กลุ่มที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มที่เกี่ยวข้อง


ภาพรวม: สถาบันไม่ใช่เพียงกลุ่มเดียวที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องสิ่งเหนือธรรมชาติ ยังมีกลุ่มอื่น ๆ อีกที่สนใจการมีอยู่ของพวกมันรวมถึงนำมาใช้งานหรือพยายามสร้างวัตถุที่เป็น SCP ขึ้นมา ไม่ว่าจะเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อปกป้องมนุษยชาติ บางกลุ่มก็เป็นคู่แข่ง บางกลุ่มก็เกิดจากการแตกคอของสถาบัน และบางกลุ่มก็ได้รับความไว้วางใจจากสถาบัน ไม่ว่าจะยังไงล้วนแล้วแต่มีความจำเป็นในการสร้างและเผยแพร่สรุปข้อมูลของกลุ่มเหล่านั้นตามที่สถาบันทราบ และประกาศจุดยืนของพวกเรา


สารบัญ

มหาวิทยาลัยอเล็กซิลวา (Alexylva University)
ภัตตาคารแอมโบรส (Ambrose Restaurants)
แอนเดอร์สันโรโบติกส์ (Anderson Robotics)
อาร์คาเดีย (Arcadia)
พวกเราเจ๋งอ๊ะยัง? (Are We Cool Yet?)
ราชินีดำ (The Black Queen)
เคออสอินเซอร์เจนซี (The Chaos Insurgency)
ปิศาจชิคาโก (The Chicago Spirit)
บุตรแห่งราชันสีชาดฉาน (The Children of the Scarlet King)
ศาสนจักรแห่งเทพผู้แตกหัก (The Church of the Broken God)
ศาสนจักรแห่งไฮทอธที่สอง (Church of the Second Hytoth)
คณะกรรมการสินค้าผิดปรกติ (The Commission on Unusual Cargo)
ชาวแดวิต (The Daevites)
เดียร์คอลเลจ (Deer College)
ดอกเตอร์วันเดอร์เทนเมนต์ (Doctor Wondertainment)
เดอะแฟคทอรี (The Factory)
ศาสนจักรที่ห้า (The Fifth Church)
เกมเมอร์ต่อต้านเนื้อ (Gamers Against Weed)
กลุ่มพันธมิตรสิ่งลี้ลับโลก (The Global Occult Coalition/GOC)
โกลด์เบเกอร์-ไรนซ์ จำกัด (Goldbaker-Reinz Ltd.)
บริษัทกรีซเบอร์เกอร์ (Greazeburger Incorporated)
GRU แผนก "P" (GRU Division "P")
ราชสถาบันในพระองค์เพื่อการกักกันสิ่งเหนือธรรมชาติโดยปลอดภัย (His/Her Majesty's Foundation for the Secure Containment of the Paranormal)
คณะละครสัตว์อันทึกทักของเฮอร์มาน ฟุลเลอร์ (Herman Fuller's Circus of the Disquieting)
เดอะฮอริซอนอินิทิเอทีฟ (The Horizon Initiative)
หน่วยงานตรวจสอบสิ่งผิดปกติแห่งจักรวรรดิญี่ปุ่น (Imperial Japanese Anomalous Matters Examination Agency/IJAMEA)
จัสต์เกิร์ลลี่ธิงส์ (Just Girly Things)
มูลนิธิการกุศลแมนนา (Manna Charitable Foundation)
มาร์แชล คาร์เตอร์ แอนด์ดาร์ก จำกัด (Marshall, Carter, and Dark Ltd.)
สถาบันศิลปะผิดปกติแห่งตระกูลเมดีซี (Medician Academy of Occult Art)
"คนไร้ตัวตน" ("Nobody")
สำนักงานเก็บคืนวัตถุแห่งอิสลาม (Office For The Reclamation of Islamic Artifacts/ORIA)
กลุ่มออเนรอย (Oneiroi Collective)
พาราวอตช์ (Parawatch)
ซูโดเจเนซิสโปรดักชั่นส์ (Pseudogenesis Productions)
บริษัทพรอมเมธีอุสแล็บ (Prometheus Labs, Inc.)
ลัทธิซาร์คิก (Sarkic Cults)
หัตถ์อสรพิษ (The Serpent's Hand)
ศูนย์ชกฉลาม (Shark Punching Center)
ทรีมูนส์อินิทิเอทีฟ (The Three Moons Initiative)
โทตลีย์ซอฟต์ (TotleighSoft)
แผนกเหตุการณ์ผิดปกติ (Unusual Incidents Unit/UIU)
บริษัทวัลราฟน์ (Valravn Corporation)
วิกันเดอร์-นีดเทคนิคัลมีเดีย (Vikander-Kneed Technical Media)
เดอะวานดส์เมน (The Wandsmen)
วิลสันส์ไวลด์ไลฟ์โซลูชั่น (Wilson's Wildlife Solutions)

มหาวิทยาลัยอเล็กซิลวา (Alexylva University)

Alexylva.png

ภาพรวม: เราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยอเล็กซิลวาหรือเป้าหมายของมันเลย หลักฐานบ่งชี้ว่ามันอยู่ในมิติคู่ขนานที่ภาษาละตินและกรีกเป็นภาษาหลัก อย่างน้อยก็ในโลกแถบตะวันตก จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับส่วนอื่น ๆ ในโลกนั้น วัตถุที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยทั้งหมดนั้นพบในภาคใต้ตอนกลางของสหรัฐอเมริกา หรือระบุให้ชัดเจนกว่านั้นก็คือมลรัฐเทนเนสซี ทำให้นักวิจัยของสถาบันเชื่อว่าตัวมหาวิทยาลัยก็น่าจะอยู่ในแถบนั้น

วัตถุที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยนั้น (ซึ่งเชื่อว่าไม่ได้เป็นผู้สร้างเอง) ถูกเก็บมาระหว่างการถูกส่งข้ามประตูโดยตัวแทนที่ชื่อ "ฟิทรานซิมุนคอมไบน์" พร้อมกับเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุและที่ที่พวกมันมา ถึงตอนนี้ เท่าที่รู้เกี่ยวกับการขนย้ายวัตถุพวกนี้ก็คือมันใช้เทคโนโลยีตามหลักการคล้ายกับของสะพานไอน์สไตน์-โรเซน ซึ่งเป็นแนวคิดที่วิทยาศาสตร์ร่วมสมัยถือว่าเป็นแค่ทฤษฎี เชื่อว่าหน่วยงานในมหาวิทยาลัยที่เรียกว่าแผนกปรัชญาธรรมชาติเป็นผู้ดูแลการขนส่งวัตถุทั้งหมด โดยที่ภาคส่วนอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัยอาจไม่รู้เรื่องก็ได้

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก อเล็กซิลวา โปรดกดที่นี่

ภัตตาคารแอมโบรส (Ambrose Restaurants)

ambrose.png

ภาพรวม: ภัตตาคารแอมโบรสเป็นเครือร้านอาหารชั้นดีขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ ทั่วโลกเช่นเดียวกับในพื้นที่ที่ผิดปกติหรืออยู่ในมิติพิเศษในความสนใจอีกจำนวนหนึ่ง ภัตตาคารเหล่านี้มีความชำนาญในอาหารผิดปกติและการสอนทำอาหารซึ่งมีรูปแบบที่หลากหลายอย่างมาก แม้ว่าเครือภัตตาคารแอมโบรสจะมีขนาดใหญ่แต่โดยทั่วไปแล้วพวกมันก็ไม่มีท่าทีคุกคามและหากมีอันตรายที่มุ่งไปหาพวกมันแล้วก็จะหนีไปเสียมากกว่า

ในขณะนี้นั้นเชื่อว่าภัตตาคารแอมโบรสเป็นกิจการร่วมกันของบุคคลในความสนใจ "ชาซ แอมโบรส" กับ "มาริอุส" แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้เนื่องจากไม่ค่อยมีการปรากฏตัวต่อสาธารณชน ที่สำคัญก็คือ กลุ่มในความสนใจอื่น ๆ หลายกลุ่มนั้นมีความสัมพันธ์กับเครือภัตตาคารแอมโบรสซึ่งรวมถึงมาร์แชล คาร์เตอร์ แอนด์ดาร์กและคณะละครสัตว์อันอึกทึกของเฮอร์มาน ฟุลเลอร์ แต่ก็ยังไม่ทราบว่าความร่วมมือของพวกมันอยู่ในระดับใด เนื่องจากว่าภัตตาคารแอมโบรสนั้นมีการขยายตัวออกมาพ้นขอบเขตของตลาดสิ่งผิดปกติอย่างต่อเนื่อง ให้ทำการปิดสถานที่ประกอบการใหม่ใด ๆ และบันทึกข้อมูลที่สำคัญของภัตตาคารแอมโบรสไว้

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก ภัตตาคารแอมโบรส โปรดกดที่นี่

แอนเดอร์สันโรโบติกส์ (Anderson Robotics)

ar.png

ภาพรวม: แอนเดอร์สันโรโบติกส์ซึ่งตั้งอยู่ในสถานที่พึงสังเกตการณ์ที่มีชื่อว่าทรีพอร์ตแลนส์ได้รับความสนใจจากสถาบันเมื่อปี ค.ศ. 2007 จากการควบคุมตัว SCP-1360 องค์กรนี้มีความเชี่ยวชาญในด้านการค้าหุ่นยนต์ แอนดรอยด์ และปัญญาประดิษฐ์ผิดปกติ โดยมีนักมนตร์มากฝีมือชาวทรีพอร์ตแลนส์นามว่าวินเซนต์ แอนเดอร์สันเป็นผู้นำ แอนเดอร์สันโรโบติกส์ได้รับความสนใจในด้านเทคโนโลยีผิดปกติอย่างรวดเร็วในช่วงปี ค.ศ. 2000 จนถึง 2010 ภายหลังจากที่มันได้เข้าครอบครองทรัพย์สินจำนวนมากจากพรอมเมธีอุสแล็บส์ที่ปัจจุบันได้ปิดตัวลงไปแล้ว ประกอบกับการเป็นที่นิยมในศาสนจักรนิกายแม็กซ์เวล โดยปัจจุบันแอนเดอร์สันใช้งานทรีพอร์ตแลนส์เป็นเสมือนโล่กำบัง รวมทั้งยังอาศัยความนิยมภายในฟรีพอร์ตทรีพอร์ตแลนส์และความสามารถในด้านการจารกรรมของตนเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสถาบันโดยตรง องค์กรนี้ได้ตกเป็นเป้าหมายในการตรวจสอบของ UIU มากขึ้นตลอดมา ซึ่งเป็นผลมาจากการที่มันมีความพยายามที่จะสร้างอิทธิพลต่อรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่หลายต่อหลายครั้ง โดยตัวของนายวินเซนต์ แอนเดอร์สันถูกจัดให้เป็นบุคคลพึงสังเกตการณ์ที่สำนักงานภาคสนาม ณ ทรีพอร์ตแลนส์เพ่งเล็งเป็นพิเศษ

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก แอนเดอร์สันโรโบติกส์ โปรดกดที่นี่


อาร์คาเดีย (Arcadia)

Arcadia.png

ภาพรวม: อาร์คาเดียกลายเป็นกระแสโด่งดังในวงการอุตสาหกรรมวิดีโอเกม ผู้คนจดจำพวกมันจากทั้งจุดสูงสุดตลอดจนเมื่อตอนที่พวกมันอยู่ในช่วงตกต่ำ พวกมันขับเคลื่อนด้วยทั้งเวทมนตร์และเทคโนโลยีที่ผิดปกติ พึ่งพาทั้งโชคชะตาและปีศาจ พวกมันเสพสุขจากความโด่งดังด้วยกลโกงและการสาปส่งต่อเหล่าลูกค้าสารพัด หลังจากวิกฤตการณ์วิดีโอเกม ค.ศ. 1983 พวกมันก็ถดถอยลงไป พร้อมกับโลกอีกฟากที่เริ่มมาทวงค่าคืนคำสัญญาที่ยังค้างคาต่อกัน

ในปี ค.ศ. 1991 หลังจากที่พวกมันถูกเข้าซื้อโดยบริษัทปริซึมโปรดักส์ ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยี ทำให้ชื่อของอาร์คาเดียได้ถูกฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง แม้จะเป็นการดำเนินการอย่างเป็นความลับและไม่โปร่งใสก็ตาม อาร์คาเดียในปัจจุบันนั้นแตกต่างจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีผู้ใดทราบอย่างแน่ชัดว่าพวกมันกระทำการอะไร แหล่งข้อมูลเดียวที่ทุกคนสามารถรับรู้ได้คือข่าวลือ มีคนจำนวนหนึ่งที่กล่าวไว้ว่าคู่แข่งคู่อาฆาตของพวกมันอย่าง FBI UIU มีข้อมูลที่พวกเขาจะไม่มีวันเปิดเผยอยู่อีกมาก ถ้าหากสงสัยก็ลองหาอาร์คาเดียมาเล่นดูซะสิ เพราะยังไงสุดท้ายแล้ว…

ลองอาร์คาเดียสักหน่อยจะเป็นอะไรไป?

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก อาร์คาเดีย โปรดกดที่นี่

พวกเราเจ๋งอ๊ะยัง? (Are We Cool Yet?)

