ความคิดเห็นล่าสุด
จากหมวดหมู่:
page 1123...next »

https://scp-wiki.wikidot.com/fragment:scp-5552-8/noredirect/true

วัตถุ#: SCP-5552

ระดับ: Safe

มาตรการจัดเก็บพิเศษ: ตัวอย่างของ SCP-5552 ทั้งหมดจะต้องอยู่ในสถานะระดับ 4

รายละเอียด: SCP-5552 อ้างถึงชุดเอกสาร 6 ฉบับที่ปรากฏในฐานข้อมูลของไซต์-72 เมื่อวันที่ 14/04/2020 ดูเหมือนว่าเอกสารทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับ SCP-5552 ซึ่งเป็นช่อง SCP ที่ไม่ได้ถูกลงทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้

ตัวเอกสารเองไม่ได้แสดงคุณสมบัติผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดถูกแท็กด้วยการประทับเวลาอัปโหลดเป็น 13:43:28 น. ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ ดร.นามาน คุปตะ เริ่มปาฐกถาเรื่อง"ทฤษฎีที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลาแบบสองทิศทาง"ในการประชุมวิชาการฟิสิกส์นานาชาติ ครั้งที่ 6

การสอบสวนได้ถูกเริ่มไปที่ปรากฏการณ์ผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับ SCP-5552 อย่างไรก็ตามไม่พบหลักฐานที่แน่ชัดเพื่อยืนยันรายละเอียดภายในเอกสารเหล่านี้ บุคคลที่ถูกกล่าวถึงใน SCP-5552 นั้นจะไม่ได้รับแจ้งหรือสอบถามโดยตรงเกี่ยวกับเนื้อหาของ SCP-5552 เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดด้านความต่อเนื่องของเวลาที่อาจเกิดขึ้นได้ คุณสมบัติผิดปกติหลักของเอกสารเหล่านี้คือการปรากฏตัวที่ไม่สามารถอธิบายได้ภายในฐานข้อมูลของไซต์-72

ภาคผนวก SCP-5552-1: เมื่อวันที่ 02/05/2020 ดาวเทียมของสถาบันตรวจพบการรบกวนทางการมองเห็นครั้งใหญ่ในเมืองนูนาวุต ประเทศแคนาดา พื้นที่ยี่สิบเอเคอร์กลายเป็นสีดำสนิท รวมทั้งพืชและสัตว์ทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นด้วย บุคลากรของสถาบันถูกส่งไปที่พื้นที่ ด้านล่างเป็นสำเนารายงานของพวกเขา แหล่งข้อมูลจาก GOC แจ้งสถาบันว่านี่เป็นผลมาจากความล้มเหลวครั้งใหญ่ในระหว่างการพยายามที่จะเข้าใจถึงงานวิจัยของดร.นามาน คุปตะ จากผลลัพธ์ของการพัฒนานี้ ดร.อลัน กรีนจึงได้รับคำสั่งให้ทำการสอบสวน SCP-5552 อีกครั้ง ด้านล่างนี้คือบทสัมภาษณ์ของดร.กรีนกับดร.ซินดี้ เฮล์มมันที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 06/05/2020 โดยใช้ข้ออ้างว่าเป็นประชุมหลังจบโครงการ CHRONUS ของเธอ:

กรีน: สวัสดี ซินดี้
เฮล์มมัน: เฮ้ อลัน…
กรีน: ผมเข้าใจว่ามันยากนะ กับการที่ต้องสูญเสียโครงการและทุกสิ่งไป มาสัมภาษณ์สรุปนี้ให้จบไปเร็วๆกันเถอะ
เฮล์มมัน: ดูจะช้าไปหน่อยนะ พวกเขามอบงานใหม่ให้ฉันตั้งแต่สองสัปดาห์ก่อนแล้ว
กรีน: ก็ใช่ แต่เธอรู้ว่าระบบที่นี่มันเป็นยังไง
เฮล์มมัน: จะอะไรก็ช่างเถอะ ยังไงมันก็แทบไม่มีเนื้อหาอะไรให้สรุปอยู่แล้ว คุยกันต่อเถอะ
กรีน: คำว่า"เฉา"คุ้นๆกับเธอบ้างไหม?
เฮล์มมัน: ไม่เลย
กรีน: แล้ว"ท่อของเวนเดล"ล่ะ?
เฮล์มมัน: ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ฉันควรจะต้องรู้เหรอ?
กรีน: ไม่จำเป็นหรอก ไม่ต้องกังวล แล้วคราวนี้เธอรู้จักดร.นามาน คุปตะไหม?
เฮล์มมัน: รู้จัก เขาเป็นผู้เขียนหลักในบทความของ GOC เกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลา
กรีน: เคยเจอดร.คุปตะบ้างไหม?
เฮล์มมัน: เอ่อ ไม่เคยเลย เอาจริงๆ ฉันยังเคยไม่ได้เห็นการพูดของเขาด้วยซ้ำ
กรีน: ไม่เห็นจะเข้าใจเลยแฮะ
เฮล์มมันสูดจมูก
เฮล์มมัน: เขา เอ่อ เขาตายแล้วใช่ไหม?
กรีน: ใช่ เขาตายแล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้นตอนเขากำลังทดสอบไทม์แมชชีนของเขา
เฮล์มมัน: หา
เฮล์มมันสูดจมูกอีกครั้ง และเช็ดดวงตาของเธอ
กรีน: เป็นอะไรไหม ซินดี้?
เฮล์มมัน: ฉันไม่เข้าใจ
กรีน: ไม่เข้าใจอะไรเหรอครับ?
เฮล์มมันเช็ดดวงตาของเธออีกครั้ง
เฮล์มมัน: ฉันกำลังร้องไห้ อลัน ทำไมฉันถึงร้องไห้ออกมาล่ะ?
กรีนเดินไปอีกฝั่งของโต๊ะและโอบแขนของเฮล์มมันเอาไว้
กรีน: ผมมีทฤษฎีอยู่นะ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะสำคัญหรอก ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จำเป็นจะต้องมีการอธิบายเสมอไป

https://scp-wiki.wikidot.com/fragment:scp-5552-7/noredirect/true

วัตถุ#: SCP-5552

ระดับ: Keter

มาตรการจัดเก็บพิเศษ: ช่างแม่งสิวะ

ผมผิดเอง

ทุกอย่างมันแย่ลงทุกครั้งที่ผมมาถึง

ผมขับรถไปที่ไซต์-72 ด้านใต้ทั้งหมดของอาคารได้สลายกลายเป็นคราบสสารสีดำแล้ว มียามเล็กน้อยอยู่ข้างหน้าเพื่อกันพลเรือนออกไป แต่นอกจากพวกเขาแล้ว พื้นที่ทั้งหมดก็ว่างเปล่า พวกเขาให้ผมกลับเข้าไป "เอาของของผมออกมา"

เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้โครงการ CHRONUS ดำเนินการเร็วกว่าครั้งที่แล้ว ไทม์แมชชีนเกือบจะเสร็จแล้ว เราสร้างกำแพงขึ้นใหม่จากวัสดุที่อ่อนนุ่มที่เราพบที่ GOC…สักเมื่อ6เส้นเวลาก่อนล่ะมั้ง?

ที่โรงอาหารยังมีอาหารอยู่ ผมว่าจะอยู่ที่นี่ไปอีกสักพัก สถานที่นี้ยังคงมีพลังงานอยู่ อาจเป็นเพราะว่าสถาบันไม่ต้องการเสี่ยงและปล่อยให้บางสิ่งบางอย่างซึ่งพวกเขาอาจลืมเอาออกไปด้วยหลบหนีไปจากที่นี่

ผมหยุดทำงานไม่ได้ ผมจำเป็นต้องแก้ไขทฤษฎีของผม แล้วตอนนั้นผมก็จะแก้ไขทุกสิ่งทุกอย่าง


ในตอนนี้ความคืบหน้าไปช้าลงมาก ผมไม่คิดว่าผมสามารถทำให้แบบจำลองเหล่านี้ทำงานได้แบบที่ซินดี้ทำ

ผมได้อ่านรายงานการเหี่ยวเฉาในส่วนอื่นๆของโลก ดินแดนที่ทอดยาวในฝรั่งเศส เมืองสองเมืองในประเทศไทย และยอดเขาเคทูทั้งหมดหายไป ผมกลัวว่าครั้งต่อไปที่ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง ผมจะเห็นพื้นดินที่ไหม้เกรียมและต้นไม้ที่พังทลายแทนที่จะได้เห็นป่าหลังไซต์-72

ผนังอ่อนที่นี่ดูเหมาะสมดี ผมคิดว่ามันอาจจะมีวัสดุบางอย่างที่ทนต่อการเหี่ยวเฉา แต่จริงๆแล้วมันทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในโรงพยาบาลบ้าเลย สิ่งที่ผมขาดไปก็แค่เสื้อรัดแขนสำหรับคนบ้าเท่านั้นเอง


ทฤษฎี"อันดับ"ของผมล้มเหลวไม่เป็นท่า และก็ไม่ใช่ว่าผมทำให้แบบจำลองมันทำงานได้แล้วหรอกนะ นาฬิกาพกของผมเหี่ยวเฉาแล้ว ผมพกมันมาตั้งแต่อายุสิบหกตอนที่ปู่มอบมันให้ และตอนนี้มันก็เป็นแค่ฝุ่นสีดำ

ผมกลับมาที่ทางตันอีกแล้ว ไม่มีทฤษฎีอะไรทั้งนั้น ไม่มีแบบจำลองใดๆ ไม่มีแม้แต่ใครสักคนให้ถกความคิดกัน ผมทำได้แต่พูดกับตัวเองเพื่อดึงเอาความคิดออกมาจากหัว แต่มันก็ทำได้แค่นั้นล่ะ

มันตลกดีนะ เพราะนาฬิกาที่นี้หยุดทำงานไปตั้งแต่เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน อุปกรณ์บอกเวลาที่เชื่อถือได้เพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่คือคอมพิวเตอร์ของผม และเอาตามจริงผมเริ่มสงสัยว่าเขตเวลาของมันเพี้ยนด้วย


ผมลองค้นชื่อ"โจนาธาน เวนเดล"ในกูเกิลดู ส่วนใหญ่ที่ผมอ่านมันทำให้ผมโกรธ จบปริญญาเอกจากสแตนฟอร์ด สาขาฟิสิกส์เชิงทฤษฎี ดำรงตำแหน่งที่ CalTech เป็นผู้นำโครงการร่วมกับอ็อกซ์ฟอร์ดเรื่องการเดินทางข้ามเวลา ตีพิมพ์บทความอลายอย่าง ถูกพูดถึงอีกมากมาย

แต่แล้วผมก็เริ่มอ่านเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเขา ปรากฎว่า เขาไม่ได้เลี้ยงหมา

ถ้าอย่างนั้นเขาเอาชื่อ"เฉา"มาจากไหนล่ะ? ผมเอาชื่อมาจากเขา แต่เขาเอามาจากไหนล่ะ?

ผมว่า ผมมีทฤษฎีแล้วล่ะ ที่ผมเก่งก็มีแค่เรื่องการตั้งทฤษฎีนี่ล่ะ ผมใช้คำว่า"เหี่ยวเฉา"เพื่ออธิบายกระบวนการสร้างความไม่เสถียร มันเป็นเพียงคำอธิบายที่ถูกต้องสำหรับปรากฏการณ์นี้ "เฉา" ทุกอย่างเปลี่ยนเป็นสีดำแล้วพังทลาย ราวกับดอกไม้ในฤดูหนาว ที่เหี่ยวเฉา

ผมจำได้ว่าซินดี้ต้องการย้อนเวลากลับไปและทำทุกอย่างใหม่อีกครั้ง เธอต้องการถีบส่งผมออกจากโครงการ ลบความทรงจำ แล้วก็แก้ปัญหาด้วยตัวเอง เป็นความคิดที่ฉลาดนะ ทำทุกอย่างให้เป็นแบบที่ต้องการแล้วลืมไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป จะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ด้วยตัวเอง

จะเป็นอย่างไรถ้าผมเคยเห็นทั้งหมดนี้มาก่อนแล้ว?

จะเป็นอย่างไรถ้าซินดี้เคยเห็นทั้งหมดนี้มาก่อนแล้ว?

ถ้าเกิดทางเดียวที่จะหยุดมัน คือการหยุดไม่ให้เราคิดค้นการเดินทางข้ามเวลามาตั้งแต่ต้นล่ะ?

พวกเราย้อนกลับไป มอบงานวิจัยของพวกเราให้เวนเดลแต่ไม่ใช่ตัวเลขที่ถูกต้อง เขาจะตีพิมพ์งานก่อน แล้วค่อยตายก่อนตอนที่เขาสร้างเครื่องจักร พวกเราจะได้คิดว่าทฤษฎีมันผิด พวกเราจะได้หยุด

พระเจ้า พวกเราฉลาดกว่าที่ตัวเองคิดแล้วล่ะ แต่ผมพิสูจน์มันไม่ได้ พิสูจน์เชี่ยอะไรไม่ได้เลย บางทีเขาอาจจะไม่มีหมาในเส้นเวลานี้ก็จริงแต่อาจจะมีในเส้นเวลาอื่นก็ได้ หรือบางทีเขาอาจจะคิดชื่อนี้ขึ้นมาได้เองโดยบังเอิญ สุดท้ายมันก็เป็นแค่ทฤษฎี ก็แค่อีกหนึ่งทฤษฎีที่ไร้ประโยชน์


ผมคิดถึงซินดี้


ผมเกลียดสิ่งนี้ ผมไม่มีอะไรเลย พอผมใกล้จะคิดอะไรออกมันก็หลุดลอยออกไปจนทำให้ผมคิดอะไรไม่ออกอีกครั้ง ผมอยู่ที่นี่มานานเกินไปแล้ว ผมเอาหัวโขกกำแพง แต่มันก็ไม่รู้สึกอะไรเลยเพราะมันนิ่ม มันต้องมีเหตุผล ผมสามารถย้อนเวลากลับไปได้จริงๆแต่ก็ยังอธิบายอยู่ดีไม่ได้ว่าทำไม นาสมเพชชะมัด

ผมไม่ชินเลยที่ต้องทำเจ้านี่ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ว่าผมจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยตัวเองสักหน่อย เดิมทีมันเป็นทฤษฎีของพวกเรานี่นา มันต้องใช้เราสองคนในการแก้ปัญหา

บางทีนั่นคงเป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น บางทีทฤษฎีนี้กำลังล้อเลียนผมที่พยายามจะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ให้ผมวิ่งอยู่ในเขาวงกตที่ไร้ทางออก

เป็นเรื่องงี่เง่าสำหรับเราที่คิดว่าจะสามารถย้อนเวลากลับไปได้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม? ที่เราจะสามารถทำสิ่งที่ไม่มีใครทำได้ บางทีสิ่งต่างๆอาจจะดีขึ้นถ้าไม่มีทฤษฎีของพวกเรา

รู้ไหม มันก็ฟังดูไม่เลวนะ ยังไงผมก็แทบไม่มีอะไรให้เสียอยู่แล้ว

เอกสาร 6/6

https://scp-wiki.wikidot.com/fragment:scp-5552-6/noredirect/true

วัตถุ#: SCP-5552

ระดับ: Euclid

มาตรการจัดเก็บพิเศษ: ดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับการรักษาเสถียรภาพของอนุภาคที่ได้รับผลกระทบจาก SCP-5552 ต่อไป

รายละเอียด: SCP-5552 หมายถึงอันดับของอนุภาค อันดับคือดัชนีที่บ่งชี้ว่าตำแหน่ง ความเร็ว และการหมุนของอนุภาคสามารถทำนายจากสถานะของจักรวาลในช่วงเวลาที่เกิดบิกแบงได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากสถานะของอนุภาคแต่ละตัวได้รับอิทธิพลจากการชนกับอนุภาคที่อยู่ใกล้เคียง ดังนั้นการเข้ามาอนุภาคที่มีอันดับต่ำจะส่งผลให้อันดับของระบบทั้งหมดลดลง

โครงสร้างมหภาคที่มีอันดับต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดจะสูญเสียความเสถียรชั่วคราว การขาดความเสถียรนี้ส่งผลให้เกิดการแตกหักและการจัดเรียงใหม่ของพันธะระหว่างอนุภาคเพื่อให้สามารถยึดกับตำแหน่งปัจจุบันและวิถีโคจรไปตามแกนชั่วขณะ สิ่งนี้แสดงให้เห็นในการสร้างสารที่เป็นผงสีดำซึ่งใช้พื้นที่เดียวกันกับโครงสร้างในขณะที่สูญเสียความเสถียร แต่มันจะยุบตัวเป็นของเหลวเมื่อถูกรบกวน การเปลี่ยนแปลงนี้เรียกว่า "เหี่ยวเฉา"

อัปเดตวันที่ 16/04/2018: วันนี้ผมจะไปเสนอสิ่งนี้กับซินดี้ แต่ดูเหมือนว่าระแวกบ้านของเธอจะเหี่ยวเฉาไปเมื่อคืนนี้ บ้าน 46 หลัง ผู้เสียชีวิต 166 คน สถาบันปิดข่าวว่ามันเกิดจากเหตุไฟไหม้

ผมเดาว่านี่หมายความว่าผมต้องรับผิดชอบโครงการ CHRONUS อีกครั้ง แต่ว่าในครั้งนี้ผมไม่อยากรีบร้อนแล้ว ถึงผมจะเอาแต่ย้อนเวลากลับไปในอดีตมาตลอดก็เถอะแต่มันไม่ใช่กับครั้งนี้ คราวนี้ผมรอจนกว่าจะรู้ว่าทฤษฎีของผมมันได้ผล แต่ผมว่าผมสามารถคิดมันออกได้ มีบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งนี้ที่รู้สึกได้เลยว่า…มันใช่

อัปเดตวันที่ 03/05/2018: ในที่สุดผมก็พร้อมที่จะเริ่มสร้างแบบจำลองแล้ว ผมคิดทฤษฎีโดยได้ความช่วยเหลือจากดร.กรีน เขาไม่พบสิ่งผิดปกติในทันที แต่สิ่งที่เขาเชี่ยวชาญคือเรื่องการรบกวนความเป็นจริงทั่วไป ดังนั้นนี่ก็ไม่ใช่สาขาถนัดของเขา อันที่จริง ผมก็ไม่คิดว่าจะมีใครที่นี่ที่เชี่ยวชาญในสาขานี้หรอก แต่ก็ใช่ มีซินดี้ที่เคยเป็นผู้เชี่ยวชาญอยู่

แต่ยังไงผมก็พร้อมที่จะเริ่มประกอบโมเดลเข้าด้วยกันแล้ว หากจะมีจุดไหนสักแห่งที่ทฤษฎีของผมผิดพลาด มันก็อยู่ที่จุดนี้ล่ะ

อัปเดตวันที่ 18/06/2018: ปีกทางเหนือของไซต์-72 เหี่ยวเฉาในวันนี้ โชคดีที่ไม่มีอุปกรณ์ของผมเก็บไว้ที่นั่น แต่ยังไงพวกเขาก็กำลังย้ายทุกคนไปที่ไซต์-53 พวกเขาให้ห้องทำงานเดิมกับที่ให้เมื่อครั้งที่แล้วด้วย

