ความคิดเห็นล่าสุด
จากหมวดหมู่:
page 1123...next »
KuruniKuruni 22 Feb 2019 14:33
ในกระดานสนทนา สนทนาจากหน้าบทความ / Per page discussions » SCP-407-TH

ครับ

อ้อ แต่ผมขอเปลี่ยนเลขการทดลองกลับนะ ที่ข้าม 2 ไปเป็นการบอกกลายๆว่าไม่มีอะไรสำคัญเกิดขึ้น แต่คริ้วต้องซี้ในเลขสี่

โดย KuruniKuruni, 22 Feb 2019 14:33
DrSSSDrSSS 22 Feb 2019 06:14
ในกระดานสนทนา สนทนาจากหน้าบทความ / Per page discussions » SCP-407-TH

จะขอเพิ่มต่อ


Sorry, My english isn't good.

โดย DrSSSDrSSS, 22 Feb 2019 06:14
KuruniKuruni 22 Feb 2019 03:52
ในกระดานสนทนา สนทนาจากหน้าบทความ / Per page discussions » SCP-407-TH

ใครจะเขียนการทดลองเพิ่ม ผมมีเงื่อนไข+ข้อเตือนใจนิดหนึ่งนะ

1. ตามชื่อ ตลอดการเดินทางจะไม่มีอะไรอันตรายจากภายนอกทำอะไรรถหรือคนในรถได้ครับ แต่ที่ไม่ได้บอกก็คือผู้โดยสารหรือคนขับก็ทำอะไรกันมากไปกว่าคุยไม่ได้ด้วย (ในการทดลอง 3 คริ้วไมไ่ด้โดนผลกระทบทางจิตใดๆ แค่หม้อ1) ส่วนอันสุดท้าย เนื่องจากคนขับตายไปแล้ว รถมันเลยต้องบังคับให้ขับเอง

ถ้าทำการทดลองติดๆกัน ลักษณะตรงนี้จะอ่อนลง แต่ยังปลอดภัยตลอดการเดินทาง

2. คนข้างนอกมองไม่เห็นและไม่ได้ยินผู้โดยสารนะ คำบรรยายว่าเป็นอะไรลองนึกว่าเขียนตามคำบอกเล่าของผู้ทดลอง อย่าเขียนอะไรที่ผู้ทดลองไม่มีทางรู้

3. ผู้โดยสารต้องสามารถบอกที่หมายได้ กำกวมหรือไม่ชัดเจนก็ได้ และคนขับก็อาจไม่รู้เรื่องด้วย แต่ต้อง"บอก"เพื่อให้ GPS เริ่มคำนวณเส้นทางได้ อนึ่ง ผลกระทบด้านเวลาทำให้สำหรับผู้โดยสารแล้วจะรอนานแค่ไหนก็เท่าอึดใจเดียว อย่าเขียนมาว่าหงุดหงิดเพราะรอนาน

4. สิ่งที่ทิ้งไว้ มันคือค่าโดยสาร พยายามใส่สิ่งที่ควรจะมีค่าในสายตาของอารยธรรมพิกลหรือทางจิตใจของผู้โดยสารหน่อย ถ้าสิ้นคิดจริงๆจะบอกว่าทิ้งเงินโบราณไว้ก็พอได้ แต่อย่าใส่เงินปัจจุบันมา

จากที่เขียนไป
การค้นพบ = จดหมายติดต่อกับลูกสาว (คุณค่าทางจิตใจ)
การทดลอง 1 = ก้อนโลหะแบบเดียวกับที่ใช้ทำเหรียญ
การทดลอง 3 & 4 = ฟันมนุษย์ (สิ่งแลกเปลี่ยนของอารยธรรมอื่น) กับภาพถ่ายคู่กับดารา (คุณค่าทางจิตใจ)
การทดลอง 7 = ของกิน พร้อมให้เอาไปทำกินได้
การทดลอง 13 = ก้อนนิ่วของวาฬเป็นสิ่งมีค่ามากนะ
การทดลอง 25 = ขาของตัวเองที่ตัดมาสดๆ ปกติแล้วเอาไว้บูชาเทพเจ้า

โดย KuruniKuruni, 22 Feb 2019 03:52

ถ้าเจ้าตัวไม่มาเอาที่แก้นี้ คุณ Kuruni เอาไปได้เลยครับ เหมือนเขาจะเทแล้ว


Sorry, My english isn't good.

อ้อ ผมจะแก้+เพิ่มเติมเป็นระยะนะ

ยังไงถ้าเจ้าตัวไม่มา เมษานี้ก็พร้อมลงได้

จัดย่อหน้าให้เป็นเรื่องราวก่อนเลย

เรื่องสำคัญอีกอย่างก็คือดร.เจสันไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์แต่เป็นยามกะดึกที่ถูกจ้างมาทำงานแค่ชั่วคราวเท่านั้นและเขาก็เป็นดร.ทางด้านสาขาวรรณคดีดังนั้นข้อสมมุติฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เขาเสนอจึงดูไม่มีน้ำหนักเท่าไหร่