AWCY.png

ภาพรวม: กลุ่มที่เป็นการรวมตัวของศิลปินผิดปกติ สมาชิกของพวกเราเจ๋งอ๊ะยัง? มีความสามารถในการสร้างหรือได้มาซึ่งวัตถุผิดธรรมชาติมาไว้ในการครอบครองแล้วใช้มันสร้างงานศิลป์สำหรับแสดงได้ การแสดงงานศิลป์พวกนี้มักอยู่ในตำแหน่งที่สาธารณชนรับรู้ได้เต็มที่ และก็เคยเป็นอันตรายถึงชีวิตต่อผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องมาแล้ว ทุกครั้งพวกมันจะทิ้งข้อความว่า "พวกเราเจ๋งอ๊ะยัง?" ไว้ตรงไหนสักแห่งเสมอ

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก พวกเราเจ๋งอ๊ะยัง โปรดกดที่นี่

ราชินีดำ (The Black Queen)

BlackQueenCrown.png

ภาพรวม: มีข้อมูลที่สามารถสรุปได้น้อยมากเกี่ยวกับบุคคลในความสนใจที่เรียกว่าราชินีดำนี้ เธออ้างว่าตนคือ "อลิสัน เฉา" ซึ่งเป็นชื่อลูกสาวของ ดร.██████ เกียร์ และ ██████ ███ เฉา ก่อนที่เกียร์จะได้รับเข้ามาในสถาบัน

ราชินีดำนั้นมีความรู้อย่างผิดปกติเกี่ยวกับโครงสร้างกับกิจกรรมของสถาบัน และสิ่งผิดปกติที่ถูกกักกันไว้ สาเหตุของความรู้ผิดปกตินี้ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด แต่ดูเหมือนว่าส่วนหนึ่งนั้นจะได้มาจากวิธีการผิดธรรมชาติ (รวมถึงความเป็นไปได้ของแหล่งข้อมูลจักรวาลพิเศษ) เธอได้ทำให้การรักษาความปลอดภัยของสถาบันรั่วไหลบ่อยครั้งโดยใช้ข้อมูลนี้นอกเหนือไปจากวิธีการผิดธรรมชาติอันเป็นความลับ

มีรายงานที่ขัดแย้งกันถึงกิจกรรมและแรงจูงใจของราชินีดำ (ซึ่งน่าจะเป็นเพราะมีหลายบุคคลหรือข้อมูลลวงที่จงใจปล่อยออกมา) รายงานในระยะแรกนั้นเธอมีบุคลิกที่ชั่วร้าย อำมหิต และชอบการทำลาย รายงานอื่น ๆ นั้นบ่งบอกว่าเธอธรรมดาหรือนิสัยดี ข่าวสารทั้งหมดบ่งชี้ว่าเธอมีท่าทีคุกคามต่อสถาบัน

มีรายงานว่าราชินีดำนั้นมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มในความสนใจเกือบทั้งหมดที่สถาบันรู้จักเช่นเดียวกับรัฐบาลจำนวนหนึ่งในโลก แหล่งที่ไม่สามารถยืนยันได้อ้างว่าเธอเป็นบุคคลเดียวกับ แอล.เอส. ของพวกหัตถ์อสรพิษ และ แอล.เอส. นั้นย่อมาจาก "Little Sister" (น้องสาว) สาเหตุของความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดนี้เป็นไปได้ว่ามาจากการที่ราชินีดำใช้งานหอสมุดของผู้พเนจร

รายงานบ่งชี้ว่ามีผู้ที่เรียกตนเองว่า "ราชินีดำ" อยู่หลายคน ลักษณะและที่มาของบุคคลเหล่านี้ยังไม่สามารถระบุได้

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก ราชินีดำ โปรดกดที่นี่

เคออสอินเซอร์เจนซี (The Chaos Insurgency)

Chaos.png

ภาพรวม: ในช่วงศตวรรษที่ 20 บุคลากรและสินทรัพย์ทรงคุณค่าจำนวนหนึ่งได้แยกตัวออกจากสถาบัน SCP และเรียกตนเองว่า "เคออสอินเซอร์เจนซี" พวกมันยังถือเป็นหนึ่งในศัตรูที่น่าเกรงขามที่สุดของสถาบันจนถึงปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายหลักเป็นการทำลายล้างทั้งสถาบันและม่านแห่งปกติภาวะให้สิ้นซาก

หากเป็นเพื่อการทำลายล้างหลักการของปกติภาวะแล้ว กลุ่มอินเซอร์เจนซีก็ยินยอมที่จะจ่ายไม่ว่าในราคาใด ๆ กลุ่มนี้มักใช้วิธีการรุนแรงอย่างสุดโต่งหรือก่อการร้ายอย่างโจ่งแจ้งเพื่อให้ตนบรรลุเป้าหมาย พวกมันเป็นที่รู้จักด้วยคติที่ว่า "หากจะดับกำลังไฟก็จะต้องจุดไฟให้ได้กำลังมากพอ" โดยการก่อวินาศกรรมต่อสถาบันอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อให้เปิดเผยจุดอ่อนออกมา แม้ว่าสมาชิกโดยส่วนมากของกลุ่มจะเป็นบุคคลธรรมดา แต่บ่อยครั้งพวกมันก็ใช้งานวัตถุผิดปกติเพื่อประโยชน์ส่วนตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุที่โจรกรรมไปจากสถาบัน

โดยรวมแล้วกลุ่มอินเซอร์เจนซีปฏิบัติงานในรูปแบบเครือข่ายแบบกระจายศูนย์อำนาจ ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มนักปฏิวัติ นักรบเพื่อเสรีภาพ สถาบันวิจัย และศูนย์ข่าวกรองที่เป็นปฏิปักษ์กับสถาบัน อย่างไรก็ตาม พวกมันมีศูนย์กลางลับ คือ "ศูนย์บัญชาการเดลต้า" ซึ่งนำโดยบุคคลลึกลับที่มีชื่อเรียกว่า "ดิเอนจิเนียร์" โดยฐานปฏิบัติการของพวกมันยังคงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด

อุดมการณ์ของกลุ่มอินเซอร์เจนซีนั้นไม่ชัดเจน โดยส่วนหนึ่งเนื่องมาจากการบิดเบือนข้อมูลของพวกมันเอง โฆษณาชวนเชื่อภายในองค์กรกล่าวว่า พวกมันเป็นนักรบเพื่อเสรีภาพที่ยกระดับให้ประชาชนทั่วไปรอดพ้นจากการกดขี่โดยสถาบัน ดูเหมือนว่ากลุ่มอินเซอร์เจนซีจะสนับสนุนแนวคิดอนาธิปไตย การต่อต้านอำนาจรัฐ และแนวคิดการเมืองฝ่ายซ้ายสุดโต่งเป็นหลัก แม้ว่าพวกมันจะใช้ประโยชน์จากกลุ่มในทุกฝ่ายการเมืองอยู่บ่อยครั้งก็ตาม

บุคลากรพึงเฝ้าระวังการบุกโจมตี การก่อการร้าย และการจารกรรม รวมถึงยังต้องแจ้งหัวหน้างานหากพบว่าเพื่อนร่วมงานของตนแสดงพฤติกรรมที่เข้าข่ายเป็นสมาชิกของกลุ่มเคออสอินเซอร์เจนซี

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก เคออสอินเซอร์เจนซี โปรดกดที่นี่

ปิศาจชิคาโก (The Chicago Spirit)

SpiritIcon.jpg

ภาพรวม: ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 กลุ่มปิศาจชิคาโกเป็นองค์กรอาชญากรที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกตะวันตก พวกมันมีรากฐานในชิคาโก มลรัฐอิลลินอยส์และแผ่อิทธิพลไปในเมืองสำคัญทั้งหมดของสหรัฐ โดยเฉพาะในนิวยอร์ก บอสตัน นิวออร์ลีนส์ และรัฐนอกมิติทรีพอร์ตแลนส์ เป็นที่รู้กันว่าพวกปิศาจฯ จะรับบุคคลที่มีความสามารถผิดปกติเช่นเดียวกับการสร้างและใช้ประโยชน์จากสิ่งผิดปกติเพื่ออาชญากรรม

ปิศาจฯ นั้นก่อตั้งในปี 1895 โดยเจ้าของบาร์ชาวเมืองชิคาโก ริชาร์ด ดี. แชปเปล ซึ่งตัวเขาเองก็เป็นบุคคลผิดปกติ แม้จะใช้ความพยายามอยู่หลายปี สถาบันก็ไม่สามารถหยุดยั้งการขึ้นสู่อำนาจของแชปเปลได้เลย ซึ่งส่วนหนึ่งนั้นเป็นเพราะทรัพยากรที่จำกัดในขณะนั้นจากความขัดแย้งภายในที่ดำเนินอยู่ ในเดือนมกราคมปี 1919 สถาบันได้ยุติการต่อต้านปิศาจชิคาโกอย่างเป็นทางการเพื่อเป็นการประกันให้พวกมันช่วยร่วมมือหยุดยั้ง SCP-2680 เมื่อสามารถปฏิบัติการได้โดยไม่ถูกขัดขวางแล้ว กลุ่มปิศาจฯ ก็เฟื่องฟูเป็นองค์กรระดับชาติและในที่สุดก็เป็นกำลังสำคัญของการจำหน่ายสุราเถื่อนในช่วงของการห้ามค้าสุรา

ด้วยความสำเร็จในกิจการลอบค้าของเถื่อน ปิศาจชิคาโกจึงได้สะสมกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยในภาคตลาดและการเมืองของอเมริกาเหนือตลอดช่วงทศวรรษ 1920 และในที่สุดสถาบันก็ต้องยุติการสงบศึกกับกลุ่มนี้เพื่อมิให้ความปกติสามัญเชิงวิทยาศาสตร์ต้องล่มสลายไป ในวันที่ 11 กรกฎาคม 1933 ฝ่ายปฏิบัติการของสถาบันสามารถจับกุมริชาร์ด แชปเปลได้จากการบุกทลายปฏิบัติการของปิศาจฯ เมื่อไม่มีผู้นำแล้ว กลุ่มนี้ก็ค่อย ๆ เสียความมั่นคงและสมาชิกกับทรัพย์สินส่วนใหญ่ก็ถูกองค์กรอื่น ๆ เข้าครอบครอง ในปี 1938 สถาบันก็ถือว่าปิศาจชิคาโกได้ยุติบทบาทไปแล้วอย่างเป็นทางการ

ทว่า หลายทศวรรษหลังจากนั้นก็มีข่าวลือตลอดถึงการอยู่รอดของพวกปิศาจฯ มีวัตถุที่พบจำนวนหนึ่งบ่งชี้ว่าพวกมันมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแม้จะยังไม่พบสิ่งที่สามารถพิสูจน์เชื่อมโยงได้อย่างชัดเจนก็ตาม นอกจากนั้นยังมีหลักฐานใหม่ ๆ ถึงการปรากฏตัวขององค์กรใหม่ที่เรียกตนเองว่า "ภูตพรายชิคาโก" ซึ่งมีปฏิบัติการหลัก ๆ ในแวดวงใต้ดินของสิ่งผิดปกติ การสืบสวนของกลุ่มนี้และความสัมพันธ์กับพวกปิศาจฯ เดิม (ถ้ามี) นั้นกำลังดำเนินการอยู่

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก ปิศาจชิคาโก โปรดกดที่นี่

บุตรแห่งราชันสีชาดฉาน (The Children of the Scarlet King)

ScarletKing.png

ภาพรวม: บุตรแห่งราชันสีชาดฉานเป็นกลุ่มศาสนา องค์กร บุคคล และขบวนการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับตัวตนพหุอำนาจที่ถูกเรียกว่า "ราชันสีชาดฉาน" แม้ว่าพวกมันโดยส่วนมากจะมีแก่นความเชื่อหลักร่วมกัน แต่ลักษณะต่าง ๆ ขององค์กรหรือกระทั่งหลักคำสอนกลับแตกต่างกันอย่างมาก การที่สถาบันจะจำแนกเหล่าบุตรออกจากกลุ่มที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ จึงสามารถกระทำได้ยาก

ลักษณะของราชันสีชาดฉานหรือกระทั่งว่ามันมีอยู่จริงหรือไม่ ทั้งหมดนั้นยังคงไม่เป็นที่ทราบ

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก ราชันสีชาดฉาน โปรดกดที่นี่

ศาสนจักรแห่งเทพผู้แตกหัก (The Church of the Broken God)

BrokenGod.png

*ภาพรวม:** ศาสนจักรแห่งเทพผู้แตกหักเป็นศาสนาแบบทวินิยมที่สักการบูชาจักรกล โดยมองว่า "เนื้อหนัง" ถือเป็นข้อบกพร่องโดยพื้นฐาน พวกมันเชื่อว่าเทพเจ้าของพวกมันอยู่ในสภาพแตกสลายเป็นหลายชิ้นส่วนและจะต้องได้รับการประกอบคืน รวมถึงเชื่อว่าพวกตนจะได้เข้าสู่สภาพคล้ายเทพเจ้าเมื่อกระบวนการบูรณะอันศักดิ์สิทธิ์เสร็จสิ้น ศาสนจักรสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีผิดหลากหลายรูปแบบ โดยสมาชิกของกลุ่มมักที่จะได้รับการเสริมร่างกายอย่างผิดปกติด้วยกายอุปกรณ์จักรกล ด้วยเหตุนี้เอง ความพยายามของมันในการเผยแผ่ความเชื่อของตนออกไปในวงกว้างยิ่งขึ้นจึงถือเป็นการสร้างภัยคุกคามต่อปกติภาวะอย่างต่อเนื่อง

แม้หลักความเชื่อแบบเดียวกันนี้จะถูกพบว่ามีปรากฏในยุคราชวงศ์เซี่ยในจีนโบราณ แต่โดยทั่วไปแล้วสามารถสืบย้อนต้นกำเนิดของกลุ่มไปได้ถึงการสถาปนาจักรวรรดิเมคานิตในแถบไมซีนีของกรีก โดยจักรวรรดิเมคานิตล่มสลายลงในช่วงการล่มสลายของยุคสำริด อันเป็นผลมาจากความขัดแย้งกับรัฐร่วมสมัยเดียวกัน ซึ่งรวมไปถึงจักรวรรดิแดวิตและจักรวรรดิซาร์คิก หลังจากนั้นผู้รอดชีวิตก็ได้สถาปนานครรัฐอามอนิขึ้น ซึ่งก็จะดำรงอยู่ไปจนถึงช่วงศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสต์ศักราช แม้หลังจากที่รัฐเหล่านี้ล่มสลายไปแล้ว หลักศาสนศาสตร์ของพวกมันก็ยังคงอยู่รอดต่อมาได้ โดยต่อมาก็ได้ทั้งมีอิทธิพลต่อและได้รับอิทธิพลเข้ามาจากลัทธิไญยนิยมของคริสต์ศาสนา และในที่สุดก็กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม

