กลุ่มที่เกี่ยวข้อง
Table of Contents

มหาวิทยาลัยอเล็กซิลวา (Alexylva University)

เราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยอเล็กซิลวาหรือเป้าหมายของมันเลย หลักฐานบ่งชี้ว่ามันอยู่ในมิติคู่ขนานที่ภาษาละตินและกรีกเป็นภาษาหลักในโลกตะวันตก จนถึงตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลใดๆเกี่ยวกับส่วนอื่นๆในโลกนั้น วัตถุที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยทั้งหมดนั้นพบในภาคใต้ตอนกลางของสหรัฐอเมริกา หรือระบุให้ชัดเจนกว่านั้นก็คือมลรัฐเทนเนสซี ทำให้นักวิจัยของสถาบันเชื่อว่าตัวมหาวิทยาลัยก็น่าจะอยู่ในแถบนั้น

วัตถุที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยนั้น (ซึ่งเชื่อว่าไม่ได้เป็นผู้สร้างเอง) ถูกเก็บมาระหว่างการถูกส่งข้ามประตูโดยตัวแทนที่ชื่อ "ฟิทรานซิมุนคอมไบน์" พร้อมกับเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุและที่ที่พวกมันมา ถึงตอนนี้ เท่าที่รู้เกี่ยวกับการขนย้ายวัตถุพวกนี้ก็คือมันใช้เทคโนโลยีตามหลักการคล้ายกับของไอสไตน์-โรเซนบริดจ์ ซึ่งเป็นแนวคิดที่วิทยาศาสตร์ร่วมสมัยถือว่าเป็นแค่ทฤษฏี เชื่อว่าหน่วยงานในมหาวิทยาลัยที่เรียกว่าแผนกปรัชญาธรรมชาติเป็นผู้ดูแลการขนส่งวัตถุทั้งหมด โดยที่ภาคอื่นๆ ของมหาวิทยาลัยอาจไม่รู้เรื่องก็ได้


พวกเราเจ๋งอ๊ะยัง? (Are We Cool Yet?)

กลุ่มศิลปินก่อการร้าย สมาชิกของพวกเราเจ๋งอ๊ะยัง? มีความสามารถในการสร้างหรือเอาวัตถุผิดธรรมชาติมาไว้ในการครอบครองแล้วใช้มันสร้างงานศิลป์สำหรับแสดงได้ การแสดงงานศิลป์พวกนี้มักอยู่ในตำแหน่งที่สาธารณชนรับรู้ได้เต็มที่ และส่วนใหญ่แล้วก็มักเป็นอันตรายถึงชีวิตกับคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย แต่ก็ไม่แน่เสมอไป ทุกครั้งพวกมันจะทิ้งข้อความว่า "พวกเราเจ๋งอ๊ะยัง?" ไว้ตรงไหนสักแห่งเสมอ


ราชินีดำ (The Black Queen)

มีข้อมูลที่สามารถสรุปได้น้อยมากเกี่ยวกับบุคคลในความสนใจที่เรียกว่าราชินีดำนี้ เธอใช้ชื่อว่า "อลิสัน เฉา" ซึ่งเป็นชื่อลูกสาวของดร.██████ เกียร์ และ ██████ ███ เฉา ก่อนที่เกียร์จะได้รับเข้ามาในสถาบัน

ราชินีดำนั้นมีความรู้อย่างผิดปกติเกี่ยวกับโครงสร้างกับกิจกรรมของสถาบัน และสิ่งผิดปกติที่ถูกกักกันไว้ สาเหตุของความรู้ผิดปกตินี้ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด แต่ดูเหมือนว่าส่วนหนึ่งนั้นจะได้มาจากวิธีการผิดธรรมชาติ (รวมถึงความเป็นไปได้ของแหล่งข้อมูลจักรวาลพิเศษ) เธอได้ทำให้การรักษาความปลอดภัยของสถาบันรั่วไหลบ่อยครั้งโดยใช้ข้อมูลนี้นอกเหนือไปจากวิธีการผิดธรรมชาติอันเป็นความลับ

มีรายงานที่ขัดแย้งกันถึงกิจกรรมและแรงจูงใจของราชินีดำ (ซึ่งน่าจะเป็นเพราะมีหลายบุคคลหรือข้อมูลลวงที่จงใจปล่อยออกมา) รายงานในระยะแรกนั้นเธอมีบุคลิกที่ชั่วร้าย อำมหิต และชอบการทำลาย รายงานอื่นๆนั้นบ่งบอกว่าเธอธรรมดาหรือนิสัยดี ข่าวสารทั้งหมดบ่งชี้ว่าเธอมีท่าทีคุกคามต่อสถาบัน

มีรายงานว่าราชินีดำนั้นมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มในความสนใจเกือบทั้งหมดที่สถาบันรู้จักเช่นเดียวกับรัฐบาลจำนวนหนึ่งในโลก แหล่งที่ไม่สามารถยืนยันได้อ้งว่าเธอเป็นบุคคลเดียวกับ L.S. ของพวกหัตถ์อสรพิษ และ L.S. นั้นหมายถึง "Little Sister" (น้องสาว) สาเหตุของความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดนี้ปเนไปได้ว่ามาจากการที่ราชินีดำใช้งานหอสมุดของผู้พเนจร