ตอนนี้ผมกำลังจะเริ่มสร้าง BTTD ผมไม่ต้องการที่จะพลาดเผื่อที่นี่จะเหี่ยวเฉาไปด้วย

อัปเดตวันที่ 23/07/2018: ผมไม่มีความคืบหน้าเลย ไม่มีเชี้ยอะไรเลย ซอฟต์แวร์สร้างแบบจำลองที่ซินดี้ใช้แม่งโคตรน่าปวดหัว ทุกครั้งที่มีข้อความแสดงข้อผิดพลาดหนึ่งข้อความขึ้นมาแม่งก็จะมีอีกอันตามมา หรือผมก็จะได้รู้ว่าคิดสมการผิด

อัปเดตวันที่ 02/09/2018: ผมคิดเรื่องนี้มาซักพักแล้ว… ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงยังไม่เหี่ยวเฉา อันที่จริงผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมผมถึงไม่เฉาในตอนที่ผมเปิดใช้งานไทม์แมชชีน ทุกสิ่งรอบตัวดูเหมือนจะพังทลาย แต่ผมก็ยังสบายดี ทำไมผมถึงไม่เป็นอะไรล่ะ? ผมไม่ควรจะไม่เป็นอะไร

บางทีแบบจำลองอาจจะให้ข้อมูลเชิงลึกแก่ผมได้บ้าง ผมได้ดร.กรีนช่วยทำให้โมเดลทำงาน ตอนนี้ทั้งหมดที่ผมต้องทำคือเล่นกับพารามิเตอร์ต่างๆ จนกว่าจะได้คำตอบว่าอะไรที่ทำให้ทฤษฎีนี้ใช้งานได้

อัปเดตวันที่ 26/09/2018: ผมไม่เข้าใจเลยว่าซินดี้ทำมันได้ยังไง มันมีค่าคงที่ตั้งมากมาย ผมเอาบันทึกย่อของเธอมาดู แล้วมันก็ไม่เห็นจะสมเหตุสมผลเลย เธอขจัดความเป็นไปได้มากมายได้อย่างรวดเร็ว เหมือนกับเป็นงานศิลปะบางอย่างที่ผมไม่สามารถทำความเข้าใจได้ เธอถนัดเรื่องนี้มาก

อัปเดตวันที่ 08/10/2018: ผมว่าผมรู้แล้วว่าทำไมผมถึงยังเสถียรอยู่… มีตัวแปรเดียวเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงระหว่างการวนซ้ำแต่ละครั้ง มันก็คือตัวผม มันหมายความว่าผมควรจะเป็นสิ่งที่เหี่ยวเฉา ผมควรจะเป็นสิ่งที่แหลกสลาย เสียความเสถียรภาพ แตกออกเป็นโคลนของกลุ่มอนุภาค แต่ถ้าอันดับของผมมาพร้อมกับการข้ามเวลาก่อนหน้านี้ล่ะ? อะไรจะเกิดขึ้นถ้าผมยังคงอยู่ได้ด้วยอันดับจากเส้นเวลาเดิมของผมล่ะ?

แต่ถ้าทุกอย่างในเส้นเวลาใดๆควรมีอันดับที่เสถียร และผมยังคงมีอันดับที่เสถียรแล้ว… การเหี่ยวเฉามันก็ต้องเริ่มจากผมสิ ผมเป็นคนทำลายเสถียรภาพของเส้นเวลานี้ พอได้เขียนถึงได้รู้ว่ามันงี่เง่าขนาดไหน ทุกอย่างมันเป็นเพราะผม มันเป็นความผิดของผมชัดเจน แน่นอนว่าผมนี่แหละคือสาเหตุที่ซินดี้ต้องกลายเป็นกองขี้เถ้าทุกครั้งที่ผมพยายามแก้ไขทุกอย่าง

อัปเดตวันที่ 01/12/2018: ช่างแม่งแล้ว ผมไม่สามารถทำให้แบบจำลองทำงานได้ พวกเขาสร้าง BTTD เสร็จแล้วเมื่อวานดังนั้นผมจะย้อนเวลากลับไปและให้ซินดี้ทำมัน ถึงตอนนั้นพวกเราก็จะสามารถแก้ไขทุกอย่างได้ ผมแค่ต้องให้เธอช่วย

เอกสาร 5/6

https://scp-wiki.wikidot.com/fragment:scp-5552-5/noredirect/true

[[include :scp-wiki:component:object-warning-box-source
|bg-image=https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/e/ec/SCP_Foundation_%28emblem%29.svg
|bg-opacity=0.15
|text-top=เฉพาะผู้เกี่ยวข้องกับโครงการ CHRONUS เท่านั้น
|text-bottom=ไฟล์ต่อไปนี้อธิบายถึงความผิดปกติที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
และจัดอยู่ในระดับ 4/5552
ห้ามมิให้เข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
|object-number=SCP-5552
]]

วัตถุ#: SCP-5552

ระดับ: Euclid

มาตรการจัดเก็บพิเศษ: โครงการ CHRONUS จะดำเนินการวิจัยต่อไปเพื่อยืนยันรายละเอียดของ SCP-5552 แม้ว่าจะสามารถอธิบายปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ SCP-5552 ได้ด้วยความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันของเรา แต่พวกมันจะถือว่าผิดปกติจนกว่าจะมีความคืบหน้าในการวิจัยเพิ่มเติม

รายละเอียด: SCP-5552 หมายถึงวิธีเดินทางตามทฤษฎีระหว่างจักรวาลคู่ขนานที่มีเส้นเหตุและผลคล้ายกัน รายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะที่แท้จริงของ SCP-5552 รวมทั้งจักรวาลคู่ขนานที่สามารถเข้าถึงได้นั้นอยู่ภายใต้การสอบสวนของโครงการ CHRONUS ที่นำโดยดร.นามาน คุปตะและดร.ซินดี้ เฮล์มมัน

ภาคผนวก SCP-5552-1: ด้านล่างนี้เป็นบันทึกการประชุมเมื่อ 04/07/2018 ระหว่างดร.เฮล์มมันและดร.คุปตะ เป็นการเสนอถึงการมีอยู่ของ SCP-5552 ครั้งแรก

ดร.คุปตะเดินไปมาหน้าโต๊ะทำงานของเขา ดร.เฮล์มมันเข้าไปในห้องทำงานของดร.คุปตะ ถึงจุดที่ดร.คุปตะตรวจสอบนาฬิกาพกของเขา
คุปตะ: เธอมาสายนะ
เฮล์มมัน: แค่นาทีเดียวเอง
คุปตะ: ก็สายอยู่ดีนั่นล่ะ
เฮล์มมัน: นามาน คุณเป็นอะไรไหม? คุณดูกระสับกระส่ายมากกว่าปกติเล็กน้อยนะ
คุปตะสูดหายใจเข้าลึกๆสามครั้งแล้วนั่งลงที่โต๊ะทำงาน
คุปตะ: ขอโทษ ผมแค่รู้สึกกังวลน่ะ
เฮล์มมัน: กังวลเรื่องอะไรเหรอ? เส้นตายบทความ?
คุปตะ: ไม่ ไม่ใช่…
เฮล์มมัน: งั้นเรื่องอะไรล่ะ?
คุปตะ: ได้สิ ซินดี้ ผมจะพูดอะไรที่มันฟังดูงี่เง่าแบบสุดๆ แต่ผมต้องการให้เธอเชื่อ ได้ไหม?
เฮล์มมัน: ได้สิ…
คุปตะ: ผมอาจจะมาจากอนาคต
เฮล์มมันยังคงเงียบ ก่อนจะพยายามเริ่มพูดอะไรบางอย่าง อย่างไรก็ตามเธอก็หยุดตัวเองไว้ก่อน

คุปตะ: ใช่แล้วล่ะ…
เฮล์มมัน: … แล้วมันหมายความว่ายังไงล่ะ?
คุปตะ: ดังนั้นผมเลยคิดว่ามันเป็นแบบนี้ ผมรู้ชัดเจนว่าผมมาจากที่ไหนสักแห่งในวันที่ 16 เมษายน 2020 เธอตายและผมก็เข้าควบคุมโครงการ CHRONUS
เฮล์มมัน: เดี๋ยว เดี๋ยวสิ คุณบอกว่าฉันจะตายในอีกสองปีเหรอ?
คุปตะ: ใช่ ถ้าสมมติว่าผมมาจากอนาคตจริงๆน่ะนะ เพราะมันก็มีอีกทางเลือกหนึ่ง: ผมมาจากโลกคู่ขนาน และผมก็ไม่ได้ทำการเดินทางข้ามเวลาเลย
เฮล์มมัน: งั้น ถึงคุณมาจากโลกคู่ขนานจริงๆแต่คุณก็ยังคงย้อนเวลากลับมาไม่ใช่เหรอ?
คุปตะ: ไม่ ไม่ใช่ ในกรณีนี้ผมไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ มันเป็นไปไม่ได้ มันจะเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาเนื่องจากแต่ละจักรวาลมีความเบี่ยงเบนกัน
เฮล์มมัน: ฉัน— ฉันตามไม่ทัน
คุปตะ: ไม่สิ มันเหมือนกับ… เหมือนกับเขตเวลา ที่นี่เป็นเวลาสามทุ่มแล้วแต่ในแคลิฟอร์เนียตอนนี้ยังคงเป็นเที่ยงวัน ที่นี่เป็นวันที่ 4 เมษายนแต่ในอีกจักรวาลคู่ขนานมันเป็นวันที่ 6 มีนาคม เธอไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ แต่เธอสามารถเดินทางไปยังจักรวาลคู่ขนานที่เวลาเดินช้ากว่าหนึ่งเดือนได้ และพวกมันก็ดูเหมือนกันสุดๆ
เฮล์มมัน: โอเค ถ้าอย่างงั้นทำไมคุณถึงคิดว่านี่คือสิ่งที่คุณทำแทนที่จะเป็นการเดินทางข้ามเวลาล่ะ?
คุปตะ: ถามได้ดี อืม… ไม่ใช่ว่าจักรวาลคู่ขนานทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาให้เท่าเทียมกัน ในความเป็นจริงมันก็มีหลายจักรวาลที่อาจไม่เสถียร ดังนั้น ณ จุดหนึ่ง กลุ่มอนุภาคก็จะ ประมาณว่าสูญเสียความเสถียรไป เอ่อ แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกนะ มันเหมือนจะกลายเป็นสีดำ แล้วก็พังทลายลง และมัน… มันเหมือนกับโครงสร้างความเป็นจริงที่เหี่ยวเฉา
เฮล์มมัน: คุณรู้ตัวใช่ไหมว่าคุณดูบ้าแบบสุดๆเลยน่ะ?
คุปตะ: ก็ใช่ แต่ผมก็ดูบ้าอยู่แล้วหรือเปล่า? สิ่งที่ผมพูดส่วนใหญ่ก็ฟังดูไร้สาระ แต่เธอยังคงคำนวณให้ผม เพราะเราต่างก็รู้ดีว่าผมอาจจะพูดถูก
เฮล์มมัน: … อยากให้ฉันเริ่มทำโมเดลเลยไหม?
คุปตะ: มันต้องสุดยอดมากแน่ๆ

ภาคผนวก SCP-5552-2: สองสัปดาห์หลังจากข้อเสนองานวิจัยนี้ บุคลากรของไซต์-72 รายงานความกังวลเกี่ยวกับสภาพจิตใจของดร.คุปตะ พวกเขาพบดร.คุปตะได้แค่เพียงตอนที่ออกจากที่ทำงานเพื่อไปเข้าห้องน้ำ และไปเอาอาหารจากโรงอาหารซึ่งเขาจะกินในที่ทำงานของเขาเท่านั้น ดร.กรีนซึ่งอยู่ในห้องทำงานใกล้เคียงรายงานว่าได้ยินดร.คุปตะตะโกนคำว่า "ไม่สมเหตุสมผลเลย" และคำอื่นๆที่มีความหมายคล้ายกัน ดร.เฮล์มมันได้รับการร้องขอให้พูดคุยกับดร.คุปตะเนื่องจากเขาปฏิเสธที่จะพบปะกับบุคลากรคนอื่น

คุปตะกำลังดูกระดานไวท์บอร์ดในออฟฟิศของเขา มันเต็มไปด้วยผังงาน เฮล์มมันเคาะประตูห้องทำงานของคุปตะ
คุปตะ: [ตะโกน] ยุ่งอยู่ว้อย
เฮล์มมัน: แม้แต่กับฉันเหรอ?
คุปตะเปิดประตูเล็กน้อย หลังจากเห็นเฮล์มมันเขาก็เปิดประตูจนสุด แล้วเฮล์มมันก็เข้าไปในห้อง
คุปตะ: ขอโทษ ผมแค่เครียดเกินไปหน่อย
เฮล์มมัน: คุณดูจะเป็นมากกว่าความเครียดอีกนะ ทุกคนเขาเป็นห่วงคุณกันหมดเลย
คุปตะ: ผมรู้ ผมรู้ ผมไม่เป็นไร
เฮล์มมัน: รู้ไหม คุณเคยกินข้าวกับทุกคนเป็นประจำนี่นา คงจะดีกว่าถ้าได้พักสมองจากการทำงานบ้างนะ
คุปตะ: ผมทำไม่ได้
เฮล์มมัน: เพราะอะไรล่ะ…
คุปตะ: มันแค่… มันยังมีอีกมากที่ผมยังอธิบายไม่ได้ ถ้าผมสามารถเดินทางไปยังโลกคู่ขนานที่คล้ายกันได้ แล้วทำไมผมถึงไม่ถูกส่งออกไปยังจักรวาลที่ไม่มีโลกบ้างล่ะ!

เฮล์มมัน: จริงสิ ฉันมีข่าวบางอย่างมาบอก ไม่รู้ว่ามันจะช่วยอะไรได้หรือเปล่า…
คุปตะ: ผมจะฟัง
เฮล์มมัน: ฉันไม่สามารถทำให้ทฤษฎีจักรวาลคู่ขนานของคุณใช้งานได้
คุปตะ: โอ้
เฮล์มมัน: ใช่ โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับความเสถียรภาพ ที่คุณอธิบายมันไม่เข้ากับ… อะไรสักอย่างเลย
คุปตะ: ผมเข้าใจ
เฮล์มมัน: ฉันหมายความว่า เราจะต้องคิดทฤษฎีอื่นขึ้นมา ที่เราจะอธิบายทุกอย่างถึงตอนนี้ได้
คุปตะ: ใช่ ใช่ เธอพูดถูก
เฮล์มมัน: ลาพักร้อนสักหน่อยเถอะ คุณบอกว่าฉันจะตายในสองปีนี่? พวกเรายังมีเวลาอยู่
คุปตะ: ได้… ผมจะพักละกัน

ดร.คุปตะได้รับการอนุมัติให้พักร้อนระหว่าง 19/07/2018 ถึง 26/07/2018

ภาคผนวก SCP-5552-3: เมื่อวันที่ 24/07/2018 ไซต์-72 ประสบกับการเปลี่ยนแปลงมวลในโครงสร้างโมเลกุลรวมไปถึงโครงสร้างโมเลกุลของบุคลากรและวัสดุทั้งหมดภายใน การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้วัสดุที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดมีโครงสร้างคล้ายถ่านที่ยุบตัวเป็นของเหลวเมื่อถูกรบกวน

ดร.คุปตะกลับจากการพักร้อนก่อนกำหนด จากนั้นก็เข้าควบคุมโครงการ CHRONUS และย้ายไปที่ไซต์-53

เอกสาร 4/6

https://scp-wiki.wikidot.com/fragment:scp-5552-4/noredirect/true

[[include :scp-wiki:component:anomaly-class-bar-source

|item-number= 5552

|clearance= 3

|container-class= euclid

|secondary-class= none

|secondary-icon= http://urlhere.com

|disruption-class= ดำ

|risk-class= notice

]]

มาตรการจัดเก็บพิเศษ: โครงการ CHRONUS จะดำเนินการวิจัยต่อไปเกี่ยวกับการมีอยู่ของ SCP-5552

รายละเอียด: SCP-5552 เป็นวิธีการทางทฤษฎีในการย้อนเวลากลับไป ลักษณะที่แน่นอนของ SCP-5552 รวมทั้งเรื่องที่สามารถจำลองแบบในลักษณะที่สามารถควบคุมได้หรือไม่นั้นยังไม่ทราบแน่ชัด

การค้นพบ: หลักฐานการมีอยู่ของ SCP-5552 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 04/07/2018 เมื่อเครื่องเตือนความเสถียรภาพของความเป็นจริงที่ไซต์-72 บ่งชี้ให้เห็นว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงแบบย้อนกลับขึ้น อย่างไรก็ตามเนื่องจากการทำนายเหตุและผลจากเครื่องเตือนไม่พบความไม่ต่อเนื่อง จึงมีการพิจารณาว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงความเป็นจริงในวงกว้างขึ้น ผลสรุปคือมันมีการเดินทางข้ามเวลาเกิดขึ้น ทีมวิจัยของโครงการ CHRONUS ได้รับมอบหมายให้ค้นหาแหล่งที่มาหรือประเด็นของการเดินทางข้ามเวลานี้ แต่การค้นหาของพวกเขาก็ไม่ประสบผลสำเร็จ

ภาคผนวก SCP-5552-1: ด้านล่างนี้เป็นเส้นเวลาความคืบหน้าของโครงการ CHRONUS:

วันที่ เหตุการณ์
14/11/2017 โครงการ CHRONUS ถูกเริ่มโดยดร.นามาน คุปตะและดร.ซินดี้ เฮล์มมัน
22/01/2018 ดร.คุปตะเสนอสมมติฐานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทฤษฎีสตริงเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลาแบบย้อนกลับ
08/03/2018 ทฤษฎีของดร.คุปตะถือว่าไม่น่าเป็นไปได้อย่างมาก หลังจากที่มันไม่ตรงกับแบบจำลองใดๆที่ดร.เฮล์มมันสร้างขึ้นมา
19/03/2018 ดร.คุปตะเสนอทฤษฎีการเดินทางข้ามเวลาแบบย้อนกลับจากการพัวพันเชิงควอนตัม
20/05/2018 ทฤษฎีของดร.คุปตะขัดแย้งกับหลักฐานการทดลองที่ถูกรวบรวมโดยดร.เฮล์มมัน
04/07/2018 โครงการ CHRONUS มุ่งค้นหาแหล่งที่มาของการเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงแบบย้อนกลับที่ได้รับการแจ้งเตือน
04/08/2018 การค้นหาแหล่งที่มาของการเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงแบบย้อนกลับถูกยกเลิก การปรับเปลี่ยนเส้นเวลาปัจจุบันถือว่าไม่มีนัยสำคัญเพียงพอระดับที่สามารถปล่อยผ่านไปได้
14/10/2018 ดร.คุปตะเลื่อนขั้นเป็นผู้อำนวยการไซต์และออกจากโครงการ CHRONUS
22/01/2019 ดร.เฮล์มมันเสนอทฤษฎีการเดินทางข้ามเวลาแบบย้อนกลับโดยอิงจากทฤษฎีสัมพัทธภาพแบบคลาสสิก
03/05/2019 ทฤษฎีของเฮล์มมันถูกยกเลิกเนื่องจากไม่มีพฤติกรรมเชิงสัมพันธ์ที่สอดคล้องกันในระดับควอนตัม
22/07/2019 ดร.เฮล์มมันเสนอทฤษฎีการเดินทางข้ามเวลาแบบย้อนกลับตามกลศาสตร์ควอนตัม
02/10/2019 ทฤษฎีของดร.เฮล์มมันถูกยกเลิกเพราะคล้ายกับทฤษฎีการพัวพันควอนตัมของดร.คุปตะมากเกินไป
11/01/2020 ดร.เฮล์มมันเสนอทฤษฎีโดยใช้แบบจำลองมาตรฐานของฟิสิกส์อนุภาค
14/04/2020 ทฤษฎีของดร.เฮล์มมันถูกยกเลิกเนื่องจากขาดความก้าวหน้า