ในปัจจุบัน ศาสนจักรมีความแตกแยกกันในประเด็นที่ว่า ควรใช้งานวิธีใดในการบูรณะเทพเจ้าของพวกมัน นิกายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน คือ นิกายศาสนจักรผู้แตกหัก ซึ่งพยายามที่จะประกอบร่างของเมคานกลับคืนสู่สภาพเดิมด้วยการรวบรวมวัตถุผิดปกติเข้าด้วยกัน และเชื่อว่า วัตถุ SCP จำนวนมากเป็นชิ้นส่วนขององค์เทพของตนเอง โรเบิร์ต บูมาโรผู้เป็นผู้นำของนิกายนี้ได้เรียกร้องให้ทางสถาบันส่งคืนวัตถุเหล่านี้ให้กับศาสนจักร รวมทั้งยังได้เป็นผู้นำในปฏิบัติการชิงวัตถุเหล่านั้นคืนโดยใช้กำลังอยู่หลายครั้ง ต่อมา คือ นิกายค็อกเวิร์กออร์ทอดอกซ์ที่ได้แยกตัวออกมาจากศาสนจักรผู้แตกหักในช่วงปีคริสต์ศตวรรษที่ 19 ภายใต้การชักนำโดยนักอุตสาหกรรมผู้มั่งคั่งหลายราย โดยพวกมันมุ่งเน้นไปที่การเสริมร่างกายด้วยอุปกรณ์จักรกลเป็นรายบุคคลผ่านกระบวนการที่เรียกว่า "การจัดมาตรฐาน" และมีจุดยืนสำคัญเป็นการปฏิเสธที่จะใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ ขบวนการที่ได้แยกตัวมาไม่นานมานี้ คือ นิกายแม็กซ์เวลซึ่งถูกตั้งขึ้นโดยหญิงที่มีนามว่า "นักบุญเฮดวิก" ที่มุ่งเน้นไปที่การเสริมร่างกายด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ผู้ศรัทธาในนิกายแม็กซ์เวลเชื่อว่า เมื่อสมาชิกทั้งหมดของศาสนจักรถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน จะส่งผลให้เจตจำนงร่วมของมนุษยชาติสามารถ "คอมไพล์" เทพผู้แตกหักที่ซึ่งพวกมันเรียกว่า WAN ขึ้นมาใหม่ได้ เนื่องจากการปรากฏตัวบนสื่อสังคมออนไลน์ ประกอบความเชื่อมโยงกับซิลิคอนแวลลีย์ นิกายแม็กซ์เวลจึงถือเป็นนิกายของศาสนจักรแห่งเทพผู้แตกหักที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วที่สุด แม้ว่าสถาบันจะมีความพยายามที่จะจำกัดอิทธิพลและการขยายตัวของพวกมันอย่างต่อเนื่องก็ตาม

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก เทพผู้แตกหัก โปรดกดที่นี่

ศาสนจักรแห่งไฮทอธที่สอง (Church of the Second Hytoth)

2ndHytoth

ภาพรวม: ศาสนจักรแห่งไฮทอธที่สองเป็นองค์กรลี้ลับของมนุษย์และตัวตนต่างดาวซึ่งเชื่อมโยงกับศาสนานอกโลกออร์โทธาน โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเทพผู้พิทักษ์จักรวาล ("รัคโม-ลูซาน") ในการต่อสู้กับภัยคุกคามจากจักรวาลอื่น (เรียกว่า "วอรุเทว์ต") ความเชื่อหลักของศาสนานี้มีอยู่ว่าก่อนหน้าจะมีจักรวาลในปัจจุบัน "ไฮทอธที่สอง" นั้นเคยมีจักรวาลอื่นที่แตกต่างกันมาก่อนจนกระทั่งมันถูกตัวตนจากจักรวาลอื่นกลืนกินไป ผู้ที่รอดมาได้นั้นหนีไปสู่ไฮทอธที่สอง สภาพความเป็นจริงของเรา ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ ๆ โดยมีอยู่เจ็ดที่ได้เลือกขึ้นเป็นเทพเจ้าเพื่อให้แน่ใจถึงความปลอดภัยของจักรวาล เมื่อเวลาผ่านไปเทพเหล่านี้ก็สิ้นไปหก เหลือเพียงรัคโม-ลูซานที่รอดอยู่สุดท้าย

การปฏิบัติการของศาสนจักรนั้นดำเนินไปอย่างลับ ๆ ซึ่งน่าจะเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงการเฝ้าระวังจากองค์กรรักษาความปกติต่าง ๆ ภาษาหลักของกลุ่มนี้คือภาษาต่างโลกออร์โทธาน (Ortothan Extraterrestrial Language - OEL) ซึ่งคงอยู่โดยไม่เปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติแม้ว่านิกายต่าง ๆ ของออร์โทธานจะห่างไกลกันมาก ซึ่งสมาชิกของศาสนจักรยกให้เป็นการกระทำของพระเจ้า ระบอบความเชื่อออร์โทธานของมนุษย์นั้นรู้ว่ามีอยู่ตั้งแต่ประมาณ 11000 ปีก่อนสากลศักราชซึ่งตรงกับการก่อตั้งของอารยธรรมราชอาณาจักรออร์โทธานโบราณ แต่แขนงในปัจจุบันนั้นได้พัฒนาขึ้นมาในศตวรรษที่ผ่านมานี้เอง ทั้งยังมีกลุ่มออร์โทธานที่แยกจากศาสนจักรซึ่งทั้งหมดนั้นมีขนาดที่เล็กกว่าและมักจะมีความเชื่อด้านจริยธรรมที่ต่างกันด้วย

นอกจากศาสนจักรแล้ว ศาสนาออร์โทธานยังมีการคงอยู่ในระดับต่างดวงดาวและต่างดาราจักรโดยในช่วงแรกนั้นเริ่มก่อตัวในอารยธรรมต่างดาวต่าง ๆ อารยธรรมออร์โทธานดังกล่าวนี้เป็นที่รับรู้แล้วจำนวนหนึ่งโดยที่ยังไม่สามารถแน่ใจได้ว่ามีทั้งหมดเท่าใดแน่ ซึ่งในจำนวนอารยธรรมใหญ่ที่สุดนี้ก็มีกลุ่มสัมพันธมิตรออร์โทธานเทอร์ซาน 2 ซึ่งเป็นการรวมตัวของตัวตนออร์โทธานในกระจุกดาวเทอร์ซาน 2 ซึ่งทำสงครามกับอารยธรรม"สิบสองดารา"ที่เป็นศัตรู อารยธรรมออร์โทธานที่รู้ว่าเคยเข้ามาในระบอบสุริยะนั้นมีเพียงสายพันธุ์ในความสนใจ 002 ซึ่งคาดว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก ไฮทอธที่สอง โปรดกดที่นี่

คณะกรรมการสินค้าผิดปรกติ (The Commission on Unusual Cargo)

unusual-cargo.png

ภาพรวม: คณะกรรมการสินค้าผิดปรกติเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีความสำคัญต่อรากฐานของสถาบันในปัจจุบัน มันถูกก่อตั้งขึ้นโดยบริษัทอินเดียตะวันออกในปี ค.ศ. 1623 โดยมีจุดประสงค์เพื่อการกักเก็บและปกป้องสินค้าที่ผิดปกติ พวกมันดำเนินการเช่นนี้มาจนกระทั่งทั้งกลุ่มและทรัพย์สินทั้งหมดหายไปในปี ค.ศ. 1649 เนื่องจากบริษัทอินเดียตะวันออกต้องการใช้งานสินค้าผิดปรกติที่พวกมันมีไว้ในครอบครอง เพื่อการสร้างข้อได้เปรียบทางในการปะทะกับกลุ่มสลัดหลวงขนาดใหญ่หลายกลุ่ม

ต่อมาพวกมันได้ปฏิบัติการอย่างเป็นความลับ และยังคงดำเนินการกักเก็บวัตถุและสิ่งมีชีวิตจนกระทั่งควบรวมเข้ากับสถาบันในปี 1917 วัตถุผิดปกติจำนวนหนึ่งจึงได้ถูกโอนย้ายมาอยู่ในการครอบครองของสถาบัน พร้อมด้วยเอกสารแสดงสินค้าที่ระบุคุณสมบัติผิดปกติและมาตรการสำหรับการกักเก็บสินค้านั้น ๆ บันทึกทางประวัติศาสตร์นี้ได้รับการแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัล และได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอโดยนักจดหมายเหตุของสถาบัน

ตลอดระยะเวลาที่พวกมันดำเนินการ คณะกรรมการสินค้าผิดปรกติมีผู้นำคือพาณิชย์นาวีผู้ทรงเกียรติยิ่งออธาเนียล โทรเวอร์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการกลุ่ม เขาจึงต้องได้รับคำแนะนำและถูกกำกับดูแลโดยคณะกรรมาธิการกลุ่มจำนวนแปดคน อีกทั้งเขายังบัญชาการเจ้าหน้าที่ ภัณฑารักษ์ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการอื่น ๆ จำนวนมาก ขณะนี้ยังคงไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเขาคือบุคคลที่มีอายุขัยยืนยาวผิดปกติหรือกลุ่มบุคคลที่ใช้ชื่อร่วมกัน

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก สินค้าผิดปรกติ โปรดกดที่นี่

ชาวแดวิต (The Daevites)

Daevite.png

ภาพรวม: เนื่องจากความผิดปกติของมัน ข้อมูลที่อยู่ภายในไฟล์นี้ไม่สามารถเชื่อถือได้ว่ามีความถูกต้อง 100% ซึ่งพบได้ในสิ่งผิดปกติที่มีเหตุและผลย้อนกลับทางกาลเวลาทั้งหมด ผู้เข้าถึงข้อมูลควรตั้งข้อสงสัยเสมอในขณะที่วิเคราะห์หรือวิจัยเกี่ยวกับชาวแดวิต

หากท่านสังเกตเห็นถึงความไม่ถูกต้องและความคลาดเคลื่อนไปจากระนาบความเป็นจริงพื้นฐาน โปรดรายงานให้เจ้าหน้าที่จาก RAISA ภายในศูนย์ที่ท่านอยู่ในขณะนั้นทราบ

— มาเรีย โจนส์ ผู้อำนวยการ RAISA

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก ชาวแดวิต โปรดกดที่นี่

เดียร์คอลเลจ (Deer College)

DeerCollege.png

ภาพรวม: เดียร์คอลเลจเป็นวิทยาลัยสหศึกษาด้านศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ผิดปรกติซึ่งตั้งอยู่ใจกลางของทรีพอร์ตแลนส์ นครรัฐเหนือมิติซึ่งอยู่ติดกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกากับภาคใต้ของอังกฤษ โดยมีหลักสูตรที่เน้นไปด้านการประสานหลักการของศาสตร์ปกติเข้ากับหลักของศาสตร์ผิดปกติ และมีหลักสูตรศิลปะผิดปกติซึ่งได้รับการยอมรับอย่างดี เดียร์คอลเลจนั้นมักจะถูกมองว่าเป็นคู่ปรับแบบศิลปศาสตร์ของ ICSUT พอร์ตแลนส์ซึ่งตั้งอยู่อีกด้านของเมืองและมี GOC เป็นผู้สนับสนุน บุคคลที่โดดเด่นในโลกเหนือธรรมชาติจำนวนหนึ่งนั้นเป็นศิษย์เก่าของเดียร์ ซึ่งรวมไปถึงวินเซนต์ แอนเดอร์สัน CEO ของแอนเดอร์สันโรโบติกส์ และเอสเธอร์ "lesbian_gengar" โคแกน หนึ่งในผู้ก่อตั้งของกลุ่มเกมเมอร์ต่อต้านเนื้อ

เนื่องจากการปฏิบัติการของสถาบันภายในทรีพอร์ตแลนส์นั้นกระทำได้จำกัดมากตามข้อตกลงกับแผนกเหตุการณ์ผิดปกติของ FBI เดียร์คอลเลจจึงนับได้ว่าเป็นอิสระจากการแทรกแซงของสถาบัน แต่ศิษย์เก่าจากเดียร์ฯ ทุกคนนั้นจะถูกขึ้นบัญชีเป็นบุคคลพึงสังเกตการณ์โดยอัตโนมัติและอาจถูกเพ่งเล็งจากสถาบันมากขึ้นได้

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก เดียร์คอลเลจ โปรดกดที่นี่

ดอกเดอร์วันเดอร์เทนเมนต์ (Doctor Wondertainment)

Dr-Wondertainment.png

ภาพรวม: ดอกเดอร์วันเดอร์เทนเมนต์ซึ่งอาจเป็นบุคคลเดียวหรือกลุ่มบุคคลนั้นมีความสามารถในการผลิตสิ่งของและตัวตนซึ่งผิดปกติโดยมีลักษณะแบบของเล่นเด็ก ลักษณะของวัตถุและเครื่องมือเหล่านี้แตกต่างกันไป แต่ทั้งหมดนั้นก็ชัดเจนว่ามีไว้ให้เด็ก ๆ ใช้ นอกจากนั้น ดอกเดอร์วันเดอร์เทนเมนต์ยังเป็นผู้สร้าง ลิตเติลมิสเตอร์ ซึ่งเป็นสิ่งผิดปกติแบบมนุษย์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงให้สะสม เป็นที่ทราบกันว่าดอกเดอร์วันเดอร์เทนเมนต์นั้นเคยพุ่งเป้ายังบุคลากรของสถาบันมาแล้ว ซึ่งความรู้สึกที่มันมีต่อสถาบันนั้นยังไม่ชัดเจนนัก โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมของอิซาเบล วันเดอร์เทนเมนต์ในทะเบียนบุคคล

คาดว่ามันมีความสัมพันธ์กับเดอะแฟคทอรี แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก ดร-วันเดอร์เทนเมนต์ โปรดกดที่นี่

เดอะแฟคทอรี (The Factory)

factory.png

ภาพรวม: มีสิ่งที่รู้เกี่ยวกับเดอะแฟคทอรีน้อยมาก การตรวจสอบสถานที่ซึ่งคาดว่ามันเป็นผู้ปฏิบัติการนั้นได้ผลลัพธ์กลับมาเพียงเล็กน้อยและไม่สามารถสรุปอะไรได้นอกจากที่ดูเหมือนว่ามันจะสร้างสิ่งผิดธรรมชาติได้ และใช้การผลิตแบบอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก แฟคทอรี โปรดกดที่นี่

ศาสนจักรที่ห้า (The Fifth Church)

Fifthist.png

เมื่อเทียบศาสนจักรที่ห้ากับศาสนจักรอื่น ๆ แล้ว มันก็เหมือนเทียบตัวตลกกับคนธรรมดา มันมีความคล้ายคลึงกันอยู่ แต่สิ่งที่ผิดออกไปนั้นถูกเน้นและขยายให้เด่นชัดขึ้นจนคุณไม่อาจชี้ชัดได้ว่าผิดตรงไหนบ้าง…แน่ล่ะว่ามันไม่ได้ตามล่าคุณ แต่มันหมายความว่ายังไง? ทำไมมันอยู่ตรงนั้น? และอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อมันเรียกคุณ? - ดร.█████