ทำเป็นเด็กเล่น ไม่ผ่าน

Re: SCPXXX-TH โรคผู้ชาย โดย KuruniKuruni, 08 Feb 2019 10:04

ไม่มีรูปประกอบ
วัตถุ: SCPXXX-TH โรคผู้ชาย
ระดับ: safe
มาตรการกักกันพิเศษ: เมื่อพบเจอผู้ที่ป่วยเป็นโรคSCPXXX-TH ให้ทำการแจ้งไปยังSCPสาขาที่อยู่ใกล้ที่สุด ทางสาขาจะส่งทีมแพทย์สนามมาลักพาตัวผู้ป่วยไปทำหมันเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคแล้วลบความทรงจำจึงค่อยปล่อยตัวผู้ป่วยไปใช้ชีวิตตามปกติ ในกรณีฉุกเฉินหรือมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้อุปกรณ์ทำหมันแบบพกพาทำการ[ข้อมูลปกปิด]ใส่ผู้ป่วยได้ทันทีโดยไม่ต้องรอทีมแพทย์สนาม
รายละเอียด: SCPXXX-TH เป็นโรคทางพันธุกรรม ถ่ายถอดได้จากพ่อสู่ลูก มีผลเฉพาะกับมนุษย์เพศชาย การตรวจโรคในโรงพยาบาลของพลเรือนทั่วไปไม่สามารถตรวจได้ว่าใครป่วยเป็นโรคดังกล่าวเนื่องจากเชื้อSCPXXX-TH มีขนาดเล็กกว่าDNA ต้องใช้เทคโนโลยีที่มีความละเอียดสูงระดับเดียวกับที่ใช้วิจัยอาวุธชีวภาพของกองทัพเท่านั้นถึงสามารถตรวจได้ว่าใครป่วยเป็นโรคนี้
อาการของโรคคืออัณฑะจะทำงานผิดปกติไม่สามารถผลิตสเปิร์มที่มีโครโมโซมX อัณฑะของผู้ป่วยจะผลิตได้แค่สเปิร์มที่มีโครโมโซมYอย่างเดียวเท่านั้น ผลจากอาการดังกล่าวทำให้เมื่อผู้ป่วยทำการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศจะได้ทายาทออกมาเป็นเพศชายร้อยเปอร์เซ็น สรุปก็คือผู้ป่วยจะมีลูกเป็นเพศชายเสมอ รวมทั้งหลาน เหลน โหลน ลูกของโหลน หลานของโหลน เหลนของโหลน โหลนของโหลนก็ล้วนจะออกมาเป็นเพศชายเสมอและถ้าเหตุการณ์แบบนี้ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆประมาณ 70รุ่น ทั้งโลกก็จะมีแต่มนุษย์เพศชายอย่างเดียวซึ่งจะเป็นเหตุให้มนุษย์ชาติต้องสูญพันธ์ในที่สุด หลังจากการพยายามหาวิธีรักษาทั้งการใช้ยาและการตัดแต่งDNAล้วนล้มเหลวทั้งหมด นักวิจัยได้ข้อสรุปที่ตรงกันว่าโรคนี้ไม่สามารถรักษาหายขาด ทำได้แค่ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโดยการทำหมันผู้ป่วยอย่างเดียวเท่านั้น
ข้อมูลจำนวนผู้ป่วย SCPXXX-TH จากทั่วโลกพบว่ามีทั้งหมด 2,032,427คน(โดนจับทำหมันหมดแล้วทุกคน) เป็นเรื่องค่อนข้างน่าประหลาดเพราะ SCPXXX-THนั้นถ่ายทอดกันผ่านทางพันธุกรรมแต่ผู้ป่วยจำนวนมากไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันแต่กลับป่วยเป็นโรคที่มีลักษณะอาการเหมือนกันได้ ปัจจุบันใช้วิธีหาตัวผู้ป่วยโดยการเช็คข้อมูลสำมะโนครัวในประเทศต่างๆ ถ้าพบว่าครอบครัวไหนมีลูกออกมาเป็นผู้ชายหลายๆรุ่นติดต่อกัน จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบครอบครัวนั้นทันทีว่าติดโรคหรือเปล่า ทำให้สามารถหาตัวผู้ป่วยได้ง่ายขึ้นอย่างมาก
เนื่องจากสามารถควบคุมการระบาดของโรคให้อยู่ในระดับที่ไม่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของมนุษย์ชาติได้แล้วระดับความอันตรายของ SCPXXX-TH จึงจัดอยู่ในระดับsafe

ภาคผนวก
1.การวิจัยตัดแต่งDNAของดร.คลุมดำ ยังไง* กับผู้ป่วย SCPXXX-TH
2.สมมุติฐานเกี่ยวกับต้นกำเนิดของSCPXXX-TH โดย ดร.เจสัน ฮอลโล

การวิจัยตัดแต่งDNAของดร.คลุมดำ ยังไง* กับผู้ป่วย SCPXXX-TH
การทดสอบ:ทดสอบตัดแต่งDNAของผู้ป่วยเพื่อรักษาโรค
ผลการทดสอบ: หลังการตัดแต่งDNA ร่างกายของผู้ป่วยสามารถสร้างสเปิร์มที่มีโครโมโซมXได้ แต่มีผลแค่ชั่วคราว เพราะDNAทำการคืนสภาพตัวเองกลับไปอยู่ในสภาพก่อนถูกตัดแต่ง

การทดสอบ:ทดสอบเอาDNAของผู้ป่วยมาตัดแต่งแล้วโคลนนิ่งเป็นร่างใหม่
ผลการทดสอบ: สามารถสร้างร่างโคลนที่เป็นเพศหญิงและไม่ตรวจพบโรคSCPXXX-THในร่างกายแต่ร่างโคลนทุกตัวเป็นหมัน

การทดสอบ:ทดสอบตัดแต่งสเปิร์มของผู้ป่วยแล้วนำไปปฎิสนธิกับเซลล์ไข่ในหลอดทดลอง
ผลการทดสอบ: สามารถสร้างเด็กหลอดแก้วเพศหญิงได้ แต่ภายหลังตรวจพบว่าเด็กที่เกิดออกมาเป็นหมัน

การทดสอบ:ทดสอบตัดแต่งDNAของยุงให้ป่วยเป็นโรคSCPXXX-TH
ผลการทดสอบ: [ข้อมูลถูกลบ]
หมายเหตุ: การทดสอบเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจทำให้เผ่าพันธุ์ยุงสูญพันธุ์หมดไปจากโลกได้จึงต้องระงับการทดสอบ

สมมุติฐานเกี่ยวกับต้นกำเนิดของSCPXXX-TH โดย ดร.เจสัน ฮอลโล
ดร.เจสัน ฮอลโลได้เสนอสมมุติฐานว่า SCPXXX-THเป็นผลพวงมาจากการทดลองของโซเวียตในช่วงสงครามโลก ในขณะนั้นโซเวียตต้องการทหารจำนวนมากเพื่อทำสงครามจึงได้ริเริ่มโครงการคลุมดำไม่เป็น เพื่อให้ประชากรเกิดใหม่มีโอกาสเกิดเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง ซึ่งภายหลังDNAของผู้ถูกทดลองค่อยๆกลายพันธุ์อย่างช้าๆจนกลายมาเป็นSCPXXX-THในที่สุด หลักฐานที่สนับสนุนสมมุติฐานนี้คือจำนวนผู้ป่วยSCPXXX-THในประเทศที่อยู่ฝ่ายสัมพันธมิตรมีจำนวนมากกว่าผู้ป่วยในประเทศอื่นๆอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อสืบประวัติของผู้ป่วยก็พบว่ามีจำนวนมากที่เป็นลูกหลานของทหารที่เคยเข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่2อีกด้วย
ถึงมีการตรวจสอบพบว่าโซเวียตเคยทำการทดลองโครงการคลุมดำไม่เป็น แต่ห้องทดลองและผลการทดลองล้วนถูกทำลายไปจนหมดสิ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่2 จึงไม่มีหลักฐานไว้ใช้พิสูจน์ข้อสมมุติฐานนี้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เรื่องสำคัญอีกอย่างก็คือดร.เจสันไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์แต่เป็นยามกะดึกที่ถูกจ้างมาทำงานแค่ชั่วคราวเท่านั้นและเขาก็เป็นดร.ทางด้านสาขาวรรณคดีดังนั้นข้อสมมุติฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เขาเสนอจึงดูไม่มีน้ำหนักเท่าไหร่

SCP-TH

SCPXXX-TH โรคผู้ชาย โดย iiiiiiiiii, 08 Feb 2019 00:28

จัดบรรทัดซะก่อนเลย

แม้จะมีหลักฐานการเสียภาษีโรงเรือนปรากฎมาจนถึงสมัยรัตนโกสนิทร์ตอนต้น

เอ้อ คุณทำให้ผมสนใจขึ้นมาแล้ว สมัยกรุงธนฯถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้นนี่ เขามีระเบียบการจัดสรรและเก็บภาษีที่ดินจากสมัยกรุงเก่ายังไงเหรอ?