รายงานบ่งชี้ว่ามีผู้ที่เรียกตนเองว่า "ราชินีดำ" อยู่หลายคน ลักษณะและที่มาของบุคคลเหล่านี้ยังไม่สามารถระบุได้


ดิเคออสอินเซอร์เจนซี (The Chaos Insurgency)

กลุ่มที่ทรยศแยกตัวไปจากสถาบันโดยเอา SCPs ที่มีประโยชน์หลายๆ ชิ้นไปด้วย อินเซอร์เจนซีเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีอำนาจทางการเมืองของโลกในระดับสูง โดยนอกจากรวบรวม SCPs แล้วยังสะสมอาวุธและรวบรวมข้อมูลข่าวสารต่างๆ

พวกมันใช้ประชากรในเผด็จการโลกที่สามเหมือนคลาส-D อินเซอร์เจนซีจึงทำให้ประเทศเหล่านั้นอยู่ในภาวะสงครามและยากจนเสมอ เพื่อให้สามารถดำเนินการทดลอง เกณฑ์บุคลากร และดำเนินธุรกิจกับกลุ่มกบฏต่างๆได้

เราแทบไม่รู้ว่าอินเซอร์เจนซีมี SCPs อะไรอยู่ในครอบครองบ้าง เท่าที่รู้ก็คือ "ไม้เท้าของเฮอเมส" ซึ่งสามารถแปลงลักษณะทางกายภาพและเคมีของสิ่งที่มันสัมผัสได้ "กระดิ่งแห่งเอนโทรปี" ซึ่งมีผลด้านการทำลายตามแต่บริเวณที่มันสั่น วัตถุสองอย่างนี้สถาบันได้ทุ่มเททรัพยากรไปไม่น้อยเลยในการเก็บมาและถูกผู้ก่อตั้งของอินเซอร์เจนซีขโมยไป นอกจานั้นก็มี SCP-355 และ SCP-884

ข้อมูลเกี่ยวกับฐานที่มั่นหรือผู้นำของอินเซอร์เจนซีนั้นยังไม่ทราบ มันเป็นองค์กรที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันอย่างโจ่งแจ้งและมีการต่อสู้กันหลายครั้ง ให้บุคลากรทุกคนพร้อมรับมือจากการโจมตี วินาศกรรม หรือสายลับจากอินเซอร์เจนซีที่อาจเกิดขึ้นได้ และให้รายงานผู้บังคับบัญชาหากผู้ร่วมงานมีพฤติกรรมผิดปกติด้วย


ศาสนจักรแห่งเทพผู้แตกหัก (The Church of the Broken God)

หลังการกักกัน SCP-882 ก็มีสมาชิกของศาสนจักรนี้มาเรียกร้องให้สถาบันคืน "หัวใจของพระเจ้า" พวกมันเป็นกลุ่มคลัางศาสนาที่นำโดยโรเบิร์ต บูมาโร ซึ่งเชื่อว่า SCPs หลายๆ ชิ้นเป็นชิ้นส่วนของพระเจ้าที่แตกกระจายหลังการสร้างจักรวาล และเมื่อนำมารวมกันมันก็จะกลายเป็นพระเจ้าอีก หลังจากที่พบกับศาสนจักร ก็ได้พบ SCPs ที่เป็นชิ้นส่วนของพระเจ้าเพิ่มขึ้นอีก SCP-217, SCP-271 และ SCP-1139 นิกายที่อุทิศตนให้ศาสนจักรยังได้สร้าง SCP-808 ขึ้นมา

พวกมันเป็นศัตรูกับเจ้าหน้าที่ของสถาบันอย่างชัดเจน โดยจะตราหน้าเป็น "พวกนอกรีต" และหาทางฆ่าทิ้ง รวมทั้งพยายามทำลายการกักกันบ่อยๆด้วย ไม่ทราบเหมือนกันว่าพวกมันใช้วิธีไหนหาวัตถุ แต่ความแม่นยำของพวกมันก็สูงอย่างน่ากลัวทีเดียว พวกมันยังมีความต้านทานต่อ SCPs ที่มีผลทางจิตอย่างเห็นได้ชัดด้วย โดยเฉพาะการล่อลวงทางจิตของ SCP-882

ศาสนจักรนี้เป็นภัยทั้งต่อสถาบันเองและ SCP อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ใช้กำลังจับกุมหรือกำจัดสมาชิกของศาสนจักรได้ตามความจำเป็น


ด็อกเตอร์วันเดอเทนเมนต์ (Doctor Wondertainment)

ยังไม่ทราบว่าด็อกเตอร์วันเดอเทนเมนต์เป็นบุคคลคนเดียวหรือกลุ่มองค์กร สิ่งที่เราทราบก็คือ มันสามารถสร้างวัตถุหรือสิ่งที่มีคุณสมบัติผิดธรรมชาติแบบของเล่นเด็กได้

คาดว่ามันมีความสัมพันธ์กับเดอะแฟคทอรี แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้


เดอะแฟคทอรี (The Factory)

เราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเดอะแฟคทอรีเลย นอกจากว่ามันสร้างสิ่งผิดธรรมชาติได้ และใช้การผลิตแบบอุตสาหกรรม


ศาสนจักรที่ห้า (The Fifth Church)