ภาคผนวก SCP-5552-2: ด้านล่างนี้คือบันทึกการประชุมสถานะรายเดือนระหว่างดร.เฮล์มมันและดร.คุปตะที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 16/04/2020:

คุปตะ: งั้น… เธอก็ทิ้งไปอีกทฤษฎีแล้วสินะ
เฮล์มมัน: ใช่
คุปตะ: เธอรู้ไหมว่ามันยากขนาดไหนที่จะหาเหตุผลให้กับเงินทุนของเธอน่ะ ถ้าเธอยังไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักที
เฮล์มมัน: ฉันรู้ นามาน
คุปตะ: ดังนั้น เอ่อ ทำไมเธอถึงทิ้งอันนี้ไปล่ะ?
เฮล์มมัน: ฉันก็ จริงๆแล้วมันก็เหตุผลเดียวกับที่ทิ้งอันอื่นๆทั้งหมดนั่นล่ะ ไม่คืบหน้าและมีจุดขัดแย้งเต็มไปหมด
คุปตะ: ผมคิดว่ารอบนี้มันก็ดูดีนะ
เฮล์มมัน: จริงเหรอ? นี่คุณคิดว่าการเดินทางข้ามเวลาขึ้นอยู่กับการหมุนของกลูออนดูดีเหรอ?
คุปตะ: ผมหมายถึงว่า—
เฮล์มมัน: ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ตอนที่เสนอมันออกไป แม่งโคตรงี่เง่าเลย เรามีกลูออนที่ผูกติดอยู่กับอันตรกิริยาอย่างเข้มอยู่แล้ว
คุปตะ: ผมแค่คิดว่าบางทีการตรวจสอบนี้น่าจะมีคุณค่าอยู่บ้าง
เฮล์มมัน: นามาน ฉันอยู่ที่นี่มานานกว่าสองปีแล้ว และสิ่งที่ฉันเจอทั้งหมดก็คือทางตัน
คุปตะ: แต่ผมรู้ว่าเธอทำได้
เฮล์มมัน: คุณบอกฉันแบบนั้นมาตลอดทั้งปีนั่นล่ะ! ถึงจะเป็นคำที่ดูดี แต่พวกมันก็ไร้ค่า
คุปตะ: ก็ มันไม่ใช่งานของผมที่จะทำการวิจัยนี่นา
เฮล์มมัน: มันเคยเป็น! เราเคยเป็นทีม แล้วคุณจะทิ้งฉันไปทำไมกันล่ะ? เพื่อไปบริหารเหรอ? สนุกไหมล่ะ?
คุปตะ: ที่ผมมาอยู่ในตำแหน่งนี้ก็เพราะผมอยากเป็น
เฮล์มมัน: และอาจเป็นเพราะคุณไม่สนุกกับการค้นคว้าอีกต่อไปใช่ไหมล่ะ แล้วนี่คุณยังจะมาบอกให้ฉันพยายามทำอะไรที่มันไร้ความหมายอีก!
คุปตะ: หรืออาจเป็นเพราะผมเก่งกว่าในด้านการวิจัย
เฮล์มมัน: รู้อะไรไหม? ออกไปซะ เอาเงินทุนไปเลย คิดว่าฉันจะสนไหมล่ะ
เฮล์มมันลุกขึ้นและออกจากห้องทำงานของคุปตะ กระแทกประตูปิดเสียงดัง คุปตะถอนหายใจและเอามือกุมหัว
คุปตะ: เธอจะมาขอบคุณผมในภายหลัง หรืออาจจะไม่ แต่เธอจะรู้สึกยินดีแน่นอน

ภาคผนวก SCP-5552-3: ในคืนวันที่ 16/04/2020 เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ไซต์-72 รายงานความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของห้อง 118, 119 และ 121 ซึ่งมีห้องปฏิบัติการโครงการ CHRONUS ห้องเล็กสำหรับบุคลากรของโครงการ CHRONUS และห้องทำงานของดร.เฮล์มมันตามลำดับ ผนัง พื้น เพดาน และสิ่งของทั้งหมดในห้องเหล่านี้กลายเป็นสารสีดำ วัตถุที่ทำจากสารนี้จะคงรูปร่างเอาไว้จนกว่าจะถูกรบกวน เมื่อถึงจุดนี้พวกมันจะถือว่ามีสถานะเหมือนของเหลวมากขึ้น

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรายงานว่าพบผู้เสียชีวิต 3 ราย ผู้เสียชีวิตสองคนคือนักวิจัย อวี่เฟย จูและภารโรงอีวาน ดีวอลท์ ซึ่งสันนิษฐานว่ากำลังสนทนากันอยู่ในขณะเกิดเหตุการณ์โดยพิจารณาจากท่าทางของพวกเขาในเวลาที่ค้นพบ คนที่สามคือ ดร.ซินดี้ เฮล์มมัน ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะฟังข้อความเสียงบนโทรศัพท์ของเธอมากที่สุด ที่ดูเหมือนว่าเธอกำลังฟังข้อความเสียงจากโทรศัพท์มือถือของเธออยู่ ด้านล่างนี้คือสำเนาข้อความเสียงล่าสุดที่ดร.เฮล์มมันได้รับก่อนเกิดเหตุการณ์

คุปตะ: เฮ้ ซินดี้ เอิ่มม… ขอโทษสำหรับสิ่งที่ผมพูดไปก่อนหน้านี้นะ ผมไม่ได้หมายถึงแบบนั้นน่ะ คือ ผมหมายถึงส่วนที่บอกว่าผมเป็นนักวิจัยที่ดีกว่า เอาจริงๆแล้ว ผมออกจากโครงการเพราะผมต้องการให้มันเป็นการค้นพบของเธอ มันก็แค่ มันน่าหงุดหงิดสำหรับพวกเราทั้งคู่ที่เห็นคุณต้องปวดหัวกับปัญหานี้ แต่ถ้าเธอต้องการ ผมจะกลับไปร่วมโครงการด้วย พวกเราจะทำให้มันกลายเป็นทฤษฎีของพวกเราอีกครั้ง

ต่อจากเหตุการณ์ในวันที่ 16/04/2020 ดร.คุปตะก็เข้าควบคุมโครงการ CHRONUS โครงการ CHRONUS ถูกย้ายจากไซต์-72 ไปยังไซต์-53 หลังจากที่ทั้งส่วนปีกตะวันออกของไซต์-72 ประสบเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันกับที่อธิบายไว้ข้างต้น (ดูรายละเอียดได้จากรายงานพิเศษโครงการ CHRONUS)

เอกสาร 3/6

https://scp-wiki.wikidot.com/fragment:scp-5552-3/noredirect/true

[[include :scp-wiki:component:classified-bar-woed
|lv=3
|item=5552
|oc=Explained
|lang=EN
]]

[[include component:image-block name=Hyper_Wormhole.jpg|caption=แบบจำลองของ SCP-5552-EX]]

มาตรการจัดเก็บพิเศษ: N/A

รายละเอียด: SCP-5552-EX คือประตูคุปตะ-เฮล์มมันตามที่อธิบายไว้ใน "ทฤษฎีที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลาแบบสองทิศทาง" ตั้งชื่อตามผู้เขียนนำในบทความ นามาน คุปตะ และซินดี้ เฮล์มมัน บทความนี้ถูกนำเสนอเมื่อ 14/03/2020 ที่การประชุมนานาชาติเรื่องฟิสิกส์อนุภาค หลังจากที่คณะกรรมการของบุคลากรของสถาบันได้ตรวจสอบบทความนี้แล้วถือว่าหลักการทางวิทยาศาสตร์ในนั้นสอดคล้องกับสมมติฐานพื้นฐานมากเพียงพอที่จะถือว่าไม่ใช่ความผิดปกติ

ประตูคุปตะ-เฮล์มมันทำงานในลักษณะเดียวกันกับเส้นโค้งปิดเสมือนเวลาที่คาดการณ์โดยเกอเดิล อย่างไรก็ตาม แทนที่จะทำงานเหมือนรูหนอน ซึ่งอาศัยพลังงานจำนวนมหาศาลในการเปิด แต่ประตูคุปตะ-เฮล์มมันเปิดและคงอยู่ผ่านการสั่นสะเทือนของอนุภาคไวบรอน1 โดยอนุภาคไวบรอนนั้นจะสั่นสะเทือนตามเฉา2ของอะตอม การตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างเฉากับปรากฏการณ์ที่ตรวจพบโดยความผิดปกติในการกักกันยังดำเนินต่อไป

ตามที่ดร.คุปตะและดร.เฮล์มมันกล่าวมานั้น กระบวนการในการสร้างเฉาที่เพียงพอในการเปิดประตูคุปตะ-เฮล์มมันนั้นใช้ทรัพยากรน้อยกว่าวิธีการในการเปิดรูหนอนขนาดใหญ่ทางทฤษฎี สถาบันได้จัดสรรทรัพยากรเพิ่มเติมให้กับโครงการ CHRONUS ของคุปตะและเฮล์มมันเพื่อสร้างอุปกรณ์ที่แสดงให้เห็นถึงหลักการภายในบทความของพวกเขา

ภาคผนวก SCP-5552-1: ด้านล่างนี้คือสำเนาบางส่วนจากการประชุมผู้นำโครงการ CHRONUS เกี่ยวกับการสร้างอุปกรณ์การเดินทางข้ามเวลาแบบสองทิศทาง (BTTD) ตามที่เสนอไว้ในบทความของพวกเขา:

คุปตะ: ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเขาปล่อยให้เราเผยแพร่จริงๆด้วย
เฮล์มมัน: เอาตามตรงฉันตกใจมากกว่าที่พวกเขาให้พวกเราสร้างมันด้วย
คุปตะ: แหงอยู่แล้ว พวกเขาก็ต้องอยากให้พวกเราสร้างสิ นี่มันสถาบันนะ
เฮล์มมัน: ก็ถูก ก็ถูก…
คุปตะ: เป็นอะไรเหรอ?
เฮล์มมัน: ฉันว่าฉันคงกำลังเครียดน่ะ
คุปตะ: ไม่ต้องห่วง ใครก็เป็นนั่นล่ะ
เฮล์มมัน: ยกเว้นคุณล่ะนะ
คุปตะ: เฮ้ ผมก็เครียดน่า ผมก็แค่ปิดมันเก่งเท่านั้นเอง งั้นตอนนี้ พวกเราก็มาจัดตารางเวลากันเถอะ?
เฮล์มมัน: จริงด้วยสิ
คุปตะ: ผมคิดว่าเราสามารถทำเจ้านี้ให้เสร็จได้ในเวลาประมาณสามเดือน เธอคิดว่ายังไงล่ะ?
เฮล์มมัน: อืม ฟังดูดีเลย
คุปตะ: เอาล่ะ เราจะทำการทดสอบในอีกสามเดือนงั้นมาจัดตารางจากจุดนั้นกันเถอะ

ภาคผนวก SCP-5552-2: ด้านล่างนี้เป็นตารางเวลาสำหรับการก่อสร้าง BTTD:

งาน หัวหน้างาน เส้นตาย หมายเหตุ
การออกแบบแคปซูลเดินทางของ BTTD คุปตะ 23/04/2020 เสร็จตรงเวลา คิดเห็นเพิ่มเติมว่าควรจะสามารถเปิดใช้งาน BTTD จากภายในแคปซูลได้
การออกแบบอุปกรณ์กำเนิดเฉา เฮล์มมัน 09/05/2020 เสร็จสิ้นเมื่อ 14/05/2020
การคำนวณหลักประกันความเสถียรภาพของเวลา เฮล์มมัน 21/05/2020 เสร็จสิ้นเมื่อ 03/06/2020
การก่อสร้างแคปซูลเดินทางของ BTTD คุปตะ 23/05/2020 เสร็จตรงเวลา วัสดุที่เหลือได้ถูกเก็บไว้สำหรับแคปซูลที่สอง
การก่อสร้างอุปกรณ์กำเนิดเฉา เฮล์มมัน 03/06/2020 เสร็จสิ้นเมื่อ 20/06/2020
ข้อเสนอการทดสอบ คุปตะ 14/06/2020 เสร็จตรงเวลา ต้องการการทดลองทั้งหมดสามแบบที่แตกต่างกันการเดินทางข้ามเวลาทั้งไปข้างหน้าและข้างหลัง
ตรวจสอบความปลอดภัย เฮล์มมัน 22/06/2020 N/A

ภาคผนวก SCP-5552-3: เมื่อวันที่ 02/07/2020 เฮล์มมันเผชิญกับการที่เธอไม่สามารถทำตามกำหนดเวลาของโครงการได้ ด้านล่างเป็นการถอดเสียงจากการประชุม:

คุปตะ: ซินดี้ เราจำเป็นต้องคุยกัน เราช้ากว่ากำหนดแล้วนะ
เฮล์มมัน: ฉันรู้ ฉันรู้น่า
คุปตะ: ผมดูใจนะที่เธอคอยตรวจสอบความปลอดภัยและการคำนวณใหม่เรื่อยๆแต่ผมอยากให้เธอเชื่อใจผมหน่อย
เฮล์มมัน: แต่คุณก็รู้นี่ว่าเจ้านี่มันอันตรายได้ขนาดไหน! ถ้าเราไม่คำนวณถึงทศนิยมสิบสี่ตำแหน่งมันอาจทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้
คุปตะ: งั้นเธอก็ไม่เชื่อใจผมเหรอ?
เฮล์มมัน: ไม่ ไม่… ฉันเชื่อคุณ แต่ว่า— มันเหมือนกับฉันไม่รู้สึกเชื่อมั่นในตัวเองเลย มันเหมือนฉันตามหลังคุณอยู่ตลอดได้แต่พยายามไล่ตามให้ทัน มันมีบางอย่างที่คุณรู้เรื่องแต่ฉันไม่รู้เรื่อง มันน่าหงุดหงิดน่ะ นี่น่าจะเป็นโครงการของพวกเราแท้ๆแต่มันไม่เหมือนกับเป็นของฉันเลยสักนิด
คุปตะ: [ถอนหายใจ] งั้นขอผมพูดอะไรบางอย่างที่จะทำให้เธอสบายใจขึ้นเอาไหม?
เฮล์มมัน: ถ้าทำได้ก็เอาเลย
คุปตะ: ผมรู้ว่ามันจะทำงานได้ เพราะมันเคยทำงานมาแล้ว
เฮล์มมัน: คุณ… คุณเคยใช้มันมาแล้วเหรอ?
คุปตะ: ผมย้อมกลับมาเดือนมกราคมเพราะถ้าเราไม่เผยแพร่งานวิจัยของเราภายในเดือนมีนาคมมันจะถูกขโมยไป
เฮล์มมัน: มกราคม… แต่นั่นมันตอนที่เราพึ่งได้ข้อมูลการทดลองเองนะ
คุปตะ: ผมแค่เร่งทุกอย่างให้เร็วขึ้นน่ะ ผมรู้ว่าเราจะได้สมการอะไรออกมา ก็เลยสามารถข้ามไปสองสามขั้นตอนได้>

เฮล์มมัน: แต่… แต่นั่นมันต้องเป็นงานของฉัน
คุปตะ: ผมรู้แต่—
เฮล์มมัน: คุณเก่งเรื่องแนวคิดและทฤษฎี ส่วนฉันถนัดเรื่องสมการและการทำให้ตัวเลขมีความหมายบางอย่างขึ้นมา นั่นคือวิธีที่เราควรจะต้องแบ่งงานกัน แต่แล้วคุณก็ขโมยสมการของฉันไปแล้ว
คุปตะ: แต่เธอแก้พวกมันได้ไปแล้วนะ! ครั้งก่อนเธอเป็นคนแก้มันทั้งหมดด้วยตัวเองเลย ผมแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรด้วยซ้ำ
เฮล์มมัน: แต่ฉันไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วยสักหน่อย ตอนนี้ฉันไม่ได้ทำอะไรสักอย่างเลย!
คุปตะ: แต่มันก็คือเธอเหมือนกันนั่นล่ะ
เฮล์มมัน: ฉันไม่รู้สึกว่าฉันมีส่วนร่วมด้วยเลย! มันเหมือนฉันเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้นเอง!
คุปตะ: ผม— ผมขอโทษ ตอนที่ผมมาผมบอกเรื่องแผนกับเธอไปแล้วเธอบอกมาว่ามันจะไม่เป็นไรน่ะ
เฮล์มมัน: ฉันก็บอกคุณอยู่นี่ไงว่านั่นไม่ใช่ฉัน! จะเป็นใครก็ตามแต่ก็ไม่ใช่คนที่คิดถึงความรู้สึกของคนที่ถูกขโมยทฤษฎีแน่ๆ
คุปตะ: ผมคิดว่าเธอคงจะเข้าใจดีอยู่แล้ว…
เฮล์มมัน: งั้นเธอก็เป็นยัยโง่แล้วล่ะ!
คุปตะ: ผมขอโทษ ผม… ผมไม่รู้เลย
เฮล์มมันหายใจเข้าลึกๆและกลับไปนั่งที่เก้าอี้
เฮล์มมัน: ไม่เป็นไร ทุกอย่างมันแก้ไขไม่ได้แล้วล่ะ แล้วพวกเราจะเสร็จไอ้โครงการบ้านี่เมื่อไหร่ล่ะ
คุปตะ: เอิ่ม ถ้าเราทำไปด้วยความเร็วที่คาดการณ์ไว้ ก็อีกเดือนหนึ่งน่ะ
เฮล์มมัน: ขอบคุณพระเจ้า

ภาคผนวก SCP-5552-4: ในช่วงเช้าของวันที่ 15/07/2020 ไซต์-72 เกิดปัญหาไฟดับครั้งใหญ่สองครั้ง ครั้งแรกตอน 3:34 น. และอีกครั้งตอน 3:56 น. ภาพจากกล้องวงจรปิดก่อนไฟดับตอน 3:34 น. แสดงให้เห็นว่าดร.เฮล์มมันกำลังเข้าไปที่พื้นที่ทำการทดสอบ BTTD ขั้นต้นทำการบันทึกข้อมูลลงในแผงควบคุมหลัก และเข้าไปในแคปซูลเดินทางของ BTTD เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบตรวจสอบทันทีว่าไฟดับครั้งแรกไม่ได้ส่งผลให้เกิดการกักกันรั่วไหล และไม่สามารถตรวจสอบพื้นที่ทดสอบเบื้องต้นของ BTTD ก่อนเกิดไฟดับครั้งที่สองได้ ซึ่งเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงสองนาทีหลังจากที่ไฟฟ้าของไซต์กลับมา