"ที่เท่าแมวดิ้นตาย"
(จะเพิ่มรูปในภายหลัง)

วัตถุ: SCP-XXX-TH
ระดับ: Euclid

มาตราการกักกันพิเศษ: ให้ล้อมรั้วลวดหนามสูงสามเมตรโดยรอบ SCP-XXX-TH และต้องมีการวัดขนาดพื้นที่
ณ เวลา 12:00 น. และ 24:00 น. (ตามเวลาไทย) ของทุกวัน เวรยามอย่างน้อยสามนายต้องเดินตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง
และจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ยิงยาสลบหรือเครื่องช็อตไฟฟ้าติดตัวเสมอ การใช้หรือพกพาอาวุธอุปกรณ์ประเภททุบหรือรัด
เช่น ตะบอง ไม้พลอง เชือก ลวด ฯ ในรัศมีห้าเมตรจากสุดเขตแดนของ SCP-XXX-TH นั้นถูกสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด

รายละเอียด: SCP-XXX-TH เป็นที่ดินว่างขนาด 55x55 เมตร ในจังหวัด████ ทางภาคกลางของประเทศไทย

จากการตรวจสอบย้อนหลังพบว่ากรรมสิทธิ์เป็นของตลกหลวงในรัชสมัยของพระเจ้า████████ แห่งอาณาจักรอยุธยา
ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ามันถูกใช้ทำอะไรแม้จะมีหลักฐานการเสียภาษีโรงเรือนปรากฎมาจนถึงสมัยรัตนโกสนิทร์ตอนต้น
ก่อนถูกเวรคืนเป็นที่ดินหลวงในภายหลัง

จากการตรวจสอบอินทรีย์สาร พบว่าดินร่วนปนทรายภายในพื้นที่มีปริมาณของฟอสฟอรัสสูงกว่าปกติถึง 50%
เว้นเพียงบริเวณจุดกึ่งกลางซึ่งมีไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมในปริมาณใกล้เคียงกัน
พืชที่ปลูกบนพื้นที่จะเหี่ยวเฉาตายไปเองภายในสามวันถึงหนึ่งสัปดาห์ จากการตรวจซากเหล่านั้นไม่พบสิ่งแปลกปลอมใดๆ

สัตว์ในวงศ์เสือและแมว (Felidae) ที่เข้าใกล้ SCP-XXX-TH ภายในรัศมีห้าเมตรจากสุดเขตแดนจะเกิดอาการก้าวร้าว
ตื่นตระหนก และวิ่งน้ำลายฟูมปาก (ภายหลังจะเรียกว่า SCP-XXX-TH-1) ไปรอบๆ อย่างไร้ทิศทาง
ก่อนกระโจนออกไปวิ่งคุ้มคลั่งต่อในพื้นที่ข้างเคียง ส่งผลให้ SCP-XXX-TH เกิดการขยายตัวขึ้นจากบริเวณกึ่งกลาง
การขยายตัวนี้สามารถหยุดยั้งได้โดยการทำให้ SCP-XXX-TH-1 สงบลงและนำออกห่างจากพื้นที่
หรือจนกว่า SCP-XXX-TH-1 จะขาดใจตายไปเอง

โดย SCP-XXX-TH-1 หนึ่งตัว มีอัตราทำให้เกิดการขยายตัวของพื้นที่อยู่ที่ 0.1x0.1 เมตรต่อ 1 นาที

มนุษย์ที่ถูกทำให้เกิดบาดแผลจาก SCP-XXX-TH-1 จะติดเชื้อพิษสุนัขบ้าภายในสองวันและเสียชีวิตภายในหนึ่งสัปดาห์
หากไม่ได้รับวัคซีนต้านโรคดังกล่าว และจะเกิดอาการขาดสติวิ่งเข้าไปทำร้ายสัตว์วงศ์เสือและแมว (Felidae) ที่พบเห็นทันที
แม้จะไม่มีเชื้อพิษสุนัขบ้าหลงเหลืออยู่ในร่างกายแล้วก็ตาม

อนึ่ง มนุษย์ที่ใกล้ชิดและ/หรือสัมผัสกับ SCP-XXX-TH และมีอาวุธประเภททุบหรือรัดติดตัว เป็นระยะเวลานาน 60 ชม.ขึ้นไป
จะเกิดอาการอยากใช้อุปกรณ์เหล่านั้นกับสิ่งมีชีวิตอื่น ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่สัตว์วงศ์เสือและแมวเท่านั้น

ในปัจจุบันยังไม่พบวิธีรักษาอาการดังกล่าวให้หายขาด

ภาคผนวก: จากการสแกนพื้นผิวผ่านดาวเทียม ปรากฎซากสัตว์จำนวนมากภายใต้ SCP-XXX-TH ในระดับสามเมตร
การตรวจสอบระดับความลึกมากกว่านั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจากภาพถ่ายกลายเป็นภาพบรรจุภัณฑ์อาหารแมวยี่ห้อ█████
และการขุดดินจากภายนอกเข้าไปหาก็ล้มเหลว เนื่องจากมีซากสัตว์ล้นทะลักออกมาเร็วและมากเกินไป
ส่งผลให้บุคลากรสามนายเสียชีวิตจากขาดอากาศหายใจในเหตุการณ์นั้น และวิธีการดังกล่าวก็ถูกสั่งระงับทันที

อ้อ ผมจะไม่ใช้ภาพนะ ในเรื่องคือมันโดนทำสีใหม่+เปลี่ยนอะไหล่มาหลายครั้งแล้ว ภาพไม่มีประโยชน์ ในความเป็นจริงคือผมไม่แน่ใจเรื่องลิขสิทธิ์

ไม่ผ่านตั้งแต่ระดับวัตถุ

แล้วมุขนี้ เป็นไปได้ว่าปีหน้าก็อาจจะเชยแล้ว อย่าเล่นตลกตามกระแส เอาอะไรที่จะขำนานๆหน่อย

วัตถุ:SCP-XXX-TH-J
ระดับ:Safe/Euclid/Keter
มาตราการกักกันพิเศษ:SCP-XXX-TH-J จะไม่ถูกกักกันและสามารถอยู่ในที่สาธารณะได้ การพูดชื่อจริงของ SCP-XXX-TH-J เป็นสิ่งต้องห้าม หากฝ่าฝืนจะมีทหาร 1 กองร้อยมานำตัวไปพบกับ SCP-XXX-TH-J โดยตรง แล้วจะทำสิ่งที่เรียกว่า"ปรับทัศนคติ" แต่สามารถพูดอ้อมได้เช่น FishStop MoonOtea,ท่านผู้นั้น,คนที่คุณก็รู้ว่าใคร ฯลฯ
รายละเอียด:SCP-XXX-TH-J เป็นชายสูงอายุวัย 64 ปี ที่ได้ดำรงตำแหน่งในรัฐสภา โดยที่จะมีนิสัยค่อนข้างรุนแรง โมโหง่าย และในเวลา 18:00 น. ในวันศุกร์ SCP-XXX-TH-J จะเผยแพร่สัญญาณไปในช่องโทรทัศน์หลายช่องเพื่อแผ่กระจายอำนาจและความหวาดกลัวสู่ประชากร แต่ประชากรส่วนใหญ่ต่างปิดโทรทัศน์ในตอนนั้น SCP-XXX-TH-J จึงไม่สามารถแสดงพฤติกรรมที่รุนแรงมากนัก

