พบเพื่อนเก่า

ดร.แมททิว เอ็กเกอร์ ผู้ช่วยพิเศษแผนกวิจัยสัตว์มีสติปีญญาของศูนย์ 19 นั่งอยู่ที่โต๊ะว่างๆในห้องสัมภาษณ์C มือถือสมุดบันทึก ที่อยู่ตรงหน้าเขาและคลานไปมาตามโต๊ะ ก็คือสัตว์ซึ่งครองเวลาของเขาในช่วงหกเดือนหลังนี้ไปอย่างมากมาย - SCP-1867 ทากทะเลโทรจิตภาษาอังกฤษซึ่งอ้างว่าตนคือลอร์ด ทีโอดอร์ โทมัส แบล็ควูด สุภาพบุรุษชาวอังกฤษและนักสำรวจจากศตวรรษที่ 19 ซึ่งมีอาการปฏิเสธลักษณะทางกายภาพของตนขั้นรุนแรง "ลอร์ดแบล็ควูด" (ตามที่เขายืนกรานให้เรียก) กำลังเล่าเรื่องการผจญภัยอันเหลือเชื่อและไม่น่าเป็นไปได้ของเขามาอีกเรื่อง และเขาทำแบบนี้สัปดาห์ละสามครั้งมาหลายเดือนแล้ว เอ็กเกอร์จดถ้อยคำของผู้สถาปนาตนเป็นนักวิทยาศาสตร์ในสมุดของตน จนถึงตอนนี้ สถาบันก็ยังไม่สามารถยืนยันเรื่องปรัมปราของเขาได้สักเรื่องเดียว - แต่ถ้าที่เขาอ้างว่าได้พบกับสิ่งที่ถูกกักกันไว้นั้นเป็นจริงแม้เพียงครึ่งเดียวแล้ว ข้อมูลมากมายในหัวของตัวทากนี้ก็จะมีประโยชน์กับงานของสถาบันอย่างมากทีเดียว

"ตอนนั้นเอง!" ลอร์ดแบล็ควูดโพล่งออกมา "เหนือป่าแห่งบาเดนไปหลายพันฟิต ตาผมอยู่ที่ระดับเดียวกับขอบแห่งเฟลด์เบิร์ก ชีวิตผมเกี่ยวไว้กับขารอบคอของเจ้ามังกรเขียวออสเตรีย มือหนึ่งดึงสายบังเหียนแน่นพร้อมกับที่ผมดิ้นรนดึงตัวเองขึ้นไป ส่วนอานนั่งตกลงไปในตอนที่ผมตัดมันขาดพร้อมกับอ้ายปรัสเซียที่เป็นคนขี่ ผมใช้กระสุนที่เหลือไปหมดแล้วในตอนที่หนีเครื่องจักรสงครามเวหาของเคาท์ ฟอน เซปปลิน ก่อนที่มันจะไฟลุกท่วมแล้วโหม่งโลก ผมกล่อมให้เจ้ามังกรหันกลับไปทางตะวันออกได้ แล้วตอนนั้นเองที่ผมได้เห็นมังกรยักษ์จริงๆ - พันธุ์แกรนด์โรมานอฟหายากที่นำเข้าจากรัสเซีย - สวมเกราะเหล็กกล้าเป็นมันปลาบสะท้อนแสงสุดท้ายของอาทิตย์อัสดงอย่างสว่างเหลือเชื่อ และบนหลังของมัน ผมก็เห็นเป้าหมายของผม - ไกเซอร์ เฟรเดอริค ที่สาม ตัวจริงเสียงจริง ถ้าเป็นวันอื่นๆผมคงไม่กล้าทดสอบความสามารถของตัวเองกับชายผู้ที่อย่างไรเสียก็เป็นสวามีของพระธิดาแห่งองค์ราชินีผู้รักยิ่งของเราหรอกนะ แต่ตอนนั้นน่ะ ดวงตาลักษมี เจ้าเครื่องรางอันมีชื่อแห่งฮินดูสถานซึ่งมีพลังส่งผ่านวิญญาณของคนไปไว้ในร่างอื่นหลังความตายได้น่ะ กำลังอยู่ในเงื้อมมือของพวกไรช์ที่สอง ผมไม่มีทางถอยกลับจริงๆ