การตรวจสอบเบื้องต้นของพื้นที่ทำการทดสอบ BTTD ขั้นต้นเกิดขึ้นเวลา 04:23 น. ที่นั่นบุคลากรได้ค้นพบสารแป้งสีดำกระจัดกระจายอยู่รอบๆและภายในแคปซูลเดินทางของ BTTD ประตูเข้าแคปซูลเดินทางของ BTTD ถูกปิด และจากการอ่านแผงควบคุม BTTD ระบุว่าล่าสุดมีการใช้งาน นอกจากนี้ยังมีจดหมายอยู่บนพื้นข้างแผงควบคุม ด้านล่างเป็นข้อความจากจดหมาย:

ฉันไม่มั่นใจหรอกนะว่าคุณจะได้เห็นเจ้าสิ่งนี้หรือเปล่า เนื่องจากฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ฉันเปิดใช้งานเครื่องแล้ว แต่ถ้าคุณได้เห็น ฉันอยากให้คุณรู้ว่าฉันไม่ได้โกรธหรอกนะ โดยเฉพาะกับคุณ
ฉันรู้ว่าคุณแค่อยากจะเอางานของพวกเรากลับมา ฉันรู้ว่ามันรู้สึกยังไงที่ถูกขโมยงานของตัวเองไป ฉันเข้าใจว่ามันต้องเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดและเจ็บปวดจนคุณอยากจะแก้ไขมัน แต่ฉันถูกชิงโอกาสที่จะได้ฝ่าฟันอุปสรรคไปหมด คุณเอาช่วงเวลาคิดออกไปจากฉัน และฉันต้องการมันกลับมา
ฉันจะย้อนเวลากลับไป ฉันจะทำให้แน่ใจว่าคุณจะไม่ช่วยส่วนของฉันในโครงการ แล้วฉันก็ฉีดเข็มฉีดยาที่เต็มไปด้วยยาลบความทรงจำไปที่แขนของฉัน เพื่อที่จะได้สัมผัสมันให้เต็มที่ ความรู้สึกแห่งการค้นพบ ช่วงเวลาที่ฉันได้แก้ปัญหาไม่เคยมีใครสามารถทำได้ ถ้าฉันเคยทำได้อย่างที่คุณบอก งั้นก็แค่เริ่มทุกสิ่งใหม่แล้วจะทำมันอีกครั้งได้แน่นอน
ฉันไม่สนใจว่างานวิจัยมันจะถูกขโมยหรือเปล่า ขอแค่อย่างน้อยตอนนั้นมันจะกลายเป็นทฤษฎีของพวกเราจริงๆก็พอแล้ว

ด้านหลังจดหมายมีชุดคำนวนและตัวเลข ดูเหมือนจะเป็นงานร่างของใครบางคน ที่ด้านล่างมีตัวเลขที่ถูกวงไว้ และด้านล่างเขียนไว้ว่า:

ทำไมทุกอย่างมันต้องเละเพราะเรื่องเล็กๆน้อยๆตลอดเลยวะ?

ไม่พบตัวดร.คุปตะซึ่งถูกพบเห็นครั้งล่าสุดในภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งกำลังนอนหลับอยู่ในห้องทำงานของเขาก่อนไฟดับตอน 3:34 น.

เอกสาร 2/6

https://scp-wiki.wikidot.com/fragment:scp-5552-2/noredirect/true

[[include component:image-block name=Hyper_Wormhole.jpg|caption=แบบจำลองของ SCP-5552-EX]]

วัตถุ#: SCP-5552-EX

มาตรการจัดเก็บพิเศษ: N/A

รายละเอียด: SCP-5552-EX คือท่อของเวนเดลตามที่อธิบายไว้ใน "ทฤษฎีที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลาแบบสองทิศทาง" ตั้งชื่อตามผู้เขียนนำในบทความ: โจนาธาน เวนเดล

ท่อของเวนเดลทำงานในลักษณะเดียวกันกับเส้นโค้งปิดเสมือนเวลาที่คาดการณ์โดยเกอเดิล อย่างไรก็ตาม แทนที่จะทำงานเหมือนรูหนอน ซึ่งอาศัยพลังงานจำนวนมหาศาลในการเปิด แต่ท่อของเวนเดลเปิดและคงอยู่ผ่านการสั่นสะเทือนของอนุภาคเวเนียน1 โดยอนุภาคเวเนียนนั้นจะสั่นสะเทือนตามเฉา2ของอะตอม การตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างเฉากับปรากฏการณ์ที่ตรวจพบโดยความผิดปกติในการกักกันยังดำเนินต่อไป

ตามที่ดร.เวนเดลกล่าวมานั้น กระบวนการในการสร้างเฉาที่เพียงพอในการเปิดท่อของเวนเดลนั้นใช้ทรัพยากรน้อยกว่าวิธีการในการเปิดรูหนอนขนาดใหญ่ทางทฤษฎี ปัจจุบันเชื่อกันว่าดร.เวนเดลกำลังทำงานร่วมกับ UN เพื่อสร้างไทม์แมชชีนที่สามารถใช้งานได้จริง ความพยายามที่จะสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้ได้ถูกขัดขวางโดยการแทรกแซงของ GOC

ภาคผนวก SCP-5552-1: ด้านล่างนี้คือข้อความถอดเสียงจากการทดสอบเพื่อยืนยันว่าบทความของดร.เวนเดลนั้นถูกต้อง การทดสอบนำโดยผู้นำโครงการ CHRONUS ดร.ซินดี้ เฮล์มมันและดร.นามาน คุปตะ

<เริ่มบันทึก>
คุปตะ: พระเจ้า นี่มันยากที่จะอ่านชะมัด
เฮล์มมัน: ใช่ มันน่าเบื่อมากแต่ก็ไม่ใช่ว่าพวกเรา—
คุปตะ: ผมหมายถึงในทางความรู้สึกน่ะ ซินดี้
เฮล์มมัน: โอ้ ใช่ ฉันก็น่าจะรู้นะ
คุปตะ: นี่มันงานวิจัยของพวกเรา ของพวกเราชัดเจน! สาบานได้เลยว่าครึ่งหนึ่งในนี้มันก็อบมาจากร่างของเราชัดๆ
เฮล์มมัน: แต่ว่า เราก็รู้ว่าสาขานี้มีคนทำงานเยอะมาก มันเป็นการแข่งขันที่ดุเดือด
คุปตะ: นี่ล่ะที่แม่งทุเรศ เห็นหน้ามันมั้ย? ตอนที่มันพูดน่ะ? หน้าแม่งขี้โม้ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลย
เฮล์มมัน: นายบอกเรื่องนั้นมาตั้งแต่ตอนประชุมแล้วนะ
คุปตะ: แล้วมันยังตั้งชื่อทุกสิ่งตามชื่อตัวเองอีก! "ท่อของเวนเดล" "เวเนียน" เชี่ยอะไรวะ
เฮล์มมัน: เฉาล่ะ?
คุปตะ: ผมว่านั่นคงจะเป็นชื่อหมาของมันนั่นล่ะ
เฮล์มมัน: อา
คุปตะ: หมา หมาเชี่ยที่มีชื่อในปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์มากกว่าผมอีก
เฮล์มมัน: บางทีมันอาจจะยังมีอะไรบางอย่างที่ไม่เข้าที่ บางทีนักวิจารณ์อาจจะพลาดอะไรบางอย่างก็ได้
คุปตะ: มันคืองานวิจัยของผม! ผมตรวจสอบทุกสิ่งดีแล้วเหมือนที่ตรวจเลขของตัวเองนั่นล่ะ
เฮล์มมัน: งานวิจัยของพวกเรา
คุปตะ: หา?
เฮล์มมัน: มันไม่ใช่งานวิจัยของนาย มันเป็นของพวกเรา
คุปตะ: อ๊ะ ใช่ ปากลั่นไปหน่อย ขอโทษที
เฮล์มมัน: ไม่เป็นไร
เฮล์มมันกับคุปตะกับมาอ่านงานวิจัยเงียบๆ เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงติ๊กจากนาฬิกาข้อมือของคุปตะ คุปตะอ่านจบและหันไปมองเฮล์มมัน
คุปตะ: เอาล่ะ…
เฮล์มมัน: ใช่ ฉันไม่เจออะไรในนี้เลย มันปกติดี
คุปตะ: เชี่ยเอ๊ย
เฮล์มมัน: เราต้องเจออะไรบางอย่างแน่ๆ พวกเราออกจะเด็ดเดี่ยวนี่นา
คุปตะกระแทกประตูข้างหลังเขาออกจากห้องประชุม เฮล์มมันถอนหายใจออกมา
<จบบันทึก>

หลังการประชุมครั้งนี้ เนื้อหาในงานวิจัยของดร.เวนเดลได้รับการตัดสินว่าสามารถใช้ฟิสิกส์ของพวกเราในปัจจุบันอธิบายได้อย่างสมเหตุสมผลเกินกว่าที่จะเป็นความผิดปกติ การตรวจสอบการทำงานของงานวิจัยนี้ก็เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการค้นพบปรากฏการณ์ผิดปกติเพิ่มเติมในกระบวนการทำงาน

ภาคผนวก SCP-5552-2: เมื่อวันที่ 02/05/2020 ดาวเทียมของสถาบันตรวจพบการรบกวนทางการมองเห็นครั้งใหญ่ในเมืองนูนาวุต ประเทศแคนาดา พื้นที่ยี่สิบเอเคอร์กลายเป็นสีดำสนิท รวมทั้งพืชและสัตว์ทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นด้วย บุคลากรของสถาบันถูกส่งไปที่พื้นที่ ด้านล่างเป็นสำเนารายงานของพวกเขา:

ผมกับสตีเวนสันมาถึงที่เกิดเหตุราวๆเที่ยงวัน สามารถเห็นสีแปลกๆได้จากหญ้าและต้นไม้บางส่วนที่บริเวณขอบของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แต่พอเดินต่อไปอีกสิบฟุตทุกสิ่งก็กลายเป็นสีดำสนิท แน่นอนไม่ใช่ว่าวัสดุกลายเป็นสีดำ มันเหมือนกับว่าไม่มีแสงสะท้อนจากพื้นผิวของมันด้วยซ้ำ
พื้นดินยังคงแข็งแรงพอที่จะยืนได้ แต่อินทรียวัตถุนั้นในสภาพที่ดูไม่ได้เลย มันสามารถคงรูปไว้ได้ก็จริงแต่พอเราไปสัมผัสต้นไม้ทั้งต้นก็พังทลายลงมาทันที หรือจะให้พูดว่าละลายดี มันแตกเป็นเสี่ยงๆ สตีเวนสันทำการเก็บตัวอย่างมาเพื่อทดสอบในภายหลัง
พวกเราไปถึงศูนย์กลางของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ มันมีรูเปิดบนพื้นดินใหญ่พอๆกับท่อระบายน้ำ เราไม่ไว้ใจบันไดที่สร้างไว้ที่ผนังของหลุมเลย ดังนั้นเราก็เลยผูกเชือกและโรยตัวลงไป
ทุกอย่างในรูก็เป็นสีดำเหมือนกัน ยกเว้นผนัง ตอนแรกเราคิดว่ามันทำมาจากหินแต่มันก็อ่อนเกินไป โถงทางเดินของอาคารส่วนใหญ่ว่างเปล่า เหลือไว้แต่ประกาศด้านความปลอดภัยบางส่วนที่ตีตราของ GOC เราพบประตูปลดล็อคเพียงบานเดียวซึ่งระบุว่า "ห้องก่อสร้างหลัก" เราตัดสินใจที่จะไม่เข้าไปข้างในเพราะทางเข้าถูกปิดกั้นโดยร่างมนุษย์ที่กลายเป็นสีดำเหมือนกับต้นไม้ข้างนอก พวกเราไม่อยากจะ"ทำลาย"พวกเขา
สตีเวนสันจัดการเก็บภาพบางส่วนภายในห้องไว้ได้ ภายในพื้นที่นั้นแน่นไปด้วยผู้คน ทุกคนล้อมวงกันอยู่รอบๆแคปซูลบางอย่างที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งมันเป็นสิ่งเดียวภายในนั้นที่ยังคงมีสีไว้ เราคิดว่าข้างในมีอะไรบางอย่างอยู่ แต่เราไม่สามารถพูดได้อย่างแน่นอน

หลังจากได้รับรายงานฉบับนี้ เจ้าหน้าที่ GOC ยืนยันว่านี่เป็นผลมาจากความความพยายามที่จะนำการวิจัยของดร.เวนเดลไปสู่การใช้งานจริง เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันเกี่ยวกับการวิจัยชั่วคราว GOC ก็ตกลงที่จะมอบเอกสารและการคำนวณทั้งหมดที่ดร.เวนเดลดำเนินการให้กับสถาบัน

ภาคผนวก SCP-5552-3: ด้านล่างนี้คือข้อความถอดเสียงจากทีมโครงการ CHRONUS ระหว่างการประชุมเพื่อถอดรหัสและทำความเข้าใจงานเขียนของดร.เวนเดล:

เฮล์มมันเข้ามาในห้อง คุปตะจ้องมองไปที่ไวท์บอร์ด
เฮล์มมัน: เฮ้ นามาน
คุปตะ: เฮ้
เฮล์มมัน: ฉัน เอ่อ ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่ต้องฟังเรื่องสิ่งที่เกิดขึ้น
คุปตะยังคงเงียบ
เฮล์มมัน: ฉันหมายถึงว่า ฉันมั่นใจเลยว่าคุณคงคิดว่างานของพวกเรามันถูกต้องแล้ว ถึงจะรู้สึกแย่กับเวนเดลแล้วก็ทุกคนก็เถอะ แต่ฉันก็ดีใจนะที่เราไม่ใช่เป็นคนที่ทำการทดลองผิดพลาดก่อน
คุปตะ: งี่เง่า
เฮล์มมัน: หา?
คุปตะ: เวนเดล มันเป็นไอ้โง่
เฮล์มมัน: นี่ไม่ใช่เวลาจะมา—
คุปตะ: ไม่ ไม่ ดู… ดูตรงนี้สิ!
คุปตะเดินกลับไปที่โต๊ะแล้วหยิบหน้าการคำนวณของเวนเดล
คุปตะ: สำหรับค่าคงที่การสลายตัว เธอจำตัวเลขที่เราคำนวณนั้นได้ใช่ไหม?
เฮล์มมัน: ทศนิยมยาวสิบสี่ตำแหน่ง ทำไมล่ะ?
คุปตะ: ใช่ แต่ในบทความดูเหมือนว่ามันจะปัดเศษเป็นเลขนัยสำคัญสามตำแหน่งแล้วก็ใช้แต่ตัวเลขที่ปัดเศษนั่นในการคำนวณด้วย!
เฮล์มมัน: จริงด้วย พวกเราใส่แค่ตัวเลขกลมๆในบทความ เขาก็เลยไม่มีข้อมูลเต็มๆสินะ
คุปตะ: งั้นเธอก็เข้าใจความหมายของมันแล้วใช่ไหม?
เฮล์มมันเงียบ จากนั้นเธอก็ยิ้มออกมา
เฮล์มมัน: มันอาจจะยังคงทำงานได้
คุปตะ: พวกเขาไม่ได้หักงบประมาณของเราใช่ไหม?
เฮล์มมัน: ยังไม่หัก
คุปตะ: ถ้าอย่างนั้น… เธออยากจะสร้างไทม์แมชชีนไหมล่ะ?
เฮล์มมัน: ไม่เห็นจำเป็นต้องถามเลย

ภาคผนวก SCP-5552-3: โครงการ CHRONUS ใช้งบประมาณที่เหลืออยู่สร้างอุปกรณ์การเดินทางข้ามเวลาแบบสองทิศทาง (BTTD) ในช่วงเวลาสามเดือน อย่างไรก็ตามเมื่อ BTTD สร้างเสร็จ ดร.คุปตะและดร.เฮล์มมันได้ทำการเผาอุปกรณ์โดยไม่ปรึกษาคณะกรรมการจริยธรรม กลุ่มการวางแผนฉุกเฉินเหตุการณ์ภัยพิบัติ หรือแผนกรักษาเหตุภาพของสถาบัน ด้านล่างเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดขณะโครงการถูกใช้งาน:

คุปตะเข้าสู่พื้นที่ทดสอบ BTTD ในเวลา 02:00 น. เขาไปที่แผงควบคุมและเริ่มเปิดเครื่องจนเฮล์มมันมาถึงตอน 2:08 น.
คุปตะ: [ตรวจดูนาฬิกาพกของเขา] เธอมาสายนะ
เฮล์มมัน: และคุณก็ไม่ได้บอกฉันว่าคุณกำลังทำอะไร
คุปตะ: ผม… กำลังทำการทดสอบเบื้องต้น และคิดว่าเธอควรอยู่ที่นี่สำหรับการทดลองแรกของโครงการเราด้วย
เฮล์มมัน: คุณจะใช้ไทม์แมชชีนโดยไม่บอกใครเหรอ?
คุปตะ: ผมบอกคุณแล้วไง
เฮล์มมัน: นามาน…
คุปตะ: ผมรู้ดีว่าถ้าผมบอกไปคงไม่มีใครยอมให้ผมย้อนกลับไปหรอก! และ ก็ใช่… ผมจำเป็นต้องมีคนมาเปิดการใช้งานเครื่องหลังจากที่ผมเข้าไปแล้ว
เฮล์มมัน: แต่คุณจะทำแบบนี้ไปทำไมล่ะ? การทดสอบอย่างเป็นทางการก็จะเริ่มในอีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์แล้วนะ!
คุปตะ: ซินดี้ ผมจะชิงทฤษฎีของพวกเรากลับคืนมา
เฮล์มมัน: ว่าอะไรนะ?
คุปตะ: ทฤษฎีของพวกเรา มันยังมีชื่อของโจนาธานอยู่ ผมจะชิงมันกลับมา ผมรู้ว่าเธอเองก็คงไม่ชอบใจใช่ไหมล่ะ เธอเงียบไปเล็กน้อยทุกครั้งที่เธอพูดคำว่า"ท่อของเวนเดล" มันทำให้ผมนอนไม่หลับ เขาอาจจะเอางานของเราไปได้ แต่ตอนนี้เรามีเครื่องที่สามารถทำให้เราแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นได้แล้ว!
เฮล์มมัน: ดูไร้สาระนะ
คุปตะ: แต่เธอก็ไม่ได้ค้านนี่
เฮล์มมัน: ฉัน… มันก็แค่เรื่องเล็กน้อยเองนะ
คุปตะ: มันไม่ใช่เรื่องเล็กนะ เราจะทำมันไปเพื่ออะไรล่ะ? เวลาตั้งห้าปี? เสียผลงานที่ต้องยืนหน้าไวท์บอร์ด เถียงกันเกี่ยวกับผลการจำลอง และรวบรวมข้อมูลการทดสอบเป็นเวลาตั้งห้าปี นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆหรอกนะ
เฮล์มมัน: คุณก็รู้ดีนี่นาว่ามันควบคุมไม่ได้หรอกว่าคุณจะเปลี่ยนไปขนาดไหน
คุปตะ: ใช่ ก็ใช่ การกระทำหนึ่งในชีวิตจะส่งผลทำให้เกิดเหตุการณ์ต่อเนื่องยาวนานซึ่งผลกระทบนั้นไม่มีใครคาดเดาได้ บลา บลา บลา แต่สำหรับทุกๆการกระทำนั้น มันจะส่งผลไปถึงวันพรุ่งนี้ได้ขนาดไหนกันเชียวล่ะ? ถ้าเธอมาถึงเร็วกว่านี้สามนาทีมันก็ไม่ได้เปลี่ยนบทสทนาของเราในตอนนี้หรอก การกระทำมากมายเท่านั้นที่มีความหมาย และทั้งหมดที่เรารู้ก็คือ เราสามารถหลีกเลี่ยงภัยพิบัติได้แทนที่มันจะเริ่มอีกรอบ
เฮล์มมัน: นั่นมันไม่ใช่… วิทยาศาสตร์เลยนะ
คุปตะ: ผมคำนวณดูแล้ว ผมเกือบจะแน่ใจแล้วว่าหากผมไปช่วยพวกเราตีความข้อมูลบางส่วนให้เร็วขึ้นอีกสักนิดได้ล่ะก็ ผมจะสามารถทำทุกอย่างขึ้นมาใหม่ได้โดยไม่มีความแตกต่างที่สำคัญจากการเผยแพร่งานวิจัยของเราได้เลย
เฮล์มมันถอนหายใจ
เฮล์มมัน: จะย้อนกลับไปไกลขนาดไหน?
คุปตะ: เดือนมกราคม ก็แปดเดือนก่อน ให้ผมมีเวลามากพอที่จะเร่งความเร็วในการวิจัยของเราเพื่อให้เราสามารถเผยแพร่ในการประชุมฟิสิกส์อนุภาคนั้นทันในเดือนมีนาคม ก่อนที่โจนาธานจะขโมยมันไปได้
เฮล์มมัน: … ได้ แต่ต้องสัญญากับฉันนะว่าเราจะได้เป็นผู้เขียนร่วมคนแรกด้วยกัน
คุปตะ: ก็นั่นล่ะแผนของเรา
เฮล์มมัน: งั้นก็จัดไป
คุปตะ: ขอบคุณนะ
คุปตะเข้าสู่แคปซูลเดินทางของ BTTD ขณะที่เฮล์มมันประจำตำแหน่งที่แผงควบคุม หลังจากที่คุปตะถูกมัดไว้ เฮล์มมันก็เดินไปที่แคปซูลเดินทาง
เฮล์มมัน: [ตะโกน] โชคดีล่ะ
คุปตะ: [ตะโกนจากแคปซูล] ไม่เห็นจำเป็นเลย! ผมลองใหม่ได้เรื่อยๆตามที่ต้องการนั่นล่ะ
เฮล์มมันพยักหน้าและเดินกลับไปที่แผงควบคุม
เฮล์มมัน: นั่นมันคำพูดที่ดีที่สุดที่เขาจะพูดได้แล้วหรือไงกันนะ
เฮล์มมันเปิดใช้งาน BTTD พลังถูกดึงมาจากทั่วทั้งไซต์ ทำให้กล้องวงจรปิดปิดตัวลง

เอกสาร 1/6

http://scp-wiki.wikidot.com/fragment:scp-5552-1/noredirect/true

หมายเหตุ: ไฟล์อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

การสอบสวนเหตุการณ์ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน


สรุปเหตุการณ์: เมื่อวันที่ 14/04/2020 ฐานข้อมูลที่ Site-72 ได้รายงานการสร้างและแก้ไขไฟล์โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะกับเอกสารเกี่ยวกับ SCP-5552 ข้อมูลในอดีตของ SCP-5552 หายไปทั้งหมด และมีความเป็นไปได้ว่ามันถูกลบออกจากจิตใจของบุคลากรที่ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมโครงการด้วย เนื่องจากไม่มีใครสามารถยืนยันได้เลยว่าช่องของ SCP-5552 นั้นเคยถูกกำหนดให้มีความผิดปกติมาก่อน

ตัวเอกสารเองไม่ได้แสดงคุณสมบัติผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดถูกแท็กด้วยการประทับเวลาอัปโหลดเป็น 13:43:28 น. ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ ดร.นามาน คุปตะ เริ่มปาฐกถาเรื่อง"ทฤษฎีที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลาแบบสองทิศทาง"ในการประชุมวิชาการฟิสิกส์นานาชาติ ครั้งที่ 6

ต่อไปนี้คือเอกสารที่ปรากฎขึ้นจากเหตุการณ์นี้

นายใช้ดิสคอทไหม เผื่อจะได้แทคตรวจแปลของนายในนั้น
ถ้าใช้พิมเรียกในดิสหน่อยนะ


Sorry, My english isn't good.

ผ่านครับ


Sorry, My english isn't good.

ผ่านครับ


Sorry, My english isn't good.

[[module CSS]]
@import url(https://scp-th-sandbox.wdfiles.com/local--code/theme%3Awilsons-th/1)
[[/module]]

sweetie.png

SCP-2396-A ที่ถูกพบในป่า

วัตถุ #: SCP-2396

ระดับ: Keter Euclid

มาตราการกักกันพิเศษ: SCP-2396 จะต้องถูกกักกันไว้ในไซต์ชั่วคราว 2396 โดยไซต์ชั่วคราว-2396 นั้นจะต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำการเป็นเพศหญิงในทุกตำแหน่งงาน โดยจนกว่าจะสามารถหาวิธีการกำจัดผลกระทบของ SCP-2396 ได้ จะไม่มีการเคลื่อนย้ายตัวอย่างออกจากไซต์เป็นอันขาด และตัวอย่างจะต้องได้รับน้ำเชื่อมกลูโคสหนึ่งลิตรทุกวัน

ประชาชนทุกคนรอบไซต์ชั่วคราว-2396 ในระยะ หก กิโลเมตรที่ถูกระบุตัวว่าเป็นผู้ชายจะต้องถูกกักตัวเพื่อตรวจสอบว่าได้มีการสัมผัสกับ SCP-2396-A หรือไม่ หากพบว่ามีการสัมผัสให้ทำการกำจัดทิ้งก่อนที่จะกลายร่างเป็น SCP-2396-B โดยเนื่องจากสถานที่ที่ SCP-2396 อยู่ในขณะนั้น ทุกคนที่ถูกกำจัดทิ้งนั้นจะต้องทำการปกปิดข้อมูลด้วยเรื่องเล่าเกี่ยวกับ "นักปีนเขาที่หายตัวไป" และประชาชนทุกคนที่รับรู้ถึงการมีอยู่ของ SCP-2396-B จะต้องได้รับยาลบความทรงจำแบบ B

หากพบเจอ SCP-2396-A ให้ทำการเผาทิ้งในทันที โดยในระยะ หก กิโลเมตรรอบไซต์ชั่วคราว-2396 จะต้องมีการเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลาเพื่อหา SCP-2396-A โดยหน่วยกักกันพิเศษ1 แลมด้า-6 ("หญิงสาวน่ารัก") โดย CTF Λ-6 จะถูกเรียกไปเริ่มกระบวนการกำจัด SCP-2396-B หากสามารถระบุตำแหน่งของ SCP-2396-B ได้ และเช่นเดียวกับไซต์ชั่วคราว-2396 CTF Λ-6 จะมีเจ้าหน้าที่ในหน่วยปฎิบัติการทั้งหมดเป็นเพศหญิงในทุกตำแหน่งงาน

ความพยายามในการเข้ากักกันทั้งหมดจะต้องมุ่งไปที่การหาวิธีกำจัดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบของ SCP-2396 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้ากักกัน

SCP-2396 จะต้องอยู่ในห้องกักกันสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์แบบมาตราฐานในปีกความปลอดภัยต่ำของไซต์-19 โดย SCP-2396 จะได้รับซูคราโลสเหลวปริมาตร 1 ลิตรที่มันเชื่อว่าเป็นน้ำตาลทุกวัน ในส่วนของการกักกันนั้น ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีปฎิสัมพันธ์กับตัวอย่างเป็นเพศหญิงในบางตำแหน่งงาน โดยไม่จำเป็นต้องมีการกักกันนอกเหนือจากนี้

รายละเอียด: SCP-2396 เป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์เพศหญิง สูงประมาณ 225 ซม. และหนักประมาณ 101 กก. SCP-2396 มีลักษณะเหมือนกับมนุษย์เพศหญิงปกติทั่วๆไป ยกเว้นผมที่มีสีชมพูพร้อมกับดอกไอริสที่เกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ โดยมีคำว่า "มิส หวาานแหว่ว, จากลิตเติ้ล มิสเตอร์® โดยด็อกเตอร์วันเดอเทนเมนต์ " ถูกสักไว้ที่ต้นขาด้านซ้ายของ SCP-2396

เมื่อปฏิเสธ น้ำตาล อาหารใด ๆที่ระบุว่ามีส่วนประกอบของน้ำตาล SCP-2396 บอกว่ามีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง และมีความจำเป็นที่ต้องได้รับน้ำตาลหรืออาหารอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณของน้ำตาลที่ได้รับไม่มีผลต่อลักษณะที่ผิดปกติของหล่อน การบริโภคน้ำตาลในปริมาณใดก็ตามจะส่งผลให้ ระดับน้ำตาลในเลือดของ SCP-2396 เพิ่มขึ้นจนถึงระดับคงที่ที่ประมาณ 400 มก./เดซิลิตร ซึ่งเนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงผิดปกติ ตัวอย่าง จะ เคยอยู่ในภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เกิดอาการปวดหัวและสายตาพร่ามัว ถึงแม้ว่าตัวอย่างจะมีการบริโภคอาหารในปริมาณมากแต่ SCP-2396 นั้นก็ไม่ได้แสดงถึงกระบวนการทำงานของอวัยวะในระบบขับถ่ายหรือการเปลี่ยนแปลงทางด้านน้ำหนักแต่อย่างใด

โดยระหว่างที่ SCP-2396 ได้ "บริโภค"น้ำตาลเข้าไปแล้วนั้น ผู้ชายทุกคน (ผู้ที่ยังไม่เป็น SCP-2396-B ณ ขณะนั้น) ในระยะ 46 เมตร จะแสดงถึ
ความพยายามที่จะหลบหนีหรือออกห่างจาก SCP-2396 ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่หากผู้ชายได้ทำการสัมผัสเข้ากับ SCP-2396 ผู้ชายคนนั้นจะแสดงอาการที่คล้ายกับอาการโคม่าที่เกิดจากเบาหวาน โดยตัวอย่างได้ระบุว่าได้กระทำไปเพื่อ "ไล่ให้พี่ชายที่น่ารังเกียจและพวกพ้องเพื่อนของเขาออกไป"

SCP-2396-A คือชิ้นส่วนที่ประกอบด้วยน้ำตาลที่มีลักษณะคล้ายลูกกวาด โดยจะปรากฏขึ้นในที่ไหนก็ได้ที่ห่างจาก SCP-2396 ในระยะ 6 กม. และจะมีอัตราการปรากฎตัวเพิ่มขึ้นในพื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน เนื่องจากด้วยขนาดที่เล็กของมันและครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ที่ให้ตำแหน่งและจำนวนของ SCP-2396-A นั้นไม่ทราบแน่ชัด โดยจะมีการผลิต SCP-2396-A ออกมามากขึ้นเมื่อ SCP-2396 มีอาการตึงเครียด ในขณะที่ SCP-2396-A นั้นไม่มีผลกระทบกับเพศหญิงเมื่อมีการสัมผัสหรือรับประทานเข้าไป แต่หากเป็นเพศชายนั้นจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็น SCP-2396-B อย่างช้าๆ

โดยการเปลี่ยนแปลงเป็น SCP-2396-B นั้นสามารถตรวจสอบได้โดยการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งอาจมากถึง 600 มก./เดซิลิตร เพราะเหตุนี้ ผู้ชายจำนวนมากจึงไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ทันทีหลังจากสัมผัสกับ SCP-2396-A เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็ว ทำให้อวัยวะต่างๆ ,ของเหลวภายในร่างกายและกระดูก ถูกเปลี่ยนให้เป็นลูกกวาดจำนวนมากด้วยกระบวนการบางอย่าง ซึ่งหลอมร่วมกับร่างกายทำให้ผู้ชายคนนั้นกลายสภาพเป็น SCP-2396-B

SCP-2396-B คือรูปร่างของรูปปั้นที่มีชีวิต ซึ่งบ้างครั้งมีลักษณะคล้ายกับยูนิคอร์นแต่พบได้น้อยมาก เมื่อ SCP-2396-B แปลงสภาพสมบูรณ์ มันจะพยายามเข้าไปหา SCP-2396 และพยายามเข้าทำลายการกักกัน โดยตัวอย่างแสดงถึงการทนทานต่อแรงกระแทกจากของแข็งรวมถึงยังมีพละกำลังที่มากผิดปกติ ซึ่ง SCP-2396-B จะเข้าโจมตีมนุษย์เพศชายทุกคนที่อยู่ในระยะการมองเห็นของมัน และจะทำตามคำสั่งที่ได้รับจากมนุษย์เพศหญิงทุกคำสั่ง รวมถึงการสั่งให้หยุดเข้าโจมตี และ SCP-2396-B สามารถทำลายได้โดยการเผาด้วยไฟ ไม่ว่าจะเป็นเตาเผาหรือเครื่องพ่นไฟ

SCP-2396 จะหยุดการผลิต SCP-2396-A และผลกระทบทั้งหมดที่มีต่อมนุษย์เพศชายเมื่อตัวอย่างขาดการบริโภคน้ำตาลไม่น้อยกว่า 48 ชั่วโมง ในระหว่างนั้น ระดับน้ำตาลในเลือดจะอยู่ที่ระดับ 10 มก./เดซิลิตร ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นระหว่างที่เกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำและสูงมีความคล้ายคลึงกัน โดย SCP-2396 นั้นไม่สามารถแยกแยะระหว่างน้ำตาลแท้กับน้ำตาลเทียมในปริมาณที่เท่ากันได้อีกด้วย

ภาคผนวก 2396-1: เมื่อได้มีการสอบถาม SCP-2396 ได้บอกว่าตนได้ลืมไปหมดแล้ว ถึงกระนั้นก็ยังสามารถท่องข้อความต่อไปนี้ได้ทั้งหมด

สิ่งที่ควรทราบก็คือ SCP-2396 พูดทุกเครื่องหมายวรรคตอนและพูดชื่อ SCP-2284 เป็นเพียงการหายใจออกเป็นเวลานานเท่านั้น

https://scp-wiki.wikidot.com/scp-2396

https://www.scpwiki.com/a-look-back-on-what-we-accomplished

แทบไม่มีคำพูดจากริมฝีปากของทิลด้าเลยก่อนที่ร่างทั้งสองจะหายวับไปจากห้องสอบสวน ทิลลี่หลับตาลงตอนที่แสงอันอบอุ่นโอบล้อมตัวเธอ


เธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง พวกเธอยืนอยู่ข้างเนินเขาเขียวขจีในหุบเขาลึก ในขณะที่แสงสีส้มของยามพลบค่ำสาดลงมา สาวงูที่อยู่ข้างๆเธอก็ยังคงสูบบุหรี่ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"พวกเราอยู่ที่ไหน?"

"ก็นั่นสินะ"

เธอเงยหน้าขึ้น เห็นเมืองอยู่ไกลออกไป แต่มันไม่มีเมืองไหนในโลกที่มีลักษณะแบบนี้ มันส่องสีขาวระยิบระยับเมื่อแสงยามโพล้เพล้สะท้อนจากกระจกบานใหญ่ ตึกระฟ้าเป็นเกลียวทำหน้าที่เป็นระแนงสำหรับไม้เลื้อยที่มีเถาวัลย์คดเคี้ยวยาวหลายเมตร เหนือศีรษะก็มีเครื่องจักรสีขาวที่มีรูปร่างเหมือนหยดน้ำตาขนาดยักษ์บินผ่านท้องฟ้าไป

"เราไม่ได้อยู่บนโลกสินะ"

"อืมม… ทางเทคนิคแล้วก็ไม่ถูกนะ มันคือโลกนั่นล่ะ แต่คนละความเป็นจริงกับที่เธอจากมา โลกที่ดีกว่า คงต้องพูดแบบนั้นล่ะมั้ง"

"แล้วมันต่างยังไงล่ะ?"

"ไม่มีการกักกัน ความผิดปกติเป็นที่รู้จักของสาธารณชน เวทมนตร์ของพวกเขาถูก… บูรณาการเข้ากับสังคม โรคภัยและความเจ็บปวดส่วนใหญ่ก็เป็นแค่เรื่องของอดีต"

"นั่นมันเป็นไปไม่-"

"เธอก็รู้นี่ว่ามันไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้"

ทิลลี่มองดูเมือง มันเปล่งประกายระยิบระยับในยามพลบค่ำ มันไกลเกินกว่าจะมองเห็นผู้คน แต่ก็มีบรรยากาศของความเคลื่อนไหวที่ชัดเจน เมืองนี้ไม่ได้แค่มีชีวิตชีวาแต่มันเต็มไปด้วยความสุข

"เหมือนพวกเขาจะเชื่อว่ามันเป็นไปได้เลย"

เธอละสายตาจากสิ่งก่อสร้างแล้วก็เจอร่างสองร่างกำลังขึ้นเนิน เป็นชายในชุดแล็บเหมือนกับเธอและแมวแท็บบี้ตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ ทิลลี่เริ่มเดินขึ้นเนิน

"ฟ่อ หยุดเลยนะ"

เธอมองไปข้างหลัง 6000-A มองมาที่เธอในขณะที่ยังคงส่งเสียงขู่ฟ่อ
"นี่ไม่ใช่ ฟ่อ เรื่องราวของเธอ ที่นี่เธอก็เป็นแค่ ฟ่อ ผู้สังเกตการณ์ เหมือนกัน ฟ่อ ฉันในเรื่องราวของเธอ"

"งั้นเราก็อยู่ในเรื่องราวอยู่งั้นเหรอ?"

"ทุกคนก็อยู่ในเรื่องราวทั้งนั้นล่ะ ฟ่อ ทิลด้า แค่เรื่องนี้มันมีตอนจบที่ดีกว่า สหายรวมกลุ่มกันและโลกมีอิสระที่จะ ฟ่อ แสวงหาชะตากรรมของตัวเอง ถือว่าไม่เลวเลย ฟ่อ เมื่อคิดจากทุกอย่างแล้ว"

เธอมองขึ้นไปที่ทั้งคู่ พวกเขาหัวเราะในขณะที่พวกเขาพูดคุยกันด้วยเสียงที่พวกเธอไม่ได้ยิน จากนั้นครู่หนึ่ง ชายคนนั้นก็หน้าซีดและจ้องไปที่เพื่อนแมวของเขาก่อนที่ทั้งคู่จะรู้สึกผ่อนคลายและทรุดตัวลงพื้นแล้วหัวเราะคิกคักออกมา ขวดเปล่าข้างๆพวกเขาช่วยเล่าเรื่องราวของพวกเขาให้รู้เล็กน้อย

"ถ้าอย่างนั้นทำไมล่ะ? ทำไมเราถึงมาอยู่ที่นี่ ถ้าเราจะพูดอะไรกันพวกเขาไม่ได้เลยน่ะ?"