บันทึกการสัมภาษณ์ XXX-TH-J-1
ผู้ทดลอง:ผู้ประกาศข่าวประจำไซต์ ในที่นี้จะเรียกเป็น SCP-XXX-TH-J-2 พร้อมตากล้อง 1 คน
SCP-XXX-TH-J:มีอะไร
SCP-XXX-TH-J-2: คุณคะ เราขอสัมภาษณ์คุณหน่อยค่ะ
SCP-XXX-TH-J: ว่ามา
SCP-XXX-TH-J-2:คุณคะเมื่อไหร่คุณจะ█████ล่ะคะ
SCP-XXX-TH-J:เลื่อนไปวันที่ ██ ██████ ████
SCP-XXX-TH-J-2: อ๋อคะ แล้วทำไมถึงสั่งซื้อ█████มาคะ
SCP-XXX-TH-J:ใครสั่ง เพื่อนผมสั่ง ไม่ใช่ผม
SCP-XXX-TH-J-2:โอเค ถ้างั้น…
ได้ยินเสียงเคาะประตู
ตากล้อง:โอเค ผมไปล่ะ
SCP-XXX-TH-J-2:ถ้างั้น ขอบคุณสำหรับการให้สัมภาษณ์นะคะ
จบบันทึกการสัมภาษณ์

SCP-TH

สั้นจนไม่รู้ว่ามันคืออะไร…


Sorry, My english isn't good.

ไม่น่าสนใจเท่าไหร่นะ สั้นมากด้วย

ระดับวัตถุไม่ใช่ระดับความอันตราย แต่เป็นความแน่นอนของมาตรการกักกัน

หายไปแบบนั้นไม่ใช่ Neutralized นะ Neutralized คือหมดสภาพแบบยืนยันได้ว่าความผิดปกติสิ้นไปแล้ว นี่มันหาไม่เจอเฉยๆ

วัตถุ:SCP-XXX-TH
ระดับ:Euclid Keter Neutralized
มาตราการกักกันพิเศษ:SCP-XXX-TH จะถูกจัดเก็บไว้ในห้องสร้างจากวัสดุทนความร้อนขนาด 6x6 ตารางเมตร และจะต้องมีเจ้าหน้าที่ติดอาวุธอย่างน้อย 3 นาย ดูแลห้องกักกันตลอดเวลาและห้ามทดลองกับ SCP-XXX-TH(ในระดับ Euclid)และในเวลาต่อมาSCP-XXX-TH ได้ถูกส่งไปในอวกาศพร้อมกับยานอวกาศ เป็นระยะทางกว่า 1 พาร์เซ็ค (ในระดับ Keter)

รายละเอียด:SCP-XXX-TH เป็นวัตถุทรงกลมที่เรืองแสงได้เหมือนดวงอาทิตย์ มีขนาดรัศมี 10 เซนติเมตร ซึ่งมันสามารถให้ความร้อนสูงสุดได้ที่ 150°c (ในระดับ Euclid) และ 10 ล้าน°c (ในระดับ Keter) และอาจสูงขึ้นเรื่อยๆเมื่อมีการใช้พลังงานความร้อนภายในตัว

บันทึกการขยายรัศมีความร้อนของ SCP-XXX-TH
16 มกราคม 2014 รัศมีความร้อนที่วัดได้คือ 50 เมตร อุณหภูมิ 40°c
22 มิถุนายน 2014 รัศมีความร้อนที่ัวัดได้คือ 300 เมตร อุณหภูมิ 90°c ภายในห้องกักกันไม่สามารถเข้าได้โดยไม่สวมชุดป้องกัน
19 ธันวาคม 2014 รัศมีความร้อนที่วัดได้คือ 1 ก.ม. อุณหภูมิ 400°c เริ่มการขนย้าย SCP-XXX-TH โดยใช้ยานอวกาศที่สามารถทนความร้อนได้ 500°c พร้อมดาวเทียมสอดแนม 1 ดวง และเปลี่ยนระดับความอันตรายจาก Euclid เป็น Keter
23 ตุลาคม 2017 ได้รับรายงานว่า SCP-XXX-TH ได้อยู่ห่างจากโลก 1พาร์เซ็ค
28 ตุลาคม 2017 ได้รับรายงานว่า SCP-XXX-TH มีอุณหภูมิถึง 4 ล้าน°c
31 ตุลาคม 2017 ได้รับรายงานว่า SCP-XXX-TH มีอุณหภูมิถึง 10 ล้าน°c
18 มีนาคม 2018 สัญญาณจากดาวเทียมสอดแนมได้ขาดการติดต่อจากศูนย์ควบคุมไป

ภาคผนวก : SCP-XXX-TH ถูกเปลี่ยนระดับจาก Keter เป็น Neutralized เนื่องจากไม่สามารถหาตำแหน่งของ SCP-XXX-TH ได้

อ่ะ ฉบับเขียนใหม่ เปิดช่องให้เพิ่มบันทึกการทดลองทีหลังได้ ใครที่เห็นว่าผมพลาดหรือพร่องตรงไหนก็บอกมาเลย แก้ได้จะแก้

วัตถุ# SCP-XXX-TH

ระดับ: Safe

มาตรการกักกัน: นอกเหนือจากการทดสอบแล้วให้ SCP-XXX-TH ไว้ในโรงเก็บพาหนะในศูนย์ ██ และล็อกล้อไว้ ให้ทำการตรวจสภาพ SCP-XXX-TH ทุกสัปดาห์ ระหว่างการตรวจสภาพนี้ให้พนักงานหนึ่งคนนั่งอยู่ในที่นั่งผู้โดยสารจนกว่าจะตรวจสภาพเสร็จ ทั้งนี้ผู้ดูแลโครงการอาจพิจารณาการพ่นสีรถใหม่หลังการทดลองแต่ละครั้งเพื่อลดโอกาสที่บุคคลภายนอกจะจำ SCP-XXX-THได้ นักวิจัยระดับ 2 ขึ้นไปสามารถยื่นเรื่องทำการทดลองกับ SCP-XXX-TH ได้ โดยให้ขนย้ายไปยังพื้นที่ทดสอบที่จัดเตรียมไว้นอกศูนย์ อนุญาตให้ใช้บุคลากร Dคลาสทำหน้าที่คนขับในการทดลองเท่านั้น ซึ่ง Dคลาสที่ใช้ในการทดลองนี้จะต้องใช้สายนิรภัยโยงไว้กับ SCP-XXX-TH ไม่ให้หลบหนีไปได้ หลังจากที่ SCP-XXX-TH กลับมาแล้วนั้น ให้ทีมเก็บกู้ติดตามสัญญาณ GPSไปและขนย้ายกลับมาตามความเหมาะสม