เมื่อเทียบศาสนจักรที่ห้ากับศาสนจักรอื่นๆแล้ว มันก็เหมือนเทียบตัวตลกกับคนธรรมดา มันมีความคล้ายคลึงกันอยู่ แต่สิ่งที่ผิดออกไปนั้นถูกเน้นและขยายให้เด่นชัดขึ้นจนคุณไม่อาจชี้ชัดได้ว่าผิดตรงไหนบ้าง…แน่ล่ะว่ามันไม่ได้ตามล่าคุณ แต่มันหมายความว่ายังไง? ทำไมมันอยู่ตรงนั้น? และอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อมันเรียกคุณ? - ดร.█████

ศาสนจักรที่ห้า หรือที่รู้จักในอีกชื่อว่า ศาสนจักรแห่งอันดับห้า หรือ คณะผู้ติดตามแห่งส่วนที่ห้า เป็นองค์กรลับทางศาสนาที่มีความเกี่ยวพันกับอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างลึกซึ้ง แม้จะทำการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง ก่อนยุติลงในปี 2007 ด้วยปฏิบัติการระดับชาติที่เราเรียกว่า ปฏิบัติการสตาร์เกเซอร์ ก็ยังไม่สามารถยืนยันด้านข้อมูลเกี่ยวกับคำสอน พิธีกรรม จำนวนสาวก หรือเป้าหมายของพวกมันได้เลย ถึงจะมีบุคคลสำคัญในรายการผู้ฝีกใฝ่ในลัทธิที่ห้าและต้องสงสัยแล้วมากกว่า 100 คนก็ตาม ต้นกำเนิดของมันดูเหมือนจะอยู่ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 จากหลายๆตำแหน่งในอเมริกาและเอเชีย แม้ข้อมูลบางแหล่งจะระบุถึงเวลาหลายร้อยปีก่อนหน้านั้น

ถึงขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อโดยตรงระหว่างสถาบัน SCP กับศาสนจักรที่ห้า แต่ให้ถือว่าเป็นภัยไว้ก่อน


องค์กรสิ่งลี้ลับทั่วโลก (The Global Occult Coalition: GOC)

องค์กรที่ก่อตั้งหลังสงครามโลกครั้งที่สอง โดยการรวมตัวเป็นกลุ่มของนักไสยศาสตร์ มนุษย์พลังจิต นักบวช และนักวิทยาศาสตร์ จากนาซี โซเวียต และสัมพันธมิตร เมื่อขอบเขตในโลกกว้างขึ้น จำนวนของประเทศที่เกี่ยวข้องกับ GOC ก็เพิ่มมากขึ้นจนมันเป็นอย่างทุกวันนี้

GOC นั้นเป็นเหมือนกลุ่มการเมือง ที่ถือว่าตนเป็นกองกำลังตำรวจในโลกแห่งสิ่งเหนือธรรมชาติ พวกมันมีความภาคภูมิในความสามารถในการทำลายวัตถุผิดธรรมชาติ และใช้เทคโนโลยีไฮเทคที่อยู่ระหว่างการทดลองเท่าที่ทำได้ โดยได้มาจากกลุ่มผู้สนับสนุน มีสิ่งที่อาจเป็น SCPs หลายชิ้นที่ถูก GOC ทำลายก่อนที่สถาบันจะได้เก็บมา

พวกมันทั้งอยู่ฝ่ายเดียวกับสถาบัน และต่อสู้ด้วย ตามแต่เวลา พวกมันไม่พอใจที่สถาบันกักเก็บและใช้งาน SCPs แทนที่จะทำลายทิ้ง GOC นั้นเกรงในพลังของสถาบันพอที่จะเลือกไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย แม้จะมีกรณีน่าสงสัยที่คาดว่าน่าเป็นฝีมือของ GOC อยู่หลายครั้งก็ตาม

เจ้าหน้าที่ของ GOC มักจะถูกทำให้เป็นที่น่าสงใสเสมอ


GRU แผนก "P" (GRU Division "P")

เดิมมีชื่อว่า ЧД АКН ("ChD AKN", หรือคณะกรรมการสิ่งผิดปกติแผนกที่สี่), ก่อตั้งในช่วงต้นปี 1935 ตามคำสั่งของ เจ.วี สตาลิน โดยมีงานแรกคือสืบสวนการฆาตกรรม เอส.เอ็ม คิรอฟ

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง คณะกรรมการได้ปฏิรูปองค์กรตาม GRU เป็น แผนก"P" - ระบบจิตและประสาท โดยมีจุดประสงค์เพื่อตอบโต้ภัยเหนือธรรมชาติจาก หน่วย SS, สมาคมลับของกลุ่มนาซี Ahnenerbe กับ วาติกัน รวมทั้งทำการยึดและศึกษาวัตถุผิดธรรมชาติเพื่อประโยชน์ของสหภาพโซเวียต แผนก "P" ได้คงบทบาทนี้ไว้ตลอดช่วงสงครามเย็น ทำให้การปฏิบัติการของสถาบันในประเทศกลุ่มองค์การคอมมิวนิสต์สากลเป็นไปอย่างยากลำบาก

หลังปี 1991 การปรับโครงสร้างและตัดงบประมาณ รวมทั้งการทิ้งหรือขายทรัพย์สินสำคัญหลายประการทำให้บุคลากรของมันผละออกไป1 และทำให้มีวัตถุที่เคยเป็นของพวกมันหลุดออกไปในตลาดมืด ในขณะนี้ กลุ่มนี้เป็นภัยโดยตรงต่อสถาบันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