"งั้น เราจะไปที่อื่นก็ได้นะ"


เกาะแห่งนี้ปกคลุมไปด้วยบรรยากาศที่ไม่ต้อนรับผู้คน ทุกสิ่งถูกสีเทาเข้าครอบงำ ท้องฟ้าครึ้มเป็นสีเทา ทะเลเป็นคลื่นสีเทาที่โหมกระหน่ำกระทบชายฝั่งหินสีเทา หญ้ากลายเป็นขี้เถ้าใต้รองเท้าบูทของทิลลี่

ในระยะไกล มีสิ่งผิดปกติยื่นออกมาเหนือขอบฟ้า มันคือหอคอยอะไรบางอย่าง - เรียบ ไร้จุดเด่น และไม่ต้อนรับทุกสิ่ง เกิดเป็นความแตกต่างอย่างชัดเจนกับหมู่เมฆที่มืดทึบ
"นั่นมันอะไรน่ะ?"

"ไม่มีใครรู้ ฟ่อ เกาะนี้ไม่สามารถเข้าถึงได้นอกจากเธอจะตามหามัน และสถาบันก็…ลำบากมากในการตรวจสอบมัน"

ทิลลี่พูดออกมา "สถาบัน? ฉันไม่เห็นจะจำได้เลยว่ามีอะไรแบบนี้มาหาฉันน่ะ"

"ก็เพราะว่ามันไม่เคยยังไงล่ะ ขอพูดซ้ำอีกรอบ นี่คือคนละเรื่องราว เรื่องราวนี้อาจจะไม่มีทิลด้า มูส หรือไม่งั้นเธอก็อาจจะยังคงเป็นสมาชิกของหัตถ์อสรพิษอยู่ก็ได้"

มูสไม่พูดตอบ ฝนเริ่มตกอย่างช้าๆและเบา จากนั้นก็กระหน่ำลงมา

"ยังไงก็ช่างเถอะ เรื่องนี้กับเธอไม่เคยยุ่งเกี่ยวกัน ฟ่อ ฟ่อ ติดใจเหรอ?"

"ไม่ล่ะ ทำไมต้องติดใจด้วย?"

มันเงียบ ขณะที่เธอกำลังเดินเร็ว ก็ลื่นไถลไปตามใบหญ้าที่เปราะบาง
มีผู้ชายสองคนยืนอยู่ข้างหน้ามัน แต่งกายตามแบบฉบับของนักวิจัยของสถาบัน มีช่องว่างเปิดอยู่ที่ด้านข้างของอาคาร และหนึ่งในนั้นก็หายเข้าไปข้างใน ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง


ทั้งคู่ยืนอยู่ที่มุมของหอประชุมอันมืดมิด ที่ตรงกลางมี 13 คนนั่งล้อมรอบโต๊ะกลม มีแสงส่องสว่างจากด้านบน

"อะไรน่ะ- อย่าบอกนะว่า นั่นมัน-?"

"ใช่ สภาไงล่ะ แต่ไม่ใช่สภาของเธอ หรือแม้แต่สภาที่เธออยู่"

"อะไรนะ?"

"อ๊ะ จริงสิ ในบางเรื่องเธอจะได้อยู่ในสภา O5 เหลือเชื่อใช่ไหมล่ะ?"

".. ก็ไม่เชิงหรอกนะ เอาจริงๆ นี่เป็นเรื่องไร้สาระของภูติแห่งคริสต์มาสในอนาคตเหรอ? จะแสดงให้ฉันเห็นว่าอนาคตจะกลายเป็นยังไงเหรอ?"

ดูเหมือนสภาจะลงคะแนนอะไรบางอย่าง ทิลลี่จับคำพูดได้ไม่กี่คำ - ชะตากรรมของนักโทษ คนที่ถูกเรียกว่า O5-0 มีคนหลายคนตะคอกใส่คนที่ดูเหมือนจะเป็นคนที่ว่า แล้วมันก็กลายเป็นภาพเบลอ

"ก็ไม่นะ-"


"- เรื่องพวกนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นสักหน่อย เรื่องราวเหล่านี้มันเกิดขึ้นขนานไปกับเรื่องของพวกเรา ทีนี้เข้าใจหรือยัง"

ตอนนี้พวกเธออยู่ในชนบทที่ราบเรียบ ทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยหิน ในระยะไกล มีกระท่อมมุงจากแบบเรียบง่ายตั้งอยู่ท่ามกลางฟาร์มธรรมดาๆ และมีผู้คนที่สวมเสื้อผ้าแบบธรรมดากำลังขนผลผลิตและอุปกรณ์อยู่

"ที่นี่ดูไม่เลวเลย"

"ที่นี่คือแดวาสตัน ประเทศที่เกิดจากการกักกันล้มเหลวของ SCP-140"

"ดูท่าจะสงบสุขสำหรับพวกแดวิตนะ"

"มุมมองของเธอต่อแดวามันออกจะ… เข้าใจผิดนะ หรือไม่ก็ไม่ใช่ของเธอ - แต่เป็นของสถาบัน"

สายลมพัดผ่านพวกเธอ เสื้อแล็บของทิลลี่สั่นไหวเป็นลูกคลื่น เธอได้ยินเสียงเพลงดังมากับสายลมจากที่ไกลๆ - เป็นวงออร์เคสตราเครื่องสาย เล่นบางอย่างที่ดูคุ้นเคย มันทำให้เธอรู้สึกเศร้าขึ้นมา

"สำหรับเรื่องราวแล้ว มันดูสมจริงจังเลยนะ"


"ตอนนี้เธอคงเข้าใจความรู้สึกฉันแล้วสินะ ฉันเป็นแค่คนนอกสำหรับเรื่องของเธอ ก็เหมือนกับเธอในตอนนี้นั่นล่ะ"

พวกเธอล่องลอยอยู่ท่ามกลางความมืดมิด

"นี่คืออะไร สามศูนย์ศูนย์หนึ่งเหรอ?"

"ไม่ได้น่าเศร้าขนาดนั้นหรอก"

พวกเธอกำลังร่วงหล่น ในที่สุดเธอก็รู้ตัวว่าจริงๆแล้วไม่ได้กำลังลอยอยู่ จากนั้นพวกเธอก็หยุดลงตรงหน้าทรงกลมสีแดงขนาดยักษ์ มันถูกปกคลุมด้วยของเหลวบางอย่าง - หยดไปยังด้านข้าง หยดไปเรื่อยๆ มันเรืองแสงด้วยแสงสีแดงที่น่าขนลุกแบบเดียวกัน ทอดเงาใส่หญิงสาวในชุด MTF ที่อยู่ตรงหน้ามัน

"เธอไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับผู้คนเหล่านี้ได้ แต่มันก็มีอะไรให้ก้าวต่อไปเสมอ ไม่ใช่เหรอไงล่ะ?"

"… ก็จริง"


พวกเธออยู่อย่างนั้นไปซักพักจากนั้นก็กระโดดจากเรื่องหนึ่งไปยังอีกเรื่องหนึ่ง ถ้ำใต้ดินที่มีปีศาจห้อยอยู่บนต้นไม้ ต้นไม้อีกต้นหนึ่ง - คราวนี้เป็นสนยักษ์ในป่าเรดวูดของแคลิฟอร์เนีย ป่าโปร่งในคาสคาเดียขณะที่ฝนกำลังเทลงมา จนทำให้พื้นดินกลายเป็นโคลน คาร์เนกี้ฮอลล์ที่การตกแต่งภายในของมันถูกจัดเป็นฉากสำหรับการเดินเรืออันแสนยิ่งใหญ่ เสาสีม่วงในอเมซอน และหน้าต่างในห้องของไซต์-17 ไปอีกนับไม่ถ้วน และอีกนับไม่ถ้วน แต่ทั้งหมดก็ล้วนควรค่าแก่การจดจำ

"ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วใช่ไหม?"

"ก็นะ เข้าใจแหล่ะ"

"งั้นก็ไปกันเถอะ"

6000-A ทิ้งก้นบุหรี่ลงกับพื้น ทิลด้าบี้มันด้วยรองเท้าบูท แล้วพวกเธอก็จากไป

https://scp-wiki.wikidot.com/fragment:scp-6000-5

SCP-6000-A หัวเราะเหมือนงูและกระดิกนิ้วใส่เธอผ่านกุญแจมือ "ผู้อำนวยการ เราผ่านมันมาได้แล้ว เธอเลือกตอนจบของเรื่องไม่ได้หรอกนะ"

เธอมองลงไป

"แต่เธอเลือกได้ว่าจะรับมันยังไง คุณสามารถนั่งลงและร้องไห้ถึงเรื่องเก่าที่ทำให้คุณรักจบลง…. หรือจะยิ้มแล้วเดินต่อไปยังชั้นถัดไป"

เธอมองย้อนกลับขึ้นไป

พวกเขาไม่ได้อยู่ในห้องขัง B918 แล้ว พวกเขายืนอยู่ระหว่างชั้นหนังสือขนาดมหึมาสองชั้นที่ดูเหมือนจะขยายใหญ่อยู่ตลอดเวลาก่อนที่มันจะแยกออกไปเป็นชั้นหนังสือใหม่ ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยหนังสือหลากหลายแบบ มีตั้งแต่หนังสือเล่มใหญ่ถึงขนาดแผ่นพับบางๆ มีผู้คนทุกรูปร่างทุกขนาดนั่งอ่านหนังสืออย่างระมัดระวังอยู่ทุกพื้นที่ ท้องฟ้าสีดำเต็มด้วยกลุ่มดาว — และเธอก็ได้กลิ่นของกระดาษที่ใหม่

"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน พัศดี"

SCP-6000-A หายไป มีหญิงสาวชาวเอเชียโผล่มาแทน น่าจะสูงราวห้าฟุต มีรอยสักรูปงูพันม้วนรอบข้อมือบนใบหน้าของเธอ

ในที่สุดเธอก็พูดออกมา

"— ได้ยังไงกัน…?"

"ก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ หอสมุดคือจุดจบเรื่องราวของเธอ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีหรอกนะ เพราะเธอก็จะได้ไปยังเรื่องต่อไปได้"

เธอโบกมือไปรอบๆตัว และผู้ศรัทธาอีกสองสามคนก็เงยหน้าขึ้น แล้วก็มีบางคนปลดฮู๊ดลงมา

"อดัม"

บัซเกซ เคิร์ตซ์ บาร์เดม และโฟลเร็ซก็ด้วย เธอถึงขนาดคิดว่าเห็น O5 บางคนอยู่ในฝูงชนด้วยซ้ำ

"จุดจบมันไม่ใช่ความตาย ทิลลี่ เธอยึดติดกับความคิดนั้นจนเกินไปแล้ว"

"ยังมีเรื่องใหม่อยู่อีกเหรอ? โลกใบใหม่ กับสถาบัน? กับฉัน? ทุกสิ่งที่เราต่อสู้เพื่อปกป้อง? ทุกสิ่งที่เราทำมา?"

"มีอยู่แล้วสิ ดังนั้นแล้ว…"

เธอเอื้อมมือไปดึงหนังสือปกสีเทาออกมาด้วยความนุ่มนวล ด้านหน้าสลักนูนด้วยคำว่า "SCP-6000" ด้วยตัวอักษรที่หรูหรา

"เข้ามาอ่านสิ"

เธอมองไปรอบๆหอสมุดที่มีขนาดใหญ่แบบเป็นไปไม่ได้ จากบริเวณที่ไกลๆเธอก็เห็นแมลงยักษ์ตัวเดียวกันที่ทักทายเธอตอนหน่วยชิคาโก้บุกเข้าไปครั้งแรก มันโบกมือก้ามปูให้เธอ

"มันเป็นแบบนี้เองสินะ"

"อะไรเหรอ?"

"จุดจบที่ดีของฉัน"


ขอบคุณที่อ่าน

ROUNDERHOUSE.

https://scp-wiki.wikidot.com/fragment:scp-6000-3

SCP FOUNDATION // GLOBAL OCCULT COALITION // JOINT CLEARANCE FILE//


PASSCODE:

THE GARDEN IS THE SERPENT'S PLACE.

[[/div]]
centerred.png

[[/div]]


[[include :scp-wiki:component:classified-bar-woed
|lv=1
|item=6000
|oc=apollyon
|lang=EN
]]


earth.png

SCP-6000 ภาพถ่ายทางอากาศ


[[include component:image-block name=interior.jpg|
caption=SCP-6000.
]]

มาตรการจัดเก็บพิเศษ: การกักกันของ SCP-6000 ล้มเหลว บุคลากรของสถาบัน/FUSILLADE ทุกคนที่เหลืออยู่บนโลกควรรายงานต่อผู้ดูแลของไซต์เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม

รายละเอียด: SCP-6000 คือส่วนของพื้นโลกที่ได้รับการดัดแปลงให้เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่นอกมิติที่เรียกว่าหอสมุดแห่งผู้พเนจร ปัจจุบัน SCP-6000 ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของซีกโลกตะวันตกและกำลังขยายขนาดเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงของ SCP-6000 เริ่มขึ้นที่แอ่งอเมซอนในอเมริกาใต้ และขยายออกไปทั่วทั้งซีกโลกในสัปดาห์ต่อมา แม้ว่าจะมีความพยายามร่วมกันระหว่างสถาบัน-GOC ภายใต้ชื่อโครงการ FUSILLADE เพื่อขัดขวางการขยายตัวแล้วก็ตาม

ประชากร สถาบัน GOC และไซต์ FUSILLADE ภายใน SCP-6000 ทั้งหมดถือว่าสูญหายไป มาตรการปิดข่าวถูกปล่อยทิ้ง

ปัจจุบันการกักกัน SCP-6000 นั้นเกี่ยวกับการอพยพบุคลากรของ FUSILLADE ไปยังไซต์สำรองนอกมิติที่กำหนดไว้

SCP-6000 ครอบคลุม 58% ของพื้นผิวโลกและยังคงเติบโตขึ้น คาดการณ์ว่ามันจะครอบคลุมทั่วทั้งโลกภายในสองหรือสองสัปดาห์ครึ่ง


ภาคผนวก 6000.1

บันทึกสุดท้าย


ต่อไปนี้เป็นบันทึกเสียงสุดท้ายที่บันทึกและออกอากาศจากอาคาร-57 ก่อนที่มันจะถูกรวมเข้ากับ SCP-6000 อย่างสมบูรณ์ ขณะที่เชื่อกันว่าได้ทำการอพยพบุคลากรและสิ่งผิดปกติที่เป็นประโยชน์ทั้งหมดออกไปแล้ว แต่จากการสอบสวนพบว่าผู้อำนวยการมูสไม่ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์อพยพในระหว่างที่เกิดความวุ่นวาย

หลังจากบันทึกไฟล์เสียงนี้ ทั้งสองก็หายไปจากเครื่องสแกนตัวตนบุคคลของอาคาร-57 วินาทีต่อมา ตัวอาคารก็ถูกปกคลุมโดย SCP-6000

«เริ่มข้อความที่ตัดมา»


MOOSE: แล้ว… ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

SCP-6000-A: หมายถึงอะไรเหรอ? เรารอ มีอะไรอย่างอื่นให้ทำอีกเหรอ?

MOOSE: ก็คงไม่มี เราทำได้แค่รอ

SCP-6000-A: แล้วจะกังวลอะไรล่ะ?

MOOSE: ฉันก็ไม่รู้

[เงียบ]

SCP-6000-A: เธอไม่ควรจะกังวลนะ รู้ไหม

MOOSE: ทำไมล่ะ?

SCP-6000-A: การจากโลกไม่ได้น่ากลัวเหมือนความหมายของมันหรอกนะ

MOOSE: ฉันว่าคุณคงพูดถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่ำไปหน่อยนะ

SCP-6000-A: เรื่องที่จะเกิดขึ้นเหรอ? มันก็เกิดขึ้นมาตลอดนั่นล่ะ ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ

MOOSE: ไม่ใช่ บ้าไปแล้ว ไม่มีอะไรเป็นธรรมชาติในเรื่องนี้ทั้งนั้นล่ะ โลกกำลังถูกกินทั้งเป็น พวกเราทำได้แค่นั่งและดูหายนะและก็ทำอะไรไม่ได้สักอย่างเลย

[เงียบ]

SCP-6000-A: เธอคิดว่ามันจะมีอะไรเหลือเหรอ?

MOOSE: ฉันไม่เชื่อในพระเจ้า ถ้านั่นคือเรื่องที่เธอถามนะ ไม่ว่าใครที่ทำงานกับสถาบันแล้วยังคงเชื่อในพระเจ้าก็คงมีศรัทธายิ่งกว่าสมเด็จพระสันตะปาปาแล้วล่ะ

SCP-6000-A: นั่นไม่ใช่เรื่องที่ฉันถามสักหน่อย เธอคิดว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นหลังจากเวย์ปกคลุมไปทั้งโลกแล้วเหรอ? ทุกอย่างจะกลับไปสู่ความว่างเปล่าหรือเปล่า?

MOOSE: แน่นอนสิ มันกลืนกินโลก แล้วแทนที่ตัวมันเข้าไป

SCP-6000-A: นั่นล่ะที่ผิด

MOOSE: อะไรนะ?