"ผมควบมังกรตรงไปหาไกเซอร์แล้วให้มันพ่นไฟที่เจ้าชาวฮั่นผู้นั้นหลบได้ไปฉิวเฉียด ตอนที่ผมเลี้ยวกับมาอีกรอบนั่นเอง ผมก็เห็นเขาเป่าแตรเขาสัตว์อันใหญ่โตซึ่งก้องกังวานไปทั่วยอดและหุบเขาของชวาลซ์วาลด์ - แล้วที่ทำให้ผมกลัวขึ้นมา ก็คือมังกรอีกครึ่งโหลที่ทะยานขึ้นมาจากเบื้องล่างอันขมุกขมัวนั่น สดชื่นและพร้อมจะสู้ ตัวผมนั้นเสียเปรียบทั้งจำนวนและอาวุธ - เหล่าอัศวินมังกรที่ดีที่สุดกลุ่มสุดท้ายของอังกฤษตกเป็นเหยื่ออุบายของฟอนเซปปลินไปแล้ว พลปืนภาคพื้นดินของเราถูกกองทหารม้าของเยอรมันตีให้ถอนร่น ผมเหลือความหวังเพียงหนึ่งเดียวที่จะเอาชัยได้ ผมฝากชีวิตไว้กับสายบังเหียน แล้วก็เอื้อมเข้าไปในย่ามแล้วก็ค่อยๆเอาแจกันทรงประหลาดสีแดงซึ่งเป็นที่เก็บสิ่งทรงคุณที่แปลกที่สุดออกมา…"

"ขอโทษนะครับ ลอร์ดแบล็ควูด" ดร. เอ็กเกอร์ขัด "แต่ผมต้องขอตัดบทคุณตรงนี้ล่ะ ผมต้องใช้วันนี้ที่เหลือทั้งวันแปลชวเลขที่จดไว้นี่แล้ว แล้วก็ให้ทีมงานตรวจสอบอีกทั้งสัปดาห์ เราจะมาคุยเรื่องนี้ให้จบในการสัมภาษร์คราวหน้า ว่าไงครับ?"

"ขีดทิ้งให้หมดไปเลย!" ลอร์ดแบล็ควูดตอบ "ผมกำลังจะเข้าตรงที่สนุกพอดี เอาเถอะ ผมว่าให้คุณลุ้นไปสักอาทิตย์ก็ได้นะ"

"ผมดีใจที่คุณเข้าใจครับ" เอ็กเกอร์ตอบพร้อมกับที่ลุกจากเก้าอี้ไปที่ประตู "ช่วยรออยู่ตรงนั้นนะครับ เดี๋ยวอีกไม่กี่นาทีดร.แอนดรูวส์จะมาพาคุณกลับไปที่ตู้"

"พูดถึงเรื่องนั้นนะ พ่อหนุ่ม" ลอร์ดแบล็ควูดพูดขึ้น "คิดว่าคุณจะช่วยหาทางปล่อยน้ำที่เกินมาไปสักทีได้หรือเปล่า? ผมก็ชอบว่ายน้ำพอๆับคนอื่นๆน่ะนะ แต่หลังๆนี่ผิวผมมันมีรอยย่นมากไปแล้ว"

"ผมจะบอกผู้อำนวยการให้" เอ็กเกอร์ว่า ประติปิดลงตามหลังเขาและลอร์ดแบล็ควูดก็อยู่คนเดียว - หรือนั่นคือที่เขาคิด จากช่องลมใกล้เพดานห้อง ผู้บุกรุกซึ่งแอบมองการสนทนาระหว่างด็อกเตอร์กับตัวทากนั้นก็รอเวลานี้อยู่แล้ว ในตอนที่ลอร์ดแบล็ควูดหันหลังให้ช่องลม คลานฆ่าเวลาพร้อมกับฮัมเพลง "Land of Hope and Glory" กับตนเองนั้น เขาก็เคลื่อนที่ ช้าๆและเงียบกริบ เขาออกจากช่องลมลงไปที่พื้นแล้วก็โต๊ะ คืบต่อคืบ นาทีต่อนาที แขกซึ่งไม่มีใครคาดคิดข้ามโต๊ะไม้นั่นไป ตามรอยเมือกของลอร์ดแบล็ควูดไปจนเขาเกือบไปอยู่หลังตัวทางที่ขอบโต๊ะ และแล้ว…

"เฮ้ย! ทอมมี!"