คณะละครสัตว์อันอึกทึกของเฮอร์มาน ฟุลเลอร์ (Herman Fuller's Circus of the Disquieting)

คณะละครสัตว์อันอึกทึกของเฮอร์มาน ฟุลเลอร์ อ้างตนเป็นคณะละครสัตว์ที่มีกำเนิดและจุดมุ่งหมายอันผิดธรรมชาติ ในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันถึงการคงอยู่ของกลุ่มนี้ นอกจาคำกล่าวอ้างของ SCPs ที่มีสำนึกและวัตถุซึ่งไม่ผิดปกติที่เสียหายจำนวนหนึ่ง ตัวอย่างวัตถุที่เกี่ยวข้องซึ่งระบุได้ว่าเป็นแบบมนุษย์นั้นจะมีลักษณะทางกายภาพที่ถูกทำให้พิการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น SCP-1884 และ SCP-1860 นอกนั้นแล้วก็เป็นวัตถุศิลป์ตามงานเทศกาลอย่าง SCP-1921 หรือมีณูปลักษณืเป็น 'เครื่องเล่น' ในงาน อย่าง SCP-1956 หรือ SCP-1931 โดยปกติแล้ว วัตถุที่เกี่ยวข้องกับคณะละครสัตว์อันอึกทึกของเฮอร์มาน ฟุลเลอร์จะถูกพบในพื้นที่งานรื่นเริงที่กล่าวว่ามันมา'แสดง'


ดิฮอริซอนอินิทิเอทีฟ (The Horizon Initiative)

ดิฮอริซอนอินิทิเอทีฟก่อตั้งในช่วงปี 1960 โดยนิกายที่ทรงอิทธิพลของศาสนากลุ่มอับราฮัมทั้งสาม (ยูดาย-คริสต์-อิสลาม) เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์เหนือธรรมชาติและกลุ่มที่พวกมันเห็นว่าเป็นภัยซึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้จะยังไม่ทราบวัตถุประสงค์ทั้งหมด ก็รู้กันว่าเดอะฮอริซอนอินิทิเอทีฟนั้นเล็งเป้าหมายไปที่วัตถุ SCPs มีทั้งที่เก็บไปและทำลายทิ้ง ตามแต่ความเชื่อของศาสนาเกี่ยวกับวัตถุนั้นๆ

ดิฮอริซอนอินิทิเอทีฟนั้นนำโดยคณะผู้นำของนิกายซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง แต่ความขัดแย้งภายในองค์กรก็มักทำให้ผู้นำควบคุมได้ไม่เต็มที่ หน่วยรบของ HI โปรเจ็คท์มาลเลอุส นั้นมักออกปฏิบัติการในการกวาดล้างลัทธิไสยศาสตร์หรือเก็บ SCPs

ความสัมพันธ์ของอินิทิเอทีฟกับสถาบันและองค์กรอื่นๆนั้นดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แม้ว่าทุกฝ่ายใน HI จะเห็นศาสนจักรแห่งเทพผู้แตกหัก กับ ศาสนจักรที่ห้า เป็นศัตรูอย่างเต็มที่ (และบางครั้งก็มีการต่อสู้กันด้วยอาวุธ) ความสัมพันธ์กับสถาบันและ GOC นั้นกลับมีตั้งแต่เป็นศัตรูอย่างเปิดเผย จนถึงพร้อมร่วมมือด้วย ขึ้นอยู่กับฝักฝ่ายในองค์กรของบุคคลแต่ละรายไป


สถาบันการกุศลแมนนา (Manna Charitable Foundation)

ก่อตั้งในปี 1971 โดยเป็นกลุ่มบรรเทาทุกข์หลากหลายความเชื่อ เอกสารที่เก็บกลับมานั้นระบุว่าเป้าหมายของสถาบันการกุศลแมนนาก็คือ "แบ่งปันปาฏิหารย์ทั้งมวลของพระเจ้าแก่บุตรตัวน้อยที่สุดของท่าน" พวกมันรวบรวมเงินทุนทางอ้อมผ่านองค์กรการกุศลและกลุ่มศาสนาต่างๆ และบางครั้งก็ได้รับการสนับสนุนอย่างเปิดเผยจากคนร่ำรวยที่ชอบบริจาคหรือสถาบันการศึกษา เป้าหมายของ MCF ก็คือการแจกจ่าย SCPs หรือสิ่งที่เกิดจากพวกมันให้กับพลเมืองในประเทศยากจน หรือพื้นที่ที่ประสพกับสงคราม ความแห้งแล้ง หรือภัยธรรมชาติ

ขณะนี้สหประชาชาติรับรู้ถึง MCF ในฐานะกลุ่ม NGO และรู้กันว่าปฏิบัติการทั้งอย่างถูกต้องและผิดกฏหมายในพื้นที่ที่เป็นอันตรายหรืออยู่นอกเขตอิทธิพลของสถาบัน ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะยังไม่มีอันตรายที่เกิดจาก SCPs ที่ MCF แจกจ่ายให้ประชาชน (และบุคลากรของ MCF ที่ควบคุมตัวได้นั้นก็มักจะมีท่าทีแสวงหาสันติภาพอยู่มาก) การกักกันรั่วไหลที่เกี่ยวกับกลุ่มนี้ก็มักจะทำให้เกิดผู้เสียชีวิต หรือเป็นภัยคุกคามรุนแรงต่อความเชื่อในระดับโลกอันเนื่องมาจากผลอันไม่คาดคิดของวัตถุที่ถูกปล่อยไป รวมทั้งความเชื่อแบบหัวรุนแรงที่ต้องการแจกจ่ายสิ่งที่"มีประโยชน์"ทันทีโดยไม่ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมในระยะยาวของมันก่อน


มาแชล คาเตอร์ แอนด์ดาร์ค จำกัด (Marshall, Carter, and Dark Ltd.)