[SCP-6000-A จุดบุหรี่ด้วยนิ้วของเธอ]

SCP-6000-A: ฉันไม่เข้าใจเลย ผู้อำนวยการ ด้วยสามัญสำนึกคุณก็รู้ดีอยู่แล้วว่าสักวันหนึ่งพระอาทิตย์ก็ต้องดับลง เธอเสแสร้งใช้ชีวิตประจำวัน โดยรู้ดีว่าจักรวาลก็มีอายุขัยของมัน ไม่ว่าอะไรมันก็มีจุดจบทั้งนั้นล่ะ

มูส: ก็ใช่ แต่ว่า-

SCP-6000-A: เป็นเรื่องธรรมชาติเหรอ? ความตายอันร้อนระอุอย่างช้าๆของจักรวาล มองดูดาวทุกดวงดับมืดไปทีละดวงเพราะไม่สามารถจะปะทุต่อไปได้อีกแล้ว อะไรทำให้มันเป็นเรื่องธรรมชาติมากกว่าเรื่องในตอนนี้กันล่ะ? นี่ล่ะที่เป็นข้อบกพร่องร้ายแรงของสถาบันมาโดยตลอด ไม่สามารถปรับตัวและเอาตัวรอดได้

MOOSE: มันเปลี่ยนอะไรไม่ได้หรอก

SCP-6000-A: มันเปลี่ยนทุกสิ่ง ทิลด้า เราทุกคนใช้ชีวิตและทำงานโดยรู้ว่าไม่มีอะไรที่จะอยู่ไปตลอด แต่ก็ไม่ยอมรับที่จะรู้ว่าจุดจบมันทำลายเรื่องราวเพื่อตัวเราเอง และ - นั่นล่ะที่สำคัญ มันมีเรื่่องราวใหม่เสมอล่ะ

MOOSE: ฉัน… ไม่เข้าใจ

SCP-6000-A: หอสมุดคือเรื่องราวทั้งหมด ที่ครั้งหนึ่งเคยมีแค่เรื่องเรื่องเดียว เกี่ยวกับสถาบันและการยืนหยัดอย่างกล้าหาญของพวกเขาในวันสิ้นโลก แต่มันจะกลายเป็นเรื่องราวใหม่เป็นพันล้านเรื่อง และมีโลกใหม่นับพันล้านภายในนั้น

[เงียบ]

SCP-6000-A: หอสมุดไม่ได้แค่เชื่อมทุกโลกไว้เฉยๆหรอกนะ มันคือโลกทั้งหมด ทุกๆโลกมีเรื่องราว ทุกๆเรื่องราวก็มีโลก และทุกสิ่งต่างก็สำคัญทั้งนั้น

MOOSE: งั้นก็ไม่ใช่ว่าควบคุมไม่ได้งั้นเหรอ ที่นี่คือจุดจบของเรื่องราว และพวกเรากำลังจะเป็น…ส่วนหนึ่งของหอสมุด

SCP-6000-A: จะพูดแบบนั้นก็ได้ ไม่ใช่ว่าเธออยากจะเข้ามาในหอสมุดอีกครั้งเหรอ? เธอดูจะคิดถึงมันนะ เจ้าหน้าที่มักมิลลันต้องคิดถึงมันมากแน่ๆ

[เงียบ]

SCP-6000-A: มาสิ ปลดกุญแจมือนี่ เธอคงไม่อยากพลาดจุดจบของโลกหรอกใช่ไหม?

[เงียบ]

SCP-6000-A: อะไรนะ?

MOOSE: งั้น…มันก็ ไม่มีอะไรที่ฉันหรืออดัมหรือใครก็ตามที่สามารถทำได้เพื่อที่จะหยุดมันงั้นเหรอ? มันเปล่าประโยชน์งั้นเหรอ?

SCP-6000-A: [ถอนหายใจ] ประเด็นก็คือมันก็เป็นแบบเดียวกับที่เคยเป็นมานั่นล่ะ เพื่อสร้างเรื่องราวใหม่ๆที่ครั้งหนึ่งเคยไม่มีอะไร ดีใจเถอะ ทิลด้า เรื่องราวของเธอจะถูกจดจำตลอดไป

MOOSE: ถ้าเกิด... ถ้าเกิดฉันไม่ต้องการเรื่องใหม่ๆล่ะ? MOOSE: คุณคิดว่าผู้คนจะอ่านเรื่องเกี่ยวกับพวกเราเหรอ?

เรื่องราวในเรื่องราว


«จบบันทึก»

https://scp-wiki.wikidot.com/fragment:scp-6000-2

PROJECT FUSILLADE
SCP FOUNDATION // GLOBAL OCCULT COALITION // JOINT CLEARANCE FILE//

PASSCODE:

THE GARDEN IS THE SERPENT'S PLACE.

[[/div]]


[[include :scp-wiki:component:classified-bar-woed
|lv=4
|item=6000
|oc=Keter
|lang=EN
]]


To refer to an image attached to a page, use pagename/filename

SCP-6000 และ SCP-6000-A


[[include component:image-block name=bubble3.png|
caption=SCP-6000 ภาพภายใน
]]

มาตรการจัดเก็บพิเศษ: มาตรการปัจจุบันเกี่ยวกับ SCP-6000 คือการปกปิดการมีอยู่ของมันด้วยวิธีการใดๆก็ตามที่จำเป็น ในฐานะที่เป็นหน่วยงานข้อมูลของโครงการ FUSILLADE ทรัพยากรของสถาบันจะต้องทุ่มเทให้กับการบิดเบือนข้อมูลและการปกปิดเป็นหลัก ในระหว่างที่กำลังคิดค้นวิธีการกักกันหรือทำลายอย่างถาวร บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตที่เข้าสู่เขตห้ามเข้าของ SCP-6000 จะถูกหยุดด้วยกำลัง รายละเอียดการกักกันเพิ่มเติมสามารถดูได้ในภาคผนวก 6000.3

รายละเอียด: SCP-6000 เป็นส่วนของมิติที่ยื่นออกมาขนาดใหญ่ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ 2° 9' 47.1816'' S และ 55° 7' 35.9328'' W ในป่าดิบชื้นอเมซอนในบราซิล SCP-6000 เป็นเกตเวย์ลำเลียงคลาส-W ซึ่งเรียกกันว่า เวย์ ที่ใหญ่ที่สุดที่สถาบันเคยพบ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปรากฏตัวของ SCP-6000 นั้นมีการขยายใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และได้มีการกำหนดเป็นพื้นที่รักษาความปลอดภัยชั่วคราวรอบบริเวณนั้นเป็นรูปวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 กม. ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นเขตห้ามเข้า

SCP-6000 กำลังขยายตัวขึ้นในอัตราที่ไม่คงที่ การมีอยู่ของมันส่งผลกระทบต่อชีวิตพืชและสัตว์ในเขตห้ามเข้า ระดับของผลกระทบนี้ (พร้อมกับขนาดของเขตห้ามเข้า) จะเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของ SCP-6000

[[include :scp-wiki:component:image-features-source |hover-enlarge=—]
|enlarge-amount=14
|speed=100
|float=true
|align=left
|width=300px
|url=smallsnek.jpg
|add-caption=true
|caption=SCP-6000-A ภาพระยะประชิด วางเมาส์เพื่อขยาย
]]

SCP-6000-A เป็นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญารูปร่างคล้ายงูซึ่งถูกค้นพบภายในเขตห้ามเข้าในระหว่างการสำรวจครั้งแรกของ SCP-6000 (ดูภาคผนวก 6000.2) มันถูกพบในสภาพโคม่าโดยมีศพมนุษย์รายล้อมรอบ ความเชื่อมโยงระหว่าง SCP-6000-A กับ SCP-6000 กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ (ดูภาคผนวก)

SCP-6000 เชื่อมโยงความเป็นจริงพื้นฐานอยู่กับสถานที่นอกมิติที่เรียกว่าหอสมุดแห่งผู้พเนจร สถาบันพบหอสมุดแห่งผู้พเนจรเป็นครั้งแรกในปี 2498 แต่จากหลักฐานบ่งชี้ว่าหอสมุดมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาอารยธรรมมนุษย์ตั้งแต่เริ่มบันทึกประวัติศาสตร์เป็นอย่างน้อย (ดูภาคผนวก 6000.1)

SCP-6000 ปรากฏขึ่นครั้งแรกในวันที่ 21 ธันวาคม 2030 วันครีษมายัน ภาพถ่ายดาวเทียมตามเวลาจริงของป่าดิบชื้นอเมซอนเกิดแสดงความผิดปกติทางการมองเห็นขึ้นมาอย่างกะทันหัน และหน่วยสอดแนมก็ถูกส่งออกไปเพื่อตรวจสอบพื้นที่


ภาคผนวก 6000.1

หอสมุดแห่งผู้พเนจรแบบสรุป


[[include component:image-block name=library.png|
caption=Nx-001 ประมาณปี 1955 ภาพถ่ายมีความเสียหายเล็กน้อย
]]

หอสมุดแห่งผู้พเนจร กำหนดให้เรียกว่า Nx-001 คือพื้นที่-Y นอกมิติที่ประกอบด้วยหอสมุดขนาดใหญ่ที่มีขนาดและขอบเขตไม่ชัดเจน ซึ่งประกอบด้วยหนังสือ ตำรา บทความ และรูปแบบอื่นๆของสื่อและความรู้ มีการอ้างว่าสิ่งของในนี้ครอบคลุมถึงความรู้ทั้งหมด แต่เน้นเฉพาะไปที่ด้านองค์ประกอบของศาสตร์เวทและเวทมนตร์ สถาบันรับรู้ถึงห้องสมุดมาตั้งแต่ปี 2498 เมื่อกลุ่มในความสนใจที่เรียกว่าหัตถ์อสรพิษเปิดเผยถึงสถานที่ออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจให้กับตัวแทนของสถาบัน

หอสมุดนั้นถูกดูแลโดยเหล่าบรรณารักษ์ ตัวตนที่มีขนาดและรูปร่างแตกต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีการปรับเปลี่ยนให้เป็นรูปร่างแบบมนุษย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริการและคุ้มกัน Nx-001 ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎของหอสมุดจะถูกแปลงสภาพเป็นบรรณารักษ์เพื่อชดใช้ความผิด มีบุคลากรของสถาบันจำนวนหนึ่งต้องประสบกับชะตากรรมนี้

Nx-001 มีความเชื่อมต่ออย่างใกล้ชิดกับ GoI-014 หัตถ์อสรพิษ เป็นที่ทราบกันดีว่าหัตถ์อสรพิษใช้หอสมุดเป็นจุดนัดพบและจุดแวะพักสำหรับการดำเนินงานต่างๆเนื่องมีความปลอดภัยสำหรับพวกมัน กองกำลังของสถาบันและ GOC ได้พยายามเจาะเข้าไปในหอสมุดแล้วหลายครั้ง แต่เกือบทุกครั้งก็จบด้วยความล้มเหลว

เดิมสถาบัน รวมทั้ง GOC และเดอะเคออสอินเซอร์เจนซีถูกห้ามจากหอสมุดเนื่องจากความเห็นของห้องสมุดเกี่ยวกับผู้ที่พยายามทำการปราบปรามสิ่งผิดปกติ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็มีท่าทีผ่อนคลายลง ผู้อำนวยการไซต์-19 ทิลดา มูส มีประสบการณ์มากมายที่เกี่ยวกับหอสมุดแห่งผู้พเนจรและหัตถ์อสรพิษในฐานะอดีตตัวตนประเภทบลู และได้มีการให้คำบรรยายสรุปด้านความปลอดภัยหลายครั้งเกี่ยวกับเรื่องนี้


ภาคผนวก 6000.2

การเผชิญหน้าครั้งแรก


รายงานเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้

To refer to an image attached to a page, use pagename/filename

SCP-6000 ภาพถ่ายทางอากาศ


สถานที่: ลุ่มน้ำอเมซอน ประเทศบราซิล (2° 9' 47.1816'' S และ 55° 7' 35.9328'' W)

สถานะ: ยังคงส่งผลต่อเนื่อง

เวลา: 11:49 AM (เวลาท้องถิ่น) 21 ธันวาคม — ปัจจุบัน

ระดับผลกระทบ: Keneq


สรุปเหตุการณ์: ความผิดปกติทางการมองเห็นและเชิงพื้นที่ขนาดใหญ่ ความยาว 0.5 กม. คล้ายกับมี 'รอยฉีก' สีรุ้งในพื้นที่ว่าง พืชและสัตว์ในบริเวณใกล้เคียงมีรูปร่าง สี องค์ประกอบ และขนาดที่เปลี่ยนแปลงไป ยิ่งอยู่ใกล้ความผิดปกติเท่าไหร่การเปลี่ยนแปลงก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น การเฝ้าระวังด้วยสายตาจ่ากระยะไกลแสดงให้เห็นว่ามันคือเวย์ที่นำทางไปสู่หอสมุด แต่มีขนาดใหญ่กว่าที่เคยพบมาก - จำเป็นต้องได้รับการยืนยันทางกายภาพ ดังนั้นจึงขอเสนอให้ส่งหน่วยกักกันและ MTF ซิกม่า-3 ไปทันที

แก้ไข: มันสวยจริงๆนะ ว่าไหม

การสื่อสารจากหน่วยลาดตระเวน 3 คนหยุดลงหลังจากส่งสัญญาณนี้ หน่วย RES / CON และหน่วยย่อยจาก MTF ซิกม่า-3 ("Bibliographers") ก็ถูกส่งไปยังสถานที่ทันที พบอุปกรณ์และเสบียงของทีมเฝ้าระวัง แต่ไม่พบสมาชิกทั้งสามคน จากร่องรอยที่ออกไปจากพื้นที่ระบุว่าพวกเขาได้เข้าไปในเขตห้ามเข้าแล้ว
[[include component:image-block name=forest2.png|
caption=หน่วยชิคาโก้ | width=400px
]]
ระหว่างตามหาหน่วยลาดตระเวนที่หายไป เจ้าหน้าที่ได้พบกับศพของบุคคลสวมเสื้อคลุมที่ไม่รู้จักสิบสองคนที่ฐานของวงกลมพิธีกรรมเวท ที่ใจกลางของวงกลมคือ SCP-6000-A กำลังขดตัวและอยู่ในอาการโคม่า ตัวตนถูกขนย้ายทางอากาศอย่างรวดเร็วไปยังห้องกักกันที่อาคาร-57

ในระหว่างนี้ หนึ่งในหน่วยย่อยได้สวมอุปกรณ์เตรียมตัวสำหรับการสำรวจ SCP-6000 เนื่องจากประสบการณ์อันยาวนานของเธอกับ Nx-001, เวย์ และหัตถ์อสรพิษ ผู้อำนวยการมูสบินจากอาคาร-57 จึงเข้าร่วมกับหน่วยย่อย

การแสดงความเป็นศัตรูโดยไม่มีเหตุผลอย่างกะทันหันของ Nx-001 และการที่หน่วยลาดตระเวนกลายร่างเป็นบรรณารักษ์ ปกติแล้วคือบทลงโทษสำหรับการละเมิดกฎของ Nx-001 อย่างร้ายแรง การประชุมสภาฉุกเฉินถูกจัดในวันรุ่งขึ้นระหว่างที่ MTF เดลต้า-45 คอยรักษาความปลอดภัยอยู่รอบๆ SCP-6000

ชิคาโก้-วัน(เจ้าหน้าที่อดัม มักมิลลัน)และชิคาโก้-ทู(ผู้อำนวยการทิลด้า มูส)ถูกอพยพไปยังอาคาร-57 ที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับการกักกัน SCP-6000 โดยเฉพาะ


ภาคผนวก 6000.3

การรับมือในการกักกัน


เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างอยู่ห่างไกล ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจึงไม่ถูกให้สำคัญอย่างที่มันควรจะเป็น แต่อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดภัยคุกคามเป็นเวย์คลาส-W ขนาดใหญ่อย่างถาวรบนโลกถือว่ามีความสำคัญมาก ในวันที่ 23 ธันวาคม SCPOVERCOM ที่ตอนนั้นรู้จักกันในชื่อ Overwatch Command ได้อนุญาตใช้มาตรการกักกันและบรรเทาผลกระทบชุดแรกสำหรับการกักกันของ SCP-6000 ในที่เกิดเหตุ มาตรการเหล่านี้ถูกรวมเข้าด้วยกันเป็นโครงการ FUSILLADE

  • การกำหนดอาคาร-57 ให้เป็นสถานที่กักกันอย่างเป็นทางการของ SCP-6000
  • การก่อสร้างรั้วรอบเขตห้ามเข้าเพื่อป้องกันสัตว์ป่าและนักท่องเที่ยว
  • การขอทรัพยากรสำหรับการศึกษา SCP-6000 ในระยะยาว
  • การจับกุมกลุ่มในความสนใจที่รู้จักกันในชื่อ GoI-14 หัตถ์อสรพิษ
  • อนุญาตให้สมาชิกของ MTF ซิกม่า-3 ติดตามด้วยความรุนแรงรวมถึงต่อสู้กับ Nx-001 ได้

หลังจากนั้นไม่นาน SCP-6000-A ก็ตื่นจากอาการโคม่าระหว่างการตรวจเบื้องต้นโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่อาคาร-57 โดยมันทำการโจมตีทันที แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหยุดไว้ได้อย่างรวดเร็ว

ขณะถูกกักกัน SCP-6000-A ได้พูดถึงหอสมุดแห่งผู้พเนจรและหัตถ์อสรพิษซ้ำไปซ้ำมา เนื่องจากสถานะของเธอในฐานะบุคลากรอาวุโสที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับ Nx-001 มากที่สุดผู้อำนวยการมูสจึงได้รับอำนาจให้ดำเนินการสัมภาษณ์เชิงสืบสวนพร้อมกับเจ้าหน้าที่ติดอาวุธเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้


ภาคผนวก 6000.4

การรับมือในโครงการ FUSILLADE


ตามคำแนะนำของ SCP-6000-A ที่สอดคล้องกับโครงการ FUSILLADE ในวันที่ 27 ธันวาคม 2030 SCPOVERCOM ได้อนุมัติปฏิบัติการ BLACKSTAR ให้ MTFs ทั่วโลกทำการจู่โจมสำนักงานใหญ่ที่สำคัญของหัตถ์อสรพิษที่รู้จักพร้อมกัน ในวันที่ 28 ธันวาคม 2030 ปฏิบัติการ BLACKSTAR จบลงด้วยความสำเร็จ

เซฟเฮาส์ทั้ง 57 แห่งถูกบุกค้นจนหมดสิ้น และไม่มีสมาชิกหรือสิ่งของของ GoI-014 อยู่เลย ในสามสิบแห่งนั้น เกตเวย์คลาส-W ยังคงทำงานอยู่ ซึ่งมันนำไปสู่พื้นที่ส่วนเดียวกันกับ Nx-001 หรือ SCP-6000 จากที่ค้นพบทั้งหมด หัตถ์อสรพิษได้ละทิ้งโลกไปแล้วโดยสมบูรณ์ เหลือทิ้งเพียงเวย์ที่ยังทำงานอยู่กระจายอยู่ทั่วโลก

ถึงจุดนี้ SCP-6000 ได้ขยายเพิ่มขึ้นเป็น 1 กิโลเมตร และเขตห้ามเข้าได้ขยายเป็น 3 กิโลเมตร ผู้อำนวยการทิลดา มูสได้ถูกขอให้เตรียมแถลงการณ์เกี่ยวกับความคิดของเธอเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ให้สภา O5


ผู้อำนวยการมูสถูกปลดออกชั่วคราวจากหน้าที่ในไซต์-19 เพื่ออุทิศให้กับการกักกัน SCP-6000 ที่อาคาร-57

ภาคผนวก 6000.5

ความพยายามในการกักกัน FUSILLADE


19 มกราคม คณะกรรมการรับมือเหตุการณ์ได้รวมตัวกันอย่างเร่งด่วนที่อาคาร-57

บันทึกความพยายามในการกักกัน FUSILLADE แบบย่อ

ข้อเสนอการกักกัน
ใช้เพลิงและอาวุธที่ใช้ความร้อน เช่น เครื่องพ่นไฟ เพื่อเผาต้นไม้ที่ได้รับผลกระทบจาก SCP-6000
ผลลัพธ์การกักกัน
ต้นไม้ที่ได้รับผลกระทบภายในเขตห้ามเข้าได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถต้านทานอาวุธที่ใช้ความร้อนได้ และสามารถฟื้นฟูพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้ทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว

ข้อเสนอการกักกัน
ยิงระเบิดแรงสูงเข้าไปภายใน SCP-6000
ผลลัพธ์การกักกัน
วัตถุระเบิดไม่ทำงานหลังจากข้ามเขตแดนสู่ Nx-001