ลอร์ดแบล็ควูดกำลังจะเปลี่ยนไปขึ้นท่อนหนึ่งของ "The Pirates of Penzance" ในตอนที่ความเงียบถูกทำลายด้วยเสียงร้องอันหยาบคายแบบชาวบ้านลอนดอน เจ้าทากทะเลพยายามเอื้อมไปที่เอวตามสัญชาตญาณก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เขาไม่ได้พกปืน จึงหันกลับมาให้เร็วที่สุดเท่าที่ผู้ที่อยู่ในสถานะอย่างเขาจะทำได้ และก็พบว่าตนกำลังประจัญหน้ากับสิ่งสุดท้ายที่เขาจะคิดว่าเป็นที่มาของการเรียกอันหยาบคายนั่น - หอยทากธรรมดาตัวหนึ่ง ก้านตาที่เต้นไปมาชี้ตรงๆมาที่ตัวเขา

ในหลายปีแห่งการผจญภัยของเขา ลอร์ดแบล็ควูดไม่เคยเจออะไรพิลึกอย่างหอยทากพูดได้มาก่อนเลย ไม่ว่ายังไง เขาก็หายใจเข้าลึกๆแล้วมองเขม็งกลับไปพร้อมกับตอบ "แกเป็นผีนรกจากขุมไหน ทำไมถึงรู้จักฉันได้?"

"โอย ไม่เอาน่า ทอมมี" เจ้าหอยทากตอบกลับมาด้วยถ้อยคำที่ทำให้ลอร์ดแบล็ควูดสะอึก "ชัวร์เลยว่าแกยังไม่ลืมหน้าจอร์จี เพื่อนเก่าแสนรักของแกใช่ป่ะ?"

"จอร์จ ฟิลิป แฮริส ที่สี่" ลอร์ดแบล็ควูดหยัน "ฉันน่าจะจำเสียงไม่เป็นคำที่แกหน้าด้านเรียกมันว่าภาษาอังกฤษได้แต่แรกนะ แกมาทำอะไรที่นี่? จะมายืมเงินเรอะ? หนีพวกทหารยามสวิสมา? หรือว่าแกมีแผนบ้าบอที่จะโกงดินแดนพวกอเมริกันอีกแล้วล่ะ?"

"แกกับชั้นมีเรื่องต้องสะสาง ทอมมี" แฮริสพูด "แกฆ่าชั้นไปตอนปี 55 นะเว้ยเฮ้ย! แกคิดว่าคนเราจะลืมเรื่องแบบนั้นได้รึไง?"

ลอร์ดแบล็ควูดกลอกตา "ไอ้เรื่องเน่าแล้วเน่าอีกนี่อีกแล้วเรอะ? ฉันคิดว่าเราจบมันไปหลังงานที่พาทาโกเนียแล้วเสียอีก"

"แต่เราก็มาอยู่ตรงเนี้ย" แฮริสว่า "กี่ทีแล้วที่ชั้นต้องถูกลากเครื่องในเพราะแกมัวแต่ไปโกยความเด่นด้วยการช่วยเพื่อนเก่าจากตระกูลกอดอลฟินน่ะ?"

"ฉันจะบอกแกเหมือนที่บอกไปเมื่อตอนนั้นนะ - แกทำตัวแกเองทั้งนั้นในตอนที่แกพยายามขโมยมงกุฎของซูเทคห์ขึ้นไปตามแม่น้ำไนล์น่ะ"

"แกนี่มันเลวสุดๆไปเลยว่ะ" แฮริสถ่มน้ำลายที่พื้น "แล้วแกไปอยู่ที่ไหนตอนที่ฝูงมัมมีจากครึ่งหนึ่งของแม่น้ำไนล์ตะวันตกไล่ฆ่าชั้นน่ะ? อยู่ระหว่างกลับลอนดอนไปจูบชั้นในองค์ราชินีเรอะ?"

"ฉันก็อยู่ที่อเล็กซานเดรียช่วยองค์สังฆราช สันตปาปาแห่งคอปต์ และแกรนด์แมฟตีเตรียมพิธีปัดเป่าที่ใหญ่โตที่สุดที่เคยทำมาในอียิปต์ตั้งแต่ที่อับบาสิดส์ล่มไปน่ะสิ!" ลอร์ดแบล็ควูดตอบ มีความรำคาญอยู่ในน้ำเสียง "ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเราล่ะก็ จักรวรรดิอังกฤษได้เสียแอฟริกาไปเพราะความมือไวโง่ๆของแกแล้ว"

"มุขนี้เล่นหลายครั้งแล้ว ทอมมี" แฮริสพูด "ทุกครั้งที่ชั้นให้แกตามไปด้วยตอนออกสำรวจ แกก็ต้องหายหัวไปแล้วปล่อยให้ชั้นถูกฆ่า แล้วครั้งต่อมาที่แกโผล่หัวมามาขอให้ชั้นช่วยเอาทองต่างแดนมาบุกระเป๋าแก แกก็ต้องมีเรื่องบัดซบมาบอกว่าทำไมมันถึงไม่ใช่ความผิดของแกทุกที 'แกไม่ควรจะปล่อยเจ้ามนุษย์กึ่งเทพสุเมเรียนออกจากโลงศพ', 'แกไม่ควรจะพยายามฆ่าโกเลมแห่งปรากด้วยปืนเดอริงเจอร์', 'แกไม่ควรจะไปจีบน้องสาวของราชายิปซี' ชั้นฟังมาจนล้นแล้วเว้ยเฮ้ย!" แฮริสแกว่งก้านตาเป็นแนวเหนือหัวตนเอง "แกกับชั้นจะตัดสินกันตรงนี้ ที่นี่ อย่างสุภาพบุรุษที่แท้จริง"