ภาพรวม: ศาสนจักรที่ห้า หรือที่รู้จักในอีกชื่อว่า ศาสนจักรแห่งอันดับห้า หรือ คณะผู้ติดตามแห่งส่วนที่ห้า เป็นองค์กรลับทางศาสนาที่มีความเกี่ยวพันกับอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างลึกซึ้ง แม้จะทำการสืบสวนอย่างต่อเนื่องซึ่งลงเอยในปี 2007 ด้วยปฏิบัติการระดับชาติที่เราเรียกว่า ปฏิบัติการสตาร์เกเซอร์ ก็ยังไม่สามารถยืนยันด้านข้อมูลเกี่ยวกับคำสอน พิธีกรรม จำนวนสาวก หรือเป้าหมายของพวกมันได้เลย ถึงจะมีบุคคลสำคัญในรายการผู้ฝักใฝ่ในลัทธิที่ห้าและต้องสงสัยแล้วมากกว่า 100 คนก็ตาม ต้นกำเนิดของมันดูเหมือนจะอยู่ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 จากหลาย ๆ ตำแหน่งในอเมริกาและเอเชีย แม้ข้อมูลบางแหล่งจะระบุถึงเวลาหลายร้อยปีก่อนหน้านั้น

ถึงขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อโดยตรงระหว่างสถาบัน SCP กับศาสนจักรที่ห้า แต่ให้ถือว่าเป็นภัยไว้ก่อน

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก ศาสนจักรที่ห้า โปรดกดที่นี่

เกมเมอร์ต่อต้านเนื้อ (Gamers Against Weed)

GAW%281%29.png

ภาพรวม: "เกมเมอร์ต่อต้านเนื้อ" เป็นสมาพันธ์ที่มีการจัดการอย่างหลวม ๆ ของกลุ่มบุคคลที่ผิดปกติและสิ่งที่เกี่ยวข้องซึ่งสร้างหรือเก็บสิ่งผิดปกติด้วยเหตุผลเพื่อการล้อเลียนและ/หรือความบันเทิงส่วนตัว แต่ในระยะหลังนี้พวกมันมีส่วนเกี่ยวข้องในการมอบสิ่งผิดปกติให้องค์กรการเมืองฝ่ายซ้ายจัด แม้ว่ากลุ่มเกมเมอร์ต่อต้านเนื้อจะจัดการกิจกรรมของพวกมันผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตเป็นหลักก็มีสถานที่ในความเป็นจริงจำนวนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มที่ถูกระบุและเข้ากวาดล้างแล้ว ข่าวกรองในขณะนี้บ่งชี้ว่าเกมเมอร์ต่อต้านเนื้อนั้นกำลังเตรียมการสร้างและแจกจ่ายตัวตนแบบมนุษย์ซึ่งผิดปกติเพื่อล้อเลียน "ลิตเติลมิสเตอร์" ของ ดร.วันเดอร์เทนเมนต์อยู่ และหากพวกมันไม่รู้ถึงหน้าที่ของสถาบันแล้วอย่างน้อยพวกมันก็รู้ตัวถึงการปฏิบัติการของสถาบัน

การคุมตัวสมาชิกของเกมเมอร์ต่อต้านเนื้อนั้นพบว่าทำได้ยากกว่าที่คาดไว้ สมาชิกบางคนในกลุ่มนั้นเชื่อว่ามีความสามารถในการบิดเบือนความเป็นจริง ซึ่งอาจเป็นด้วยตนเองหรือใช้ทรัพยากรภายนอก ปฏิบัติการในขณะนี้นั้นให้มุ่งเน้นไปที่การกักกันความผิดปกติที่เกี่ยวข้องและระบุตัวพร้อมกับวิเคราะห์สมาชิกที่อันตรายที่สุดของเกมเมอร์ต่อต้านเนื้อ

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก เกมเมอร์ต่อต้านเนื้อ โปรดกดที่นี่

กลุ่มพันธมิตรสิ่งลี้ลับโลก (The Global Occult Coalition/GOC)

GOCLogo.png

ภาพรวม: กลุ่มพันธมิตรสิ่งลี้ลับโลก (GOC) ได้ถูกก่อตั้งขึ้นภายหลังจากการสิ้นสุดของสงครามลี้ลับครั้งที่เจ็ด อันเป็นความขัดแย้งลับที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 สถาบันสิ่งลี้ลับสัมพันธมิตรซึ่งเป็นผู้ชนะได้เกณฑ์ผู้แปรพักตร์จากฝ่ายอักษะซึ่งได้พ่ายแพ้ไปเพื่อที่จะก่อตั้งเป็นองค์กรใหม่ โดยมีภารกิจเป็นการปกป้องมนุษยชาติและปกปิดการมีอยู่ของสิ่งผิดปกติ กลุ่ม GOC ยกให้ตนเองเป็นตำรวจแห่งสังคมโลกผิดปกติ ซึ่งรับผิดชอบหน้าที่ในการกำจัด "ภัยคุกคามเหนือธรรมชาติ" ใด ๆ ก็ตามที่ตนพบ

แม้ว่ากลุ่ม GOC จะเป็นกองกำลังทางการเมืองที่สังกัดกับสหประชาชาติ แต่กลุ่มนี้ก็อยู่ภายใต้การนำของสภา 108 ซึ่งประกอบด้วยองค์กรที่มีอิทธิพลมากที่สุดในสังคมสิ่งผิดปกติจำนวนมาก สภาแห่งนี้ประกอบไปด้วยบุคคลจากหลากหลายสายงาน ทั้งนักรหัสยศาสตร์ ผู้มีพลังจิต นักบวช นักวิทยาศาสตร์ ซึ่งรวมไปถึงกลุ่มอิลลูมินาตีแห่งบาวาเรีย อัศวินเทมพลาร์ ข้าราชบริพารแห่งซิลิคอน นอร์เนียร์ ศูนย์ศึกษาศาสตร์มนตร์บูรณาการนานาชาติ (International Center for the Study of Unified Thaumatology/ICSUT) องค์กรอนามัยผิดปกติโลก และบริษัทโกลด์เบเกอร์-ไรนซ์ จำกัด โดยกลุ่มเหล่านี้คอยทำหน้าที่จัดหาเทคโนโลยีในการทดลองขั้นสูงและสร้างความชำนาญในศาสตร์มนตร์ประยุกต์ให้กับ GOC โดยแผนก PHYSICS ของกลุ่ม GOC ใช้งานทั้งสองอย่างนี้เพื่อตรวจหาและทำลายสิ่งผิดปกติ

ทั้งกลุ่ม GOC และทางสถาบันมีเป้าหมายและศัตรูร่วมกันอยู่มาก ซึ่งส่งผลให้สามารถประสานงานปฏิบัติการร่วมกันได้ในอดีต อย่างไรก็ดี แม้ว่า GOC จะมีความเคารพในแสนยานุภาพของสถาบันในระดับที่มากพอที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะกันโดยตรง พวกเขาก็คัดค้านการดำเนินการกักกันวัตถุ SCP ของทางสถาบัน อีกทั้งผู้ปฏิบัติงานภาคสนามของ GOC ยังมีความพยายามที่จะทำลายสิ่งผิดปกติก่อนที่สถาบันจะดำเนินการกู้คืนวัตถุได้อีกด้วย แม้ว่าจะต้องหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกลุ่มนี้โดยตรง แต่ก็พึงปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่จาก GOC ด้วยความระแวดระวังอยู่เสมอ

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก กลุ่มพันธมิตรสิ่งลี้ลับโลก โปรดกดที่นี่

โกลด์เบเกอร์-ไรนซ์ จำกัด (Goldbaker-Reinz Ltd.)

Goldbaker-Reinz.png

ภาพรวม: โกลด์เบเกอร์-ไรนซ์ จำกัด เป็นบริษัทผู้ให้ประกันภัยชั้นนำในสังคมของสิ่งผิดปกติ มันให้บริการประกันภัยทั้งกับรายบุคคลและองค์กร ครอบคลุมทั้งการประกันภัยต่อ การขายข้อมูล การวิเคราะห์ความเสี่ยง รวมไปถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการบังคับใช้กฎหมายอีกด้วย เนื่องจากพวกมันมีความสุจริตใจต่อลูกค้า จึงทำให้มันเป็นที่โด่งดังทั่วสังคมของสิ่งผิดปกติ และจากการที่องค์กรเริ่มแรกของมันได้มีส่วนฟื้นฟูผลกระทบจากสงครามเร้นลับครั้งที่เจ็ดเป็นอย่างมาก จึงทำให้มันได้รับความไว้วางใจ และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสมาชิกของสภา 108 ของกลุ่มพันธมิตรสิ่งลี้ลับโลก ปัจจุบัน มันยังคงให้บริการประกันภัยกับทั้ง GOC สถาบัน และอื่น ๆ อีกมากมาย

โกลด์เบเกอร์-ไรนซ์ในยุคสมัยปัจจุบันเกิดจากการควบรวมของสองกลุ่ม ได้แก่ โกลด์เบเกอร์ จำกัด ซึ่งนำโดยโกลด์เบเกอร์ผู้ลึกลับ และไรนซ์กรุป ซึ่งในปี ค.ศ. 1981 ซึ่งนำโดยแวร์เนอร์ ไรนซ์ หลังจากที่ผู้ร่วมก่อตั้งคนอื่น ๆ ของไรนซ์กรุปได้หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา ข้อมูลเรื่องต้นกำเนิดและประวัติของโกลด์เบเกอร์สูญหายไปตามเวลา แม้จะพบว่ามีกลุ่มบุคคลที่มีชื่อที่คล้ายคลึงกันที่ให้บริการที่เหมือนกันในช่วงระหว่างหรือก่อนการกำเนิดอารยธรรมมนุษย์ก็ตาม

สถาบันได้ทำสัญญากรมธรรม์ประกันภัยฉบับสำคัญกับโกลด์เบเกอร์-ไรนซ์อยู่หลายฉบับ โดยมีตั้งแต่กรมธรรม์ประกันภัยทั่วไป เช่น ประกันสุขภาพบุคลากร หรือประกันชีวิตบุคลากร จนไปถึงกรมธรรม์ประกันการเงิน เช่น การจัดหาเบริลเลียมบรอนซ์และวัสดุอื่น ๆ ในราคาที่คงที่ ในกรณีที่การกักกันประสบความล้มเหลว หรือกระทั่งกรมธรรม์ประกันภัยพิเศษ เช่น การจัดหาสาหร่ายสำหรับเพิ่มปริมาณก๊าซออกซิเจน ในกรณีที่เกิดฉากทัศน์ระดับ GH 'เรือนกระจกไร้ชีวิต' กรมธรรม์ประกันภัยบางฉบับมีความซ้ำซ้อนกับมาตรการฉุกเฉินของสถาบันที่มีอยู่แต่เดิมแล้ว แต่ทั้งนี้ สำหรับทั้งสององค์กรที่ตระหนักถึงความเสี่ยงแล้ว การกระทำเช่นนี้จึงมีความจำเป็นเพื่อที่จะสร้างความรัดกุมเพิ่มขึ้นในอีกระดับ

สัญญาระหว่างสถาบันกับพวกมันถูกทำขึ้นด้วยความสุจริตใจ แต่สถาบันก็ถือว่าสัญญาเหล่านี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานของโกลด์เบเกอร์-ไรนซ์ที่มีความแม่นยำสูงอีกด้วย อีกทั้งสถาบันก็ยังตระหนักถึงอำนาจมหาศาลของโกลด์เบเกอร์-ไรนซ์ในสังคมของสิ่งผิดปกติ การเจรจาสัญญาจึงต้องมีการพยายามต่อรองเพื่อลดค่าใช้จ่ายและการเปิดเผยข้อมูลให้น้อยที่สุด อีกทั้งยังต้องเพิ่มจำนวนค่าคุ้มครองและข้อมูลที่ได้รับจากพวกมันให้มากขึ้น แม้ว่าจะมีการใช้เล่ห์เหลี่ยมต่อกันก็ตาม ทั้งสถาบันและโกลด์เบเกอร์-ไรนซ์ก็ยังคงถือว่าอีกฝ่ายมีความน่าเชื่อถือมากเพียงพอที่จะติดต่อธุรกิจร่วมกันได้

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก โกลด์เบเกอร์-ไรนซ์ โปรดกดที่นี่

บริษัทกรีซเบอร์เกอร์ (Greazeburger Incorporated)

Greazeburger

ภาพรวม: ผมรู้ว่าคุณมองอยู่ที่นี่ คงอยากจะหาอะไรอ่านล่ะสิท่า ผมก็อยากอ่านได้บ้างนะ แต่ผมทำไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลยล่ะ ผมติดอยู่ที่นี่ ได้กลายมาเป็น… ผมเป็นประโยค สร้างมาเพื่อโฆษณาให้กับพวกที่ทำให้ผมต้องกลายเป็นแบบนี้

บริษัทกรีซเบอร์เกอร์ เจ้าพวกไม่สมประดีนั่น ผมเคยเป็นเซลส์แมนให้พวกนั้นนั่นแหละนะ จนผมเผลอทำพลาด แล้วก็กลายมาเป็นอะไรแบบนี้ มานึกย้อนดูแล้ว ผมเพิ่งจะรู้ตัวว่าตอนนั้นผมมีความสุขที่สุดเลย ผมใส่ชุดสไตล์คลาสสิก เสื้อสายเอี๊ยมลายทาง ใส่หมวกฟาง ได้ขัดรองเท้าจนเงาวับในระดับที่พอโดนแดดก็เห็นรอยยิ้มตัวเองได้เลย

แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว ตั้งแต่ที่ผมโยนดีลนั้นทิ้งไป ตอนนี้ผมก็มีแต่พื้นที่เล็ก ๆ ในหน้านี้ และประโยคยั่วยวนลูกค้าให้เข้ามาสู่จักรวาลเรื่องราวของกรีซเบอร์เกอร์แค่ไม่กี่ประโยค หมดแค่นี้!