ข้อเสนอการกักกัน
ใช้ Atreus Array ซึ่งเป็นระบบ SRA ที่ใช้ดาวเทียมกับ SCP-6000 อย่างเต็มกำลัง
ผลลัพธ์การกักกัน
SCP-6000 และเขตห้ามเข้าไม่ได้รับผลกระทบใดๆทั้งสิ้น

[ละไว้ 34 รายการ]


ภาคผนวก 6000.6

GOC เข้าร่วม


จากคำกล่าวของ SCP-6000-A มีการลงคะแนนว่าจะเปิดเผยรายละเอียดของ SCP-6000 สถานการณ์รอบข้าง และโครงการ FUSILLADE กับผู้ประสานงานของกลุ่มพันธมิตรสิ่งลี้ลับโลกเพื่อแลกกับความช่วยเหลือในการกักกันหรือยุติความผิดปกติหรือไม่

เจ้าหน้าที่การทูตถูกส่งไปยังสำนักงานใหญ่ของ GOC ในเยอรมนีเพื่อขอนัดพบล่วงหน้าพร้อมเอกสารเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของ SCP-6000 และเรื่องที่เกี่ยวข้อง หลังจากการเจรจากัน เจ้าหน้าที่ GOC ก็ลงนามความร่วมมือในแถลงการณ์แสดงความสนใจที่จะขยายโครงการ FUSILLADE ร่วมกัน

ไม่กี่วันต่อมา บุคลากรแผนกฟิสิกส์ ประสาท และดาราศาสตร์ของ GOC ถูกส่งมาที่อาคาร-57 เพื่อช่วยในการวิจัยและกักกัน SCP-6000 ซึ่งขยายเป็น 2 กม. และเนื่องจากความล้มเหลวที่คาดไม่ถึงของหน่วยชิคาโก้ ทั้งสภา O5 และศูนย์บัญชาการ GOC จึงอนุมัติภารกิจให้ GOC Strike Team 9842 "Probable Cause" ทำการบุกอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าถึงหอสมุดแห่งผู้พเนจรและตรวจสอบสถานการณ์จากภายใน

หลังจากสัญญาณของฮาร์เบอร์ถูกตัด SCP-6000 ก็ขยายการเติบโตอย่างรวดเร็ว จนมีขนาดเกือบ 3 กม. ในเวลาเพียงสองชั่วโมง สถาบันได้เริ่มพิจารณามาตรการแก้ปัญหา DEEPWELL แล้ว


ภาคผนวก 6000.7

การปิดข่าวล้มเหลว


หลังปฏิบัติการฮาร์เบอร์ พบสัญญาณวิทยุหลายสัญญาณในความถี่ต่างๆเริ่มออกอากาศจาก SCP-6000 และทุกเวย์ระหว่างปฏิบัติการ BLACKSTAR ข้อความที่อยู่ในนั้นเป็นเพียงเสียงซ่าเหมือนกัน เป็นเสียงผู้หญิงพูดซ้ำไปซ้ำมาเกี่ยวกับพิกัดของศูนย์กลาง SCP-6000 และวลี "สวนคือสถานที่ของอสรพิษ"

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ประชาคมโลกก็ได้ค้นพบสัญญาณ และให้ความสนใจอย่างรวดเร็วทั้งในโลกออนไลน์และผ่านสื่อต่างๆ แม้ว่าสถาบันจะพยายามขัดขวางการสนทนาแล้วก็ตาม

AethagonGangLead 29/01/31 (พุธ) 23:50:12 #4912039


พวกนายเห็นรูปจากบราซิลไหม? พรุ่งนี้พวกสื่อกระแสหลักอาจจะเห็นแล้วพยายามปิดข่าว แต่นี่มันบ้าสุดๆไปเลย ก็ไม่รู้หรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่อเมซอน แต่ภาพมันเหมือนคราบน้ำมันเลย

สวยดี

WSJ.

The Wall Street Journal Magazine

อเมซอนวิปลาส

ArcticObode 01/02/31 (พฤหัส) 23:50:12 #597104


»534850 (OP) ใช่ ฉันไม่ได้บ้าไปนะว้อย เพื่อนฉันก็ได้ยินจากวิทยุบนรถกับวิทยุสมัครเล่นเหมือนกัน เสียงผู้หญิงเหมือนคัดจมูก พูดตัวเลขซ้ำไปซ้ำมา น่าจะพิกัดอะไรบางอย่าง แล้วก็วลีว่า "สวนคือสถานที่ของอสรพิษ" เหมือนมาจากคัมภีร์อะไรบางอย่างเลย - คงจะเป็นข้อความลับอะไรสักอย่างล่ะมั้ง

ที่น่าตกใจที่สุดก็คือ - ถ้าเอาพิกัดไปหาในกูเกิลเอิร์ธหรืออะไรก็แล้วแต่ล่ะก็ จะเห็นว่าทุกอย่างมันยังปกติดี มันจะไม่แสดงอะไรผิดปกติออกมาเลย แต่ถ้าใช้แบ็คดอร์เข้าไปในดูกล้องส่องสัตว์ป่าตามที่ต่างๆดูล่ะก็…

กล้องมันจะตัดไปทันที แต่ฉันก็เก็บรูปไว้ได้ทันวะ ทำเอาคิดอยากจะไปที่นั่นเลย มันน่าจะใหญ่น่าดู

theguardian

guardian.co.uk

ล็อกดาวน์บราซิล

ความพยายามในการกักกันส่งผลให้ผู้คนเชื่อเรื่องสมคบคิด และสุดท้ายก็ทำให้มีหลายคนพยายามที่จะเข้าไปภายในเขตห้ามเข้าด้วยการเดินเท้าในสัปดาห์ต่อๆมา ถึงแต่ละคนจะถูกลบความทรงจำ แต่การเคลื่อนไหวรอบๆ SCP-6000 ก็ยังคงดำเนินต่อไปและขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง

การรับรู้เกี่ยวกับการปรากฏของ SCP-6000 ต่อประชาคมโลกดูเหมือนจะขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ในชั่วโมงถัดมา มันก็ขยายออกไปเกือบ 6 กม. โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด กำลังพิจารณาการแก้ปัญหาด้วยยุทธวิธีอาวุธนิวเคลียร์ของ GOC

นอกจากนี้ ในวันที่ 21 มกราคม เจ้าหน้าที่มักมิลลันไม่มาปรากฎตัวในการบรรยายสรุปและประชุมของ FUSILLADE การค้นห้องพักของเขาที่อาคาร-57 เผยให้เห็นวงพิธีกรรมถูกเขียนที่พื้น ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่าเขาใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในคืนก่อนสร้างวงเวทย์ก่อนทำพิธีกรรมที่ไม่ชัดเจน2และหายจากที่พักในเวลา 07:55 น. ตามเวลาท้องถิ่น ภาพจากกล้องวงจรปิดจากเขตห้ามเข้าแสดงให้เห็นแสงระเบิดอย่างกะทันหันในเวลาเดียวกัน และภาพแวบหนึ่งของเจ้าหน้าที่มักมิลลันที่กำลังเคลื่อนที่ผ่านใบไม้ คาดว่ากำลังเข้าไปภายใน SCP-6000

บันทึกต่อไปนี้ถูกทิ้งไว้ในห้องของเขาในซองปิดผนึก โดยจ่าหน้าถึงผู้อำนวยการมูส



ภาคผนวก 6000.8

ความพยายามในการกักกันที่กำลังดำเนินการ


ด้วยความล้มเหลวอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนของการปิดข่าวและการตอบสนองที่ตามมาของ Nx-001 ลุ่มน้ำอเมซอนทั้งหมดจึงถูกกักกันและกลายเป็นพื้นที่ในควบคุมของสถาบัน/GOC ภายใต้โครงการ FUSILLADE SCP-6000 ได้ขยายขนาดออกไปเป็น 13 กม. แล้ว แถมอัตราการเติบโตก็ยังเพิ่มขึ้น

ในขณะนี้กำลังร่างแผนสำหรับสถานการณ์ฉากหน้าแตก BM-Class

https://scp-wiki.wikidot.com/fragment:scp-6000-1


จากคำสั่งของสภาบริหาร

ไฟล์ต่อไปนี้จัดอยู่ในระดับ 4/6000 ห้ามมิให้เข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

» กดส่งเพื่อยืนยัน ID ผ่านจอประสาทตา «




ยินดีต้อนรับกลับ ผู้อำนวยการมูส




ประกาศจากกองอำนวยการบันทึกรายงานและความปลอดภัยสารสนเทศของสถาบัน

การแก้ไขไฟล์สองรายการต่อไปนี้ถูกพบในช่องของ SCP-6000 มันถูกสร้างไว้ล่วงหน้าแบบอัตโนมัติในฐานะข้อความตัวอย่างที่ว่างเปล่าโดย SCiPnet เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2022 ไม่มีประวัติของไฟล์

เนื่องจากเนื้อหาในนั้นและสถานการณ์ที่น่าสงสัยของการค้นพบ สภา O5 จึงได้เลือกที่จะปล่อยไฟล์นี้ทิ้งไว้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีเหตุการณ์ที่ว่าเคยเกิดขึ้น พิกัดที่ระบุตำแหน่งของ SCP-6000 นั้นไม่มีอะไรให้บันทึก

— ผู้อำนวยการมาเรีย โจน, RAISA


ให้ผ่าน นี่พิมในมือถือใช่ไหม
สร้างหน้าเสรจแล้วบอกผมนะ


Sorry, My english isn't good.

"โอเค ฟังนะ" คอนดรากิพูดขึ้นจากหลังประตูห้องน้ำ "ฉันอยากให้นายเข้าใจว่านี่ไม่ใช่ช่วงเวลาภูมิใจที่สุดของฉัน"

มันคือริดสีดวง เคลฟคิด เขายืนอยู่ด้านนอกห้องน้ำในอพาร์ทเม้นท์ของคอนดรากิ ฉันขอเดาไว้ตรงนี้เลย เขายกเลิกเดตของเราเพราะเป็นริดสีดวง มันต้องไม่น่าภิรมย์แน่ในนั้น พังยับเยิน เหมือนหนังไซโคฉากเลือดในอ่างอาบน้ำ

"ฉันเข้าใจ" เคลฟพูด

"ฉันไม่- มันไม่เกิดขึ้นบ่อยนักกับฉัน" คอนดรากิพูด "จริงจังนะ ถ้าฉันคิดว่าฉันขับไปทั้งแบบนี้ได้ฉันทำแน่ แต่มันถึงจุดลิมิตที่โครงสร้างสมบูรณ์ของร่างกายไม่สำคัญแล้ว นายรู้ใช่ไหม?"

เขาได้เย็บแผลที่ก้นแน่ อัลโต เคลฟ คิด เขาดูเหมือนคนที่ท้องผูกจนถึงจุดที่ต้องเย็บก้น

"แน่นอน" เคลฟพูด

"ห้ามหัวเราะ" คอนดรากิพูดหลังจากเงียบคิดอยู่พักใหญ่

ฉันพนันว่าเขาแค่ท้องผูก เคลฟคิด แบบเขาอั้นขี้ก้อนมโหฬารไว้ตลอดเวลาที่เป็นผู้อำนวยการ และมันได้เวลาคลอดสิ่งชั่วร้ายสร้างจากความเครียดนั่นสักที

"ฉันไม่หัวเราะหรอก" เคลฟพูด

"เราเป็นเพื่อนกันมา- เท่าไหร่นะ ยี่สิบ? สาบสิบปี?" คอนดรากิพูด "ฉันเจอนายในปี '89 นายดูฉันเลี้ยงลูกชายและทุกอย่าง กระทั่งตอนนี้ นายรู้ว่าฉันเชื่อใจนาย และนายรู้ ที่พวกเราพึ่งคุยกันว่า ฉันมีความรู้สึกให้นาย แต่ตอนนี้มันค่อนข้างเป็นสถานการณ์ละเอียดอ่อน"

"คอนนี่" เคลฟพูด "ฉันเคยเห็นนายเกือบตายสามรอบในเวลาที่แตกต่างกัน ไม่มีจุดไหนที่ฉันเห็นนายแล้วจะรู้สึกแปลกใจอีก โอเคไหม?"

"งั้นขอย้ำแผนอีกที" คอนดรากิพูดต่อด้วยความรู้สึกประหม่าเขินอายต่อการตอบกลับของเคลฟ
"นายไม่ต้องมองมัน จริงๆ นะ แค่ ขับพาฉันไปส่งโรงพยาบาล แล้วถ้าเราไปถึงที่นั่นโดยไม่มีใครเห็นเรา ฉันจะนับว่านั่นคือชัยชนะ และเราจะไม่บอกดราเวนเรื่องนี้ด้วย"

"โอเค เข้าใจแล้ว นายอยากให้ช่วย- พระเจ้า ฉันไม่รู้- ลุกขึ้นไหม?"

"บางทีก็นิดหน่อย"

"โอเค"

"ประตูไม่ได้ล็อค"

"อ่าหะ"

"เอาจริงนะ ฉันไม่ได้หมายความให้มันเกิดขึ้น"

"ไม่มีใครอยากหรอก"

"โอเค"

"โอเค ฉันจะเข้าไปแล้ว"

บ้านของคอนดรากิเป็นอพาร์ทเม้นท์อยู่ไม่ไกลจากไซต์ มันคือศูนย์รวมความสุข เป็นสถานที่อาศัยสะดวกสบายประดับประดาด้วยหนังสือ เอกสาร และรอยขีดข่วนบนกำแพง มีห้องนอนสำหรับคอนดรากิ และห้องนอนที่ลูกชายเขาโตมากับมันซึ่งตอนนี้ว่างเปล่า มีห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน และห้องน้ำกำลังถูกใช้งานขณะนี้

เคลฟเคยมาที่นี่หลายต่อหลายครั้งในหลายปีที่ผ่านมา แล้วเริ่มมาบ่อยขึ้นเมื่อภาวะรังว่างเปล่าของคอนดรากิที่ทุเลาลงไปอยู่หลายปีกลับมาแสดงอาการอีกครั้ง เริ่มขึ้นตอนดราเวนย้ายเข้าค่ายหน่วยพิเศษเพื่อฝึกฝนและก้าวหน้าในการงาน ตอนพวกเขาเจอกันอีกครั้งเป็นครั้งแรกหลังจากหลายปีของการแยกกันไปทำงานต่างไซต์ เขานั้นดูออกได้ง่ายว่ารู้สึกเหงา ชีวิตแต่งงานที่พังลงเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ลูกชายออกจากบ้าน ใช้ชีวิตช่วงวัยกลางคนอย่างไม่คุ้นชินและผ่านไปแบบงงๆ ส่่วนตัวเคลฟคุ้นชินกับการใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียว แต่มันไม่ได้หมายความว่าเขาอยากสมหวังกับตัวเอง พวกเขาสนิทใกล้ชิดกันมานาน พวกเขายกระดับความสัมพันธ์จากเพื่อนตัวติดกันไปยังทดลองชิมน้ำซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นล่าสุด มันไม่เชิงไม่พึงปราถนาเลย มันมีชิ้นส่วนของความเชื่อใจที่ไม่เคยมีมาก่อน ชิ้นส่วนของความมั่นคงอันไม่คุ้นเคย ทั้งยังมีความเสน่ห์หา ชื่นชม ความรัก

ทว่าคอนดรากินั้นเปล่าเปลี่ยว เคลฟเป็นคนไม่ฝักใฝ่ทางเพศยอมรับโดยดีว่าประเมิณชิ้นส่วนนี้ในตัวคนรักคนใหม่ต่ำไป เขาไม่แน่ใจว่าทำไมเขาไม่คิดถึงมัน- คอนดรากิมีชื่อฉาวโฉ่ในเรื่องเซ้กซ์โลดโผนในสมัยเรียน ก่อนที่สถาบันและลูกจะรั้งเขาไว้- เคลฟเพิ่งมาคาดเดาว่าเขามีมัน ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุม เขาเมินเฉยความหุนหันพลันแล่นกับความเซ่อซ่าของคนรักเมื่อมันมาเรื่องสกิลการตัดสินใจทางกามารมณ์ มันน่าประทับใจที่เขายังมีชีวิตรอด และน่าอัศจรรย์ที่เขาเลี้ยงดูลูกเติบใหญ่ได้ คอนดรากิเขาฉลาดล้ำ พวกเขาคงไม่แต่งตั้งเขาเป็นผู้อำนวยการถ้าไม่มั่นใจในความสามารถของเขา ความเข้าใจโดยธรรมชาติ และจิตใจฉับไวภายใต้สถานการณ์กดดัน นี่คือสิ่งที่เขาคิดเป็นข้อแก้ตัวให้คอนดรากิยามที่เขาย้อนคิดกลับไปยังเหตุการณ์ตีแผ่ในสามสิบวินาทีข้างหน้าที่บ้านของคอนดรากิ มีบันทึกไว้ดังต่อไปนี้:

เคลฟเปิดประตู เขาเห็นเบ็นตรงนั้นไม่ใส่กางเกงตามที่คาด เขายังไม่ใส่กางเกงในซึ่งคาดไม่ถึงแต่ไม่ถึงขั้นเป็นไปไม่ได้ เบ็นไม่สบตา เคลฟเปิดปากเพื่อพูดบางอย่างเช่น นายอยากให้ช่วยดันไหม หรือพูดกวนประสาท ทันทีที่่เขาเห็นวัตถุทรงกระบอกพลาสติกอยู่ระหว่างขา มันทำเขากระจ่างว่าคอนดรากิ ผู้บริหารสถาบันวัยห้าสิบห้าปี มีขวดน้ำติดอยู่กับอวัยวะเพศ เขารู้สึกถึงความคิดขดตัวและตายในหัวเขาเร็วเสียยิ่งกว่าทุกสิ่งที่เขาเคยประสบพบเจอ เขารู้สึกเหมือนสมองลัดวงจร เขายื่นตัวเข้าไปจากประตูเพื่อทำให้แน่ใจว่าสิ่งที่เขาเห็นคือเรื่องจริง มันเป็นจริง มันติดอยู่ ปัญหามันอยู่ตรงนี้ ไอ้จ้อนของเขามันติดกับขวดน้ำยี่ห้ออควาฟีน่า ก้นขวดตั้งวางบนฝารองที่นั่งชักโครก ราวกับธงโบกสะบัดขอยอมแพ้

“นายคงสงสัยว่าฉันทำอีท่าไหนถึงเป็นแบบนี้” คอนดรากิพูด “แล้วฉันอยากให้นายเข้าใจว่าปัญหาหลักคือเรื่องอากาศพลศาสตร์ของเจ้าสิ่งนี้ ฉันประเมินมันต่ำไป แบบตอนที่ฉันเริ่มมันเมื่อสองสามชั่วโมงที่แล้ว-”

เคลฟออกจากห้องน้ำ จากอพาร์ตเมนต์ จริงๆ แล้ว เขายืนอยู่ตรงโถงทางเดิน เขาระเบิดเสียงหัวเราะจนน้ำตาไหล เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วต่อสาย

“ดราเวน” เขาพูด “ไอ้หนู นายต้องไม่เชื่อเรื่องนี้แน่”

page 1123...next »
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License