"คลับ" ที่อยู่ในลอนดอน อังกฤษ เป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าคนมีฐานะซึ่งมีอิทธิพลทางการเมืองและเศรษฐกิจในระดับโลก กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ก่อปัญหาให้กับสถาบันมาก มาแชล คาเตอร์ แอนด์ดาร์ค จำกัดนั้นเป็นที่รู้กันว่าชอบรวบรวมเก็บวัตถุหายาก พร้อมกับให้คำสัญญาของประสพการณ์แสนพิเศษราคาแพงระยับให้แก่สมาชิก

กิจกรรมของพวกมันทำให้ขัดแย้งกับสถาบันอยู่บ่อยครั้ง พวกมันไม่ค่อยใช้กำลัง แต่นิยมใช้อำนาจทางการเมืองและการเงินเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หาต้องลงมือดำเนินการโดยตรง มาแชล คาเตอร์ แอนด์ดาร์คก็จะใช้บริการคนนอก ซึ่งทำให้การเชื่อมโยงผู้ปฏิบัติการกับพวกมันยากมาก

มาแชล คาเตอร์ แอนด์ดาร์คทำให้เกิดการกักกันรั่วไหลบ่อยครั้ง โดยมักใช้เงินหรือการกดดันทางสังคม มีบุคลากรที่ลักลอบเอารายงาน บันทึก หรือแม้แต่วัตถุเองไปให้เพราะถูกล่อด้วยเงินก้อนโต หรือคำขู่จะทำให้ติดคุกเป็นเวลานาน ที่สำคัญ ศูนย์กักกันสองแห่งเคยเกือบถูกเปิดโปงต่อสาธารณชนหลังจากที่สถาบันไม่ยอมให้มาแชล คาเตอร์ แอนด์ดาร์คเข้าถึง

ข้อมูลของมาแชล คาเตอร์ แอนด์ดาร์ค จำกัด ไม่ว่าชื่อของผู้ดูแลหรือรายชื่อสมาชิก นั้นหามาได้ยากมาก เจ้าหน้าที่ที่พบกับสมาชิกของกลุ่มนี้ให้ใช้ประวัติปลอมไว้ และอย่าเปิดเผยความสัมพันธ์กับสถาบันหรือข้อมูลของ SCPs โดยเด็ดขาด


"คนไม่สำคัญ" (Nobody)

มีข้อมูลน้อยมากเกี่ยวกับบุคลล ตัวตน หรือกลุ่มที่เรียกว่า "คนไม่สำคัญ" นี้ มันปรากฏตัวครั้งแรกในปี 1954 และได้พบเห็นอีกในเวลาต่อมาหลายครั้ง แต่ละครั้งจะปรากฏตัวเพียงคนเดียว เป็นชายเชื้อสายคอเคเซียนสวมชุดสีเทากับหมวก เมื่อถามว่าเป็นใคร เขาก็ตอบว่าเป็น "คนไม่สำคัญอะไร" แต่ก็ไม่ทราบว่านี่เป็นคนๆเดียว หรือกลุ่มเจ้าหน้าที่ขององค์กรที่ยังไม่รู้จักกันแน่ เป้าหมายของมันก็ยังไม่ทราบ บางครั้งมันก็ช่วยสถาบัน บางครั้งก็ขัดขวาง ขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการระมัดระวังตัวหากเจอผู้ปฏิบัติการที่เรียกตัวเองว่า "คนไม่สำคัญ" ด้วย


สำนักงานเก็บคืนวัตถุแห่งอิสลาม (Office For The Reclamation of Islamic Artifacts: ORIA)

สำนักงานเก็บคืนวัตถุแห่งอิสลามเป็นกองกำลังทางทหารซึ่งรับคำสั่งโดยตรงจากผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการเก็บรวบรวมและใช้งานวัตถุผิดธรรมชาติในแถบตะวันออกกลางและเอเชียกลาง หลังจากที่กลุ่มปฏิวัติล้มรัฐบาลราชวงศ์อิหร่านในปี 1979 ตามมาด้วยการตั้งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เจ้าหน้าที่ของสถาบันในพื้นที่นั้นถูกไล่ออกมาเนื่องจากเป็น "ตัวแทนของลัทธิล่าอาณานิคม" ความพยายามที่จะคงเจ้าหน้าที่ลับไว้ในประเทศนั้นล้มเหลว เจ้าหน้าที่เกือบทุกคนถูกจับกุมหรือไม่ก็ถูกฆ่าตาย และศูนย์██ ███ กับ ███ ก็ถูกกองทัพอิหร่านยึดไป เพื่อไม่ให้อิหร่านล้าหลังในการวิจัยเรื่องเหนือธรรมชาติ ORIA จึงตั้งขึ้นตามคำสั่งลับของผู้นำสูงสุด โคไมนี ในปี 1981 แม้จะมีชื่อแบบนี้ แต่กลุ่มนี้ก็ไม่ได้จำกัดตัวเองแค่การเก็บวัตถุที่มีต้นกำเนิดมาจากศาสนาอิสลามเท่านั้น