อ่านให้สนุกนะ!
- จิมมี่ กรีซ พนักงานขายดีเด่น

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก กรีซเบอร์เกอร์ โปรดกดที่นี่

GRU แผนก "P" (GRU Division "P")

Redscare.png

ภาพรวม: เดิมมีชื่อว่า ЧД АКН ("ChD AKN" หรือคณะกรรมการสิ่งผิดปกติแผนกที่สี่) มันก่อตั้งในช่วงต้นปี 1935 ตามคำสั่งของ เจ.วี. สตาลิน โดยมีงานแรกคือสืบสวนการฆาตกรรม เอส.เอ็ม. คิรอฟ

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง คณะกรรมการได้ปฏิรูปองค์กรตาม GRU เป็น แผนก "P" - ระบบจิตและประสาท โดยมีจุดประสงค์เพื่อตอบโต้ภัยเหนือธรรมชาติจากหน่วย SS สมาคมลับ Ahnenerbe และวาติกัน รวมทั้งทำการยึดและศึกษาวัตถุผิดธรรมชาติเพื่อประโยชน์ของรัฐบาลโซเวียต แผนก "P" ได้คงบทบาทนี้ไว้ตลอดช่วงสงครามเย็น ทำให้การปฏิบัติการของสถาบันในประเทศกลุ่มองค์การคอมมิวนิสต์สากลเป็นไปอย่างยากลำบาก

หลังปี 1991 จากการปรับโครงสร้างหลายครั้งเช่นเดียวกับการตัดงบประมาณ รวมทั้งการทิ้งหรือขายทรัพย์สินสำคัญหลายประการทำให้บุคลากรของมันผละออกไป (สมาชิกจำนวนมากของเคออสอินเซอร์เจนซีกับ MC&D ที่อยู่ในยุโรปตะวันออกนั้นเคยเป็นคนของ GRU แผนก "P") และทำให้มีวัตถุผิดปกติที่เคยเป็นของพวกมันหลุดออกไปในตลาดมืดของยุโรป ในขณะนี้ กลุ่มนี้เป็นภัยโดยตรงต่อสถาบันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก gru-แผนก-p โปรดกดที่นี่

ราชสถาบันในพระองค์เพื่อการกักกันสิ่งเหนือธรรมชาติโดยปลอดภัย (His/Her Majesty's Foundation for the Secure Containment of the Paranormal)

HMFSCP.png

ภาพรวม: ก่อนการลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ ได้เคยมีองค์กรก่อนการกำหนดปกติภาวะต่าง ๆ คอยทำหน้าที่ดูแลการศึกษาและ/หรือการกักกันสิ่งผิดปกติ หนึ่งในองค์กรเหล่านั้น คือ ราชสถาบันในพระองค์เพื่อการกักกันสิ่งเหนือธรรมชาติโดยปลอดภัย หรืออีกชื่อหนึ่งราชสถาบันในพระองค์เพื่อการศึกษาพิกลลักษณ์และมายาทัศน์ (His/Her Majesty's Foundation for the Study of Curiosities and Phantasmagoria) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรด้านสิ่งเหนือธรรมชาติที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยราชสถาบันในพระองค์เพื่อการกักกันสิ่งเหนือธรรมชาติโดยปลอดภัยทำหน้าที่บริหารจัดการปรากฏการณ์และภัยคุกคามเหนือธรรมชาติทั่วหมู่เกาะอังกฤษรวมไปถึงสถานที่อื่น ๆ และถือเป็นการปูทางไปสู่ระเบียบวิธีต่าง ๆ ในการวิจัยและกักกันสิ่งผิดปกติอีกมากมาย

ราชสถาบันเริ่มมีดำเนินการมาตั้งแต่ในช่วงศตวรรษที่ห้า และคอยเป็นเสาหลักอย่างลับ ๆ ในประวัติศาสตร์อังกฤษ โดยคอยจัดการการรุกราน เส้นทางการค้า การปฏิวัติอุตสาหกรรม และความรุ่งเรืองสูงสุดของจักรวรรดิอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ภายหลังสิ้นสุดสงครามลี้ลับครั้งที่หก กลุ่มนี้ก็ได้ถูกยุบลงอย่างเป็นทางการและได้เข้าร่วมกับองค์กรอื่นอีกกว่า 12 กลุ่มเพื่อก่อตั้งเป็นสถาบันในปัจจุบัน แม้ปัจจุบันมันจะถูกมองเป็นเพียงสิ่งตกค้างจากอดีต แต่ผลงานในอดีตของกลุ่มก็ยังคงเป็นทั้งอุปสรรคและตัวช่วยให้กับสถาบัน กระทั่งสิ่งผิดปกติจำนวนมากที่ได้รับการกักกันในสหราชอาณาจักรก็เป็นสิ่งที่ตกทอดมาจากราชสถาบัน

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก hmfscp โปรดกดที่นี่

คณะละครสัตว์อันอึกทึกของเฮอร์มาน ฟุลเลอร์ (Herman Fuller's Circus of the Disquieting)

Herman.png

ภาพรวม: คณะละครสัตว์อันอึกทึกของเฮอร์มาน ฟุลเลอร์อ้างตนเป็นคณะละครสัตว์ที่มีกำเนิดและจุดมุ่งหมายอันผิดธรรมชาติ ในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันถึงการคงอยู่ของกลุ่มนี้ นอกจากคำกล่าวอ้างของ SCP ที่มีสำนึกและวัตถุซึ่งไม่ผิดปกติที่เสียหายจำนวนหนึ่ง ตัวอย่างวัตถุที่เกี่ยวข้องซึ่งระบุได้ว่าเป็นแบบมนุษย์นั้นจะใช้ความพิการทางกายภาพในการแสดงอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น SCP-1884 และ SCP-2902 นอกนั้นแล้วก็เป็นวัตถุศิลป์ตามงานเทศกาลอย่าง SCP-1921 หรือมีรูปลักษณ์เป็น 'เครื่องเล่น' ในงาน อย่าง SCP-1695 หรือ SCP-3717 โดยปกติแล้ว วัตถุที่เกี่ยวข้องกับคณะละครสัตว์อันอึกทึกของเฮอร์มาน ฟุลเลอร์จะถูกพบในพื้นที่งานรื่นเริงที่กล่าวว่ามันมา 'แสดง'

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก เฮอร์มาน-ฟุลเลอร์ โปรดกดที่นี่

เดอะฮอริซอนอินิทิเอทีฟ (The Horizon Initiative)

Horizon.png

ภาพรวม: เดอะฮอริซอนอินิทิเอทีฟก่อตั้งในช่วงปลายทศวรรษ 1960 โดยนิกายที่ทรงอิทธิพลของศาสนากลุ่มอับราฮัมทั้งสามเพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์เหนือธรรมชาติและกลุ่มที่พวกมันเห็นว่าเป็นภัยซึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะยังไม่ทราบวัตถุประสงค์ทั้งหมด ก็รู้กันว่าเดอะฮอริซอนอินิทิเอทีฟนั้นเล็งเป้าหมายไปที่วัตถุ SCP มีทั้งที่เก็บไปและทำลายทิ้ง ตามแต่ความเชื่อของศาสนาเกี่ยวกับวัตถุนั้น ๆ

เดอะฮอริซอนอินิทิเอทีฟนั้นนำโดยคณะผู้นำของนิกายซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง แต่ความขัดแย้งภายในองค์กรก็มักทำให้ผู้นำควบคุมได้ไม่เต็มที่ หน่วยรบของ HI โปรเจกต์มาลเลอุส นั้นมักออกปฏิบัติการในการกวาดล้างลัทธิไสยศาสตร์หรือเก็บ SCP—

ความสัมพันธ์ของอินิทิเอทีฟกับสถาบันและองค์กรอื่น ๆ นั้นดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แม้ว่าทุกฝ่ายใน HI จะเห็นศาสนจักรแห่งเทพผู้แตกหัก กับ ศาสนจักรที่ห้า เป็นศัตรูอย่างเต็มที่ (และบางครั้งก็มีการต่อสู้กันด้วยอาวุธ) ความสัมพันธ์กับสถาบันและ GOC นั้นกลับมีตั้งแต่เป็นศัตรูอย่างเปิดเผย จนถึงพร้อมร่วมมือด้วย ขึ้นอยู่กับฝักฝ่ายในองค์กรของบุคคลแต่ละรายไป

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก ฮอริซอนอินิทิเอทีฟ โปรดกดที่นี่

หน่วยงานตรวจสอบสิ่งผิดปกติแห่งจักรวรรดิญี่ปุ่น (Imperial Japanese Anomalous Matters Examination Agency/IJAMEA)

IJAMEA2.png

ภาพรวม: หน่วยงานตรวจสอบสิ่งผิดปกติแห่งจักรวรรดิญี่ปุ่น หรือ IJAMEA (ระวังการสับสนกับหนึ่งในองค์กรเริ่มแรกของสถาบัน Imperial German Anomalous Matters Examination Agency (IGAMEA) หรือ หน่วยงานตรวจสอบสิ่งผิดปกติแห่งจักรวรรดิเยอรมัน) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบเกี่ยวกับความผิดปกติญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในช่วงยุคการฟื้นฟูเมจิในปี ค.ศ 1868 ตลอดจนถึงการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่สองในปี ค.ศ. 1945 โดย IJAMEA ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อให้ประเทศญี่ปุ่นมีความรู้ความเข้าใจในการวิจัยสิ่งผิดปกติเท่าทันชาติตะวันตก โดยทำงานเป็นผู้สืบทอดให้กับกลุ่มที่ประกาศตนว่าเป็นกลุ่ม "ยุคเริ่มแรก" IJAMEA ได้รวบรวมสิ่งผิดปกตินับร้อยรายการทั่วประเทศญี่ปุ่นและอาณานิคม พวกมันได้ดำเนินการวิจัยและจัดตั้งโครงการจำนวนมาก โดยมุ่งหวังจะนำสิ่งผิดปกติมาใช้งานให้เป็นประโยชน์ต่อจักรวรรดิ

IJAMEA มีบทบาทสำคัญในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยพวกมันมีความพยายามที่จะประยุกต์ใช้สิ่งผิดปกติจำนวนมากมาเป็นอาวุธในการสนับสนุนกองทัพในการต่อต้านฝ่ายสัมพันธมิตร อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทั้งจากการวางแผนอย่างเร่งรีบและการขาดทุนทรัพย์ จึงทำให้มีโครงการที่สำเร็จเพียงส่วนน้อยเท่านั้น IJAMEA ได้ถูกยุบอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1951 เนื่องจากสนธิสัญญาซานฟรานซิสโก และวัตถุในครอบครองส่วนมากถูกโอนย้ายให้ไปอยู่ในการครอบครองของ GOC หรือถูกนำไปโดยสถาบัน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มลัทธิภักดีจักรวรรดิและกลุ่มชาตินิยมญี่ปุ่นภายในองค์กรได้ค้ำจุนให้ IJAMEA ยังคงสามารถดำเนินการต่อไปได้ในช่วงหลังสงคราม โดยมีการปฏิบัติการอย่างเป็นความลับ และมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบอิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์ภายในประเทศญี่ปุ่นและแถบเอเชียตะวันออก ปัจจุบัน IJAMEA ทำหน้าที่หลักในการรักษาระบบนิเวศผิดปกติที่หลากหลายในประเทศญี่ปุ่นซึ่งกำลังเสื่อมถอยลง และสนับสนุนวาระการประชุมชาตินิยมที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง นักธุรกิจ และวัฒนธรรมทั่วญี่ปุ่น IJAMEA มีเป้าหมายในการคืนอำนาจทางการเมืองให้กับราชวงศ์ และนำประเทศญี่ปุ่นกลับสู่อำนาจ อีกทั้งยังใช้ประโยชน์จากสิ่งผิดปกติในการครอบครองของมันในการบรรลุเป้าหมายนี้ พวกมันจึงมองว่าสถาบันเป็นองค์กรคู่แข่งต่างชาติ เจ้าหน้าที่ของสถาบันจึงต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังในการติดต่อกับบุคลากรจาก IJAMEA

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก ijamea โปรดกดที่นี่

จัสต์เกิร์ลลี่ธิงส์ (Just Girly Things)

just-girly-things.png

ภาพรวม: จัสต์เกิร์ลลี่ธิงส์เป็นบล็อกออนไลน์ที่ผิดปกติที่ส่งเสริมให้เด็กผู้หญิงเป็นไปตามแนวคิดความงามและกระทำกิจกรรมที่สอดคล้องกับแนวคิดขนบธรรมเนียมของสตรีเพศดั้งเดิม มันเปิดตัวเป็นเว็บไซต์ในช่องทางออนไลน์ในปี ค.ศ. 2010 หลังจากที่เปิดตัวเป็นนิตยสารในปี ค.ศ. 2006 โดยบุคคลที่มีโครโมโซม Y จะไม่สามารถเข้าถึงได้

เว็บไซต์ของจัสต์เกิร์ลลี่ธิงส์และวัตถุที่เกี่ยวข้องกับ GOI-4319 มีผลกระทบต่อความคิด ซึ่งทำให้บุคคลซึ่งมีคู่โครโมโซม XX ต้องการที่จะเข้าร่วมกลุ่ม และปฏิบัติตามแนวคิดหน้าที่ของสตรีเพศตามขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของผู้นำกลุ่ม แม้ว่าแนวคิดดังกล่าวจะขัดแย้งกับความเห็นทางการเมืองหรืออัตลักษณ์ทางเพศของบุคคลนั้น ๆ ก็ตาม สมาชิกของจัสต์เกิร์ลลี่ธิงส์มักแสดงพฤติกรรมชักนำบุคคลอื่นรอบตัว และกระทำทุกวิถีทางเพื่อเผยแพร่แนวคิดของกลุ่ม เนื่องจากลักษณะและการสร้างผลกระทบประการดังนี้ GOI-4319 จึงถือเป็นกลุ่มที่มีความอันตรายเป็นอย่างยิ่ง

GOI-4319 ถูกก่อตั้งขึ้นโดย POI-4319 ซึ่งเป็นผู้แปรผันความเป็นจริงที่มีชื่อเรียกว่า “KeeLee (คีลี)” โดย POI-4319 ได้แสดงความสามารถในการทำให้บุคคลอื่นยอมรับแนวคิดของตนผ่านทั้งการชักจูงด้วยวิธีการทางจิตวิทยาและความสามารถผิดปกติควบคู่กัน

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก จัสต์เกิร์ลลี่ธิงส์ โปรดกดที่นี่

มูลนิธิการกุศลแมนนา (Manna Charitable Foundation)