รายละเอียด: SCP-XXX-TH เป็นรถโดยสารไม่ประจำทางแบบสามล้อเครื่องซึ่งในเมืองไทยนั้นเรียกว่ารถตุ๊กๆ ภายในรถมีจอ GPS ติดมาด้วย ด้านหลังเบาะนั่งคนขับมีสติ๊กเกอร์แปะไว้ว่า"รับประกันความปลอดภัยตลอดการเดินทาง" ในตอนที่เก็บมานั้นมันมีป้ายทะเบียนหมายเลข ██.███ ซึ่งตรวจสอบแล้วว่าเป็นทะเบียนของรถที่ถูกแจ้งสูญหายไปเมื่อปี 2550 ในขณะนี้ยังไม่สามารถสืบหาตัวบุคคลซึ่งเป็นชื่อเจ้าของทะเบียนได้

SCP-XXX-TH จะแสดงความผิดปกติออกมาเมื่อมีบุคคลซึ่งสภาพร่างกายสามารถขับรถได้ขึ้นไปนั่งในที่นั่งคนขับโดยที่ที่นั่งผู้โดยสารว่างอยู่1ได้ระยะหนึ่ง ช่วงเวลาที่ความผิดปกติจะเกิดขึ้นนั้น ที่บันทึกไว้ในขณะนี้เร็วที่สุดคือ 15 วินาที โดยผู้ทดลองจะพบว่าตนเองไม่สามารถลุกขึ้นจากที่นั่งได้และสฺิ่งอื่นๆก็จะไม่สามารถล่วงล้ำเข้าไปในพื้นที่ของรถได้เลย2 อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้บันทึกภาพทั้งที่ติดตั้งไว้ในรถและที่อยู่นอกรถนั้นจะไม่สามารถบันทึกภาพใดๆของ SCP-XXX-TH ระหว่างที่เกิดความผิดปกติได้เลย แต่อุปกรณ์บันทึกเสียงรวมถึงวิทยุสื่อสารจะยังทำงานตามปกติ3

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ผู้ถูกผลกระทบก็จะมองเห็นบุคคลปรากฏขึ้นตรงที่นั่งของผู้โดยสารซึ่งจะบอกจุดหมายให้ผู้ทดลองไปส่ง4 การพยายามให้บุคคลอื่นนอกจากผู้ถูกผลกระทบสื่อสารกับผู้โดยสารนั้นล้มเหลวทั้งหมด ถึงตอนนี้ ทางเดียวที่ผู้ทดลองจะลงจากรถได้ก็คือต้องขับรถไปยังจุดหมาย ผู้โดยสารดูจะไม่สนใจหากว่าผู้ทดลองปฏิเสธไม่ไปส่งและจะนั่งรออยู่อย่างนั้น ระหว่างการเดินทางนี้จะมีความผิดปกติด้านมิติเกิดขึ้นเสมอและจอ GPS ก็จะสามารถแสดงเส้นทางไปยังที่หมายได้แม้ว่าผู้โดยสารอาจจะไม่บอกตำแหน่งชัดเจนก็ตาม (ดูรายละเอียดในบันทึกการทดลอง) การติดตาม SCP-XXX-TH ระหว่างเดินทางนั้นล้มเหลวทั้งหมด โดย SCP-XXX-TH มักจะหายไปเมื่อคลาดสายตาทีมเก็บกู้พร้อมกับที่สัญญาณ GPS หายไปด้วย การพยายามขับรถออกนอกเส้นทางนั้นไม่ประสบความสำเร็จ โดยเครื่อง GPSจะเพียงแต่คำนวณเส้นทางใหม่ซึ่งไม่ว่าผู้ถูกผลกระทบจะเปลี่ยนเส้นทางอย่างไรหรือแม้แต่ขับออกจากถนนก็จะเข้าไปใกล้ที่หมายเรื่อยๆอยู่ดี การพยายามหยุดรถก่อนจะถึงจุดหมายก็ล้มเหลวทั้งหมดด้วยเช่นกัน5 หลังจากที่ถึงจุดหมายซึ่งผู้ทดลองระบุว่าผู้โดยสารจะหายตัวไปแต่จะทิ้งสิ่งของบางสิ่งที่คาดว่าเป็นค่าโดยสารไว้เสมอ ถึงตอนนี้จะสามารถตรวจจับสัญญาณ GPSของ SCP-XXX-TH ได้อีกครั้ง และผู้ทดลองก็จะสามารถลงจาก SCP-XXX-TH ได้ SCP-XXX-TH นั้นจะกลับมาในบริเวณที่ห่างไกลผู้คนและจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เคยมีพยานพบเห็นในตอนที่มันกลับมา และผู้ทดลองทุกคนก็บอกว่าไม่สามารถระบุได้ว่าตนกลับมาได้อย่างไร หากว่าผู้ทดลองยังคงนั่งอยู่ในที่นั่งคนขับแล้วก็ยังคงมีโอกาสที่จะเกิดความผิดปกติขึ้นอีกแต่ใช้เวลานานกว่าเดิมมาก ในขณะนี้ที่เร็วที่สุดที่บันทึกไว้คือ 1 ชั่วโมง และยังดูเหมือนว่าความผิดปกติด้านมิติเวลาที่ป้องกัน SCP-XXX-TH นั้นยังจะอ่อนลงเมื่อเกิดผลกระทบซ้ำในลักษณะนี้ (ดู การทดลอง XXX-4) จึงได้พิจารณาแล้วว่าไม่น่าจะเป็นโอกาสให้บุคลากร Dคลาสใช้ในการหลบหนีได้

ทั้งนี้ ในช่วงที่ความผิดปกติดำเนินอยู่นั้นไม่ว่าระหว่างการเดินทางนั้นจะเกิดเหตุการณ์อย่างไร SCP-XXX-TH ผู้ถูกผลกระทบ และผู้โดยสารก็จะปลอดภัยจากอันตรายภายนอกทั้งหมดเสมอ แต่เมื่อผลกระทบยุติลงแล้ว SCP-XXX-TH และคนขับก็อาจได้รับอันตรายตามปกติ SCP-XXX-THที่เสียหายจนไม่สามารถแล่นได้นั้นจะไม่ทำให้เกิดความผิดปกติ การถอดซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนของ SCP-XXX-TH นั้นกระทำได้ตามปกติ ชิ้นส่วนของ SCP-XXX-TH นั้นเมื่อนำไปเปลี่ยนให้รถคันอื่นก็จะไม่เกิดความผิดปกติใดๆ