แม้ ORIA จะมีทรัพยากรมาก ความสามารถในการปฏิบัติการของพวกมันก็ลดลงไปด้วยการต่อสู้กันเองของฝักฝ่ายต่างๆในองค์กร บางครั้งความขัดแย้งนี้ก็มาจากแนวคิดที่ต่างกันในการปฏิบัติการ เช่นการใช้วัตถุเป็นอาวุธ ขณะที่บางครั้งก็เป็นเรื่องส่วนตัว การขยายตัวของกลุ่มย่อยต่างๆในองค์กรนั้นดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่จงใจ เพราะโครงสร้างองค์กรของ ORIA นั้นทำให้ผู้บังคับบัญชาหลายตำแหน่งมีอำนาจทับซ้อนกัน คาดว่าเป็นไปเพื่อไม่ให้มีใครสามารถสั่งสมอำนาจได้มากพอจะเป็นภัยต่อผู้นำสูงสุดได้

ด้วยอิทธิพลของอิหร่านที่แผ่เข้าไปทั่วตะวันออกกลางและเอเชียตะวันตก ORIA ก็มีขอบเขตการปฏิบัติการที่กว้างขึ้นด้วย กลายเป็นองค์กรเหนือธรรมชาติที่มีอำนาจที่สุดในแถบตะวันออกกลาง ORIA นั้นถือเป็นศัตรู และให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังตัวอย่างยิ่งยวดเมื่อต้องข้องแวะด้วย


กลุ่มออเนย์รอย (Oneiroi Collective)

สถาบันได้ข้อมูลของกลุ่มออเนย์รอยมาจากการสัมภาษณ์บุคคลที่เคยพบกับพวกมันและสิ่งผิดปกติที่พวกมันทิ้งไว้เท่านั้น ยังไม่ทราบว่ามีบุคคลใดเป็น 'สมาชิก' ของกลุ่ม หรือว่ามันคงอยู่นอกการรับรู้สภาพตวามเป็นจริงของสถาบันโดยสิ้นเชิงกันแน่ นักวิจัยมีทฤษฏีว่ากลุ่มออเนย์รอยอาจเป็นความฝันที่มีสำนึกตัวตนซึ่งส่งความฝันที่ไม่ถาวรมาสู่ความจริงที่ถาวรกว่า

มีข่าวลือว่าพนักงานของสถาบันบางคนเคยถูกมาเยี่ยมในความฝันโดยตัวตนที่อ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของออเนย์รอย บางครั้งพวกมันก็ระบุว่าเป็นตัวตนหนึ่งเดียวและบางครั้งก็มีอยู่มาก เนื้อหาและผลหลังจากนั้นของประสบการณ์นี้เป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจอ่อนล้า ว่ากันว่าบุคลากรหลายคนได้ขอรับการบำบัดลบความทรงจำหลังจากที่ให้สัมภาษณ์แล้ว

ข่าวกรองบ่งบอกว่ากลุ่มในความสนใจอื่นๆก็มีบันทึกถึงพวกมัน ซึ่งโดยทั่วไปก็อยู่ในระดับเดียวกับที่มีปฏิสัมพันธ์กับสถาบัน กลุ่มออเนย์รอยนั้นดูเหมือนจะสามารถติดต่อได้แม้แต่ตัวตนที่มีความโดดเดี่ยวสูง (เช่น ไร้ตัวตน) ยังไม่ทราบความต้องการของออเนย์รอยและก็เป็นที่ถกเถียงกันว่าพวกมันมีความปราถนาหรือเป้าหมายใดๆที่ต้องการหรือไม่

เอกสารที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มออเนย์รอยนั้นรวมถึง SCP-2805, SCP-2028 และ SCP-2272


บริษัทพรอมเมธีอุสแล็บ (Prometheus Labs, Inc.)

ก่อตั้งโดย██████ ██████ ในปี 1982 เป็นบริษัทเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์พัฒนาที่ตั้งอยู่ใน [ข้อมูลปกปิด] ซึ่งตลอดช่วงเวลาหลายปีนั้นได้สร้างวัตถุผิดธรรมชาติที่สามารถนำมาขายได้ออกมาจำนวนหนึ่ง

พรอมเมธีอุสแล็บเป็นองค์กรธุรกิจที่อ้างว่า "พัฒนาเทคโนโลยีและเครื่องมือที่จะช่วยให้มนุษยชาติฟันฝ่าไปในพรหมแดนแห่งโลกเหนือธรรมชาติ" แม้จะไม่ใช่ภัยคุกคามโดยตรง แต่พรอมเมธีอุสแล็บก็ค่อนข้างเลินเล่อต่อการทำงานของตนเอง และไม่ยอมรับฟังข้อเสนอของสถาบันในการใช้มาตรการกักกันพิเศษกับวัตถุที่จำเป็น