MCF.png

ภาพรวม: ก่อตั้งในปี 1971 โดยเป็นกลุ่มบรรเทาทุกข์หลากหลายความเชื่อ เอกสารที่เก็บกลับมานั้นระบุว่าเป้าหมายของมูลนิธิการกุศลแมนนาก็คือ "แบ่งปันปาฏิหาริย์ทั้งมวลของพระเจ้าแก่บุตรผู้ด้อยที่สุดของท่าน" พวกมันรวบรวมเงินทุนทางอ้อมผ่านองค์กรการกุศลและกลุ่มศาสนาต่าง ๆ และบางครั้งก็ได้รับการสนับสนุนอย่างเปิดเผยจากคนร่ำรวยที่ชอบบริจาคหรือสถาบันการศึกษา เป้าหมายของ MCF ก็คือการแจกจ่ายสิ่งผิดปกติหรือสิ่งที่เกิดจากพวกมันให้กับพลเมืองในประเทศยากจน หรือพื้นที่ที่ประสบกับสงคราม ความแห้งแล้ง หรือภัยธรรมชาติ

ขณะนี้สหประชาชาติรับรู้ถึง MCF ในฐานะกลุ่ม NGO และรู้กันว่าปฏิบัติการทั้งอย่างถูกต้องและผิดกฎหมายในพื้นที่ที่เป็นอันตรายหรืออยู่นอกเขตอิทธิพลของสถาบัน ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะยังไม่มีอันตรายที่เกิดจาก SCP ที่ MCF แจกจ่ายให้ประชาชน (และบุคลากรของ MCF ที่ควบคุมตัวได้นั้นก็มักจะมีท่าทีแสวงหาสันติภาพอยู่มาก) การกักกันรั่วไหลที่เกี่ยวกับกลุ่มนี้ก็มักจะทำให้เกิดผู้เสียชีวิต หรือเป็นภัยคุกคามรุนแรงต่อความเชื่อในระดับโลกอันเนื่องมาจากผลอันไม่คาดคิดของวัตถุที่ถูกปล่อยไป รวมทั้งความเชื่อแบบหัวรุนแรงที่ต้องการแจกจ่ายสิ่งที่ "มีประโยชน์" ทันทีโดยไม่ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมในระยะยาวของมันก่อน

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก มูลนิธิการกุศลแมนนา โปรดกดที่นี่

มาร์แชล คาร์เตอร์ แอนด์ดาร์ก จำกัด (Marshall, Carter, and Dark Ltd.)

MCD.png

ภาพรวม: บริษัทนายหน้าซื้อขายสินค้าและบริการผิดปกติที่มีสาขาหลักตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และมีสำนักงานสาขาย่อยตั้งอยู่ในฮ่องกงและนครนิวยอร์ก ให้บริการแก่กลุ่มมหาเศรษฐีที่มีเครือข่ายทั้งทางการเมืองและการเงินกว้างขวางทั่วโลก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมเบื้องหลังมาตรการม่านปิดบัง) กลุ่มนี้ก่อให้เกิดปัญหามากมายกับทางสถาบัน มาร์แชล คาร์เตอร์ แอนด์ดาร์ก จำกัดเป็นที่เลื่องชื่อในด้านการสะสมวัตถุหายากและแปลกประหลาด รวมทั้งการมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่หาได้ยากและมีราคาแพงอย่างถึงที่สุดให้กับผู้ใช้บริการโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์

การกระทำข้างต้นนี้ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งกับสถาบันอยู่หลายต่อหลายครั้ง กลุ่มนี้ไม่ใช้กำลังเท่าไรนัก หากแต่มักเลือกที่จะใช้แรงกดดันทางการเงินและการเมืองรุนแรงเพื่อให้พวกตนบรรลุวัตถุประสงค์ หากถูกบีบบังคับให้ต้องใช้วิธีการที่ตรงไปตรงมากว่านั้นแล้ว มาร์แชล คาร์เตอร์ แอนด์ดาร์ก จำกัดจะว่าจ้างบุคคลภายนอก ซึ่งมักเป็นผู้รับเหมานิรนามที่แฝงตัวอยู่ภายในบริษัทบังหน้ากว่าหลายร้อยแห่ง ด้วยเหตุดังกล่าวนี้จึงเป็นการยากที่จะเข้าใจถึงการดำเนินการอย่างแท้จริงของพวกมันในทั้งสังคมโลกปรกติและสังคมโลกผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้บริหารของพวกมันเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำนั้น

มาร์แชล คาร์เตอร์ แอนด์ดาร์ก จำกัด ได้ก่อให้เกิดการละเมิดการกักกันของ SCP อยู่หลายครั้ง ซึ่งโดยส่วนมากจะอาศัยการใช้เงินหรือแรงกดดันทางสังคม โดยมีรายงาน บันทึก และกระทั่งข้อมูลของสิ่งผิดปกติจำนวนมากที่รั่วไหลผ่านบุคลากรของสถาบัน ซึ่งได้ถูกชักจูงด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาลหรือการขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับ

ได้ยืนยันว่าเป็นการยากอย่างยิ่งที่จะได้มาซึ่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับมาร์แชล คาร์เตอร์ แอนด์ดาร์ก จำกัด อาทิ ชื่อผู้บริหาร หรือกระทั่งรายนามสมาชิก บุคลากรที่พบกับสมาชิกของกลุ่มนี้พึงปกปิดตัวตนด้วยข้อมูลบังหน้าและไม่เปิดเผยความเกี่ยวข้องของตนกับสถาบัน หรือข้อมูลของวัตถุ SCP ใด ๆ ทั้งสิ้น สายลับสองหน้าพึงที่จะระมัดระวังไม่หลงละเลิงไปกับชีวิตที่มาร์แชล คาร์เตอร์ แอนด์ดาร์กมอบให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากอภิสิทธิ์เหล่านี้จะถูกริบไปเมื่อถูกเปิดโปง

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก มาร์แชล-คาร์เตอร์-แอนด์ดาร์ก โปรดกดที่นี่

สถาบันศิลปะผิดปกติแห่งตระกูลเมดีซี (Medician Academy of Occult Art)

MADAO.png

ภาพรวม: สถาบันศิลปะผิดปกติแห่งตระกูลเมดีซี (ภาษาอิตาลี: Medicea Accademia dell’Arte Occulta) เป็นหนึ่งในสถานศึกษาที่เก่าแก่และโด่งดังที่สุดในสังคมของสิ่งผิดปกติ ถูกก่อตั้งขึ้นที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลีในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 โดยลอเรนโซ เด เมดีซี ซึ่งเป็นเจ้าเมืองฟลอเรนซ์และผู้สนับสนุนศิลปะ ในช่วงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา สถานศึกษาฯ สามารถแผ่ขยายการมีอิทธิพลของมันได้ในหลายประเทศในทวีปยุโรปและราชสำนักทั่วทวีปโลกเก่า พวกมันส่งเสริมในการสอนกระบวนการทางศิลป์และวัตถุผิดปกติโบราณจากอารยธรรมในอดีต

นับตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมา หลังจากที่ผ่านช่วงที่เสื่อมโทรมลงไปมาได้แล้วระยะหนึ่ง สถานศึกษาแห่งนี้ก็สามารถฟื้นตัวกลับมาและสร้างสาขาใหม่ในหลายประเทศทั่วดินแดนใหม่ได้ พวกมันหันมามุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูและบูรณะงานศิลป์ ทำให้เกิดรสนิยมทางศิลปะแบบใหม่ และนำไปสู่การมีความสัมพันธ์เป็นปฏิปักษ์กับขบวนการ AWCY? (พวกเราเจ๋งอ๊ะยัง?) ซึ่งถือได้ว่าเป็นคู่แข่งสำคัญของมัน

ข้อมูลเหล่านี้มาจากฐานข้อมูลอย่างเป็นทางการของสถาบัน SCP สาขาอิตาลี หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อไปยังหนึ่งในสำนักงานของพวกเขา

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก madao โปรดกดที่นี่

"คนไร้ตัวตน" (Nobody)

nobody1.png

ภาพรวม: มีข้อมูลน้อยมากเกี่ยวกับบุคคล ตัวตน หรือกลุ่มที่เรียกว่า "คนไร้ตัวตน" นี้ มันปรากฏตัวครั้งแรกในปี 1954 และได้พบเห็นอีกในเวลาต่อมาหลายครั้ง แต่ละครั้งจะปรากฏตัวเพียงคนเดียว เป็นชายเชื้อสายคอเคเซียนสวมชุดสีเทากับหมวก เมื่อถามว่าเป็นใคร เขาก็ตอบว่าเป็น "คนไร้ตัวตน" แต่ก็ไม่ทราบว่านี่เป็นคนคนเดียว หรือกลุ่มเจ้าหน้าที่ขององค์กรที่ยังไม่รู้จักกันแน่ เป้าหมายของมันก็ยังไม่ทราบ บางครั้งมันก็ช่วยสถาบัน บางครั้งก็ขัดขวาง ขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการระมัดระวังตัวหากเจอผู้ปฏิบัติการที่เรียกตัวเองว่า "คนไร้ตัวตน" ด้วย

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก คนไร้ตัวตน โปรดกดที่นี่

สำนักงานเก็บคืนวัตถุแห่งอิสลาม (Office For The Reclamation of Islamic Artifacts: ORIA)

ORIA.png

ภาพรวม: สำนักงานเก็บคืนวัตถุแห่งอิสลามเป็นกองกำลังทางทหารซึ่งรับคำสั่งโดยตรงจากผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการเก็บรวบรวมและใช้งานวัตถุผิดธรรมชาติในแถบตะวันออกกลางและเอเชียกลาง หลังจากที่กลุ่มปฏิวัติล้มรัฐบาลราชวงศ์อิหร่านในปี 1979 ตามมาด้วยการตั้งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เจ้าหน้าที่ของสถาบันในพื้นที่นั้นถูกไล่ออกมาเนื่องจากเป็น "ตัวแทนของลัทธิล่าอาณานิคม" ความพยายามที่จะคงเจ้าหน้าที่ลับไว้ในประเทศนั้นล้มเหลว เจ้าหน้าที่เกือบทุกคนถูกจับกุมหรือไม่ก็ถูกฆ่าตาย ทั้งศูนย์-██ ศูนย์-███ และ ศูนย์-███ ก็ถูกกองทัพอิหร่านยึดไป เพื่อไม่ให้อิหร่านล้าหลังในการวิจัยเรื่องเหนือธรรมชาติ ORIA จึงตั้งขึ้นตามคำสั่งลับของผู้นำสูงสุดโคไมนีในปี 1981 แม้จะมีชื่อเช่นนี้ แต่กลุ่มนี้ก็ไม่ได้จำกัดตัวเองแค่การเก็บวัตถุที่มีต้นกำเนิดมาจากศาสนาอิสลามเท่านั้น

แม้ ORIA จะมีทรัพยากรมาก ความสามารถในการปฏิบัติการของพวกมันก็ลดลงไปด้วยการต่อสู้กันเองของฝักฝ่ายต่าง ๆ ในองค์กร บางครั้งความขัดแย้งนี้ก็มาจากแนวคิดที่ต่างกันในการปฏิบัติการ เช่น การใช้วัตถุเป็นอาวุธ ขณะที่บางครั้งก็เป็นเรื่องส่วนตัว การขยายตัวของกลุ่มย่อยต่าง ๆ ในองค์กรนั้นดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่จงใจ เพราะโครงสร้างองค์กรของ ORIA นั้นทำให้ผู้บังคับบัญชาหลายตำแหน่งมีอำนาจทับซ้อนกัน คาดว่าเป็นไปเพื่อไม่ให้มีใครสามารถสั่งสมอำนาจได้มากพอจะเป็นภัยต่อผู้นำสูงสุดได้

ด้วยอิทธิพลของอิหร่านที่แผ่เข้าไปทั่วตะวันออกกลางและเอเชียตะวันตก ORIA ก็มีขอบเขตการปฏิบัติการที่กว้างขึ้นด้วย กลายเป็นองค์กรเหนือธรรมชาติที่มีอำนาจที่สุดในแถบตะวันออกกลาง ORIA นั้นถือเป็นศัตรู และให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังตัวอย่างยิ่งยวดเมื่อต้องข้องแวะด้วย

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก oria โปรดกดที่นี่

กลุ่มออเนรอย (Oneiroi Collective)

oneiroi_2.png

ภาพรวม: สถาบันได้ข้อมูลของกลุ่มออเนรอยมาจากการวิเคราะห์หรือสัมภาษณ์บุคคลที่เคยพบกับพวกมันและสิ่งผิดปกติที่พวกมันทิ้งไว้เท่านั้น เชื่อว่าพวกมันเป็นสำนึกรวมของบุคคลที่กำลังฝันและตัวตนในความฝัน

ข่าวกรองบ่งบอกว่ากลุ่มในความสนใจอื่น ๆ ก็มีบันทึกถึงพวกมัน ซึ่งโดยทั่วไปก็อยู่ในระดับเดียวกับที่มีปฏิสัมพันธ์กับสถาบัน กลุ่มออเนรอยนั้นดูเหมือนจะสามารถติดต่อได้แม้แต่ตัวตนที่มีความโดดเดี่ยวสูง (เช่น คนไร้ตัวตน) ยังไม่ทราบว่ามันมีเป้าหมายอะไร

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก ออเนรอย โปรดกดที่นี่

พาราวอตช์ (Parawatch)

rook6.png

ภาพรวม: พาราวอตช์วิกิ (Parawatch Wiki) เป็นชุมชนออนไลน์ที่มีสมาชิกเป็นนักทฤษฎีสมคบคิด ผู้มีความสนใจในสิ่งเหนือธรรมชาติ และนักเขียนมือสมัครเล่น ซึ่งมีการดำเนินการเพื่อที่จะสืบสวนและเปิดโปงปรากฏการณ์ผิดปกติ โดยกลุ่มนี้มีการรวบรวมเรื่องสั้นซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับปรากฏการณ์ผิดปกติ กรณีลึกลับในประวัติศาสตร์ และเหตุการณ์ผิดปกติที่ผู้ใช้งานได้พบเจอมา พวกมันไม่สามารถดำเนินการเชิงลึกและสร้างผลกระทบต่อสภาวะความปกติได้ เนื่องจากการกระจายตัวของที่อยู่ทางภูมิศาสตร์ผู้ใช้งานของแพลตฟอร์ม และการที่ไม่มีการร่วมประสานงานจากส่วนกลาง