บันทึกการเก็บกู้: สถาบันทราบเรื่องของ SCP-XXX-TH จากเจ้าหน้าที่แฝงตัวในสำนักงานตำรวจ หลังจากที่ได้รับแจ้งเหตุจากวัด███████ จังหวัด█████ ในวันที่ ██/██/████ ว่าพบรถตุ๊กๆไม่มีเจ้าของถูกจอดทิ้งไว้หลายวันแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ตรวจสอบและพบว่าไม่มีวัตถุระเบิดหรือสิ่งของผิดกฏหมายอื่นๆแล้วจึงให้สิบตำรวจตรี███ █████ขับไปไว้ที่สถานีตำรวจ แต่ได้หายไประหว่างทาง จนกระทั่งหนึ่งชั่วโมงต่อมา สิบตำรวจตรี███จึงได้แจ้งว่าตอนนี้ตนอยู่ในในอาคารจอดรถของศูนย์การค้า██████ สาขา██████ ซึ่งอยู่ห่างออกไปเกินกว่าที่รถตุ๊กๆจะสามารถขับไปถึงได้ในช่วงเวลาดังกล่าว และบันทึกภาพของกล้องรักษาความปลอดภัยนั้นก็ไม่พบว่าเขาขับ SCP-XXX-TH เข้าไปตั้งแต่เมื่อใด เมื่อสถาบันได้เข้าสอบสวน สิบตำรวจตรี███บอกว่าระหว่างที่รอออกรถนั้นเขาเห็นชายวัยกลางคนชาวต่างชาติสวมเครื่องแต่งกายแบบผู้ดีอังกฤษสมัยก่อนขึ้นมาและบ่นเรื่องความคับแคบของรถ แต่เมื่อเห็นว่าคนอื่นๆไม่มีปฏิกิริยากับชายคนนี้และเขาเองก็ลงจากรถไม่ได้ ประกอบกับที่ที่นั่นเป็นวัดและอยู่ใกล้กับสุสาน เขาจึงคิดว่าเขาเห็นผีและทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยหวังว่าเดี๋ยวมันจะหายไปเอง "ผี"ตนนั้นบอกให้เขาขับไปส่งที่โรงแรม█████6 ซึ่งเครื่อง GPSก็แสดงเส้นทางขึ้นมาในทันที สิบตำรวจตรี███พยายามไม่สนใจและขับกลับไปที่สถานีตำรวจแต่ก็พบว่าตนเข้าไปใกล้จุดหมายเรื่อยๆ เขายังรายงานว่าสภาพอาคารบ้านเรือนข้างทางนั้นก็ดูแปลกตาไป ดูเก่าคล้ายกับที่เขาเคยเห็นในภาพถ่ายสมัยก่อน จนกระทั่งเมื่อถึงจุดหมาย "ผี"ตนนั้นจึงได้หายตัวไปและเขาก็พบว่าตนไปอยู่ในอาคารจอดรถนั้นได้อย่างไรก็ไม่ทราบ พยานทุกคนในเหตุการณ์นี้ถูกลบความทรงจำแล้ว ทั้งนี้ สถาบันยังได้เก็บกล่องไม้มะฮอกกานีมาจากที่นั่งผู้โดยสารของ SCP-XXX-TH ซึ่งภายในนั้นเต็มไปด้วยจดหมายโต้ตอบระหว่างชายชาวอังกฤษชื่อ████ ████████กับลูกสาวของตน ยกเว้นแต่ใบสุดท้ายซึ่งเป็นโทรเลขที่แจ้งว่าเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุแล้ว

บันทึกการทดลอง:
บางส่วนของข้อมูลการทดลองที่น่าสนใจของ SCP-XXX-TH สำหรับบันทึกการทดลองฉบับเต็มนั้นให้ดูในเอกสาร XXX-TH-LOG

การทดลอง XXX-1

ผู้ทดลอง: นักวิจัยผู้ช่วย คริ้ว7

ผู้โดยสาร: สตรีในช่วงวัยรุ่นซึ่งบอกให้ไปส่งที่งานแต่งงานของพี่ชายของเธอ

ผลการทดลอง: นักวิจัยคริ้วได้ขับ SCP-XXX-TH ออกไปได้โดยคงระดับความเร็วไว้ที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและให้ทีมเก็บกู้ติดตามไป ประมาณ 10 นาทีหลังจากที่เริ่มออกรถ ทีมเก็บกู้ก็คลาดสายตากับ SCP-XXX-TH และ สัญญาณ GPSของ SCP-XXX-TH ก็หายไปจนกระทั่ง 20 นาทีต่อมาซึ่งสัญญาณของ SCP-XXX-TH ได้ปรากฏขึ้นซึ่งอยู่ห่างจากจุดเริ่มต้นไปประมาณ 120 กิโลเมตร ในตอนที่ไปเก็บคืนนั้นพบว่าที่นั่นเป็นซอยเล็กๆหลังโรงงานบำบัดน้ำเสียแห่งหนึ่ง นักวิจัยคริ้วบอกว่าเมื่อถึงที่หมายผู้โดยสารก็หายตัวไปแล้วและยืนยันว่าตนคงระดับความเร็วไว้ที่ 60 กิโลเมตรตลอดการเดินทาง โดยเขาบอกว่าการเดินทางราบรื่นดี แม้ว่าเขาจะสังเกตเห็นว่าไม่มีพาหนะแล่นบนถนนเลยในช่วงเวลาที่ SCP-XXX-TH หายไปและสองข้างทางก็เป็นทุ่งนาซึ่งผิดไปจากที่ควรจะเป็น ในตอนที่เขาไปถึงนั้นไม่เห็นโรงงานแต่เป็นโครงสร้างเหมือนรังมดหรือจอมปลวกขนาดใหญ่มากจนตอนแรกนั้นเขาเข้าใจว่าเป็นภูเขาจนกระทั่งเห็นคนคลานเข้าออกตามช่องต่างๆ

สิ่งที่ทิ้งไว้: ก้อนโลหะหนักประมาณครึ่งกิโลกรัม เมื่อนำไปตรวจสอบพบว่าทำจากทองแดงและนิกเกิลหลอมรวมกัน

การทดลอง XXX-3

ผู้ทดลอง: นักวิจัยผู้ช่วย คริ้ว8

ผู้โดยสาร: ไม่แน่ชัด ประเมินจากคำบรรยายของนักวิจัยผู้ช่วย คริ้วได้ว่าเป็นมนุษย์เพศหญิง

ผลการทดลอง: SCP-XXX-TH หายไปหลังจากที่ออกจากจุดเริ่มต้นได้ประมาณ 2 นาที ตั้งแต่ที่ผลกระทบเริ่มต้นนั้นนักวิจัยผู้ช่วย คริ้วเอาแต่สนทนาเชิงเกี้ยวพาราสีกับผู้โดยสารโดยที่แทบจะไม่สนใจการติดต่อกับฝ่ายบัญชาการเลย ที่จับใจความได้จากการสนทนานั้นพูดถึงแนวประการังขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถมองเห็นยอดได้ ปราสาทที่ตั้งอยู่บนหลังของสัตว์สี่เท้าขนาดใหญ่ และวัตถุทรงกลมซึ่งเป็นพืชดอกขนาดใหญ่มากซึ่งลอยอยู่กลางอากาศ

ประมาณ 7 นาทีหลังจากที่ SCP-XXX-TH หายไป สามารถจับสัญญาณ GPSได้อีกครั้ง นักวิจัยผู้ช่วย คริ้วยังคงไม่ยอมตอบสนองต่อการสื่อสารและเอาแต่นั่งอยู่บนที่นั่งคนขับ พูดแต่ว่าเขาอยากจะเจอเธออีกครั้ง จากการตรวจสอบตำแหน่งของ GPSในภายหลังนั้น พบว่าที่นั่นเป็นที่พักตากอากาศ[ข้อมูลปกปิด] ซึ่งในขณะนั้นไม่มีใครอยู่นอกจากยามเฝ้าทางเข้าและคนดูแลบ้าน ได้ทำการลบความทรงจำพยานทั้งหมดแล้ว