วันที่ 01/09/98 หนึ่งในโครงการของพรอมเมธีอุสแล็บ [ข้อมูลปกปิด] ทำให้สำนักงานหลักถูกทำลาย สถาบันได้เข้าเก็บกวาดพื้นที่ในภายหลังและได้เก็บกู้ผลิตภัณฑ์กับผู้รอดชีวิตมาจำนวนหนึ่ง ผลิตภัณฑ์ถูกจัดให้เป็น SCPs และผู้รอดชีวิตก็ได้รับการโอนมาเป็นบุคลากรของสถาบัน ขณะนี้สถาบันกำลังหาทางติดต่อกับสาขาย่อยและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรอมเมธีอุสแล็บอยู่


ลัทธิซาร์คิค (Sarkic Cults)

ลัทธิซาร์คิคเป็นศาสนา/ระบอบปรัชญาซึ่งรวมเอาวิถี ความเชื่อ และพิธีกรรมซึ่งส่วนใหญ่แล้วมีรากฐานจากคำสอนซึ่งยกให้กับ “แกรนด์คาร์ซิสต์ไอออน” ผู้ก่อตั้งซึ่งนับถือเป็นเหมือนพระเจ้า พิธีกรรมที่ประกอบนั้นมีการกินเนื้อมนุษย์ การบูชายัญมนุษย์ การดัดแปลงร่างกาย เวทมนตร์ และการควบคุมมิติ เป็นความลับมาก โดยทั่วไปนั้นดูเหมือนจะไม่มีการรับรู้โดยตรงถึงการคงอยู่ของพวกมันเลย ข้อยกเว้นหนึ่งนั้นก็คือพวกเทพผู้แตกหักซึ่งมองพวกมันเป็นเหมือนความหายนะ การควบคุมอีนทรีย์นั้นทำให้สาวกซาร์คิคบางคนกลายเป็นสิ่งที่ผิดปกติซึ่งหลุดพ้นไปจากข้อจำกัดทางกายภาพของมนุษย์ โรคนั้นถูกมองอย่างเคารพและวิหารของซาร์คิคที่พบนั้นก็มีของถวายเป็นต่อมน้ำเหลืองที่บวมโตกับเนื้องอก ลัทธิซาร์คิคนั้นถือว่าโรคติดต่อเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีไว้เพื่อ"คัดผู้อ่อนแอ"และชำระล้างมวลชน จึงได้พยายามทำให้มันแพร่ออกไปอย่างต่อเนื่อง

สถาบันได้แบ่งลัทธิซาร์คิคที่รู้จักออกเป็นสองกลุ่ม โปรโตซาร์คิค และ นีโอซาร์คิค ลัทธิโปรโตซาร์คิคนั้นพบได้ในชุมชนเดี่ยวทั่วไปในพื้นที่โดดเดี่ยวของยูเรเซีย สาวกของมันมักจะยากจน (แต่พึ่งพาตัวเอง) และมีท่าทีคุกคามต่อคนนอก กลุ่มนี้จะชิงชังความเป็นสมัยใหม่ แสดงอาการหวาดกลัวเทคโนโลยีขั้นรุนแรง และถูกผูกมัดด้วยความเชื่อและจารีต ในทางตรงกันข้าม ลัทธินีโอซาร์คิคนั้นมีความเป็นสากล ยอมรับความเป็นสมัยใหม่อย่างเปิดเผยและดูเหมือนจะไม่มีความหวาดหวั่นต่อเทคโนโลยี ชีวิตที่เปิดเผยต่อสาธารณะนั้นมีความแตกต่างจากคนอื่นๆในฐานะและวัฒนธรรมเดียวกันเพียงเล็กน้อย พวกนี้มักเป็นตระกูลที่มีฐานะซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และเรื่องอื้อฉาว

ที่สุดแล้ว เชื่อว่าสถาบันยังรู้จักลัทธิซาร์คิคเพียงส่วนหนึ่งจากที่มันเป็นและความประสงค์ของสาวกเท่านั้น จากข้อมูลที่มีอยู่ คาดว่าเป้าหมายของลัทธิซาร์คิคจะเป็นการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจระดับ SK รวมถึงความเป็นไปได้ของสถานการสิ้นโลกระดับ XK


หัตถ์อสรพิษ (The Serpent's Hand)

หัตถ์อสรพิษเป็นกลุ่มองค์กรขนาดเล็กแต่อันตรายมาก ซึ่งทำให้เกิดการกักกันรั่วไหลหลายครั้ง ได้พบกับบุคคลในกลุ่มอย่างน้อยสามคน โดยทั้งหมดได้ใช้งานสิ่งที่อาจจะเป็นหรือยืนยันได้แล้วว่าเป็นวัตถุผิดธรรมชาติในการลักลอบเข้ามา (ซึ่งมี SCP-268 ที่ถูกขโมยไปจากสถาบันด้วย ซึ่งสถาบันก็เก็บมาจากการกวาดล้างฐานของเคออสอินเซอร์เจนซีอีกที) ไม่ทราบว่าพวกมันมีสมาชิกอยู่เท่าไหร่ รวมทั้งเรื่องระดับเทคโนโลยี จำนวน SCPs ที่มี หรือระดับภัยคุกคามโดยรวม แต่แน่ชัดว่าพวกมันมีความร่วมมือกันอย่างดีและเป็นอันตรายมาก ตัวผู้นำนั้นคือบุคคลที่เรียกกันว่า เอล.เอส ซึ่งคาดว่าเป็นผู้ที่ทำให้เกิดการกักกันรั่วไหลสองครั้งด้วยตัวเอง