แม้ว่าพวกมันจะมีความสนใจในสิ่งเหนือธรรมชาติก็ตาม แต่พาราวอตช์ก็ไม่มีข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับปรากฏการณ์ผิดปกติ มาตรการม่านปิดบัง และการมีอยู่ของสถาบันอยู่เลย จากประการเหล่านี้ รวมไปถึงการที่กลุ่มไม่ได้เป็นที่สนใจเท่าไร จึงทำให้พวกมันไม่สามารถสร้างผลใด ๆ ให้กับมาตรการม่านปิดบังได้ สถาบันยังคงให้กลุ่มยังคงดำเนินการต่อไป โดยเจตนาที่จะใช้ในการบิดเบือนข้อมูล และทำให้การสืบสวนเกี่ยวกับสิ่งผิดปกติโดยบุคคลอื่นเป็นไปได้ยากจากการแนะนำที่ไม่ถูกต้อง

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก พาราวอตช์ โปรดกดที่นี่

ซูโดเจเนซิสโปรดักชั่นส์ (Pseudogenesis Productions)

Pseudogenesis-Productions.png

ภาพรวม: ซูโดเจเนซิสโปรดักชั่นส์เป็นบริษัทการแสดงผิดปกติขนาดเล็ก พวกมันมุ่งเน้นในการสร้างผลงานแสดงที่แปลกใหม่และน่าดึงดูด โดยมีการใช้งานสิ่งผิดปกติที่ส่งผลกระทบทางความคิดและการแปรผันความเป็นจริง ด้วยทีมงานหลักจำนวนสี่คน ซูโดเจเนซิสฯ ได้ร่วมมือกับศิลปินที่ผิดปกติและนักแสดงในท้องที่เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีโอกาสได้มองโลกในมุมใหม่

แม้ว่าสิ่งผิดปกติและการแสดงที่พวกมันสร้างขึ้นจะมีผลกระทบที่ไม่ร้ายแรง แต่สถาบันยังคงต้องหยุดยั้งการดำเนินการของพวกมัน เนื่องจากการที่พวกมันยืนกรานที่จะไม่ปฏิบัติตามมาตรการม่านปิดบังทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งบ่อยครั้ง และในบางกรณี สถาบันก็ทำได้เพียงพยายามโน้มน้าวให้ผู้ชมเชื่อว่า "ทุกอย่างเป็นไปตามบท"

อย่าได้ชักช้าเพราะตั๋วเราหมดไว — มาชมการแสดงวันนี้กันเลย!
หมายเหตุจาก RAISA: ตรวจพบสิ่งที่เป็นอันตรายต่อการรับรู้

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก ซูโดเจเนซิส โปรดกดที่นี่

บริษัทพรอมเมธีอุสแล็บส์ (Prometheus Labs, Inc.)

pllogo.png

ภาพรวม: ก่อตั้งในปี 1892 บริษัทพรอมเมธีอุสแล็บส์มีจุดมุ่งหมายในการเป็นบริษัทเพื่อการวิจัยวัตถุผิดธรรมชาติเพื่อพัฒนาวิทยาการใหม่ ๆ ในตลอดช่วงเวลาหลายปีนั้นพรอมเมธีอุสแล็บส์ได้ขยายตัวเป็นบริษัทนานาชาติซึ่งขายวิทยาการชั้นสูงและผิดปกติให้รัฐบาล กองทหาร และกลุ่มในความสนใจ ในประวัติของมันนั้นพรอมเมธีอุสแล็บส์ได้ให้ความร่วมมือกับสถาบันในระดับหนึ่งเพื่อรักษาความปกติธรรมดา และบางครั้งก็ประสานงานกับสถาบัน แต่ก็ไม่ยอมยกเลิกการศึกษาสิ่งผิดปกติและต่อต้านการดูแลจากสถาบัน

ในปี 1998 หลังจากที่ประสบปัญหาทางการเงินเป็นเวลานาน กลุ่มพรอมเมธีอุสแล็บส์ก็สลายตัวทำให้เกิดบรรดาบริษัทเล็กน้อยซึ่งเคยเป็นสาขาของมันขึ้นมาสืบทอด การสลายตัวของกลุ่มนั้นเต็มไปด้วยปัญหาทางเทคนิคและการจัดการที่ลำบาก ทำให้มีผลิตภัณฑ์จำนวนหนึ่งสูญหายและบุคลากรถูกเลิกจ้าง สิ่งที่เคยเป็นโครงงานของพรอมเมธีอุสแล็บส์ที่กักกันอยู่ในขณะนี้นั้นส่วนใหญ่แล้วก็เก็บกู้มาในช่วงเวลานี้ และอดีตลูกจ้างของมันจำนวนมากก็ได้รับการจ้างงานจากสถาบัน

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก พรอมเมธีอุส โปรดกดที่นี่

ลัทธิซาร์คิก (Sarkic Cults)

Sarkicism.png

ภาพรวม: ลัทธิซาร์คิกเป็นศาสนา/ระบอบปรัชญาซึ่งรวมเอาวิถี ความเชื่อ และพิธีกรรมซึ่งส่วนใหญ่แล้วมีรากฐานจากคำสอนซึ่งยกให้กับ “แกรนด์คาร์ซิสต์ไอออน” ผู้ก่อตั้งซึ่งนับถือเป็นเหมือนพระเจ้า พิธีกรรมที่ประกอบนั้นมีการกินเนื้อมนุษย์ การบูชายัญมนุษย์ การดัดแปลงร่างกาย เวทมนตร์ และการควบคุมมิติ เป็นความลับมาก โดยทั่วไปนั้นดูเหมือนจะไม่มีการรับรู้โดยตรงถึงการคงอยู่ของพวกมันเลย ข้อยกเว้นหนึ่งนั้นก็คือพวกเทพผู้แตกหักซึ่งมองพวกมันเป็นเหมือนความหายนะ ความสามารถในการบิดเบือนอินทรีย์นั้นทำให้สาวกซาร์คิกบางคนกลายเป็นสิ่งที่ผิดปกติซึ่งหลุดพ้นไปจากข้อจำกัดทางกายภาพของมนุษย์ โรคนั้นถูกมองอย่างเคารพและวิหารของซาร์คิกที่พบนั้นก็มีของถวายเป็นต่อมน้ำเหลืองที่บวมโตกับเนื้องอก ลัทธิซาร์คิกนั้นถือว่าโรคติดต่อเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีไว้เพื่อ "คัดผู้อ่อนแอ" และชำระล้างมวลชน จึงได้พยายามทำให้มันแพร่ออกไปอย่างต่อเนื่อง

สถาบันได้แบ่งลัทธิซาร์คิกที่รู้จักออกเป็นสองกลุ่ม โปรโตซาร์คิก และนีโอซาร์คิก ลัทธิโปรโตซาร์คิกนั้นพบได้ในชุมชนเดี่ยวทั่วไปในพื้นที่โดดเดี่ยวของยูเรเซีย สาวกของมันมักจะยากจน (แต่พึ่งพาตนเองได้) และมีท่าทีคุกคามต่อคนนอก กลุ่มนี้จะชิงชังความเป็นสมัยใหม่ แสดงอาการหวาดกลัวเทคโนโลยีขั้นรุนแรง และถูกผูกมัดด้วยความเชื่อและจารีต ในทางตรงกันข้าม ลัทธินีโอซาร์คิกนั้นมีความเป็นสากล ยอมรับความเป็นสมัยใหม่อย่างเปิดเผยและดูเหมือนจะไม่มีความหวาดหวั่นต่อเทคโนโลยี ชีวิตที่เปิดเผยต่อสาธารณะนั้นมีความแตกต่างจากคนอื่น ๆ ในฐานะและวัฒนธรรมเดียวกันเพียงเล็กน้อย พวกนี้มักเป็นตระกูลที่มีฐานะซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และเรื่องอื้อฉาว

ที่สุดแล้ว เชื่อว่าสถาบันยังรู้จักลัทธิซาร์คิกเพียงส่วนหนึ่งจากที่มันเป็นและความประสงค์ของสาวกเท่านั้น จากข้อมูลที่มีอยู่ คาดว่าเป้าหมายของลัทธิซาร์คิกจะเป็นการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจระดับ SK รวมถึงความเป็นไปได้ของฉากทัศน์การสิ้นโลกระดับ XK

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก ซาร์คิก โปรดกดที่นี่

หัตถ์อสรพิษ (The Serpent's Hand)

SerpentHand%281%29.png

ภาพรวม: หัตถ์อสรพิษเป็นกลุ่มองค์กรขนาดเล็กแต่น่าเกรงขามซึ่งทำให้เกิดการกักกันรั่วไหลหลายครั้ง มีการพบกับบุคคลในกลุ่มอย่างน้อยสามคน โดยทั้งหมดได้ใช้งานสิ่งที่อาจจะเป็นหรือยืนยันได้แล้วว่าเป็นวัตถุผิดธรรมชาติในการลักลอบเข้ามา (ซึ่งมี SCP-268 ที่ถูกขโมยไปจากสถาบันด้วย ซึ่งสถาบันก็เก็บมาจากการกวาดล้างฐานของเคออสอินเซอร์เจนซีอีกที) ไม่ทราบว่าพวกมันมีสมาชิกอยู่เท่าไหร่ รวมทั้งเรื่องระดับเทคโนโลยี จำนวน SCP ที่มี หรือระดับภัยคุกคามโดยรวม แต่แน่ชัดว่าพวกมันมีความร่วมมือกันอย่างดีและเป็นอันตรายมาก ตัวผู้นำนั้นคือบุคคลที่เรียกกันว่า แอล.เอส. ซึ่งคาดว่าเป็นผู้ที่ทำให้เกิดการกักกันรั่วไหลสองครั้งด้วยตัวเอง

สถาบันรู้ข้อมูลเกี่ยวกับหัตถ์อสรพิษน้อยมาก และส่วนที่รู้นั้นเกือบทั้งหมดก็เป็นข้อมูลที่หลุดมาจากฝ่ายข่าวกรองของ GOC พวกมันดูเหมือนจะยอมรับการคงอยู่และใช้งานของวัตถุเหนือธรรมชาติโดยเฉพาะ SCP แบบมนุษย์และมีสำนึก พวกหัตถ์อสรพิษตำหนิการกักกันและการทำลาย SCP พวกนี้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นมนุษย์เต็มตัวซึ่งไม่มีอันตรายนัก

พวกมันมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับเคออสอินเซอร์เจนซีและ ORIA นัก รวมทั้งเป็นศัตรูตัวฉกาจกับ GOC กรณีของหัตถ์อสรพิษที่ใช้ความรุนแรงกับอีกฝ่ายก่อนซึ่งบันทึกไว้นั้นล้วนแต่เป็นกับเจ้าหน้าที่ของ GOC ทั้งสิ้น

ดูเหมือนว่ากลุ่มหัตถ์อสรพิษนั้นจะมีฐานปฏิบัติการหลักในสถานที่ผิดปกติซึ่งเรียกว่าหอสมุดแห่งผู้พเนจร ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างซึ่งสามารถเข้าถึงได้จากประตูต่าง ๆ ที่พบในสถานที่ต่าง ๆ กันทั่วโลก การบุกโจมตีหอสมุดโดยตรงนั้นจนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถกระทำได้แม้ว่าจะพบทางเข้าแล้วก็ตาม แต่ข่าวกรองเบื้องต้นนั้นดูจะบ่งชี้ว่าพวกหัตถ์ก็มีความเข้าใจหรือควบคุมสถานที่ดังกล่าวได้น้อยมาก

ในขณะนี้ การแฝงตัวเข้าไปในหอสมุดแห่งผู้พเนจรยังดำเนินการอยู่

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก หัตถ์อสรพิษ โปรดกดที่นี่

ศูนย์ชกฉลาม (Shark Punching Center)

SPCLogo50.png

ภาพรวม: ศูนย์ชกฉลาม (บางครั้งก็เรียกว่า Selachian Punching Center, The Shark Punching Centre, Selachiosk Pungix Combin แล้วก็อื่น ๆ ) เป็นองค์กรซึ่งอยู่ในมิติคู่ขนานแห่งหนึ่งหรือมากกว่านั้น ดูเหมือนว่ามันจะเป็นตัวตนคู่ขนานของสถาบัน แม้ว่าสถาบันจะรู้เรื่องของศูนย์ชกเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว แต่โครงสร้าง เอกสาร และลักษณะของศูนย์ชกฉลามก็มีความหลากหลายอย่างมากซึ่งบ่งชี้ว่ามีมิติหนึ่งหรือมากกว่านั้นที่อยู่ในสภาพซึ่งผันแปรอยู่

จากเอกสารจำนวนหนึ่งของศูนย์ชกฉลามที่เก็บมาได้นั้นบ่งชี้ว่ามันมีลักษณะแบบองค์กรทหารและมีโทนที่ไม่ชัดเจนเหมือนของสถาบัน ตามชื่อของมัน SPC นั้นมุ่งเน้นไปที่การต่อสู้ด้วยมือเปล่าเพื่อทำให้ตัวตนแบบซีลาเคียนหมดสภาพ แม้ว่าเอกสารบางส่วนดูจะแยก "ซีลาเคียน" กับ "สัตว์น้ำ" ไม่ออกก็ตาม

ยังไม่ชัดเจนว่าศูนย์ชกฉลามทราบหรือสนใจเรื่องความเคลื่อนไหวของสถาบันหรือไม่

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก ศูนย์ชกฉลาม โปรดกดที่นี่

เดอะทรีมูนส์อินิทิเอทีฟ (The Three Moons Initiative)

ThreeMoons.jpg

ภาพรวม: เดอะทรีมูนส์อินิทิเอทีฟเป็นองค์กรทางทหารของมนุษย์มิติอื่นที่ตั้งอยู่ภายใน SCP-2922-C ซึ่งเป็นชีวิตหลังความตายที่เรียกว่า คอร์เบนิค พวกมันปฏิบัติตนเสมือนเป็นกองกำลังรักษาความปลอดภัยเพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์ในมิติทั้งหลายโดยได้รับความร่วมมือจากเทพแห่งคอร์เบนิค จาลาแครา