สิ่งที่ทิ้งไว้: ดู การทดลอง XXX-4

หมายเหตุ 1: การทดลองครั้งนี้ทำให้ตระหนักถึงความเป็นไปได้ว่า SCP-XXX-TH จะมีผลโน้มน้าวทางจิต ซึ่งในการทดลองหลังจากนั้นบ่งชี้ว่าไม่เป็นเช่นนั้น แต่เป็นไปได้ว่าตัวตนซึ่งเป็น"ผู้โดยสาร"ของ SCP-XXX-TH อาจส่งผลกระทบดังกล่าวได้

หมายเหตุ 2: เนื่องจากข้อมูลการคงอยู่ของบ้านพักตากอากาศแห่งนี้อาจจะเป็นประโยชน์ต่อสถาบันได้ จึงได้ยื่นเรื่องให้คณะกรรมาธิการ O5พิจารณาทำการสืบสวนเพิ่มเติมแล้ว

การทดลอง XXX-4

ผู้ทดลอง: นักวิจัยผู้ช่วย คริ้ว9

ผู้โดยสาร: ผู้ชายหนึ่งคน แต่งกายแบบวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สมัยโบราณ นุ่งโจงกระเบน ไม่สวมเสื้อ ผิวสีแดง มีเขาเล็กๆสองข้าง ผู้โดยสารบอกจุดหมายแค่ว่าให้ไปส่งที่ทำงาน

ผลการทดลอง: ดูเหมือนว่านักวิจัยผู้ช่วย คริ้วจะได้สติหลังจากที่เห็น"ผู้โดยสาร" SCP-XXX-TH หายไปหลังจากที่ออกจากจุดเริ่มต้นได้ประมาณ 4 นาที นักวิจัยผู้ช่วย คริ้วรายงานมาทางวิทยุว่าสภาพแวดล้อมข้างทางเปลี่ยนไปเป็นที่รกร้างที่มีแต่ก้อนหินดินทราย ก่อนจะบอกว่าเขารู้สึกร้อนอบอ้าวขึ้นเรื่อยๆและทัศนวิสัยในขณะนั้นแย่มาก รอบรถมีหมอกหนาจนมองอะไรไม่เห็น น่าสังเกตว่าในการทดลองครั้งนี้ฝ่ายบัญชาการสามารถได้ยินเสียงกรีดร้องจากนอกรถได้ ต่างจากการทดลองอื่นๆซึ่งไม่สามารถได้ยิรอะไรนอกจากเสียงเครื่องยนต์รถและผู้ทดลอง

ประมาณ 40 นาทีหลังจากที่ SCP-XXX-TH หายไป สามารถจับสัญญาณ GPSได้อีกครั้ง นักวิจัยผู้ช่วย คริ้วรายงานว่าผู้โดยสารหายไปแล้วและเขากลัวมากจึงคิดจะขับรถย้อนกลับไปทางเดิมดู ทันใดนั้นเองได้เกิดเสียงระเบิดดังมาก ทีมงานได้ยินเสียงนักวิจัยผู้ช่วย คริ้วกรีดร้องอย่างเจ็บปวดและตะโกนเรียกฝ่ายบัญชาการ แต่ไม่ตอบสนองต่อที่เรียกไปเลย ทีมเก็บกู้ไปพบ SCP-XXX-TH จอดอยู่ข้างถนนบนเขา█████ ห่างจากจุดเริ่มต้นไปประมาณ 300 กิโลเมตร ยางรถทั้งหมดระเบิดซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นเพราะโดนความร้อนสูง และได้พบว่านักวิจัยผู้ช่วย คริ้ว พลัดตกเขาจนคอหักเสียชีวิตแล้ว ผลการชันสูตรพบว่านอกจากบาดแผลที่เกิดจากการพลัดตกซึ่งทำให้เสียชีวิตแล้ว ยังมีเลือดออกจากหูทั้งสองข้างและมีแผลไฟลวกอยู่ตามใบหนาและมือ คาดว่าหลังจากที่ความผิดปกติยุติลงแล้วความร้อนใน"จุดหมาย"ที่ให้ไปส่งที่ยังคงอยู่หลังจากนั้นคงจะทำให้ยางรถระเบิดและเสียงระเบิดนั้นก็ทำให้แก้วหูของเขาฉีกขาด จากนั้นนักวิจัยผู้ช่วย คริ้วที่ตื่นกลัวและเริ่มรู้สึกถึงความร้อนคงจะหนีลงไปจากรถแต่อาการหูบาดเจ็บทำให้เขาเสียการทรงตัวและพลัดตกเขา

สิ่งที่ทิ้งไว้: ถุงผ้าซึ่งเต็มไปด้วยฟันมนุษย์ขนาดต่างๆกัน นับจำนวนได้ 400 ซี่ กับ ซองเอกสารบรรจุภาพของสิ่งมีชีวิตซึ่งไม่รู้จักหนึ่งคู่ โดยหนึ่งในนั้นสะพายสิ่งที่คาดว่าคงจะเป็นเครื่องดนตรีอยู่โดยใช้หนวดระยางค์ประคองไว้ มีลายเซ็นอยู่ที่มุมหนึ่งของภาพด้วย

หมายเหตุ: หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ให้ใช้บุคลากร Dคลาสเป็นผู้ทดลองเท่านั้น

การทดลอง XXX-7

ผู้ทดลอง: D-4834

ผู้โดยสาร: บุคคลซึ่งสวมผ้าคลุมขาดๆปิดไว้จนมองไม่เห็นส่วนใดๆของร่างกาย D-4834 รายงานว่าน่าจะเป็นผู้ชายแต่เสียงแหบมากจนเขาจับความไม่ได้ แต่เครื่อง GPSก็บอกเส้นทางไปได้

ผลการทดลอง: SCP-XXX-TH หายไปหลังจากที่ออกจากจุดเริ่มต้นได้ประมาณ 6 นาที D-4834 รายงานมาว่าตอนนี้เขาขับรถอยู่ในอุโมงค์และมันมืดมาก เท่าที่เขาเห็นนั้นดูเมือนจะมีเมืองทั้งเมืองอยู่ในอุโมงค์นี้ อาคารเล่านั้นดูเป็นอาคารสมัยใหม่แต่มันร้างและดูทรุดโทรมมาก 20 นาทีต่อมา D-4834 บอกว่าตอนนี้เขากำลังขับรถเลียบหลุมขนาดใหญ่มาก แสงไฟรถส่องไม่เห็นอีกด้านของหลุม เขาตั้งข้อสังเกตจากสิ่งของที่เห็นตามขอบหลุมว่ามันน่าจะเป็นหลุมขยะ เมื่อสามารถจับสัญญาณ GPSได้อีกครั้งใน 5 นาทีต่อมา D-4834 รายงานมาว่าผู้โดยสารหายไปแล้วก่อนจะสำลักและขาดการติดต่อไป ทีมเก็บกู้ไปพบ SCP-XXX-TH ติดอยู่ในถ้ำซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่เคยค้นพบ ภายในถ้ำนั้นเต็มไปด้วยกำมะถันและ D-4834 ก็เสียชีวิตแล้ว