สถาบันรู้ข้อมูลเกี่ยวกับหัตถ์อสรพิษน้อยมาก และส่วนที่รู้นั้นเกือบทั้งหมดก็เป็นข้อมูลที่หลุดมาจากฝ่ายข่าวกรองของ GOC พวกมันดูเหมือนจะยอมรับการคงอยู่และใช้งานของวัตถุเหนือธรรมชาติ โดยเฉพาะ SCPs แบบมนุษย์และมีสำนึก พวกหัตถ์อสรพิษตำหนิมาตรการและการทำลาย SCPs พวกนี้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะ SCPs มนุษย์ที่ไม่มีอันตรายนัก

พวกมันดูเหมือนจะมีศูนย์กลางอยู่ที่สถานที่เหนือธรรมชาติที่เรียกว่า เดอะไลบรารี อาคารที่สามารถเข้าถึงได้ทางประตูซึ่งมีอยู่ในที่ต่างๆทั่วโลก การโจมตีเดอะไลบรารีโดยตรงนั้นไม่สามารถกระทำได้แม้จะสามารถหาทางเข้าได้แล้ว แต่การสืบสวนเบื้องต้นนั้นบ่งชี้ว่าพวกหัตถ์อสรพิษก็ไม่ค่อยเข้าใจและควบคุมที่นั่นไม่ได้เหมือนกัน

พวกมันมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับกับเคออสอินเซอร์เจนซีและ ORIA นัก รวมทั้งเป็นศัตรูตัวฉกาจกับ GOC กรณีของหัตถ์อสรพิษที่ใช้ความรุนแรงกับอีกฝ่ายก่อนล้วนแต่เป็นกับ GOC ทั้งนั้น

ดูเหมือนว่าสถานที่ผิดปกติของหัตถ์อสรพิษที่เรียกว่า "เดอะไลบารี่" นั้นสามารถเข้าถึงได้ในทุกส่วนต่างๆของโลก ความพยายามบุกรุกเข้าไปในนั้นพิสูจน์แล้วว่าไม่มีทางทำได้แม้ขณะที่พบกับทางเข้านั้น อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าหน่วยลับได้เข้าใจบางอย่างหรือควบคุมมันได้


แผนกเหตุการณ์ผิดปกติ กรมสืบสวนคดีพิเศษ (Unusual Incidents Unit (UIU), Federal Bureau of Investigation)

มักถูกกลุ่มที่ใหญ่กว่าใน FBI เรียกล้อว่า "เอ็ก-ไฟล์" (ตามรายการโทรทัศน์ที่แสดงนำโดยเดวิด ดูคอฟนีย์ และกิลเลียน แอนเดอสัน) UIU นั้นถูกตั้งขึ้นหลังการกักกัน SCP-███ ล้มเหลว ทำให้เรื่องเหนือธรรมชาติเป็นที่รับรู้ของสาธารณะ แม้ว่าต่อมาจะถูกกลบเกลื่อนว่าเป็น████ █████████ █████████ การผลักดันที่เกี่ยวข้องกับ HR██████ โดยโฆษก ███████ ██████ จาก██ (███) ก็ทำให้มีความจำเป็นในการจัดตั้งแผนกพิเศษของ FBI ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการตอบสนองต่อเหตุการณ์และคดีผิดธรรมชาติอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการให้ ██████ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการของ FBI ในขณะนั้นคัดค้านจะทำให้เป็นที่ต้องสงสัย จึงได้ก่อตั้ง UIU ในวันที่ ██-██-████เพื่อ"ศึกษาและตอบสนองต่อเหตุการณ์ผิดปกติ"

สมาชิกของ UIU นั้นมักมีเจตนาดี แต่การขาดแคลนทรัพยากรและการฝึกฝนทำให้ปฏิบัติการบกพร่องบ่อยครั้ง การรับบุคลากรจาก UIU ในช่วงแรกนั้นล้มเหลวอย่างน่าอาย เพระา UIU นั้นถือเป็นสายงานที่ตันแล้ว แผนก UIU จึงเป็นที่รวมตัวของFBIที่ต่ำที่สุด คนที่อาสาไปเข้า UIU เองนั้นมีน้อยมาก พวกที่ไปก็มักเป็นคนงมงายหรือหลอกได้ง่ายมากอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ การดึงตัวบุคลากรจาก UIU นั้นให้ถือเป็นระดับเดียวเกับเจ้าหน้าที่FBIทั่วๆไป

หาก UIU ได้ SCPs ของจริงไป ให้บุคลากรของ SCP ติดต่อผู้ช่วยผู้อำนวยการ███████ ที่██████████, ██ เพื่อสับเปลี่ยนกับของปลอมและเก็บมา ขอแนะให้ใช้ชุดปกปิดสถานะแบบมาตรฐาน "แมนอินแบล็ค" ในปฏิบัติการนี้ และในกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ของ UIU ปฏิบัติการในพื้นที่เดียวกับสถาบัน

เจ้าหน้าที่ FBI ของ UIU เคยต่อสู้กับสำนักงานเก็บคืนวัตถุแห่งอิสลามมาแล้ว ตามที่มีรายละเอียดใน████████ จากรายงานของคณะกรรมการโบวี


Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License