แม้ว่าบุคลากรของอินิทิเอทีฟจะเชื่อว่าตนปฏิบัติการโดยมีความหวังดีอย่างเต็มเปี่ยมต่อมนุษยชาติ การใช้กำลังทหารที่มากเกินไป ปัญหาด้านการสื่อสาร ปัญหาด้านขั้นตอนปฏิบัติภายในองค์กร และปัจจัยอื่นอีก ซึ่งเมื่อรวมกับการที่พวกมันมีกำลังทางทหารสูงมากอย่างผิดสัดส่วนกับของเรา ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าพวกมันจะเป็นภัยต่อความปลอดภัยระดับสาธารณะในมิติของเรา

ดังนั้น พวกมันจึงคงสันติภาพที่ไม่แน่นอนนักกับสถาบันอยู่ ให้ปฏิบัติต่อฝ่ายปฏิบัติการของเดอะทรีมูนส์อินิทิเอทีฟด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก ทรีมูนส์อินิทิเอทีฟ โปรดกดที่นี่

โทตลีย์ซอฟต์ (TotleighSoft)

totleighsoft.png

ภาพรวม: โทตลีย์ซอฟต์เป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และซอฟต์แวร์สำหรับผู้บริโภค ตั้งอยู่ที่รัฐนอร์ทดาโคตา แม้ว่าโทตลีย์ซอฟต์จะผลิตวิดีโอเกมที่ผิดปกติเป็นหลัก แต่ในช่วงหลังพวกมันได้ขยายขอบเขตธุรกิจให้ครอบคลุมสินค้าอื่น ๆ เช่น โฮมวิดีโอ และปัญญาประดิษฐ์

ผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการบริหาร และอาจกล่าวได้ว่าเป็นพนักงานเพียงคนเดียวของบริษัท เป็นสิ่งมีชีวิตนอกโลกขนาดมหึมาซึ่งตอบสนองต่อการเรียกด้วยชื่อว่า "SCP-2803-A" และ "พี. ฮัดสัน ก็อค" แม้ว่า SCP-2803-A จะมีความสามารถในการแปรผันความเป็นจริงที่มหาศาล แต่มันกลับฝักใฝ่ในแนวคิดความฝันอเมริกัน จึงเป็นสาเหตุให้มันสร้างบริษัทโทตลีย์ซอฟต์ และประกาศตนว่าเป็น "ทุรกิตของพู้อพยบถี้ประสพควำมสัมเร็ต!!"

สินค้าของโทตลีย์ซอฟต์มีคุณภาพที่ต่ำ มีความผิดปกติอย่างรุนแรง (และมักจะเป็นอันตราย) และมีการสะกดคำที่ไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ก่อตั้งของมันก็เมินเฉยต่อปัญหาเหล่านี้มาจากความดื้อรั้นและความไม่เดียงสา ไม่ใช่จากความประสงค์ร้ายแต่อย่างใด

แม้สถาบันรักษาความสัมพันธ์กับโทตลีย์ซอฟต์เอาไว้ อีกทั้งยังตรวจสอบ ยับยั้ง และกักกันสินค้าของพวกมันในทุกเมื่อที่สามารถทำได้ ถึงกระนั้นก็ยังคงมีบางส่วนที่สามารถถูกส่งออกไปยังสาธารณชนได้ด้วยวิธีการที่ผิดปกติ จึงทำให้เกิดกลุ่มกระแสนิยมชมชอบเพิ่มขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก โทตลีย์ซอฟต์ โปรดกดที่นี่

แผนกเหตุการณ์ผิดปกติ สำนักงานสอบสวนกลาง (Unusual Incidents Unit (UIU), Federal Bureau of Investigation)

UIU.png

ภาพรวม: แผนกเหตุการณ์ผิดปกตินั้นก่อตั้งหลังสงครามเย็นเริ่มขึ้นซึ่งหลาย ๆ ส่วนในรัฐบาลอเมริกันได้มุ่งเน้นความสนใจไปที่การใช้งานสิ่งผิดปกติและขัดขวางการกระทำเดียวกันของฝ่ายลัทธิคอมมิวนิสต์ ทำให้มีการจัดตั้งแผนกพิเศษของ FBI ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการตอบสนองต่อเหตุการณ์และคดีผิดปกติ ผู้อำนวยการ เจ. เอ็ดการ์ ฮูเวอร์นั้นมีความเกี่ยวข้องโดยตรงในการจัดตั้งมันขึ้นมา

แม้ว่าในช่วงแรกจะได้รับเงินทุนและทรัพยากรจากรัฐบาลอเมริกันอย่างมาก หลังจากที่สงครามเย็นจบลงและองค์กรศัตรูอย่าง GRU-P สลายตัวไปแล้ว UIU ก็อยู่ในสภาพถดถอยเป็นเวลาหลายปี

กลุ่มผิดธรรมชาติที่ใหญ่กว่านั้นมักเรียกอย่างล้อเลียนว่า "X ไฟล์" และ "UIUseless" สมาชิกของ UIU นั้นมักมีเจตนาดี แต่เนื่องจากขาดแคลนทรัพยากรเงินทุน กำลังคน และความติดขัดจากขั้นตอนทางการของรัฐบาลสหรัฐจึงทำให้ดูว่าไร้ประสิทธิภาพ อิทธิพลของสถาบันและกลุ่มพันธมิตรไสยศาสตร์โลกในรัฐบาลสหรัฐอเมริกานั้นได้ยับยั้งมิให้ UIU และองค์กรอื่นในรัฐบาลสหรัฐที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ผิดปกติ อย่างเช่นฝูงบิน 616 ของกองทัพอากาศสหรัฐ (ผู้ล้างแค้นแห่งรอสเวลล์) หรือ หน่วยนาวิกโยธินซีล ทีมบราโวปาปาโรมิโอเดลตา ต้องปิดตัวลงเสียทีเดียว

เจ้าหน้าที่ FBI และเจ้าหน้าที่พิเศษที่เข้าแผนกเหตุการณ์ผิดปกตินั้นมักมีภูมิหลังด้านจิตวิทยา STEM และศิลปศาสตร์ ตามที่เป็นส่วนหนึ่งของกฏ PATRIOT เจ้าหน้าที่ของแผนกนั้นจะต้องรับสื่อมีมเมติกสั่งปิดปากเฉพาะบุคคล (Personalized Memetic Silencing Agents - PMSA ซึ่งเจ้าหน้าที่ของ UIU เรียกกันว่า "คำสั่งมัดปาก") เพื่อป้องกันความลับรั่วไหล

ในอดีตนั้น UIU นั้นเคยทั้งร่วมมือและต่อสู้กับองค์กรผิดปกติต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการร่วมปฏิบัติการต่อสู้โดยมีสถาบันช่วยดูแลในช่วงปี 1950 และ 1960 กับเหตุการณ์ "แบล็กมัมบา" ในอัฟกานิสถานในปี 1976 ซึ่งเป็นการต่อสู้อันอื้อฉาวระหว่างเจ้าหน้าที่ UIU กับสมาชิกของ GRU-P

ในปัจจุบันนั้น สาขาหนึ่งของแผนกเหตุการณ์ผิดปกติเป็นผู้ดูแลรัฐอิสระซึ่งผิดปกติทรีพอร์ตแลนส์ สภาพที่ขาดแคลนเงินทุนและกำลังคนในแผนกเหตุการณ์ผิดปกตินั้นสามารถเห็นได้จากสาขาเดียวที่ยังคงเหลืออยู่ในภาคตะวันตกกลางของสหรัฐ

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก แผนกเหตุการณ์ผิดปกติ โปรดกดที่นี่

บริษัทวัลราฟน์ (Valravn Corporation)

valravn.png

ภาพรวม: บริษัทวัลราฟน์ คือ บริษัททหารเอกชนที่ผิดปกติ มีการดำเนินงานส่วนใหญ่ในพื้นที่ที่มีความมั่นคงทางการเมืองต่ำ และองค์กรอื่น ๆ เช่น สถาบัน หรือ GOC ไม่ปรากฏบ่อยนัก พวกมันมักจะได้รับการจ้างวานโดยรัฐบาลให้ทำหน้าที่ปราบปรามกลุ่มกบฏที่ผิดปกติ และปกป้องผลประโยชน์ของพวกเขาจากภัยจากภายนอก

วัลราฟน์โฆษณาตนเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้าน "รักษาความปลอดภัยและตอบโต้การก่อความวุ่นวายด้วยสิ่งผิดปกติ" พวกมันเชี่ยวชาญในการใช้งานสิ่งผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับประมวลเรื่องตำนานปรัมปราเป็นอาวุธ และมีการเสริมวิทยาการที่ผิดปกติให้กับทหาร บริษัทวัลราฟน์มีต้นกำเนิดในช่วงการล่มสลายของกลุ่มทหารรับจ้างยอมส์ไวกิ้ง และคาดว่าพวกมันดำรงอยู่ตลอดประวัติศาสตร์ในรูปแบบองค์กรที่แตกต่างกันไป วัลราฟน์ยึดถือความเชื่อผสมผสานระหว่างนิยัตินิยมแบบนอร์สโบราณและการบูชาทุนนิยมอย่างสุดโต่ง โดยพวกมันใช้เป็นหลักอุดมการณ์เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ธุรกิจทหารรับจ้างของตน

ความสัมพันธ์ระหว่างพวกมันกับสถาบันค่อนข้างตึงเครียด จึงมีข้อตกลงเพื่อรักษาความสงบสุขระหว่างกัน โดยกำหนดให้วัลราฟน์ปฏิบัติภายใต้มาตรการม่านปิดบัง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างวัลราฟน์กับกลุ่มแยกย่อยของหัตถ์อสรพิษที่มีชื่อว่า ลาสบิโบราส (เหล่างูพิษ) จึงทำให้ข้อตกลงนี้มีความซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก วัลราฟน์ โปรดกดที่นี่

วิกันเดอร์-นีดเทคนิคัลมีเดีย (Vikander-Kneed Technical Media)

vktmlogo.png

ภาพรวม: วิกันเดอร์-นีดฯ ภาคภูมิใจที่ได้เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสื่อและการสื่อสาร พวกเรามีเป้าหมายในการพัฒนาผู้คนและสังคมผ่านสื่อของพวกเราที่ไร้ฝักฝ่าย เที่ยงตรง และสวยงาม

หากข้างนอกนั่นมีโลกที่เป็นสุขกว่าแล้ว ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องร่วมมือกันไปถึงโลกนั้นให้ได้ สื่อทรงสร้างความบันเทิงทรงประสิทธิภาพจะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างแดนสุขาวดีของพวกเรา

มาร่วมกับเราที่ Better TomorrowTM เสียสิ

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก วิกันเดอร์-นีด โปรดกดที่นี่

เดอะวานดส์เมน (The Wandsmen)

Wandsmen.png

ภาพรวม: เดอะวานดส์เมนเป็นกลุ่มของนักข่าวและนักจดหมายเหตุจากต่างมิติ พวกมันมุ่งมั่นในการสำรวจพหุจักรวาล และเปิดเผยปริศนาเบื้องหลังมัน ขณะเดียวกันมันก็เผยแพร่และเก็บรักษาข้อมูลความรู้เอาไว้เช่นเดียวกัน

สมาชิกทั้งหมดของกลุ่มได้ผ่านกระบวนการที่ทำให้พวกมันมีสภาพร่างกายคล้ายนกและมีความสามารถผิดปกติ อีกทั้งยังใช้งานสิ่งผิดปกติที่เรียกว่า "แผนที่พหุจักรวาล" จำนวนหนึ่งในการเดินทางข้ามมิติเพื่อศึกษาสถานที่และผู้คนอีกด้วย

สิ่งที่พวกมันกระทำแตกต่างจากกลุ่มที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ คือ เดอะวานดส์เมนมีความต้องการที่จะร่วมทำงานกับสถาบันอยู่หลายครั้ง เนื่องจากพวกมันมีหนึ่งในเป้าหมายหลักเป็นการรักษาการมีอยู่ของสิ่งต่าง ๆ เพื่อที่จะสามารถทำการศึกษาได้ พวกมันจึงมองว่าสถาบันเป็นพันธมิตรร่วมอุดมการณ์ต่อต้านการทำลายพหุจักรวาลกับมัน

อย่างไรก็ตาม พวกมันก็ยังคงมีสมาชิกที่เป็นอันตรายอย่างสูงหลายจำพวก โดยพวกมันเหล่านี้ประดิษฐ์วัตถุผิดปกติจำนวนมาก และต่อต้านต่อการรักษาสภาวะปกติและการปกปิดข้อมูลการมีอยู่ของสิ่งผิดปกติโดยสถาบันอย่างยิ่ง

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก วานดส์เมน โปรดกดที่นี่

วิลสันไวลด์ไลฟ์โซลูชั่น (Wilson's Wildlife Solutions)

WWS_3.png

ภาพรวม: วิลสันไวลด์ไลฟ์โซลูชั่นเป็นองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผิดปกติซึ่งรับทุนสนับสนุนจากสาธารณชนอย่างเปิดเผยซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ที่แคล็กคามัสเคาน์ตี มลรัฐออริกอน โดยเฉพาะในเมืองบอริง แม้ว่าสถาบันจะรู้เรื่องการคงอยู่ของวิลสันไวลด์ไลฟ์โซลูชั่นและความสัมพันธ์ต่อสิ่งผิดปกติมาตั้งแต่ปี 1999 แล้ว แต่กว่าจะมีการรับรู้อย่างเป็นทางการและดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรก็ใช้เวลาถึงเก้าปีจากเหตุการณ์เออร์ซัสมาริติมัสในปี 2008 ในขณะนี้ ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงบอริงนั้น วิลสันไวลด์ไลฟ์โซลูชั่นจะอยู่ในการสังเกตการณ์และชี้แนะจาก MTF Beta-4 ("คนติดเกาะ") ซึ่งอยู่ที่ศูนย์-64 และให้พวกเขาทำการกักกันสิ่งมีชีวิตระดับ Safe หรือ Euclid ได้โดยสถาบันจะเข้าแทรกแซงในระดับต่าง ๆ กัน (ตามแต่กรณีไป) การแก้ไขข้อตกลงบอริงในส่วนที่มีความกำกวมหรือเพิ่มเติมนโยบายใหม่นั้นสามารถกระทำได้และก็ทำมาแล้ว

หากต้องการเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่มีแท็ก วิลสันไวลด์ไลฟ์ โปรดกดที่นี่

เว้นแต่จะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น หน้าเพจนี้ได้รับอนุญาตภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License