กสาวที่ว่านอนสอนง่ายอีกแล้ว


แล้ววันนี้ผมกลับมาที่ห้องทำงานและพบว่ามีเถาวัลย์และวัชพืชที่ไม่รู้จักเลื้อยอยู่เต็มกำแพงห้อง ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ สิ่งของ เต็มไปหมดหยั่งกะป่าดงดิบเลยก็ว่าได้ มีพวกมันส่วนหนึ่งเลื้อยและเติบโตออกไปข้างนอกตอนที่ผมเปิดประตูเข้ามา พวกมันโตเร็วมากอย่างน่าตกใจ ทำให้นึกถึงความสามารถของ SCP-300-TH เลย …เดี๋ยวน่ะ แย่แล้ว ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย

ผมฝ่าป่าดงดิบเข้าไป โธ่เว้ย! อุส่าวางแผนวันหยุดอย่างดี แต่นี่คงต้องมาเป็นการทำความสะอาดห้องแทน ที่โต๊ะด้านในผมเจอหลอดแก้วจำนวนหนึ่งหล่นมาแตกบนพื้น ว่าแต่มันหล่นมาได้ไงฟ่ะ! แล้วผมก็เจอคำตอบ มันอยู่ตรงหน้าผมตรงโต๊ะทำงานตรงเอกสารนั่น รอยเท้าของ SCP-222-TH-J!

"ไอ้ระยำ ไอ้เลว ไอ้หน้าแมว ไอ้หน้าเห็บ! เอ้ย!" ผมตะโกนลั่นห้อง ก่อนที่สัญญาณเตือยภัยจะดังขึ้น

ดูเหมือนว่าตัวอย่างของ SCP-300-TH จะกระจายตัวออกไป พวกเขาต้องมองหาต้นตอ และสาวมาถึงห้องทำงานของผม ผมอาจถูกพักงาน ลดขั้น หรือแย่สุดก็ไล่ออก โอ้ ม่ายยยยย นี่มันวันแห่งหายนะ ผมต้องทำอะไรซักอย่างเช่นเอาตัวอย่างไปทำลายทิ้ง นะ..นั่นเป็นความคิดที่ไม่เลว ผมได้กวาดตัวอย่างลงในห่อผ้าสีเทาแล้วมัดมันไว้แล้วรีบออกจากห้องนี้

"ซวยล่ะ" ผมพูดออกมาเมื่อเปิดมาเจอกับเจ้าหน้าที่ฟิลอสซาฟิคอยู่หน้าประตู

"มีคนแจ้งว่ามีสิ่งผิดปกติออกมาจากห้องนี้"

"อา โทษทีน่ะ ผมต้องรีบไปจัดงานเรื่องก่อน"

"คงไม่ใช่เรื่องนี้หรอกน่ะ"

"เรื่องอะไรเหรอ" ผมพยายามทำใจดีสู้เสือ

จนท.ฟิคได้เอาตัวเองขวางประตูเอาไว้ หน้าบึ้งตึงมองมาที่ผม

"ผมไม่ได้โง่น่ะคุณแกมม่า มีที่เดียวที่ทำให้ศูนย์กลายสภาพเป็นป่าได้ นั่นก็คือที่นี่ ซึ่งมันเป็นห้องของคุณ" จนท.ฟิคได้ยื่นหน้าเข้ามาใกล้หน้าของผม "คุณพยายามซ่อมบางอย่างจากผม อย่าให้ผมต้องค้นตัวเลย"

ในตอนนี้ผมหมดหนทางเลือกแล้ว เขาต้องจับได้ไม่ว่าผมจะทำยังไง ถ้าผมบอก เขาก็จะบอกหัวหน้าถึงความผิดพลาดของผม ไม่สิ ผมไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย

"ไม่ใช่ความผิดผมน่ะ ไอ้แมวนั่นเข้ามาป่วนในห้องผม" ผมทำทีเป็นโวยวายเพื่อดูท่าที บางทีเขาอาจหันไปสนใจแมวเกรียนนั่นก็ได้

"นั่นไม่ใช่ปัญหา แต่ที่เป็นปัญหาคือคุณเก็บตัวอย่างของ SCPs เอาไว้ในห้องที่ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยทั้งๆที่รู้ว่ามันอันตราย หวังว่าคุณจะมีคำแก้ตัวสำหรับเรื่องนี้น่ะ ที่ผมมาก็มีเท่านี้ มาบอกไว้ก่อนให้คุณทำใจสำหรับการตัดสิน หวังว่าคุณคงไม่ถูกย้ายไปที่อื่น อ้อแล้วก็ ห้องสวยดีน่ะ เหมือนอยู่ในป่าดงดิบเลยว่ะ"

ถึงตอนนี้จนท.ฟิคจะจากไปแล้วแต่ใบหน้าของผมก็เย็นราวกับน้ำแข็ง เหมือนโลกที่ผมรู้จักได้หายไปต่อหน้าต่อตา ผมต้องทำอะไรซักอย่าง ผมออกจากห้องเดินไปตามทางดูว่ามันไปโตไกลถึงไหนแล้ว ผมอาจคิดวิธีกำจัดเถาวัลย์พวกนี้ และดีที่มันไม่เป็นอันตรายกับใคร ผมมาที่หน้าต่างเปิดออกและชะโงกออกไปดู ดูเหมือนนอกอาคารจะไม่มีพวกนี้ แต่เมื่อผมเปิดพวกมันก็เลื้อยออกไป