สิ่งที่ทิ้งไว้: ข้าวหอมมะลิที่สีแล้ว 1 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสปิดผนึกไม่มียี่ห้อ

การทดลอง XXX-13

ผู้ทดลอง: D-7762

ผู้โดยสาร: สิ่งที่ดูไม่เหมือนมนุษย์ เท่าที่ประติดประต่อจากคำบรรยายของ D-7762 นั้นมันดูเหมือนดอกทานตะวันแต่ทุกส่วนเหมือนจะทำจากเนื้อ ส่วนดอกไม้นั้นเป็นอวัยวะเหมือนช่องปากที่มีฟันแบบมนุษย์เรียงรายอยู่เต็มและมีลิ้นยาวซึ่งดูแข็งและกลวง ปลายลิ้นนั้นแหลม สวมชุดนักธุรกิจ ด้วยความตื่นกลัว D-7762 จึงไม่ได้ฟังว่ามันบอกให้ไปที่ไหน แต่เครื่อง GPS ก็ระบุเส้นทางไปแล้ว

ผลการทดลอง: SCP-XXX-TH หายไปหลังจากที่ออกจากจุดเริ่มต้นได้ประมาณ 19 นาที D-7762 รายงานมาว่าตอนนี้เขาขับรถอยู่ในอุโมงค์และกำลังลงไปเป็นแนวตั้งฉากกับพื้น ที่นั่นมืดและมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว D-7762 ยังบอกว่าล้อลื่นมากและรู้สึกหยุ่นๆ ครู่ต่อมา D-7762 ก็ตระหนกและบอกว่าเขากำลังอยู่ในตัวของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่มาก น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของระบบทางเดินอาหาร ฝ่ายบัญชาการได้ปลอบให้เขาสงบสติอารมณ์โดยบอกว่าเขาจะปลอดภัยตราบเท่าที่ยังอยู่ในรถ 5 นาทีต่อมา D-7762 บอกว่าผู้โดยสารหายไปแล้วและเนื้อที่อยู่รอบๆกำลังบีบรัดเข้ามาก่อนจะตะโกนไม่ได้ศัพท์ ทีมเก็บกู้ไปพบ SCP-XXX-TH จอดอยู่ข้างโรงฆ่าสัตว์ร้างในจังหวัด█████โดยมีร่องรอยความเสียหายจากการกดทับเล็กน้อยรอบตัวรถ ส่วน D-7762 นั้นแม้จะได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและสลบไปเพราะความกลัวแต่ก็ปลอดภัย

สิ่งที่ทิ้งไว้: กองหินสีขุ่นขนาดต่างๆกัน ก้อนที่ใหญ่สุดนั้นวัดขนาดได้ประมาณ 15 เซนติเมตร เมื่อนำไปตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นก้อนนิ่ว

การทดลอง XXX-25

ผู้ทดลอง: D-8099 ก่อนการทดลองครั้งนี้ D-8099 ถูกปลูกฝังสื่อมีมมือสังหารแบบกระตุ้นทางเสียง โดยหลังจากที่ D-8099บอกว่าเริ่มถูกผลกระทบก็ได้กำจัดเขาทิ้งทันที

ผู้โดยสาร: ไม่ทราบ

ผลการทดลอง: ครู่หนึ่งหลังจากที่ D-8099 ถูกกำจัด SCP-XXX-TH ก็เริ่มเคลื่อนที่และหายไปหลังจากที่ออกจากจุดเริ่มต้นได้ประมาณ 3 นาที สามารถตรวจจับสัญญาณ GPSของ SCP-XXX-TH ได้อีกครั้งในเวลา 2 ชั่วโมงต่อมา ซึ่งมันแช่น้ำอยู่ในเขตน้ำตื้นของอุทยานแห่งชาติหาด██████ จังหวัด███ ศพของ D-8099 ที่ยังพบอยู่ในรถนั้นมีร่องรอยว่าถูกวัตถุบางอย่างแทงเข้าไปตามปลายนิ้วมือทั้งสิบและส้นเท้าทั้งสองข้างลึกถึงข้อมือและเข่า

สิ่งที่ทิ้งไว้: แท่งโลหะที่ดูเหมือนขาแมลงขนาดใหญ่ มีข้ออยู่ตรงกลาง วัดความยาวเมื่อเหยียดออกได้ประมาณ 80 เซนติเมตร ในตอนที่พบนั้นมันยังมีของเหลวเหมือนเลือดสีเขียวเข้มไหลออกมาจากรอยที่เหมือนถูกตัดมาใหม่ๆ

เขียนผิดเยอะมาก

ห้องใหญ่ไปมั้ย พอๆกับบ้านหลังหนึ่ง ไม่ได้ใช้ห้องทดลองอะไรด้วย แล้วเวลาเอาออกมาทดลองทำยังไงก็ไม่บอก

มาตรการบอกว่าให้ Dคลาสทดลอง แต่บันทึกการทดลองเป็นนักวิจัย เอาไงแน่? ถ้าเกิดระหว่างทดลองรู้ตัวว่ามันอันตรายเลยเปลี่ยนมาตรการก็ต้องบอกไว้ด้วย (และในกรณ๊นี้ควรจะทำตั้งแต่รอบ 2) น่าจะติดเครื่องติดตามกับรถไว้ด้วย

ตั้งแต่การทดลอง 2 นี่ ผมว่าจริงๆแล้วจะโดนสั่งให้รออยู่ตรงนั้นแล้วให้ทีมเก็บกู้ตามไปมากกว่านะ จะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลุดไปสภาพความเป็นจริงอื่นแล้วหรืออะไร เอ้า รอบสองยกให้ได้ว่าตอนนั้นยังไม่รู้ว่าไปที่แปลกๆได้เลยให้กลับมาก่อน แต่หลังจากนั้นต้องใช้ Dคลาสแล้วเพราะเสี่ยงจะเสียบุคลากร แล้วหลังจากนั้นพอไปที่แปลกๆก็ให้รอทีมเก็บกู้ จะเกิดอะไรขึ้นก็ว่าไป

"ไม่รู้ว่าคนอื่นๆจะคิดยังไง แต่ผมคิดว่านี่อาจจะเป็นอีกทางหนึ่งที่จะหาเงินทุนให้กับการวิจัยของเรา"

สถาบันมีงบไม่จำกัด แต่จะไม่จ่ายเงินกับของเปล่าประโยชน์ ซึ่ง"ทุนวิจัย"นี่ไม่ใช่อะไรที่สถาบันจะขี้ตืดเลยนะ อยากได้เพชรเม็ดเท่ากำปั้นมาทดลองถ้าหาเหตุผลมาหว่านล้อมเบื้องบนได้ก็จัดให้ ไม่ใช่อะไรที่นักวิจัยต้องคิดถึงเลย

ยังไม่ผ่าน

page 1123...next »
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License