ลอร์ดแบล็ควูดถอนใจและสบถเบาๆ พยายามรักษามาดของตนไว้ "ระหว่างเรามีสุภาพบุรุษอยู่คนเดียวเท่านั้นล่ะ คุณแฮริส และถึงแม้ว่ากาลเวลาจะไม่ปราณีฉันเหมือนที่ฉันเคยหวังว่าจะเป็น แกก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะสู้กับฉันเลยนะ สมัยอยู่ที่อีตันฉันส่งแกไปนอนคาสังเวียนทุกที - และถ้าจำไม่ผิดล่ะก็ ตอนนั้นแกยังไม่ถูกแปลงเป็นหอยทากด้วย"

"หอยทาก? หอยทากงั้นเรอะ? บ้าไปแล้วรึไง?" แฮริสเชิดศีรษะแล้วหัวเราะ "ชั้นยังฟิตแบบที่เปฺ็นเสมอแหละเว้ยเฮ้ย - แล้วชั้นก็ไม่ใช่คนถูกแปลงเป็นทากทะเลด้วยนา"

ลอร์ดแบล็ควูดเต้นด้วยความโกรธ "นั่นปะไร! ฉันน่าจะรู้ว่าไอ้โม่งที่แพร่ข่าวสารเลวว่าฉันเป็นตัวทากทะเลคือแกนี่เอง! ฉันขอให้แกชดใช้ ตอนนี้เลย แฮริส - ถอนคำโกหกนั่นเดี่ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะใช้กำลังบังคับล่ะ!"

"ก็ได้ ก็ได้ ทอมมี อย่าโมโหน่า" แฮริสว่า ยิ้มอย่างยียวน "แกพูดถูก ถูกต้อง แกไม่ใช่ตัวทากทะเล…แต่แม่แกเป็นแน่เลยว่ะ"

ลอร์ดแบล็ควูดเงื้อก้านตาข้างขวาแล้วเหวี่ยงออกไป

ข้อมูลเพิ่มเติม: ในวันที่ ██/██/20██ ได้พบหอยทากโรมัน (Helix pomatia) ซึ่งมีลักษณะผิดปกติคล้ายกับ SCP-1867 อยู่ในห้องสัมภาษณ์C หลังจากช่วงเวลาสั้นๆหลังจากที่การสัมภาษณ์ 1867-238 ยุติลงแล้ว ในตอนที่พบมันนั้น SCP-1867 กับหอยทากตัวนั้นเอาหัวชนกันอยู่บนโต๊ะพยายามจะ "เฮดบัท" อีกฝ่ายแล้วใช้ก้านตาตีกันและกัน ในการสัมภาษณ์หลังจากนั้น หอยทากตัวนั้นระบุว่าตนคือ "จอร์จ ฟิลิป แฮริส ที่สี่" ซึ่งเป็นผู้ที่มีการอ้างถึงว่ารู้จักกับ SCP-1867 ตั้งแต่เริ่มบันทึก 1867-3 ในขณะนี้ให้เก็บหอยทากนี้ไว้ในตู้ขนาด 40x70x30 ซ.ม. ข้างๆตู้ของ SCP-1867 จนกว่าจะทำการตรวจสอบเพิ่มเติมและจัดระดับได้

"เฮ้ย! ทอมมี!" ลอร์ดแบล็ควูดหันหน้าไปและพยายามจะไม่สนใจเสียงตะโกนของแฮริสจากตู้ข้างๆของเขา "ได้ยินเรื่องของไอ้ผู้ชายที่คิดว่ามันเป็นแมงบอทฟลายป่ะ? มันถูกโยนเข้าคุกในข้อหาอนาจารหลังจากที่วิ่งไปหาสาวๆแล้วกัดพวกนั้นที่แขน บอกว่าหาที่วางไข่แน่ะเว้ยเฮ้ย!"

"จูปิเตอร์ช่วย" ลอร์ดแบล็ควูดคิด "ตอนนี้มีอะไรมั้ยที่ฉันจะไม่ยอมแลกกับปืนยิงช้างสักกระบอกน่ะ"

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License