"ไม่ๆๆ"

ผมปิดหน้าต่างทับไม่ให้มันออกไปข้่างนอก ผมเห็นบางอย่างเถาวัลย์ที่อยู่ข้างนอกแห้งตายเมื่อผมใช้หน้าต่างหนีบตัดมันเหมือนถูกตัดขาดจากแหล่งอาหาร มันทำให้ผมนึกวิธีได้ ผมรีบกลับไปที่ห้องทำงานเข้าไปตรงจุดที่ตัวอย่างตกลงพื้น มันไม่เหมือนเดิมแล้วตรงนั้นกลายเป็นรากขนาดใหญ่เท่าแขนผมฝังอยู่ใต้พื้นกระเบื้อง คงต้องหาขวานหรืออะไรมาตัดมันให้ขาด ผมรื้อโต๊ะเจอคัดเตอร์ ไม่แน่ใจว่าจะตัดเจ้านี่ได้ แต่ไม่ลองก็ไม่รู้

ตอนที่ผมพยายามตัดรากก็มีคนเข้ามาในห้อง ผมพึ่งเห็นก็ตอนที่เขาเข้ามาเกือบถึงผมแล้ว ผมรู้จักเขา เขาเป็นจนท.รปภ.ที่ประจำอยู่แล้วนี้

"ขอโทษที่รบกวนน่ะ แต่ผมเห็นมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ในนี้ เลยมาตรวจ"

"ผมกำลังตัดรากนี่อยู่น่ะ

"มันใหญ่เกินกว่าจะใช้คัดเตอร์น่ะครับ"

"คุณมีมีดที่ดีกว่านี้ไหมล่ะ"

"ไม่ แต่ผมมีปืน" เขาชูปืนขึ้นมา

รปภ.ได้ยิงไปที่รากหลายนัดจนมันเกือบจะขาดออกเหลือแค่ตรงกลาง ผมใช้คัดเตอร์ตัดแล้วน้ำสีเขียวๆก็พุ่งใส่หน้าผม ผมคิดว่าผมทำถูกแต่อาจเห็นผลช้าหน่อย ผมกับรปภ.เดินออกมาจากดงเห็นเถาวัลย์ค่อยๆเหี่ยวเฉาแห้งตาย

"คงต้องทำความสะอาดอีกเยอะ" ผมเช็ดน้ำที่เหม็นเขียวบนหน้า

"แล้วคุณจะเอาไงต่อกับเรื่องนี้"

"เตรียมรับผลกรรมของตัวเอง"


"คุณแกมม่า คุณได้ละเมิดกฏความปลอดภัยมาตรา 62-2 คุณไม่เห็นถึงความสำคัญของความปลอดภัยต่อทรัพสินของสถาบัน แถมยังเก็บตัวอย่างอันตรายเอาไว้โดยไม่มีการป้องกัน โชคยังดีที่สิ่งนั้นไม่เป็นอันตาย แต่มันก็ทำให้การวิจัยอื่นๆต้องหยุดชะงัก เสียเวลา มันแย่มากๆ"

"ครับ ผมเข้าใจ" ผมไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว คิดว่าคงโดนไล่ออก

"มีคนยื่นคำร้องให้ย้ายคุณไปอยู่ที่อื่น …แต่ผมเห็นว่าคุณมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ฉะนั้นคุณจะยังไม่โดนย้าย แต่คุณจะถูกจำกัดระดับการเข้าถึงตัวอย่างพวกนี้ และ SCP-300-TH ด้วย" "การวิจัยและทดสอบเกี่ยวกับ SCPs ที่เป็นพืช ดร.เคน จะเป็นคนควบคุมต่อจากนี้ไป"

ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเขาให้ผมยกเลิกการวิจัยทั้งหมดของผม นั่นมันแย่มากๆแย่สุดๆ

"นั่นงานของผมทั้งชีวิตเลยน่ะครับ"

"ใช่ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำวิจัยวัตถุประเภทอื่นไม่ได้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย งานวิจัยของคุณจะถูกตรวจสอบเข้มงวดกว่าเดิม และถ้าเป็นอันตรายมันจะถูกเก็บไว้ที่ระดับ 4 ซึ่งแน่นอนว่าคุณจะเข้าถึงมันไม่ได้อีก" "จบการสนทนา"

ผมเดินกลับมาที่ห้องเหมือนวิญญาณหลุดออกไปครึ่งร่าง มีคนเข้ามาในห้องผมเอาตัวอย่างกับงานวิจัยของผมออกไป จะเหลือไว้ก็แค่ตัวอย่างที่ตายแล้วของ SCP-300-TH ไว้ให้ดูต่างหน้า ผมหยิบรากเถาวัลย์ที่ดูดีที่สุดใส่ในหลอดแก้วเพื่อเป็นการระลึกถึง SCP-300-TH ที่ผมอาจจะไม่มีวันได้เจอเธออีกต่อไป

ผมยิ้มเล็กน้อยเมื่อมองสิ่งนั้น ก่อนจะเอนตัวพิงเก้าอี้อยู่ในท่าที่สบายที่สุด แล้วปล่อยความคิดตัวเองให้ลอยออกไป

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License